Battling Records of the Chosen One บันทึกศึกผู้กล้าท้าสวรรค์ – ตอนที่ 1387 ฟ้าดินสามพันจั้ง นองเลือดดั่งภาพวาด

ราชันอินทรีอสนีเขียว!

เหนือหอประตูเมือง เหล่าคนใหญ่คนโตหน้าเปลี่ยนสียกใหญ่ ในใจลอบร้องว่าแย่แล้ว

แม้แต่ซ่งจวินกุยก็ยังนัยน์ตาหดรัดลง

ในการต่อสู้ก่อนหน้านี้ ราชันอินทรีอสนีเขียวตนนี้ไม่เคยปรากฏตัวมาโดยตลอด ใครก็คิดไม่ถึงว่ามันจะโจมตีมาในตอนนี้ได้!

ในฐานะผู้บังคับการมณฑลแห่งหนึ่ง ซ่งจวินกุยย่อมรู้ว่าราชันอินทรีอสนีเขียวก็คือพี่น้องร่วมสาบานของราชันเกราะทอง มีพลังปราณระดับอมตะเคราะห์ด่านสี่ พลังต่อสู้น่ากลัวไร้สิ้นสุด

ด้วยพลังปราณระดับราชันของซ่งจวินกุยย่อมไม่อาจเป็นคู่ต่อสู้ของมันได้

สวบ!

สายฟ้าวูบไหวสีเขียวเคลื่อนมาอย่างรวดเร็วจนน่าเหลือเชื่อ ราวกับเคลื่อนย้ายชั่วพริบตา

ยามซ่งจวินกุยได้สติกลับมา กรงเล็บยักษ์แหลมคมที่โอบล้อมไปด้วยสายฟ้าสีเขียวคู่หนึ่งอยู่ใกล้เพียงเอื้อม ตะปปเข้าที่ศีรษะของเขาแล้ว!

เสร็จกัน…

ชั่วพริบตานี้ซ่งจวินกุยรู้สึกคับข้องใจอย่างบอกไม่ถูก

เดิมเขาต้องการจะตายตกไปกับศัตรู ร่วมเป็นร่วมตายกับเมืองนี้ จะคิดได้อย่างไรว่าเพียงแค่ราชันอินทรีอสนีเขียวตนหนึ่งก็ทำให้เขาไร้พลังต้านทานได้!

หากตายไปเช่นนี้ ไม่ยินยอมยิ่งนัก!

เวลานี้ทั้งหอประตูเมืองเงียบกริบ

“ใต้เท้า!”

ทุกคนที่อยู่ใกล้เคียงต่างหน้าถอดสี ในใจเหมือนตกลงไปในหุบเหวลึก

ซ่งจวินกุยเป็นผู้บังคับการมณฑลซีหนาน หากเขาตายไป สงครามครั้งนี้ก็จะปิดฉากลงด้วยความพ่ายแพ้ยับเยินของจักรวรรดิ

“ตาย!”

ราชันอินทรีอสนีเขียวเพิ่งเผยยิ้มน่ากลัว ก็พลันได้ยินเสียงตะคอกเย็นชาเสียงหนึ่ง…

“ไสหัวไป!”

เพียงไม่กี่คำ สายฟ้าก็ฟาดลงมายังพื้นดิน

ดุจดั่งบัญชาจากทวยเทพบนสวรรค์ เต็มไปด้วยพลังน่าหวาดหวั่น

เปรี้ยง!

ราชันอินทรีเขียวไม่ทันต้านรับ เพียงรู้สึกเหมือนสมองระเบิด ทั้งร่างถูกพลังที่ไม่อาจต้านทานได้กระแทกเข้าอย่างจัง

ด้านพวกซ่งจวินกุยที่เดิมสิ้นหวังคับข้องใจก็ตัวสั่นงันงก นัยน์ตาพลันเบิกกว้าง

ก็เห็นว่าเงาร่างใหญ่โตที่กว้างถึงสิบกว่าจั้งของราชันอินทรีเขียวซึ่งอยู่ใกล้แค่เอื้อม ถูกซัดกระเด็นถอยหลังไปอย่างรุนแรง ตกลงไปบนสนามรบที่อยู่ไกลลิบคล้ายว่าวที่สายป่านขาด

ในกองทัพสัตว์อสูรที่อยู่ไกลออกไปมีเสียงร้องตกตะลึงดังขึ้นทันใด วุ่นวายโกลาหลไปหมด

