Battling Records of the Chosen One บันทึกศึกผู้กล้าท้าสวรรค์ – ตอนที่ 1460 โกรธในความอยุติธรรม

หลินสวินมองทุกอย่างนี้ด้วยสายตาเย็นชา

เพราะกลิ่นอายบนตัวจ้าวหยวนจี๋กับตำหนักเก่าแก่นี้เกิดสัมพันธ์ที่ร้องรับกันโดยเฉพาะ ดังนั้นจึงทำให้เขาตกเป็นเป้าหมายของผู้อื่น

ไม่ว่าจะเป็นค่ายพ่อมดเถื่อนหรือพันธมิตรหมื่นเผ่า รวมถึงสิ่งมีชีวิตน่าสะพรึงเหล่านั้นที่อาศัยอยู่ในป่าต้นหม่อน ต่างไม่ยอมปล่อยจ้าวหยวนจี๋รอดชีวิตเข้าไปในตำหนักเก่าแก่แห่งนั้น

ดังนั้นถึงได้เกิดศึกกึ่งจักรพรรดิดุเดือดหาใดเปรียบเมื่อครู่ขึ้นมา

และยามนี้การมาของหลินสวินแม้ทำให้พวกจ้าวหยวนจี๋คว้าทางรอดเสี้ยวหนึ่งมาได้ แต่ขณะเดียวกันก็เรียกความระแวดระวังของสิ่งมีชีวิตน่าสะพรึงเหล่านั้นที่แต่เดิมเฝ้าดูด้วยสายตาเย็นชาอยู่ไกลๆ ขึ้นมาด้วย

ในความคิดของพวกเขา หลังจากมีหลินสวินและตัวดุร้ายน่าสะพรึงเจ็ดตัวนั้นเข้าร่วมด้วย พลังของพวกจ้าวหยวนจี๋ก็พุ่งทะยานอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

ทันทีที่จ้าวหยวนจี๋เลือกเข้าสู่ตำหนักนั่น ไม่ว่าค่ายพ่อมดเถื่อนหรือพันธมิตรหมื่นเผ่า รวมถึงสิ่งมีชีวิตน่าสะพรึงเหล่านั้นที่อาศัยอยู่ที่นี่ ไม่ว่าขุมอำนาจใดก็ไม่อาจต้านทานพวกจ้าวหยวนจี๋ได้

นี่เป็นภัยคุกคามที่ไม่ว่าใครก็ไม่อาจมองข้าม!

และเพราะเป็นเช่นนี้ เวลานี้สิ่งมีชีวิตน่าสะพรึงที่เผ้าดูอยู่ข้างๆ มาโดยตลอดพวกนั้นจึงไม่สามารถอดกลั้นได้อีก เลือกจะร่วมมือกับพวกอูจิ่วฉง หมายจะร่วมกันต่อกรพวกจ้าวหยวนจี๋

นี่ก็คือสาเหตุที่ก่อให้เกิดเหตุการณ์ตรงหน้านี้ขึ้น

หลินสวินมองออกแล้ว พวกจ้าวหยวนจี๋ก็มองออกเช่นกัน ในใจอดหนักอึ้งไม่ได้ รับรู้ได้ว่าเมื่อเทียบกับเมื่อครู่สถานการณ์กลับยิ่งย่ำแย่มากขึ้น

บรรยากาศในลานอึมครึม คลื่นลมกำลังจะมา

สิ่งมีชีวิตน่าสะพรึงเดินออกมาตัวแล้วตัวเล่า ก็เหมือนภัยคุกคามครั้งแล้วครั้งเล่าปรากฏขึ้น ทำให้หลินสวินอดขมวดคิ้วไม่ได้ กำป้ายคำสั่งอันนั้นที่เฒ่าโดดเดี่ยวมอบให้ไว้กลางฝ่ามือ

