Battling Records of the Chosen One บันทึกศึกผู้กล้าท้าสวรรค์ – ตอนที่ 1514 การลอบฆ่าอันพิสดาร

ที่นี่เป็นโลกลี้ลับแห่งหนึ่ง!

นี่ก็คือข้อสรุปที่จ้าวจิ่งเซวียนคิดได้

เพียงแต่ที่ทำให้นางไม่สบายใจที่สุดก็คือนางเสาะหามานานแล้ว กลับไม่อาจหาเจอว่าทางออกอยู่ที่ไหน หากออกจากที่นี่ไม่ได้ จะไม่ถูกขังในนี้ไปตลอดหรือ

สิ่งเดียวที่ทำให้จ้าวจิ่งเซวียนใจชื้นได้เล็กน้อยก็คือ การฝึกปราณที่นี่ รับรู้ได้ถึงกลิ่นอายมหามรรคที่พัดเข้ามา

แจ่มชัดปานนั้น เหมือนจริงปานนั้น ราวกับใช้มือสัมผัสได้!

สุดท้ายจ้าวจิ่งเซวียนก็ทอดถอนใจในใจ สลัดความคิดยุ่งเหยิงในสมองทิ้งไป แล้วกลับสู่การนั่งสมาธิอีกครั้ง

……

บรรยากาศในป่าหลอมจิตช่วงนี้ชอบกลนัก

นี่เป็นข้อสรุปที่ผู้แข็งแกร่งโลกมารโลหิตมากมายสรุปออกมา

บุคคลขอบเขตมกุฎของดินแดนรกร้างโบราณนามหลินสวินรอดชีวิตได้อย่างปาฏิหาริย์ถึงตอนนี้ จวบจนปัจจุบันยังไม่ถูกฆ่า เรื่องนี้ย่อมดูผิดปกติ

“จะหนึ่งเดือนแล้ว ไม่มีการเคลื่อนไหวสักนิดเสียอย่างนั้น ประหลาด”

“อริยะหลายคนยังฆ่าแพะสองขาตัวเดียวไม่ได้หรือ”

“คุณชายเซวี่ยชิงอีสั่งการลงมาว่าให้กำจัดศัตรูทั้งหมดในโลกมารโลหิตให้สิ้นซากภายในสามเดือน แต่เห็นได้ชัดว่าหลินสวินนั่นมันกระดูกเหล็ก ก็ต้องดูว่าใครจะฆ่ามันได้แล้ว”

หลังจากเล่อเซวี่ยซิวเข้ามาในป่าหลอมจิต เขาได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมายตลอดทาง ล้วนเกี่ยวข้องกับผู้แข็งแกร่งจากดินแดนรกร้างโบราณนามว่าหลินสวินคนนี้ทั้งนั้น

แต่เขาไม่ได้ใส่ใจ

เขามาคราวนี้เพียงแต่ต้องการรับเล่อมู่จิ้นไปเท่านั้น

ส่วนแพะสองขาที่ยังไม่บรรลุอริยะคนหนึ่ง ยังไม่ควรค่าให้เขาสนใจ

เล่อเซวี่ยซิวรูปร่างสมส่วน ร่างกายสง่าผ่าเผย มีผมยาวสีเขียวอ่อนทั้งศีรษะ ใบหน้าหล่อเหลาประดับด้วยความหยิ่งผยองอันเป็นเอกลักษณ์

แม้กลิ่นอายเขาจะราบเรียบ แต่กลิ่นอายระดับอริยะที่แผ่กระจายทั่วร่างกลับปิดไว้ไม่อยู่ ทุกที่ที่ผ่าน ทำเอาผู้แข็งแกร่งตัวแข็งทื่อเหมือนเห็นวิญญาณเทพไปไม่รู้เท่าไร!

ขวับ!