“นี่…”

เหนือหอประตูเมือง พวกซ่งจวินกุยรอดจากความตาย ต่างรู้สึกเหมือนฝันไป ไม่กล้าทำใจเชื่อ

ราชันอินทรีเขียวตนนั้นน่ากลัวปานใด แต่บัดนี้ดันถูกเสียงตะคอกเสียงหนึ่งสะเทือนจนถอยไปสามพันจั้งหรือ

ขณะนี้บนสนามรบที่กำลังห้ำหั่นกันอย่างดุเดือดเงียบสงัดขึ้นฉับพลัน

ขอเพียงเห็นภาพนี้เข้า ไม่ว่าจะเป็นผู้แข็งแกร่งของจักรวรรดิหรือเหล่าสัตว์อสูรมารต่างก็ใจสั่นระรัว ตกตะลึงไม่หยุด

และเป็นตอนนี้เอง ยานขนส่งลำหนึ่งโรยตัวลงมาจากฟากฟ้าสู่เบื้องหน้าหอประตูเมือง

พวกหลินสวินกรูกันออกมา

สวบ!

สายตาของพวกซ่งจวินกุยพากันมองไป เพียงแต่เมื่อเห็นผู้มาเยือนต่างก็ชะงักไปอย่างห้ามไม่อยู่

กองกำลังนี้ประหลาดนัก มีเพียงสิบสองคน นอกจากคนที่นำหน้ามาสองคน คนอื่นต่างเป็นหนุ่มสาวรุ่นเยาว์ มีพลังปราณระดับมหาสมุทรวิญญาณเท่านั้น

“ไม่ใช่กองหนุน…”

หลายคนเอ่ยปากอย่างขมขื่น

คนหนุ่มสาวกลุ่มหนึ่ง แถมมีแค่สิบสองคน แต่ฝั่งตรงข้ามเป็นถึงกองทัพที่มีสัตว์อสูรมารถึงหลายแสนตน!

ศักยภาพห่างชั้นกันเกินไปแล้ว

“ขอเรียนถาม เมื่อกี้เป็นสหายผู้นี้ลงมือช่วยใช่ไหม”

ซ่งจวินกุยทอดสายตามองไปยังหลินสวิน

“รอสะสางเศษสวะพวกนี้ก่อน ข้าผู้แซ่หลินค่อยพูดคุยกับทุกท่าน”

หลินสวินหันกาย ทอดสายตามองไปยังสนามรบที่อยู่ไกลออกไป

ระหว่างนี้เขาสังเกตได้อย่างเฉียบแหลม ว่าเหล่าลูกหลานตระกูลหลินที่รวมถึงหลินเสวี่ยเฟิงต่างแสดงสีหน้าเคร่งเครียด ถึงกับตกใจกลัวอยู่รางๆ

นี่ก็เป็นเรื่องปกติ นอกกำแพงเมืองก็คือกองทัพสัตว์อสูรมารที่ยิ่งใหญ่เกรียงไกรมืดฟ้ามัวดิน กลิ่นอายกระหายเลือดโหดเหี้ยมกระหายการสังหารที่กระจายออกมาทำให้ฟ้าดินเปลี่ยนสี

นับประสาอะไรกับลูกหลานตระกูลหลินเหล่านี้

พวกเขามายืนอยู่ตรงนี้ได้โดยไม่สติแตก ก็ถือว่าแสดงความสามารถออกมาได้โดดเด่นอย่างยิ่งแล้ว

ด้านพวกซ่งจวินกุยต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก แทบไม่กล้าเชื่อหูตนเอง เขาคนเดียวจะคลี่คลายภัยพิบัติสัตว์อสูรมารที่ยิ่งใหญ่นี้ได้หรือ

นี่อย่างกับเรื่องที่เป็นไปไม่ได้!

“หึ! คิดไม่ถึงว่าจะมีคนเก่งกาจโผล่มาคนหนึ่งเสียนี่!”

ไกลออกไปเสียงหัวเราะหยันเดือดดาลของราชันอินทรีอสนีเขียวตนนั้นดังขึ้น มันกระพือปีกทะยานขึ้นฟ้า ทั้งกายอาบชโลมไปด้วยสายฟ้าสีเขียว อานุภาพร้ายกาจคับฟ้า

“โฮก!”