“จ้าวหยวนจี๋ ข้าจะให้โอกาสเจ้าสักครั้ง ขอเพียงเจ้าถอยออกไป พวกข้าย่อมไม่สร้างความลำบากให้พวกเจ้าแน่นอน”

อูจิ่วฉงเอ่ยปากเสียงเข้ม ดังก้องทั่วลาน

การห้ำหั่นกับกึ่งจักรพรรดิกลุ่มหนึ่ง ต้องจ่ายค่าตอบแทนมหาศาลเช่นกัน หากไม่แน่ใจว่าจะชนะย่อมไม่มีใครเอาชีวิตมาเดิมพัน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้ข้างกายจ้าวหยวนจี๋ยังมีหลินสวิน รวมถึงตัวดุร้ายที่พลังต่อสู้น่าสะพรึงอย่างที่สุดเจ็ดตัวด้วย

“ถูกต้อง ขอเพียงเจ้าถอยออกไปคนเดียวก็พอ คนอื่นๆ จะเข้ามาด้วย พวกข้าก็ไม่สนใจแต่อย่างใด”

จวี้เทียนสิงเอ่ยปากเสียงกังวาน ใบหน้าของเขาดุจชายหนุ่มหล่อเหลา บุคลิกสง่าผ่าเผย

“เหลวไหล คิดจริงๆ หรือว่าหลังจากหาพรรคพวกได้แล้วก็จะชี้นิ้วสั่งการอย่างกำแหงได้”

ไม่รอให้จ้าวหยวนจี๋เอ่ยปาก หลินสวินก็ส่งเสียงแค่นหัวเราะออกมา

“สารเลว! ที่นี่มีพื้นที่ให้ไอ้กระจอกอย่างเจ้าปริปากอย่างนั้นเรอะ!”

อูจิ่วฉงสีหน้าขรึมเคร่ง ตวาดเสียงดัง

“เดรัจฉานเฒ่า กล้าออกมาสู้กันสักยกหรือไม่”

หลินสวินสาวเท้าก้าวมาข้างหน้า ทันใดนั้นที่ด้านหลังเขา ตัวดุร้ายน่าสะพรึงเจ็ดตัวนั้นก็ขยับพร้อมกัน

ภาพเช่นนี้อูจิ่วฉงมองจนหนังตากระตุก สีหน้ามืดทะมึนลง

เขาเป็นถึงกึ่งจักรพรรดิคนหนึ่ง!

ที่ผ่านมามดปลวกตัวจ้อยเช่นนี้กล้ากระโดดโลดเต้นต่อหน้าเขา ป่านนี้คงถูกเขาตบตายในฝ่ามือเดียวไปนานแล้ว แต่ตอนนี้…

เขากลับได้แต่อดทนอย่างอดสู

“จิ้งจอกแอบอ้างบารมีเสือ ทำเป็นแต่พึ่งกำลังภายนอก ระวังจิตมรรคไม่เสถียร!”

อูจิ่วฉงกล่าวเสียงเย็นชา

“เหอะๆ”

หลินสวินส่งเสียงเย้ยหยัน “ลองดูไอ้แก่อย่างพวกเจ้าสิ ไม่ใช่หาพรรคหาพวก ยืมอานุภาพคนหมู่มากมากดดันผู้อื่นอยู่หรอกหรือ เจ้ายังมีหน้าพูดจาเช่นนี้ออกมา ไม่รู้สึกไร้ยางอาจบ้างหรือ”

“เจ้า…”

ไอสังหารพวยพุ่งกลางนัยน์ตาอูจิ่วฉง

กึ่งจักรพรรดิคนหนึ่งปรากฏไอสังหาร สภาพดินฟ้าอากาศยังถูกลากมาเกี่ยวข้องด้วย

ตูม!

