Battling Records of the Chosen One บันทึกศึกผู้กล้าท้าสวรรค์ – ตอนที่ 1566 กำราบศัตรูแข็งแกร่ง

หลินสวินร้องอ้อคราหนึ่งแล้วกล่าวราบเรียบ “ดูออกเลยว่าเจ้ามั่นใจในพลังของตัวเองมาก เพียงแต่เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าผลของการลงมือจะเหมือนอย่างที่เจ้าคาด”

ขณะกล่าวเขาก้าวไปข้างหน้า

แค่ก้าวเดียวเท่านั้น กลิ่นอายน่ากลัวไร้รูปก็แผ่ออกมาจากร่างของหลินสวินแล้วเข้าปกคลุมพื้นที่แถบนี้

เจี้ยนชิงเฉินแววตาไหววูบ คล้ายคาดไม่ถึงอยู่บ้าง

ยามหลินสวินก้าวออกไปครั้งที่สอง นัยน์ตาของเจี้ยนชิงเฉินก็หรี่ลงอย่างอดไม่ได้ พลังขับเคลื่อนทั่วร่างพลันโคจรออกมาดังสนั่น

หลินสวินในตอนนี้มีแสงมรรคไหลวนไปทั้งตัว แม้ยังไม่ลงมือ แต่อานุภาพทั่วร่างกลับสะกดผู้คนได้เหมือนภูผาสูงตระหง่าน ล้ำลึกดุจมหาสมุทรกว้างใหญ่ไพศาล ทันทีที่ระเบิดออกมาก็ไม่กล้าจินตนาการเลยว่าพลังนั้นจะน่ากลัวเพียงใด

เห็นได้ชัดว่าเจี้ยนชิงเฉินก็รู้ถึงจุดนี้ ชายเสื้อเขาพลิ้วไหว สีหน้าราบเรียบ ในดวงตากลับมีเจตกระบี่เล็กละเอียดเหลือคณาพรั่งพรู

“หลังจากนี้เก้าเดือน สมรภูมิเซียนเหินก็จะมาเยือน เจ้าแน่ใจว่าจะลงมือตอนนี้หรือ”

เจี้ยนชิงเฉินมุ่นคิ้ว

เขาเคยได้ยินเรื่องของหลินสวินมาก่อน ถึงขั้นเคยค้นคว้าเกี่ยวกับหลินสวินโดยเฉพาะ รู้ชัดนานแล้วว่านี่คือศัตรูแข็งแกร่งคนหนึ่งที่ไม่อาจดูหมิ่นได้ง่ายๆ

แต่ยามนี้เมื่อเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายจริงๆ เจี้ยนชิงเฉินจึงพบว่าแค่พูดถึงกลิ่นอาย หลินสวินก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าพวกเขา ‘แปดยอดนภาคราม’ คนใดแล้ว!

“สมรภูมิเซียนเหินหรือ นั่นคือเรื่องภายหลัง ตอนนี้เป็นเรื่องระหว่างพวกเราสองคน”

หลินสวินพูดพลางก้าวออกไปครั้งที่สาม

ตูม!

ห้วงอากาศใกล้เคียงแตกระเบิดดังสนั่นทรุดตัวลงเหมือนเครื่องแก้วที่แตกง่าย อานุภาพกดดันของพลังอริยมรรคชวนประหวั่นม้วนพัดออกไปโดยมีหลินสวินเป็นศูนย์กลาง

“ฮึ!”

ประกายคมปลาบในดวงตาของเจี้ยนชิงเฉินพุ่งวาบ ก้าวออกไปก้าวหนึ่งเช่นกัน ลักษณะพลังของเขาก็เปลี่ยนตามไปด้วย ท่วงทำนองศักดิ์สิทธิ์ที่เดิมทีลุ่มลึกพลันปล่อยออกมาในยามนี้

ชิ้ง!

ด้านหลังศีรษะเขาปรากฏโลกวงกระบี่เกลี้ยงกลมหนึ่ง ภายในมีปราณกระบี่นับไม่ถ้วนม้วนซัดราวน้ำขึ้นน้ำลง ฟาดฟันดวงดาว ตัดสะบั้นฟ้าดิน ทำให้เทพผีตกตะลึง!