ในสนามรบกองทัพสัตว์อสูรมารคำราม น้ำเสียงและท่าทางชวนหวั่นใจ

กองทัพข่มนคร ยิ่งอันตรายขึ้นไปอีก!

เหล่าลูกหลานตระกูลหลินอย่างพวกหลินเสวี่ยเฟิงเคร่งเครียดกันหมด ศัตรูมากเกินไปแล้ว เบียดเสียดแน่นขนัด มีอยู่ทั่วไปหมด แล้วนี่จะสู้อย่างไร

กลับเห็นว่าตอนนี้หลินสวินเอ่ยเสียงเรียบว่า “ลูกหลานตระกูลหลินจงฟัง สักวันหนึ่งเจ้าจะมีพลังเด็ดขาด แม้ศัตรูนับหมื่นพันก็ต้านการกำราบของเจ้าคนเดียวไม่ได้ ดังเช่น… แบบนี้”

เสียงพูดเพิ่งเงียบลง

ตูม!

เสียงร้องมังกรเสียงหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางฟ้าดินในทันใด

ในสมองของทุกคนต่างปรากฏภาพหนึ่ง ที่ส่วนลึกของฟ้าดาราอันไพศาลไร้ที่สิ้นสุด มังกรเจินหลงที่ใหญ่โตจนไม่อาจจินตนาการได้ตัวหนึ่งพลันชูคอไกวหาง ปรากฏตัวออกมากลางจักรวาลร้องคำรน ร่างยืดยาวมโหฬารนั้นบดบังธารดารา ปกคลุมฟ้าดารา

จักรวาลกว้างใหญ่ไพศาลคล้ายจะรับการพลิกตัวคราวนี้ของมันไว้ไม่ไหว!

เจินหลง!

ทุกคนสั่นสะท้านในจิตใจ

ความจริงแล้วนี่คือรูปจำลองอมตะที่แผ่กระจายออกมาจากร่างหลินสวิน เพียงแต่พลังเช่นนั้นสูงส่งและน่าหวาดหวั่นเกินไป ทำให้ทุกคนได้รับผลกระทบในจิตใจ

“นะ… นี่คืออะไร”

ไกลออกไปกองทัพสัตว์อสูรมารที่จู่โจมอย่างบ้าคลั่งอยู่ต่างตื่นตระหนก ต่อให้เป็นราชันอินทรีอสนีเขียว สีหน้าในตอนนี้ก็นิ่งขึงขึ้นมาแล้ว

“โฮก…!”

เจินหลงชูคอขึ้นฟ้าคำรามยาว

คลื่นมหามรรคชวนพรั่นพรึงแผ่กระจายออกมาจากปากหลินสวิน ชั่วพริบตาก็เปลี่ยนเป็นคลื่นน่าตกตะลึงแผ่ขยายม้วนตลบออกไป

ตูมโครม!

ก็เหมือนพายุแกร่งเกินต้าน ทุกที่ที่เสียงร้องคำรามน่ากลัวนั้นผ่านไป สัตว์อสูรมารตนแล้วตนเล่าระเบิดออกในชั่วพริบตา ฝนโลหิตสาดกระเซ็นเป็นน้ำตก

สิบจั้ง

ร้อยจั้ง

พันจั้ง

…จนกระทั่งถึงสามพันจั้ง กองทัพสัตว์อสูรที่เดิมโจมตีอยู่ภายใน ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ปีกสัตว์บกหรือภูตพฤกษา ไม่ว่าศักยภาพจะแข็งแกร่งหรืออ่อนแอ ต่างก็ถูกม้วนตลบ บดขยี้ ทำลาย และระเบิดกระจุย!

ชั่วพริบตาฟ้าดินสามพันจั้งก็ดุจดั่งภาพเขียนนองเลือดผืนหนึ่ง สิ่งที่ละเลงอยู่ด้านบนเต็มไปด้วยเลือดเนื้อของสัตว์อสูรมาร!

และนอกพื้นที่สามพันจั้ง กองทัพสัตว์อสูรมารร้องโหยหวนหวาดหวั่นเพราะได้รับบาดเจ็บสาหัส สัตว์อสูรมารบางตนเลือดกบปากจมูก จิตวิญญาณยุ่งเหยิง

บ้างก็ปีกหักสะบั้น ร่วงลงมาจากท้องฟ้า

สถานการณ์โกลาหลไปหมด

ต่อให้เป็นราชันอินทรีอสนีเขียวซึ่งสังเกตได้ถึงอันตรายและเริ่มป้องกันแต่แรก ยังถูกโจมตีอย่างน่ากลัวถึงที่สุด ร่างกายโคลงเคลงแทบล้ม เลือดออกหูจมูก ภาพตรงหน้าพร่าเลือน

ควรรู้ว่ามันเป็นถึงราชันอสูรมารที่บรรลุระดับอมตะเคราะห์ด่านสี่ตนหนึ่ง!