แต่ไม่รอให้พลังที่ไอสังหารระดับนี้ชักนำมากดดันลงบนตัวหลินสวิน ก็ถูกสลายไปอย่างไร้รูป ทำให้หลินสวินปลอดภัยเป็นปกติดี

สิ่งนี้ทำเอาอูจิ่วฉงอัดอั้นจนแทบกระอักเลือด

กึ่งจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ เวลานี้กลับจนปัญญาไม่อาจแตะต้องมดปลวกที่ไม่เด่นสะดุดตาตัวหนึ่ง รสชาตินี้ช่างทรมานเกินไปแล้วแท้ๆ

เมื่อเห็นเช่นนี้หลินสวินก็อดแค่นหัวเราะออกมาไม่ได้ ทำหน้าดูถูกเหยียดหยาม

หากเป็นก่อนหน้านี้เขาย่อมไม่กล้ามองเหยียดกึ่งจักรพรรดิคนหนึ่งเช่นนี้ แต่ตอนนี้เขาย่อมไม่หวั่นเกรงอยู่แล้ว

อีกทั้งไม่เพียงข้างกายมีตัวดุร้ายเจ็ดตัว ในมือเขายังมีไพ่เด็ดอยู่ส่วนหนึ่ง ย่อมไม่กลัวว่าเรื่องราวจะบานปลายไปกันใหญ่สักนิด

อีกอย่างเหตุที่ชิงพูดก่อนที่จ้าวหยวนจี๋จะเอ่ยปาก ก็เพราะห่วงว่าจ้าวหยวนจี๋จะตกปากรับคำยอมถอนตัวออกจากการช่วงชิงครั้งนี้

หากเป็นเช่นนั้นหลินสวินไม่มีทางรับได้

นี่ก็คือความโกรธในความอยุติธรรม!

ทุกคนล้วนมาเพื่อช่วงชิงจุดเปลี่ยนใหญ่ทั้งสิ้น แล้วเหตุใดถึงต้องถูกคนอื่นข่มขู่บีบให้ถอนตัวด้วยเล่า

“เฮอะ! ไอ้หนุ่ม อาศัยแค่พลังข้างตัวเจ้าพวกนั้นไม่อาจต้านพวกข้าได้ ขอเตือนเจ้าให้หุบปากเป็นดีที่สุด หาไม่อีกเดี๋ยวคนที่จะตายเป็นคนแรกก็คือพวกที่เหมือนเศษหญ้าอย่างเจ้า”

ทันใดนั้นดอกไม้แปลกประหลาดต้นหนึ่งก็พุ่งแหวกอากาศขึ้นมาปรากฏตัวกลางลาน กลีบดอกไม้แวววาว ละอองแสงที่สาดพรมออกมากลายเป็นปราณกระบี่ขุ่นมัวมหาศาล กลิ่นอายน่าตกใจ

พวกอูจิ่วฉงไม่มีใครไม่ใจสั่น เห็นได้ชัดว่าออกจะเกรงกลัวดอกอสูรมารต้นนี้ แต่จากนั้นก็เผยอาการยินดีทันที

มีดอกอสูรมารต้นนี้ลงมือ การสังหารจ้าวหยวนจี๋ก็ยิ่งมีความมั่นใจมากขึ้น!

และเวลานี้นัยน์ตาพวกจ้าวหยวนจี๋เองก็หดรัดลง สีหน้าเข้มขรึม เห็นได้ชัดว่าต่างรู้ดีว่าฝีมือของดอกอสูรมารนี้น่าสะพรึงถึงขีดสุด

‘นี่คือดอกกระบี่พันปีก สายพันธุ์ประหลาดเก่าแก่ที่เติบโตตามธรรมชาติต้นหนึ่ง มีชื่อเสียงมาตั้งแต่สมัยบรรพกาล ขาดแค่จุดเปลี่ยนเดียวก็สามารถก้าวสู่ระดับจักรพรรดิ พลังต่อสู้น่ากลัวอย่างที่สุด เป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่ไม่อาจท้าทายมากที่สุดในป่าต้นหม่อน’