ภาพอริยมรรคเช่นนี้ทำให้นัยน์ตาหลินสวินฉายแววประหลาดใจ

ไม่จำเป็นต้องสงสัย เจี้ยนชิงเฉินนี่ก็ก้าวสู่ธรณีประตูของการสร้างวิชาแห่งตนแล้วเช่นกัน ทั้งมรรคกระบี่ที่อีกฝ่ายฝึกยังดุดันและรุนแรงยิ่งกว่าที่เขาคาดเดาด้วย

ตูม!

อานุภาพกดดันของพลังมกุฎอริยมรรคทั้งสองที่แตกต่างปะทะเข้าหากันในชั่วพริบตา ช่างเหมือนตะวันจันทราชิงชัย ส่งเสียงกัมปนาทอึกทึกสนั่นหู

พื้นปฐพีที่มีทั้งสองเป็นศูนย์กลางพลันทรุดตัวเกิดเป็นรอยแยกมหึมาหลายสาย เหยียดยาวไปยังจุดที่ห่างออกไป

ก้อนหินต้นไม้ใกล้เคียงไม่มีสิ่งใดไม่แตกระเบิดกลายเป็นจุณในพริบตา เมื่อมองลงมาจากเวิ้งฟ้า ภูผาธาราในรัศมีพันลี้นี้ก็เหมือนตกอยู่ในสภาพราพณาสูร

หลินสวินในยามนี้ให้ความรู้สึกละโลกีย์เหมือนเทพเซียน ลักษณะพลังก็น่าพรั่นพรึงดั่งเทพมาร

เจี้ยนชิงเฉินก็เหมือนกระบี่ไร้เทียมทานเล่มหนึ่งที่ซ่อนคมอยู่ในฝักและเผยคมกระบี่ออกมาในยามนี้ สำแดงท่าทางผงาดผยองของมกุฎอริยะกระบี่คนหนึ่งออกมาได้อย่างสมบูรณ์

แค่การประลองพลังระหว่างทั้งคู่ก็ทำให้ฟ้าดินปั่นป่วนได้แล้ว!

นัยน์ตาดำของหลินสวินเฉยชา กล่าวว่า “ให้โอกาสเจ้าครั้งหนึ่ง ภายในสามกระบวนท่า หากเจ้าไม่แพ้ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า”

“เจ้าหลินสวินนี่ช่างเจ้าแผนการดังคาด!”

เจี้ยนชิงเฉินหัวเราะเบาๆ สายตาเฉียบคมราวกระบี่คมกริบคู่หนึ่ง “ถ้าครบสามกระบวนท่าแล้วยังเอาชนะข้าไม่ได้ แน่นอนว่าเจ้าต้องรู้ว่าข้ามีความสามารถพอจะไปรบกวนการข้ามด่านเคราะห์ของแม่นางคนนั้น ถึงตอนนั้นเจ้าต้องเปลี่ยนใจแน่”

ไม่นานเขาก็เปลี่ยนประเด็น “แต่ข้ารับปากเจ้าได้ว่าสามกระบวนท่าก็คือสามกระบวนท่า เซวี่ยชิงอีมองเจ้าเป็นดาบ ต้องการใช้เจ้าตัดกำลังของดินแดนอื่น ข้ามีหรือจะไม่คิดเช่นนั้น”

“มองข้าเป็นดาบ? ไม่กลัวข้าเฉือนโดนตัวเจ้าเองหรือ”

หลินสวินกล่าวเย็นชา

เจี้ยนชิงเฉินหัวเราะลั่น กล่าวอย่างทอดถอนใจ “รู้ไหม หากไม่ใช่ว่ายอมรับในพลังต่อสู้ของเจ้า ตั้งแต่พริบตาแรกที่เจ้าปรากฏตัวก็จะถูกฆ่าตายไปแล้ว”

“เพียงแต่ด้วยรู้ว่าพลังต่อสู้ของเจ้าไม่ธรรมดา ข้าจึงไม่อยากสู้กับเจ้าอย่างเอาเป็นเอาตายตอนนี้”

“หากข้าตายไปแล้ว แม้ค่ายทัพดินแดนโบราณต้าหลัวจะไม่ถึงขั้นแตกแยกกระเซ็นกระสาย แต่กลับยากจะไปต่อต้านขุมกำลังดินแดนอื่นอีก”