ทันใดนั้นเล่อเซวี่ยซิวหยุดเดิน

ผึ้งมารลายดำที่มีเปลือกสีดำขลับตัวหนึ่งปรากฏขึ้นข้างหลังเขา มันขนาดเท่าหัวแม่โป้งเท่านั้น แต่กลับแผ่กลิ่นอายระดับอริยะออกมา น่าตื่นตะลึงถึงที่สุด

“ใต้เท้าเล่อ เกิดเรื่องฉุกเฉิน จำเป็นต้องให้ท่านไปช่วยหนุน” ผึ้งมารลายดำเอ่ยเสียงเคารพนบนอบ

เล่อเซวี่ยซิวนิ่วหน้า “เรื่องอะไร”

“ในหุบเขาลมน้ำแข็งที่ห่างออกไปแปดหมื่นสามพันลี้มีมกุฎอริยะจากดินแดนรกร้างโบราณปรากฏตัว ตอนนี้โลกมารโลหิตของข้ามีอริยะถูกฆ่าตายแล้วสิบเก้าคน”

“ตามข่าวบอกว่าคนผู้นั้นมีนามว่ารั่วอู่ มาจากเผ่าวิหคชาด ไม่ว่าจะเป็นพลังพรสวรรค์หรือพลังต่อสู้ในตัวล้วนน่ากลัวเป็นที่สุด”

“ตอนนี้มีมกุฎอริยะเช่นเดียวกับท่านสามคนกำลังรุดหน้าไปหุบเขาลมน้ำแข็งจากที่ต่างๆ”

“หลังจากคุณชายเซวี่ยชิงอีรู้ข่าวนี้ ก็สั่งการลงมาว่าจะไม่ยอมให้หญิงสาวนามรั่วอู่คนนี้รอดชีวิตออกจากโลกมารโลหิต”

ผึ้งมารลายดำพูดเร็วๆ บอกเล่าสถานการณ์ทีละอย่าง

เมื่อได้รู้เรื่องราวทั้งหมดนี้ เล่อเซวี่ยซิวพูดอย่างประหลาดใจว่า “เฮอะ สถานที่ทรุดโทรมเหมือนสวะอย่างดินแดนรกร้างโบราณ ยังมีมกุฎอริยะถือกำเนิดขึ้นด้วยหรือนี่”

ผึ้งมารลายดำเอ่ยว่า “เรื่องนี้ไม่น่าเชื่อจริงๆ”

เล่อเซวี่ยซิวนิ่งคิดแล้วพูดว่า “รอข้ารับเล่อมู่จิ้นกลับไป ค่อยไปหุบเขาลมน้ำแข็งเป็นอย่างไร”

ผึ้งมารลายดำกล่าง “สถานการณ์ฉุกเฉิน จะล่าช้าไม่ได้แม้แต่เค่อเดียว ท่านน่าจะรู้ดีว่าหากมกุฎอริยะคนหนึ่งหนีไปได้ คิดจะสังหารเขาเป็นเรื่องยากเย็นปานไหน ขอให้ใต้เท้าเล่อรีบไปโดยไวด้วย”

เล่อเซวี่ยซิวนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งจึงเอ่ยว่า “ได้ ข้ารับปาก แต่ข้ามีเรื่องหนึ่งให้เจ้าทำ”

ผึ้งมารลายดำพูดว่า “ขอใต้เท้าบัญชา”

“เจ้าใช้วิธีใดก็ได้พาเล่อมู่จิ้นกลับเมืองอารักษ์มรรค ยามแดนลับนรกโลกันตร์เปิดออก ข้าต้องการเห็นเขาเข้าไปในนั้นทันที”

พูดจบเงาร่างของเล่อเซวี่ยซิวไหววูบ เคลื่อนตัวไปในอากาศ

ตรงที่เดิมผึ้งมารลายดำทอดถอนใจในใจ ‘คุณชายเล่อมู่จิ้นตายไปแล้ว แต่ตอนนี้ถ้าข้าบอกข่าวนี้ให้ท่านทราบ จะต้องทำให้เรื่องตามล่ารั่วอู่คนนั้นล่าช้าออกไปแน่…’

……

“อะไรนะ เล่อเซวี่ยซิวไปแล้วหรือ”

ที่ข้างหุบเหว พวกติงซานเหอใจเต้นระส่ำราวกับขจัดหินก้อนยักษ์ที่กดดวงใจเอาไว้

“นี่เป็นข่าวที่ผู้อาวุโสเผ่าข้าส่งมา ไม่ผิดแน่”

