Battling Records of the Chosen One บันทึกศึกผู้กล้าท้าสวรรค์ – ตอนที่ 1602 หนอนบ่อนไส้

“นายท่าน ทรัพย์หลังศึกมากมายเกินไปแล้ว! แค่สมบัติต่างๆ ก็มีหนึ่งร้อยสามสิบกว่าชิ้น ภายในนั้นกว่าครึ่งล้วนเป็นของล้ำค่าชั้นยอด ไม่ขาดสมบัติหายากบางส่วนที่ทรงพลังหาใดเปรียบ”

“นอกจากนี้ยังมีลูกกลอนโอสถ สิ่งล้ำค่า วัตถุดิบเทพมากมายนับไม่ถ้วน… อ้อ ยังมีตำราวิชาลับไม่น้อยด้วย!”

หลังจากเก็บกวาดสนามรบ เสี่ยวอิ๋นตื่นเต้นจนดวงตาทั้งคู่เปล่งประกาย เห็นได้ว่าตื่นเต้นดีใจไปทั้งตัว

เสี่ยวเทียนกระพือปีกพูดเสริม “ทรัพย์หลังศึกครั้งนี้เรียกได้ว่าน่าตื่นตาตื่นใจจริงๆ ข้าสงสัยว่าต่อให้เป็นบุคคลยิ่งใหญ่ที่อยู่ในระดับราชันอริยะเห็นเข้าก็คงตาลุกน้ำลายหก”

“อ้อ สมบัติอริยะชิ้นนี้ไม่เลว ให้ข้าจับตาดูแทนพวกเจ้าแล้วกัน”

เจ้านกดำก้าวเท้าเป็นเลขแปด (八) จับจ้องกระสวยบินสีเงินชิ้นหนึ่งที่สาดแสงสว่างไสว วิธีพูดเหมือนผู้สูงศักดิ์ แต่กรงเล็บคู่นั้นกลับไม่เชื่องเชื่อเป็นอย่างยิ่ง คิดจะคว้าเอาไปทั้งอย่างนั้น

เสี่ยวอิ๋นตาไวมือไวชิงเก็บมันมาก่อน สีหน้าระแวดระวังกล่าว “จับตาดูรึ ข้าว่าเจ้าคิดแย่งกันซึ่งหน้า!”

เจ้านกดำกล่าวเดือดดาล “ดูความขี้งกของเจ้าสิ มีสมบัติอะไรบ้างที่ข้าไม่เคยเจอ ยังจะละโมบอยากได้ของเล่นพวกนี้รึ”

เสี่ยวอิ๋นกล่าว “ในเมื่อไม่เข้าตา เช่นนั้นเจ้าก็ซื่อสัตย์หน่อย”

เจ้านกดำโกรธจนถือหม้อดำขึ้นมา เหมือนจะให้บทเรียนกับเสี่ยวอิ๋นสักหน่อย แต่ไม่ทันไรก็ขนพองสยองเกล้า ด้วยเห็นผีเสื้อมารแยกฟ้ากำลังจ้องมองมันจากจุดที่ห่างออกไป

เจ้านกดำกระแอมเล็กน้อยกล่าว “เฮ้อ ทุกคนล้วนเป็นคนกันเอง ทำไมต้องมองเป็นคนนอกเช่นนี้ด้วย ข้ารับรองว่าจะไม่เอาสมบัติไปสักชิ้นตกลงไหม”

เสี่ยวอิ๋นและเสี่ยวเทียนสบตากันวูบหนึ่งแล้วรับปาก

“ควรเป็นอย่างนี้ตั้งนานแล้ว!”