“หากเจ้าตายไปแล้ว ดินแดนรกร้างโบราณก็เหมือนฝูงมังกรไร้หัว สำหรับพวกเราแปดดินแดนก็ไม่มีภัยคุกคามใดๆ อีก สามารถกำจัดพวกเจ้าให้สิ้นซากได้อย่างง่ายดาย”

“ผลลัพธ์ทั้งสองนี้เจ้าคงไม่อยากเห็น ข้าก็ไม่อยากเห็นเช่นกัน ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ทำไมข้าต้องสู้กับเจ้าอย่างเอาเป็นเอาตายด้วย กลับจะทำให้ดินแดนอื่นเอารัดเอาเปรียบเสียเปล่า”

เจี้ยนชิงเฉินพูดถึงตรงนี้ ก็คิดไปคิดมาแล้วกล่าว “สรุปง่ายๆ ก็คือ ต่อให้อยากจัดการเจ้า ก็ต้องให้ทั้งแปดดินแดนลงมือพร้อมกันจึงจะได้ เจ้าเข้าใจไหม”

ริมฝีปากหลินสวินยิ้มหยันกล่าว “เจ้าไม่จำเป็นต้องพูดมากเช่นนี้เลย จากไปเองก็ได้แล้วไม่ใช่หรือ”

เจี้ยนชิงเฉินไหวไหล่ยิ้มกล่าว “ง่ายมาก เพราะไม่อยากน่ะสิ”

ตูม!

เวลานี้หลินสวินพลันก้าวออกไป กระบี่มรรคเล่มหนึ่งที่เหมือนไม่เจือกลิ่นอายธุลีเพียงเสี้ยวปรากฏออกมา

กระบี่แสนแปดพัน!

“เจตกระบี่ไท่เสวียนหรือ คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะได้รับมรดกของจักรพรรดิกระบี่ไท่เสวียนนั่น!”

เพียงพริบตานัยน์ตาของเจี้ยนชิงเฉินก็ฉายแววเยียบเย็นน่าพรั่นพรึง ตั้งมือเป็นกระบี่ ริมฝีปากส่งเสียงหนึ่งออกมา

“มา!”

ปราณกระบี่ดำสนิทและลึกล้ำสายหนึ่งพลันปรากฏ เหมือนลำแสงที่ลอดผ่านม่านแห่งรัตติกาลนิรันดร์ เต็มไปด้วยกลิ่นอายทำลายล้าง ความเงียบ และความตายที่กดดันใจผู้คน

กระบี่เดียวแต่เหมือนความมืดมิดบุกจู่โจม นำพาเงามืดของความตายมาด้วย!

เมื่อประทับด้วยปราณกระบี่สองสายของบุคคลขอบเขตมกุฎแห่งยุคสองคน กลางอากาศจึงเกิดการปะทะที่น่าพรั่นพรึง

ตูม!

ฟ้าดินพลิกตลบ สุริยันจันทราหม่นแสง

คมกระบี่ ปราณกระบี่ เจตกระบี่ แสงกระบี่รวมตัวกันเปล่งประกายปะทุพล่าน สภาพอากาศแปรปรวนชวนประหวั่นที่เกิดขึ้นราวคลื่นซัดสาดม้วนพัดออกไป

ทุกหนแห่งที่พาดผ่านห้วงอากาศปั่นป่วน ใต้หล้าพังทลาย สรรพสิ่งดับสูญ ทั้งมีลักษณ์ประหลาดชวนประหวั่นมากมายทยอยปรากฏ สั่นสะเทือนใต้หล้า

แต่ทันทีที่ปะทะกัน หัวคิ้วของเจี้ยนชิงเฉินก็ขมวดมุ่น ตกตะลึงในใจ รับรู้ถึงความน่ากลัวในกระบี่นี้ของหลินสวินว่าอยู่เหนือความคาดหมายของเขา

เขาตัดสินใจเปลี่ยนกระบวนท่าโดยไม่ลังเล

แต่การโจมตีที่สองของหลินสวินก็บุกเข้ามาแล้ว เห็นได้ชัดว่าไม่คิดจะให้โอกาสเขาตอบสนองและรับมือแต่แรก

ฟุ่บ!