กลับมาดูฝั่งจักรวรรดิ ไม่ว่าจะเป็นพวกซ่งจวินกุยที่อยู่ในหอประตูเมือง หรือพลทหารจักรวรรดิที่ห้ำหั่นกับสัตว์อสูรนอกกำแพงเมือง

ล้วนไม่ได้รับความเสียหายสักนิด!

ก็เพราะเป็นเช่นนี้จึงทำให้พวกเขาเห็นภาพที่เรียกได้ว่าน่าประหวั่นพรั่นพรึง นองเลือด โลกาวินาศนี้ได้อย่างแจ่มชัด

ฟ้าดินรัศมีสามพันจั้ง นองเลือดดั่งภาพวาด หมื่นอสูรวอดวาย!

และนี่ เป็นเพียงอานุภาพที่เกิดขึ้นจากเสียงคำรามเจินหลงเสียงเดียวที่หลินสวินเปล่งออกมา

เหล่าลูกหลานตระกูลหลินอย่างพวกหลินเสวี่ยเฟิงต่างนิ่งอึ้ง ตกตะลึงอ้าปากค้างอยู่เช่นนั้น

แต่ก่อนพวกเขาก็รู้ว่าผู้นำตระกูลหลินของตนเป็นบุคคลระดับตำนานผู้หนึ่ง เคยเหยียบย่ำขุมอำนาจตระกูลทรงอิทธิพลชั้นสูงสองตระกูลด้วยตัวคนเดียว

เคยเข่นฆ่าจนนครต้องห้ามวุ่นวายยกใหญ่ในชั่วข้ามคืน!

แต่ถึงอย่างไรก็ไม่เคยเห็นกับตาตัวเอง ดังนั้นพวกเขาจึงไม่รู้ว่าผู้นำตระกูลแข็งแกร่งขนาดไหนกันแน่

ทว่าตอนนี้พวกเขาได้รู้แล้ว

เพียงการโจมตีเดียว ดุจดั่งโทสะแห่งทวยเทพบนสวรรค์ปลดปล่อยลงมาสู่โลกา!

พวกซ่งจวินกุยสีหน้าเหม่อลอย จิตใจเสียการควบคุม

ก่อนหน้านี้ตอนได้ยินว่าหลินสวินจะคลี่คลายภัยพิบัติอสูรตรงหน้าคนเดียวยังทำใจเชื่อได้ยาก แทบคิดว่าฟังผิดแล้ว

แต่ตอนนี้ พวกเขาคิดอยู่อย่างเดียวว่า…

นี่ยังเป็นคนอยู่ไหม!

พลทหารจักรวรรดิที่อยู่ไกลออกไปต่างออกห้ำหั่นด้วยจิตใจแน่วแน่ว่าต้องตาย แต่ยามเห็นภาพนี้เข้าก็อึ้งไป เหมือนกับได้เห็นปาฏิหาริย์มาเยือนโลก!

นี่ ก็คือพลานุภาพที่เกิดขึ้นจากการโจมตีเดียวของหลินสวิน

……

ไกลออกไปกองทัพสัตว์อสูรมารต่างหวาดผวา หวีดร้องด้วยความหวาดกลัว โกลาหลไปหมด

ราชันอินทรีอสนีเขียวสีหน้าหนักใจถึงที่สุด ร้องเสียงดังโดยไม่ลังเลว่า “ตั้งกระบวน!”

โครม!