เสียงสื่อจิตของจ้าวไท่ไหลดังขึ้นในหูหลินสวิน

นัยน์ตาดำของหลินสวินหรี่ลง กลับกล่าวแค่นหัวเราะ “ดอกไม้เน่าที่คุยโวไม่อายปากต้นหนึ่งยังกล้าหัวเราะเยาะข้าว่าเป็นเศษหญ้า เจ้าไปเอาความกล้ามาจากไหน”

บรรดากึ่งจักรพรรดิล้วนตกตะลึง แทบไม่กล้าเชื่อหูตัวเอง

ทอดสายตาตั้งแต่อดีตจนบัดนี้ สำรวจในใต้หล้า แม้แต่กึ่งจักรพรรดิยังไม่กล้าลบหลู่ดอกกระบี่พันปีกเช่นนี้เลย แต่ตอนนี้พวกเขาได้ยินอะไร ชายหนุ่มที่ยังไม่ขึ้นเป็นอริยะคนหนึ่งกำลังด่าทอดอกกระบี่พันปีก!

ฉับพลันนั้นทั่วลานเงียบกริบ

ดอกกระบี่พันปีกส่ายไหว ปราณกระบี่ทั่วร่างไหลเวียนส่งเสียงดังชิ้งๆ คล้ายกับบันดาลโทสะ ไอสังหารมรรคกระบี่น่าสะพรึงสายหนึ่งสะเทือนเก้าสวรรค์

ในเวลาเดียวกันหัวใจที่มีรูพรุนดวงนั้นพลันโผล่อยู่เหนือตัวหลินสวิน สาดพลังไร้รูปลงมาปกป้องเขาไว้ภายในนั้น

ปึงๆๆ!

เบื้องหน้าหลินสวินห้วงอากาศถูกอานุภาพไร้รูปของกึ่งจักรพรรดิฉีกทึ้ง แต่จุดที่หลินสวินยืนอยู่ราบเรียบไร้คลื่นลม

ทุกคนล้วนสะท้านสะเทือน แม้แต่อานุภาพของดอกกระบี่พันปีกก็ยังถูกสกัดเอาไว้! หัวใจที่สภาพยับเยินดูไม่ได้ดวงนั้น หรือจะมาจากพวกระดับจักรพรรดิคนหนึ่งอย่างนั้นหรือ

“ดอกไม้เน่า” หลินสวินยิ้มเยาะ

เหนือคาด ดอกกระบี่พันปีกเปลี่ยนเป็นสงบลง เสียงเยียบเย็นและต่ำลึกกล่าวว่า “ครั้งนี้ เจ้าหนีไม่รอดหรอก”

ตึง!

กลางฟ้าดินพลันสั่นสะเทือน ก็เห็นวัวขาวที่เส้นขนสีขาวหิมะ ทั่วร่างล้วนอาบไล้อยู่ท่ามกลางแสงประกายอริยะเทพแหวกอากาศออกมา

บนหลังวัวขาวมีเด็กในชุดหลากสีที่บนหัวมีใบบัวสีเลือดก้านหนึ่งนั่งอยู่ ดวงหน้าละอ่อน แต่นัยน์ตากลับคละคลุ้งด้วยกลิ่นอายน่าสะพรึงดุดัน สยดสยองหาใดเปรียบ

เขาบังคับวัวขาวมาถึงกลางลาน กวาดสายตามองกลุ่มคนคราหนึ่งแล้วกล่าวไม่สบอารมณ์ว่า “จุดเปลี่ยนใหญ่มาถึงแล้ว พวกเจ้ากลับต่อล้อต่อเถียงกันให้เสียเวลา ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการปะทะคารมกับเจ้ากระจอกที่ยังไม่บรรลุมรรคคนหนึ่ง ไม่รู้สึกเสื่อมเกียรติบ้างหรือ”