ครั้งนี้สิ่งที่หลินสวินสำแดงยังคงเป็นกระบี่เดียวเหมือนเดิม

เพียงแต่กระบี่นี้กลับเผยท่วงทำนองศักดิ์สิทธิ์ที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง คมประกายไร้ใดเปรียบ ไม่มีสิ่งใดกีดขวาง อานุภาพไม่เป็นสองรองใคร พาให้เทพผีถอยร่น

กระบี่เดียวทำให้ฟ้าดินเงียบสงัด เวลาเหมือนหยุดนิ่ง ขอเพียงเป็นคนที่เจอกระบี่นี้ก็ไม่มีใครไม่รู้สึกว่าตัวเล็กจ้อย สิ้นหวังและหายใจไม่ออก

กระบี่นี้มีชื่อว่าไปไร้หวน!

ในที่สุดสีหน้าของเจี้ยนชิงเฉินก็เปลี่ยนไป กระบี่แสนแปดพันก็ทำให้เขาเกิดแรงกดดันแล้ว ยังไม่อาจสลายได้อย่างแท้จริง ยังคงต้านทานอย่างดุเดือดอยู่

แต่กระบี่ที่สองนี้กลับทำให้เขาสัมผัสได้ถึงแรงคุกคามอย่างแท้จริง ทำให้เขารู้สึกหวั่นหวาดหนาวสั่นไปทั้งตัว เหมือนมีหนามทิ่มแทงอยู่ข้างหลัง

‘เจ้าหมอนี่ถึงกับมีระดับความรู้ลึกซึ้งน่ากลัวเช่นนี้บนมรรคกระบี่ด้วยหรือ’

เจี้ยนชิงเฉินพลันเหยียดกายแล้วสะบัดแขนเสื้อคราหนึ่งโดยไม่ลังเลใดๆ รวบนิ้วทั้งสิบควบรวมเป็นประทับกระบี่ สีหน้าเคร่งขรึมและจริงจังอย่างยากจะได้เห็น

“ปฐพีหรดี วิถีกระบี่ไม่อาจขวาง!”

“สวรรค์พายัพ ทางกระบี่ไร้กฎเกณฑ์!”

“วาโยอาคเนย์ เทียวกระบี่ไม่เกรงกลัว!”

“อสนีบูรพา ผ่านกระบี่ไร้ชีวา!”

มรรคกระบี่ชั้นสูงทั้งสี่อย่างฟ้า ดิน ลม อสนี ควบรวมเป็นประทับกระบี่สี่ลักษณ์ นั่งบัญชาอยู่รอบตัวเจี้ยนชิงเฉิน

สี่ยอดกระบี่มหามรรค!

พลังก้นหีบของเจี้ยนชิงเฉิน!

กลิ่นอายของประทับกระบี่สี่สายปกคลุมฟ้าดินในพริบตา ขับเน้นให้เขาเป็นดั่งเทพกระบี่ที่เย้ยฟ้าท้าดินองค์หนึ่ง อานุภาพทะยานถึงขีดสุดในชั่วพริบตา บีบกดจนเมฆลมทั่วทิศแหลกละเอียด

ตู้ม…

พริบตานี้ฟ้าดินสั่นสะเทือน เสียงระเบิดสะท้านฟ้าสะเทือนดินดังก้องนภา ถึงขั้นกลบเสียงด่านเคราะห์อสนีที่กำลังครั่นครืนอยู่บนเวิ้งฟ้าได้สนิท

พูดได้อย่างไม่โอ้อวด เวลานี้หากมีมกุฎอริยะทั่วไปอยู่ที่นี่ เมื่อถูกคลื่นลูกหลงก็คงพบฉากจบที่ร่างแหลกสลายเป็นแน่!

ปึง!

เจี้ยนชิงเฉินยืนหยัดไม่อยู่ก่อน ร่างกายถูกคมกระบี่น่าพรั่นพรึงพุ่งเข้าใส่จนซวนเซถอยหลังไปหลายก้าวกลางอากาศ สีหน้าซีดเผือด เผยให้เห็นใบหน้าตกตะลึง

เสื้อขนนกของเขาขาดวิ่น ผมยาวที่เกล้ามวยยุ่งเหยิงแผ่สยาย

ฝั่งตรงข้ามร่างของหลินสวินแค่ไหวสั่นเล็กน้อย ตั้งแต่ต้นจนจบสีหน้ายังราบเรียบไร้คลื่นลม มีเพียงดวงตาดำคู่นั้นที่เฉยชายิ่งกว่าเดิม