เฟิงผิงจื่อที่อยู่ข้างๆ พยักหน้าเอ่ย “ข้าแนะนำว่าถือโอกาสที่เล่อเซวี่ยซิวยุ่งเกินกว่าจะสนใจเรื่องนี้ ต้องฆ่าหลินสวินนั่นให้ได้”

“ใช่ๆๆ”

ติงซานเหอพยักหน้าต่อเนื่อง แววดุร้ายผุดขึ้นในดวงตา “ยังต้องรบกวนเจ้าครั้งหนึ่ง เรียกรวมตัวผู้แข็งแกร่งเผ่างูมารทองคำทั้งหมดมา อีกอย่าง จับแพะสองขามาอีกหน่อย”

“คราวนี้ไม่ว่าอย่างไรก็จะไม่ให้ไอ้สวะตัวจ้อยมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกแล้ว!”

พูดจนถึงตอนท้าย เสียงของติงซานเหอก็เจือความชิงชังที่ไม่ปิดบังแล้ว

“ได้!”

เฟิงผิงจื่อพยักหน้า

……

ในแดนลับวังใต้ดิน หลินสวินค่อยๆ ตื่นขึ้นจากการนั่งสมาธิ

“นายท่าน เสี่ยวเทียนปลุกอภินิหารพรสวรรค์แล้ว เคลื่อนย้ายชั่วพริบตาอย่างหนึ่ง หลบเร้นชั่วพริบตาอีกอย่างหนึ่ง!”

ไกลออกไปเสี่ยวอิ๋นมาแจ้งข่าวดีด้วยสีหน้าตื่นเต้น “เช่นนี้แล้วขอเพียงข้ากับเสี่ยวเทียนร่วมมือกัน ก็จะไปลอบจู่โจมอริยะได้!”

หลินสวินเลิกคิ้ว เอ่ยอย่างประหลาดใจว่า “พูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร”

เสี่ยวอิ๋นชี้หน้าตัวเอง พูดอย่างอหังการอย่างยิ่งว่า “นายท่าน อย่าลืมสิขอรับ ข้าเป็นราชันหนอนเผ่าหนอนกินเทพ ขอเพียงถูกข้าเจาะเข้าไปในจิตวิญญาณ ต่อให้เป็นอริยะก็สกัดการจู่โจมของข้าไม่อยู่!”

“แต่ที่น่าเสียดายก็คือ ความระแวดระวังกับการตอบสนองตามสัญชาตญาณของอริยะน่ากลัวเกินไป หากข้าเคลื่อนไหวชั่วพริบตาสู้อริยะไม่ได้ ก็ไม่อาจเข้าไปในจิตวิญญาณของพวกเขาได้”

พูดถึงตรงนี้เสี่ยวอิ๋นก็ยิ้ม “แต่มีเสี่ยวเทียนก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว เขาสามารถใช้อภินิหารเคลื่อนย้ายชั่วพริบตาพาข้าไปจู่โจมด้วยกันได้ หนำซ้ำวิชาหลบเร้นชั่วพริบตาของเขาก็มหัศจรรย์หาใดเทียบ สามารถปิดบังคลื่นพลังตอนเคลื่อนย้ายชั่วพริบตาได้ เช่นนี้แล้วหากพวกเราร่วมมือกัน แม้แต่การโจมตีอริยะคนหนึ่งก็ไม่ใช่เรื่องยากอย่างแน่นอน”

หลินสวินถึงได้เข้าใจในตอนนี้ กล่าวชื่นชมว่า “เสี่ยวเทียนสมกับเป็นลูกหลานเผ่าผีเสื้อมารแยกฟ้า ทันทีที่อภินิหารตื่นขึ้นก็ร้ายกาจปานนี้”

เสี่ยวอิ๋นอึ้งไป สีหน้าพลันอึมครึมขึ้นมา พูดว่า “นายท่าน รอเมื่อข้าบรรลุมกุฎอริยะ เกรงว่าแม้แต่ท่านยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้า”

“จริงหรือ”

“นั่นมันแน่อยู่แล้ว ยามเผ่าหนอนกินเทพของข้าบรรลุอริยะ อภินิหารอย่างหนึ่งนามว่า ‘พิฆาตจิต’ ก็จะตื่นขึ้น ประลองกับระดับเดียวกันแทบไม่มีใครสู้ได้!”