เด็กน้อยคนหนึ่งกลับนั่งบนหลังวัวขาวตำหนิว่ากล่าวกึ่งจักรพรรดิพวกนั้น แต่ที่น่าทึ่งคือไม่ว่าจะเป็นอูจิ่วฉงหรือดอกกระบี่พันปีกล้วนไม่โต้แย้ง ยังคงรักษาอาการนิ่งเงียบต่อไป

ทว่าสีหน้าจ้าวหยวนจี๋เปลี่ยนไปเล็กน้อย ทั่วร่างพลันหดเกร็งขึ้นมา

“เหตุใดถึงเป็นเขา…”

หว่างคิ้วเจ้าสำนักมฤคมรกตปรากฏแววอึมครึม

‘บรรพจารย์บัวโลหิต! เจ้าหมอนี่เป็นถึงพวกน่าสะพรึงถึงขีดสุดคนหนึ่ง ร่างเดิมของเขาเป็นบัวโลหิตที่เกิดในแดนแรกกำเนิดแห่งนี้ ในกาลเวลาไร้สิ้นสุดก่อนหน้านี้ได้ตื่นรู้ตื่นและแจ้งมรรค ดูลักษณะคล้ายกับเด็กน้อยคนหนึ่ง แต่ความจริงมือเปื้อนเลือดอย่างที่สุด ฆ่าคนไม่กะพริบตา เลือดเย็นสุดขีด!’

จ้าวไท่ไหลระงับอาการใจเต้นสั่นสื่อจิตบอกหลินสวิน ‘ต่อให้ไม่บาดเจ็บ ข้าร่วมมือกับพวกเสด็จพี่ถึงจะสามารถต้านบรรพจารย์บัวโลหิตนี่ได้ แต่ตอนนี้… เฮ้อ!’

กล่าวถึงตอนท้ายก็อดทอดถอนใจไม่ได้ สีหน้าวูบไหวไม่นิ่ง

เด็กชายชุดหลากสีที่มีใบบัวโลหิตเหนือศีรษะและขี่วัวขาวคนหนึ่ง กลับเป็นอสูรมารเก่าแก่ที่มือเปื้อนเลือด พลังยิ่งใหญ่ สิ่งนี้ทำให้หลินสวินรู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง

“เลิกพูดเหลวไหวได้แล้ว เริ่มต่อสู้กันดีกว่า บุกขึ้นไปพิฆาตพวกเขาพร้อมกัน!”

บนวัวขาวเด็กชายกอดอก สายตาเลือดเย็น

ทันใดนั้นบรรยากาศในลานพลันตึงเครียดกดดัน

เมื่อประโยคนี้สิ้นสุด พวกกึ่งจักรพรรดิเกือบยี่สิบคนอย่างดอกกระบี่พันปีก อูจิ่วฉง จวี้เทียนสิงต่างเผยไอสังหารเย็นเยียบออกมา

ตูม!

บนเวิ้งฟ้าเมฆลมเปลี่ยนสี สิบทิศสั่นสะเทือน ฟ้าดินแถบนี้คล้ายไม่อาจแบกรับไอสังหารน่าสะพรึงของบรรดากึ่งจักรพรรดิไว้ได้ ครวญคร่ำไม่สิ้นสุด

ยิ่งมีลักษณ์ต่างๆ ปรากฏขึ้นกลางฟ้าดิน มีสายฟ้าฟาดผ่า ลมไฟไหลทะลวง มีดาราร่วงโรย ภูผาธารามอดไหม้…

แค่ภาพระดับนั้นก็เหมือนพิบัติเคราะห์วันสิ้นโลกกำลังมาเยือน

“ช่างเถิด ข้าถอนตัวจากการช่วงชิงครั้งนี้ก็สิ้นเรื่อง”

จู่ๆ จ้าวหยวนจี๋ก็ถอนหายใจยาวออกมา สีหน้าฉายแววอ้างว้างอย่างบอกไม่ถูก ภายในใจยิ่งปรากฏความรู้สึกคับข้องใจอยู่ลึกๆ

จุดเปลี่ยนใหญ่ครั้งนี้เขาเฝ้ารอมาเนิ่นนาน วางแผนมาแสนนาน!