ความจริงในใจเขาก็ผิดคาดอยู่บ้าง นี่เป็นคู่ต่อสู้คนแรกที่รับท่าสังหาร ‘กระบี่แสนแปดพัน’ และ ‘ไปไร้หวน’ ได้หลังจากที่เขาเข้ามาในสมรภูมิเก้าดินแดนนี้

เจี้ยนชิงเฉินสูดหายใจลึก เลือดลมในร่างตีกลับ รู้สึกไม่ดีเป็นอย่างมาก สีหน้าเจือความจริงจังอย่างยากจะได้เห็น

ในดินแดนโบราณต้าหลัวเขาถูกมองเป็นอันดับหนึ่งของคนรุ่นเยาว์ มีสมญาว่า ‘อำนาจทั่วทิศ’ ในหมู่คนรุ่นเดียวกัน

นี่ยังเป็นครั้งแรกที่เขาตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบและถูกกำราบอยู่หมัด ในการประลองของคนระดับเดียวกันตั้งแต่ฝึกปราณมาจนถึงวันนี้!

“ดูท่าก่อนหน้านี้ข้าจะดูถูกเจ้าเกินไป”

เจี้ยนชิงเฉินแววตาดุจอสนี กลิ่นอายล้วนเปลี่ยนไปแล้ว เกิดจิตต่อสู้ชวนประหวั่นที่สั่นคลอนธารดารา!

“นี่ได้แต่พิสูจน์ว่าเจ้าสู้ข้าไม่ได้ ดูให้ดี นี่คือกระบวนท่าที่สาม!”

ขณะกล่าวจู่ๆ เงาร่างหลินสวินก็หายไป จากนั้นค่อยปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าเจี้ยนชิงเฉิน

นัยน์ตาของเจี้ยนชิงเฉินพลันหดรัด แต่นิ่งสงบไม่หวาดกลัว

เขาพลิกฝ่ามือ กลางฝ่ามือพลันปรากฏปลายกระบี่หนึ่งชุ่น เพียงชุ่นเดียวแต่กลับสว่างไสวพร่างพรายเหมือนดวงตะวัน นั่นคือสิ่งสะท้อนของพลังที่อัดแน่นถึงขีดสุด!

ขณะเดียวกันในมือของหลินสวินก็มีขวดหยกมันแพะหนึ่งปรากฏ ขวดนั้นว่างเปล่าล้ำลึกเหมือนไร้สิ้นสุด

ขวดมหามรรคไร้ขอบเขต!

หืม?

ร่างกายของเจี้ยนชิงเฉินพลันแข็งทื่อ ในใจกลิ่นอายอันตรายถึงชีวิตถาโถม ลอบอุทานว่าแย่แล้ว!

เกือบจะเป็นสัญชาตญาณ เขาถอยร่นโดยไม่ลังเล เคลื่อนหลบเต็มกำลัง!

ตูม!

แต่ยังช้าไปก้าวหนึ่ง ในขวดหยกมันแพะที่มีขนาดไม่กี่ชุ่นนั้นมีปราณกระบี่สายหนึ่งพุ่งออกมา

ยังคงเป็นกระบวนท่ากระบี่ ‘ไปไร้หวน’ มรดกที่ได้มาจากจักรพรรดิสงครามอู๋ยางเหมือนเดิม แต่อานุภาพกลับแข็งแกร่งกว่าก่อนหน้านี้ถึงเท่าตัว!

สำหรับมกุฎอริยะที่อยู่ในระดับเดียวกัน ความต่างของพลังเพียงเล็กน้อยก็พอจะตัดสินผลแพ้ชนะในการต่อสู้ได้แล้ว นับประสาอะไรกับช่องว่างที่ต่างกันเท่าตัว

ท่ามกลางเสียงกัมปนาทชวนประหวั่นที่ทำให้ฟ้าดินสั่นสะเทือน ร่างของเจี้ยนชิงเฉินถูกซัดลอยออกไปอย่างหนักหน่วงเหมือนว่าวสายป่านขาด

เสื้อผ้าเขาขาดวิ่นมอมแมมอย่างเห็นได้รางๆ เกราะสีเทาเข้มที่ปกคลุมอยู่เบื้องหน้าเขาถูกปราณกระบี่ไร้ใดเปรียบทะลวงโดยตรง หน้าอกถูกแทงทะลุ เลือดแดงสดหลั่งริน

หลินสวินมุ่นคิ้ว พริบตาก็ดูออกว่าเกราะนี้เป็นสมบัติอริยะที่แข็งแกร่งชิ้นหนึ่ง หากไม่ได้มันช่วยไว้ เจี้ยนชิงเฉินคงไม่มีทางแค่บาดเจ็บหนักธรรมดาเช่นนั้นแน่

ฟุ่บ!