เสี่ยวอิ๋นสองมือกอดอก พูดอย่างหยิ่งผยอง

หลินสวินร้องอ๋อ ทันใดนั้นก็ลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ยว่า “ไป ลองอานุภาพของการร่วมมือกันระหว่างเจ้ากับเสี่ยวเทียนเสียหน่อย”

เสี่ยวอิ๋นไอสังหารพลุ่งพล่านเอ่ยว่า “น่าจะทำเช่นนี้ตั้งนานแล้ว ถูกขังไว้ที่นี่ ในใจข้ารู้สึกคับข้อง”

……

นอกหุบเหว

อริยะทั้งสามอย่างพวกติงซานเหอ จี้ชิ่งต่างยืนอยู่ห่างจากหุบเหวเป็นร้อยจั้ง หันหน้าเข้าหาหุบเหว ระแวดระวังอยู่เสมอ

“เอ๊ะ เจ้าสวะตัวจ้อยนี่ถึงกับโผล่หัวออกมาเองแล้ว!”

ทันใดนั้นแววตาน่าหวาดผวาปะทุออกมาจากดวงตาของติงซานเหอ ไอสังหารน่ากลัวแผ่กระจายออกมาทั่วกาย

ในขณะเดียวกัน พวกจี้ชิ่งก็เห็นว่าในหุบเหวมีเงาร่างของหลินสวินปรากฏตัวออกมา

“ถึงกับยังไม่หนีไป ไอ้แก่อย่างพวกเจ้าสามคนใจกล้าดีจริง”

หลินสวินวาจาเจือความเหยียดหยาม

เดิมทีเขาคิดจะลอบจู่โจมจริงๆ แต่หลังจากเห็นท่าทางเฝ้าระวังเต็มที่ของอริยะทั้งสามก็ล้มเลิกไปในทันใด

“เจ้าสวะตัวจ้อย คิดจริงๆ หรือว่าพวกเราจะทำอะไรเจ้าไม่ได้”

ติงซานเหอสีหน้าโหดเหี้ยม “จะบอกเจ้าให้ เป็นเพราะเจ้า ตอนนี้แพะสองขาที่กระจายตัวอยู่ในโลกมารโลหิตล้วนกำลังประสบเภทภัยทั้งนั้น อ้อ จริงด้วย อีกไม่นานก็จะมีแพะสองขากลุ่มใหม่มาส่ง ถึงตอนนั้นเจ้าผู้เป็นวีรชนใจกล้าจะยังลงมือช่วยพวกมันหรือไม่”

“เป็นถึงอริยะ กล้าแค่เอาเรื่องนี้มาข่มขู่หรือ ถ้าข้าเป็นพวกเจ้าคงปาดคอฆ่าตัวตายไปนานแล้ว”

หลินสวินแววตาเย็นเยียบ พูดจบเขาก็หันตัวเคลื่อนเขาไปในหุบเหว

ไปแล้วหรือ

พวกติงซานเหอต่างตะลึงงัน แต่พวกเขายังไม่คลายความระมัดระวังลง การประมือครั้งก่อนๆ ทำให้พวกเขารู้แน่แล้วว่าแม้หลินสวินยังไม่บรรลุอริยะ แต่กลับครอบครองวิชาลับเย้ยฟ้า เพียงพอจะคุกคามระดับอริยะให้ถึงชีวิตได้

จนกระทั่งผ่านไปครู่ใหญ่ จี้ชิ่งจึงเอ่ยปากว่า “ดูท่าจะไปแล้วจริงๆ”

ติงซานเหอเอ่ยเตือนว่า “อย่าชะล่าใจไป ไอ้สวะตัวจ้อยนั่นเหลี่ยมจัด เจ้าเล่ห์เพทุบาย ไม่แน่ว่าจะกลับมาโจมตีกะทันหัน”

จี้ชิ่งกับอริยะอีกคนหนึ่งต่างพยักหน้า

ความจริงแล้วในใจพวกเขาก็รู้สึกอดสูหาใดเทียบ

ต่อกรกับมดตัวเดียวเท่านั้น กลับทำเอาอริยะสามคนอย่างพวกเขาระแวดระวังเต็มที่ดั่งศัตรูใหญ่มาเยือน ต้องระวังว่าจะถูกลอบโจมตีอยู่ตลอด เรื่องนี้หากแพร่ออกไปต้องกลายเป็นตัวตลกแน่