แต่สุดท้ายยังไม่ทันได้เห็นจุดเปลี่ยนใหญ่นี้ กลับจำต้องเลือกละทิ้งอย่างเสียไม่ได้ รสชาตินี้ช่างฝืนใจเหลือเกิน!

แต่เทียบกับจุดเปลี่ยนใหญ่ครั้งหนึ่ง เขายินดีเลือกถอนตัวเพื่อรักษาชีวิตทุกคนเอาไว้มากกว่า

ไกลออกไปพวกอูจิ่วฉงต่างอดส่งเสียงแค่นหัวเราะออกมาไม่ได้ นี่ก็คือกระแสของสถานการณ์ เจ้า จ้าวหยวนจี๋ไม่ยอมก้มหัวเห็นทีจะไม่ได้!

“รู้ว่าจะเป็นเช่นนี้แต่แรก เมื่อครู่ไยต้องเอะอะให้วุ่นวายเช่นนั้นด้วย” จวี้เทียนสิงเอ่ยปากเนิบนาบ แต่คำพูดกลับเจือแววเยาะเย้ย

“เสด็จพี่! เหตุใดถึงยอมแพ้”

จ้าวไท่ไหลโกรธจนถลึงตาโต

เจ้าสำนักมฤคมรกตทอดถอนใจยาว จักรพรรดินีกลับเผยสีหน้าขื่นขม

เดิมทีหลินสวินวางแผนจะใช้ป้ายคำสั่งที่เฒ่าโดดเดี่ยวมอบให้ อีกทั้งหากจวนตัวจริงๆ ถึงขั้นที่แม้แต่ตัวดุร้ายเจ็ดตัวที่อยู่ข้างหลังยังไม่อาจพิทักษ์ตนได้ เขาย่อมไม่ลังเลที่จะเชิญไม้เด็ดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของตนออกมาอยู่แล้ว

แต่ใครเลยจะคาดคิด จ้าวหยวนจี๋กลับบอกว่าจะยอมถอย

เวลานี้มองเห็นสีหน้ากึ่งจักรพรรดิแต่ละคนที่อยู่ไกลๆ เห็นท่าทางกำชัยอยู่ในมือของพวกเขา ในใจหลินสวินก็มีความรู้สึกอัดอั้นอย่างบอกไม่ถูกล้นละทักออกมา

“อยากถอนตัวงั้นรึ”

ทันใดนั้นบรรพจารย์บัวโลหิตที่ขี่บนหลังวัวขาวก็ส่งเสียงเย็นชาออกมา “ง่ายมาก เจ้าจัดการตัวเองซะ พวกข้าย่อมไม่ถือสาเอาความพวกเจ้าอีก”

ประโยคเดียวทำให้บรรยากาศตึงเครียดขึ้นมาอีก

สีหน้าจ้าวหยวนจี๋มืดทะมึน นัยน์ตามีลำแสงเทพพวยพุ่ง เห็นได้ชัดว่าเดือดดาลสุดขีด กำลังระงับไว้สุดกำลัง

“ไม่ได้!”

จ้าวไท่ไหล จักรพรรดินี เจ้าสำนักมฤคมรกตต่างเปลี่ยนทีท่า ส่งเสียงห้ามปราม

และฟันของหลินสวินก็ถูกขบด้วยความเคียดแค้น ยอมถอยแล้วอย่างไรเล่า คนอื่นรังแต่ได้คืบจะเอาศอก!