เงาร่างสิบแปดร่างกระโจนออกมาจากด้านหลังของกองทัพสัตว์อสูรมาร มีแร้งปีกดำกรงเล็บขาว มีงูเหลือมโลหิตตัวใหญ่ราวภูเขา มีเถาวัลย์ยักษ์ที่มีหนวดสัมผัสนับไม่ถ้วน มี…

แต่ละตัวต่างมีศักยภาพระดับราชัน น่าหวาดหวั่นไม่มีที่สิ้นสุด

เมื่อพวกมันปรากฏตัวออกมา ต่างเรียกธงเล็กสีเลือดธงหนึ่งออกมา สร้างเป็นกระบวนค่ายกลใหญ่อันแปลกประหลาด ดุดันและนองเลือดกระบวนหนึ่งทันที

ในกระบวนค่ายกลใหญ่ ลมทะมึนคำรามกราดเกรี้ยว เงาร่างสีเลือดที่สูงเต็มพันจั้งร่างหนึ่งอุบัติขึ้น สูงใหญ่คับฟ้าดิน โอฬารดุร้าย ประหนึ่งเทพมารจากนรกโลหิตมาเยือนโลก ความยิ่งใหญ่ของกลิ่นอายที่แผ่ออกมาทำให้ฟ้าดินสั่นสะท้าน

“ฆ่า!”

ราชันอินทรีอสนีเขียวตะคอกลั่น

สิ่งนี้คือไพ่ตายของพวกเขา นามว่า ‘ค่ายกลเงาโลหิตนรกเทพ’ มีราชันอสูรมารสิบแปดตนควบคุม อานุภาพน่าสะพรึงกลัวไร้สิ้นสุด

ต่อให้เป็นผู้แข็งแกร่งระดับอมตะเคราะห์ด่านแปดยังต้านทานได้ยาก!

สาเหตุก็เพราะค่ายกลนี้ไม่ธรรมดาอย่างยิ่ง เป็นสิ่งที่สร้างขึ้นจากการเรียกดวงวิญญาณทารกชายหญิงแสนดวง พลังมหามรรคที่สลักอยู่ภายในค่ายกลใหญ่สามารถเชื่อมต่อกับไอขุมโลหิตวิญญาณร้าย เกิดเป็นพลังชั่วร้ายที่สามารถทำลายโลกได้

หากพินิจดูก็จะพบว่าเงาร่างสีเลือดสูงพันจั้งนั้น ริ้วเลือดแต่ละเส้นล้วนมีลักษณะเหมือนเด็กทารกคนหนึ่ง ทว่าใบหน้าต่างดูดุร้ายและกระหายเลือดหาใดเทียบ

ทันทีที่ค่ายกลนี้สำแดงออกมา ฟ้าดินก็มีสีเลือดแปลกประหลาด พลทหารจักรวรรดิไกลออกไปต่างหนาวยะเยือกไปทั้งตัว เกิดความหวาดกลัวขึ้นในใจ

พลังนี้ชั่วร้ายเกินไปแล้ว!

“บ้าเอ๊ย นี่มัน…”

พวกซ่งจวินกุยก็หน้าเปลี่ยนสีตามไปด้วย พวกเขาต่างดูออกว่าค่ายกลใหญ่ที่ราชันอสูรมารเหล่านั้นใช้กระหายเลือดและอำมหิตแค่ไหน

“มารร้ายนอกรีต ต้องฆ่าทิ้งให้หมด!”

ดวงตาดำของหลินสวินเย็นเยียบ ในใจกรุ่นโกรธ ด้วยสายตาของเขา จะมองความลับที่ของค่ายกลใหญ่อันชั่วช้านี้ไม่ออกได้อย่างไร

ตูม!

ไกลออกไปเงาร่างสีเลือดสูงพันจั้งเหยียบย่างอากาศออกมาดุจดั่งเทพอธรรม คลื่นสีโลหิตซัดสาดหลั่งไหลคล้ายจะท่วมฟ้าดินแห่งนี้จนมิด

เมื่อเทียบกันแล้ว หอประตูเมืองที่สูงเพียงร้อยจั้งดูเล็กจ้อยยิ่งนัก ราวกับครู่ต่อมาก็จะถูกแสงโลหิตปั่นป่วนนั้นกลบมิด

“โอม!”

ก็ในตอนนี้เอง อานุภาพของหลินสวินเปลี่ยนไปทันใด รูปลักษณ์งดงามน่าเกรงขาม ทั้งร่างแผ่แสงพุทธอันเป็นอมตะออกมา

พอเขายื่นมือออกไปข้างหนึ่ง

กลางฟ้าดินก็มีดอกบัวมากมายผุดขึ้นอย่างรวดเร็ว เพลิงพุทธลุกโชนเป็นสีทองแจ่มจรัส ส่องสว่างกลางฟ้าดินอย่างยิ่งใหญ่

ดอกบัวนับร้อยนับพัน อัคคีอันไร้สิ้นสุด ประหนึ่งจะแผดเผาโลกา!