ขณะคิดในใจเช่นนี้การเคลื่อนไหวของหลินสวินไม่ได้ช้าลงเพียงนิด สีหน้าเขาเยียบเย็น เงาร่างพุ่งแหวกอากาศเข้าสังหารเหมือนภาพมายา

ตั้งแต่เริ่มเขาก็ไม่คิดจะปล่อยให้เจี้ยนชิงเฉินจากไปทั้งเป็น!

………………….

Battling Records of the Chosen One

Battling Records of the Chosen One

BRCO, Tian Jiao Zhan Ji, 天骄战纪
Score 8
Status: Ongoing Type: Author: , Released: 2016 Native Language: Chinese
ณ มหาทวีปชางถูอันกว้างใหญ่ไพศาล มีเซียนอมตะผู้อยู่เหนือสวรรค์ชั้นฟ้า มีเทพมารบรรพกาลผู้ควบคุมโลกันต์ ก่อเกิดเป็นตำนานอันรุ่งโรจน์ไม่รู้จบบนหน้าประวัติศาสตร์ ในโลกใบเดียวกันนั้น เด็กชายนามว่าหลินสวินจำต้องอาศัยการฝึกปราณและการจารึกรอยสลักวิญญาณ บากบั่นมุ่งหน้าไปบนหนทางสู่ความเป็นหนึ่งแต่เพียงลำพัง หลินสวินเป็นผู้เดียวที่หนีรอดมาได้จากคุกใต้เหมือง ที่ที่เขาถูกเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ เขาไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองเป็นใคร ยกเว้นเพียงความจริงไม่กี่อย่างที่ท่านลู่ ผู้อุปการะของเขาเป็นคนเล่าให้ฟัง ด้วยเครื่องมือวิญญาณโบราณสองอย่างที่ท่านลู่มอบไว้ให้ก่อนคุกใต้เหมืองจะถล่ม หลินสวินเริ่มออกเดินทางสู่จักรวรรดิจื่อเย่า เพื่อค้นหาว่าเพราะเหตุใดชีพจรวิญญาณของเขาจึงถูกพรากไป และใครที่เป็นคนสังหารครอบครัวของเขา จนทำให้เด็กชายต้องโดดเดี่ยวอ้างว้างอย่างที่เป็นอยู่นี้ แม้ภายนอกจะเป็นเพียงเด็กชายตัวผอมแห้งอายุสิบสองสิบสามที่ดูไร้พิษสง แต่ภายในนั้นเด็ดขาดและไร้ความปราณีเป็นที่สุด ท่านลู่เปรียบเสมือนแสงแดดอุ่นที่คอยสอนไม่ให้หลินสวินหยุดเรียนรู้และสอนวิชาเอาตัวรอดให้เขา ในทางกลับกัน ทหารยามและนักโทษทั้งหลายทำให้เขารู้จักว่าความดำมืดที่แท้จริงเป็นเช่นไร และมนุษย์คนหนึ่งจะชั่วช้าได้สักแค่ไหน… In the vast and boundless continent Cangtu, there were ancient sects governing the Ten Old Domains, unworldly immortal clans beyond the Blue Sky, and primordial demon gods dominating the dark abyss that together created a great number of brilliant stories over the long course of the history. In this very world, there was a boy, named Lin Xun, who embarked on his journey to the pinnacle of strength alone through cultivation and spiritual tattoo inscribing. Escaping alone from the Mine Prison where he had been living since he was adopted by Master Lu, Lin Xun knew nothing about his identity but the little information his adopter, Master Lu, had told him. With two ancient spiritual tools Master Lu gave to him before the destruction of the Mine Prison, Lin Xun started his journey to Ziyao Empire, where he is supposed to find out the truth of his lost Spiritual Vessel and the person who slaughtered his family, leaving him orphaned. Will he be able to unlock the mysteries of the two magic treasures, unveil the secrets of his identity and create a legend of his own?

Comment

Options

not work with dark mode
Reset