นัยน์ตาดำของเขาวาบประกายเย็นเยียบ กำลังตั้งท่าบีบป้ายคำสั่งในมือให้แหลก แต่เวลานี้เองแสงเลือดงดงามแถบหนึ่งพลันพุ่งมาจากที่ไกลๆ ราวกับครอบฟ้าคลุมดิน

พลานุภาพน่าทึ่ง ทำเอากึ่งจักรพรรดิทั่วลานอดเหลือบมองไม่ได้!

…………..

Battling Records of the Chosen One

Battling Records of the Chosen One

BRCO, Tian Jiao Zhan Ji, 天骄战纪
Score 8
Status: Ongoing Type: Author: , Released: 2016 Native Language: Chinese
ณ มหาทวีปชางถูอันกว้างใหญ่ไพศาล มีเซียนอมตะผู้อยู่เหนือสวรรค์ชั้นฟ้า มีเทพมารบรรพกาลผู้ควบคุมโลกันต์ ก่อเกิดเป็นตำนานอันรุ่งโรจน์ไม่รู้จบบนหน้าประวัติศาสตร์ ในโลกใบเดียวกันนั้น เด็กชายนามว่าหลินสวินจำต้องอาศัยการฝึกปราณและการจารึกรอยสลักวิญญาณ บากบั่นมุ่งหน้าไปบนหนทางสู่ความเป็นหนึ่งแต่เพียงลำพัง หลินสวินเป็นผู้เดียวที่หนีรอดมาได้จากคุกใต้เหมือง ที่ที่เขาถูกเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ เขาไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองเป็นใคร ยกเว้นเพียงความจริงไม่กี่อย่างที่ท่านลู่ ผู้อุปการะของเขาเป็นคนเล่าให้ฟัง ด้วยเครื่องมือวิญญาณโบราณสองอย่างที่ท่านลู่มอบไว้ให้ก่อนคุกใต้เหมืองจะถล่ม หลินสวินเริ่มออกเดินทางสู่จักรวรรดิจื่อเย่า เพื่อค้นหาว่าเพราะเหตุใดชีพจรวิญญาณของเขาจึงถูกพรากไป และใครที่เป็นคนสังหารครอบครัวของเขา จนทำให้เด็กชายต้องโดดเดี่ยวอ้างว้างอย่างที่เป็นอยู่นี้ แม้ภายนอกจะเป็นเพียงเด็กชายตัวผอมแห้งอายุสิบสองสิบสามที่ดูไร้พิษสง แต่ภายในนั้นเด็ดขาดและไร้ความปราณีเป็นที่สุด ท่านลู่เปรียบเสมือนแสงแดดอุ่นที่คอยสอนไม่ให้หลินสวินหยุดเรียนรู้และสอนวิชาเอาตัวรอดให้เขา ในทางกลับกัน ทหารยามและนักโทษทั้งหลายทำให้เขารู้จักว่าความดำมืดที่แท้จริงเป็นเช่นไร และมนุษย์คนหนึ่งจะชั่วช้าได้สักแค่ไหน… In the vast and boundless continent Cangtu, there were ancient sects governing the Ten Old Domains, unworldly immortal clans beyond the Blue Sky, and primordial demon gods dominating the dark abyss that together created a great number of brilliant stories over the long course of the history. In this very world, there was a boy, named Lin Xun, who embarked on his journey to the pinnacle of strength alone through cultivation and spiritual tattoo inscribing. Escaping alone from the Mine Prison where he had been living since he was adopted by Master Lu, Lin Xun knew nothing about his identity but the little information his adopter, Master Lu, had told him. With two ancient spiritual tools Master Lu gave to him before the destruction of the Mine Prison, Lin Xun started his journey to Ziyao Empire, where he is supposed to find out the truth of his lost Spiritual Vessel and the person who slaughtered his family, leaving him orphaned. Will he be able to unlock the mysteries of the two magic treasures, unveil the secrets of his identity and create a legend of his own?

Comment

Options

not work with dark mode
Reset