นี่ ก็คือวิชาลับมรดกในคัมภีร์มหาครรภ์จุติ… เพลิงบาปพุทธพิโรธ!

ครืน!

ท่ามกลางเสียงสวดท่องธรรมที่ถาโถม แสงพุทธเจิดจ้าสาดส่องภูผาธารา ก็เห็นว่าสีเลือดเต็มฟ้านั้นถูกเผาจนสิ้น

เงาร่างสีเลือดสูงพันจั้งที่พุ่งออกมาจากห้วงอากาศนั้น ก็ถูกเพลิงดอกบัวดอกแล้วดอกเล่าแผดเผา ล้วนไม่สามารถสำแดงอานุภาพดุร้ายได้โดยสิ้นเชิง แปรสภาพเป็นเถ้าธุลีปลิดปลิวลอยว่อน…

——

Related

Battling Records of the Chosen One

Battling Records of the Chosen One

BRCO, Tian Jiao Zhan Ji, 天骄战纪
Score 8
Status: Ongoing Type: Author: , Released: 2016 Native Language: Chinese
ณ มหาทวีปชางถูอันกว้างใหญ่ไพศาล มีเซียนอมตะผู้อยู่เหนือสวรรค์ชั้นฟ้า มีเทพมารบรรพกาลผู้ควบคุมโลกันต์ ก่อเกิดเป็นตำนานอันรุ่งโรจน์ไม่รู้จบบนหน้าประวัติศาสตร์ ในโลกใบเดียวกันนั้น เด็กชายนามว่าหลินสวินจำต้องอาศัยการฝึกปราณและการจารึกรอยสลักวิญญาณ บากบั่นมุ่งหน้าไปบนหนทางสู่ความเป็นหนึ่งแต่เพียงลำพัง หลินสวินเป็นผู้เดียวที่หนีรอดมาได้จากคุกใต้เหมือง ที่ที่เขาถูกเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ เขาไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองเป็นใคร ยกเว้นเพียงความจริงไม่กี่อย่างที่ท่านลู่ ผู้อุปการะของเขาเป็นคนเล่าให้ฟัง ด้วยเครื่องมือวิญญาณโบราณสองอย่างที่ท่านลู่มอบไว้ให้ก่อนคุกใต้เหมืองจะถล่ม หลินสวินเริ่มออกเดินทางสู่จักรวรรดิจื่อเย่า เพื่อค้นหาว่าเพราะเหตุใดชีพจรวิญญาณของเขาจึงถูกพรากไป และใครที่เป็นคนสังหารครอบครัวของเขา จนทำให้เด็กชายต้องโดดเดี่ยวอ้างว้างอย่างที่เป็นอยู่นี้ แม้ภายนอกจะเป็นเพียงเด็กชายตัวผอมแห้งอายุสิบสองสิบสามที่ดูไร้พิษสง แต่ภายในนั้นเด็ดขาดและไร้ความปราณีเป็นที่สุด ท่านลู่เปรียบเสมือนแสงแดดอุ่นที่คอยสอนไม่ให้หลินสวินหยุดเรียนรู้และสอนวิชาเอาตัวรอดให้เขา ในทางกลับกัน ทหารยามและนักโทษทั้งหลายทำให้เขารู้จักว่าความดำมืดที่แท้จริงเป็นเช่นไร และมนุษย์คนหนึ่งจะชั่วช้าได้สักแค่ไหน… In the vast and boundless continent Cangtu, there were ancient sects governing the Ten Old Domains, unworldly immortal clans beyond the Blue Sky, and primordial demon gods dominating the dark abyss that together created a great number of brilliant stories over the long course of the history. In this very world, there was a boy, named Lin Xun, who embarked on his journey to the pinnacle of strength alone through cultivation and spiritual tattoo inscribing. Escaping alone from the Mine Prison where he had been living since he was adopted by Master Lu, Lin Xun knew nothing about his identity but the little information his adopter, Master Lu, had told him. With two ancient spiritual tools Master Lu gave to him before the destruction of the Mine Prison, Lin Xun started his journey to Ziyao Empire, where he is supposed to find out the truth of his lost Spiritual Vessel and the person who slaughtered his family, leaving him orphaned. Will he be able to unlock the mysteries of the two magic treasures, unveil the secrets of his identity and create a legend of his own?

Comment

Options

not work with dark mode
Reset