ไม่นานนักเสียงเฟิงผิงจื่อดังขึ้นไกลออกไป “ทุกท่าน ข้ากระจายข่าวไปแล้ว เชื่อว่าอีกไม่นานผู้แข็งแกร่งเผ่างูมารทองคำมากมายจะมุ่งหน้ามา”

เฟิงผิงจื่อหยุดไปแล้วเอ่ยต่อว่า “นอกจากนี้เรื่องจับแพะสองขายังต้องรอสักพัก พวกท่านก็รู้ ในโลกมารโลหิตตอนนี้ คิดจะจับแพะสองขาตัวเป็นๆ ไม่ง่ายนัก”

พวกติงซานเหอพยักหน้าแสดงออกว่าเข้าใจ

ตูม!

ก็ในตอนนี้เอง เสียงดังลั่นจนหูแทบดับเสียงหนึ่งดังขึ้น

ในหุบเหวที่อยู่ไกลออกไปหลินสวินพุ่งตัวออกมาตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่ทราบได้ เขาดึงคันธนูวิญญาณไร้แก่นสาร ยิงศรแห่งนภาครามออกไป เสียงโครมครามน่าหวาดหวั่นนั้นเกิดจากลูกศรส่งเสียง

แต่กลับเห็นว่าพวกติงซานเหอพากันยิ้มเหี้ยม พวกเขาที่ระวังตัวมาตลอดแล้วต่างเงาร่างไหววูบ หลบการลอบโจมตีนี้ได้อย่างปลอดภัย

“มุกเก่าเล่นซ้ำ ความสามารถขี้ปะติ๋วเท่านี้หรือ”

ติงซานเหอแสยะยิ้ม ไม่ปิดบังความชิงชังและดูถูกสักนิด

จี้ชิ่งกับอริยะอีกคนหนึ่งก็ยิ้มขึ้นมาเช่นกัน

สวะตัวจ้อยสมควรตายผู้นี้ยังคิดว่าพวกเขาจะตกหลุมพรางเดิมๆ หลายครั้งงั้นหรือ

“อ๊าก…! ไม่…!”

แต่ก็ในตอนนี้เองอริยะที่อยู่ข้างกายจี้ชิ่งคนนั้นพลันเอาสองมือกุมศีรษะ ร้องเสียงดังเจ็บปวดเหมือนสัตว์ป่าร้องคำราม

ทันใดนั้นร่างของเขาเกร็งกระตุกโดยพลัน แล้วเปลี่ยนเป็นแข็งทื่อหาใดเทียบ ลูกตาโปนออกมา ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว ตื่นตะลึงและไม่ยินยอม

จากนั้นเสียงตุ้บดังขึ้น ร่างของเขาตรงแน่วไปหมด ไร้ซึ่งลมหายใจ!

นี่…

ติงซานเหอกับจี้ชิ่งใจสั่นระรัว หลบหนีไปไกลๆ ตามจิตใต้สำนึก เหมือนกระต่ายที่ถูกทำให้แตกตื่น

พิสดารเกินไปแล้ว!

หลบการโจมตีของไอ้สวะตัวจ้อยนั่นได้แล้วชัดๆ แต่พวกพ้องข้างกายพวกเขากลับตายกะทันหันคาที่อย่างไม่มีเค้าลางสักนิด

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชั่วขณะนี้ทำให้ติงซานเหอกับจี้ชิ่งต่างร้องเสียงหลงออกมา

เป็นเช่นนี้ได้อย่างไร

เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่

ไกลออกไปหลินสวินยืนอยู่กลางหุบเหว หัวเราะร่าขึ้นมา “นี่มันอริยะสองคนที่ไหน ตั๊กแตนเฒ่าสองตัวชัดๆ!”

ติงซานเหอกับจี้ชิ่งสีหน้าไม่น่าดูถึงที่สุดแล้ว โกรธจนเส้นเอ็นบนขมับปูดโปน

พวกเขาระวังตัวมากพอแล้ว แต่กลับยังคิดไม่ถึงว่าจะถูกโจมตีอีกครั้ง ทำให้พวกพ้องคนหนึ่งตายไปอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

ด้านเฟิงผิงจื่อที่มารายงานข่าวก็งุนงงไปหมดแล้ว อริยะตายอีกคนหนึ่งแล้วหรือ

ทั้งหมดนี้ก็เหมือนความสยองขวัญครั้งใหญ่เข้าปกคลุมหัวใจนาง ทำให้นางตัวสั่นระริกขึ้นมาเพราะหวาดผวา

เจ้าหมอนั่น เป็นคนน่ากลัวเช่นไรกันแน่

——

Battling Records of the Chosen One

Battling Records of the Chosen One

BRCO, Tian Jiao Zhan Ji, 天骄战纪
Score 8
Status: Ongoing Type: Author: , Released: 2016 Native Language: Chinese
ณ มหาทวีปชางถูอันกว้างใหญ่ไพศาล มีเซียนอมตะผู้อยู่เหนือสวรรค์ชั้นฟ้า มีเทพมารบรรพกาลผู้ควบคุมโลกันต์ ก่อเกิดเป็นตำนานอันรุ่งโรจน์ไม่รู้จบบนหน้าประวัติศาสตร์ ในโลกใบเดียวกันนั้น เด็กชายนามว่าหลินสวินจำต้องอาศัยการฝึกปราณและการจารึกรอยสลักวิญญาณ บากบั่นมุ่งหน้าไปบนหนทางสู่ความเป็นหนึ่งแต่เพียงลำพัง หลินสวินเป็นผู้เดียวที่หนีรอดมาได้จากคุกใต้เหมือง ที่ที่เขาถูกเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ เขาไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองเป็นใคร ยกเว้นเพียงความจริงไม่กี่อย่างที่ท่านลู่ ผู้อุปการะของเขาเป็นคนเล่าให้ฟัง ด้วยเครื่องมือวิญญาณโบราณสองอย่างที่ท่านลู่มอบไว้ให้ก่อนคุกใต้เหมืองจะถล่ม หลินสวินเริ่มออกเดินทางสู่จักรวรรดิจื่อเย่า เพื่อค้นหาว่าเพราะเหตุใดชีพจรวิญญาณของเขาจึงถูกพรากไป และใครที่เป็นคนสังหารครอบครัวของเขา จนทำให้เด็กชายต้องโดดเดี่ยวอ้างว้างอย่างที่เป็นอยู่นี้ แม้ภายนอกจะเป็นเพียงเด็กชายตัวผอมแห้งอายุสิบสองสิบสามที่ดูไร้พิษสง แต่ภายในนั้นเด็ดขาดและไร้ความปราณีเป็นที่สุด ท่านลู่เปรียบเสมือนแสงแดดอุ่นที่คอยสอนไม่ให้หลินสวินหยุดเรียนรู้และสอนวิชาเอาตัวรอดให้เขา ในทางกลับกัน ทหารยามและนักโทษทั้งหลายทำให้เขารู้จักว่าความดำมืดที่แท้จริงเป็นเช่นไร และมนุษย์คนหนึ่งจะชั่วช้าได้สักแค่ไหน… In the vast and boundless continent Cangtu, there were ancient sects governing the Ten Old Domains, unworldly immortal clans beyond the Blue Sky, and primordial demon gods dominating the dark abyss that together created a great number of brilliant stories over the long course of the history. In this very world, there was a boy, named Lin Xun, who embarked on his journey to the pinnacle of strength alone through cultivation and spiritual tattoo inscribing. Escaping alone from the Mine Prison where he had been living since he was adopted by Master Lu, Lin Xun knew nothing about his identity but the little information his adopter, Master Lu, had told him. With two ancient spiritual tools Master Lu gave to him before the destruction of the Mine Prison, Lin Xun started his journey to Ziyao Empire, where he is supposed to find out the truth of his lost Spiritual Vessel and the person who slaughtered his family, leaving him orphaned. Will he be able to unlock the mysteries of the two magic treasures, unveil the secrets of his identity and create a legend of his own?

Comment

Options

not work with dark mode
Reset