เจ้านกดำตื่นเต้นจนกรงเล็บพันกันเหมือนแมลงวันถูขา ท่าทางไม่ต้องพูดถึงว่าสับปลับแค่ไหน

ดวงตาของมันวาววาบ กระโดดไปมาอยู่หน้าสมบัติอริยะที่กองพะเนินเหมือนภูเขา น้ำลายเกือบจะไหลออกมา

เสี่ยวอิ๋นยังแคลงใจว่าหากไม่มีตนกับเสี่ยวเทียนจ้องอยู่ เกรงว่าเจ้านกขี้ขโมยนี่คงได้กลืนสมบัติพวกนี้ไปหมดแน่

หลินสวินที่อยู่ห่างออกไปเห็นภาพนี้แล้วอดยิ้มไม่ได้ ครั้งนี้เก็บเกี่ยวได้มากจริงๆ แต่ก็เข้าใจได้อยู่

ต้องรู้ว่าคนที่เข้ามาในสมรภูมิเซียนเหินครั้งนี้ได้ ไม่มีใครไม่ใช่ยอดบุคคลแห่งยุคของดินแดนฟากหนึ่ง

บุคคลระดับผู้นำอย่างชืออู๋ซู่ ฮว่าหงเซียวยิ่งความเป็นมาไม่ธรรมดา

สมบัติที่คนพวกนี้พกติดตัวจะเป็นสิ่งที่ของทั่วไปเทียบได้อย่างไร

แต่เมื่อหลินสวินมองทรัพย์หลังศึกที่กลาดเกลื่อนพวกนั้นทีละชิ้นก็อดสูดหายใจเย็นไม่ได้ มีความรู้สึกว่าสับสนตาลาย

ดังคำกล่าวที่ว่าคนไม่ค้ากำไรไม่ร่ำรวย ม้าไม่กินเพิ่มไม่อ้วนพี

แม้ศึกใหญ่นี้จะทุ่มเทไปมาก แต่ผลประโยชน์ก็น่าตื่นตาตื่นใจเช่นกัน!

“เก็บกวาดก่อนเถอะ รอภายหน้าพวกเราค่อยแบ่งกัน”

หลินสวินกล่าวกำชับ

เสี่ยวอิ๋นและเสี่ยวเทียนพยักหน้าพร้อมกัน

เสี่ยวอิ๋นยังจุ๊ปากกล่าวเสียดาย “น่าเสียดาย ต้องโทษผู้หญิงอัปลักษณ์นั่นที่ทำให้พวกคุนเซ่าอวี่หนีไปได้ มิฉะนั้นผลประโยชน์ต้องมากกว่านี้แน่!”

ส่วนหลินสวินก็กำลังตรวจสอบป้ายคำสั่งเซียนเหิน

จากศึกนี้ป้ายคำสั่งเซียนเหินที่อยู่ในมือหลินสวินยามนี้มีมากถึงหลายสิบป้าย ภายในนั้นส่วนใหญ่ล้วนว่างเปล่า ชะตามรรคผลงานรบที่อยู่ข้างในถูกชิงไปหมดแล้ว

มีแค่แปดป้ายที่สะสมชะตามรรคผลงานรบเต็มแล้ว แม้แต่สีสันและกลิ่นอายของป้ายคำสั่งเซียนเหินก็เปลี่ยนตามไปด้วย เผยสีใสบริสุทธิ์ถึงขั้นสมบูรณ์อย่างหนึ่งออกมา

สามารถมองเห็นได้รางๆ ว่าพื้นผิวของป้ายคำสั่งเซียนเหินแปดป้ายนี้มีหมอกควันพวยพุ่งออกมา ในความรางเลือนเหมือนมีเงาร่างของเซียนเหินวาววามอยู่ภายใน ดูลึกลับเป็นอย่างยิ่ง

‘เสี่ยวอิ๋นกับเสี่ยวเทียนคนละป้าย จิ่งเซวียนป้ายหนึ่ง แม่นางอาหูป้ายหนึ่ง เจ้าคางคก อาหลู่…’

หลินสวินคำนวณเงียบๆ

แน่นอนว่าเขาไม่ลืมที่จะเก็บไว้ให้ตัวเองและซย่าจื้อคนละป้าย

สำหรับเจ้านกดำนั้นไม่จำเป็นต้องพิจารณาแต่แรก เจ้าหมอนี่รอบจัด มือถือป้ายคำสั่งเซียนเหินมา มีหรือจะรวมชะตามรรคผลงานรบไม่ครบ

“นายท่าน ก่อนที่สมรภูมิเซียนเหินจะปิดฉากยังเหลือเวลาอีกห้าวัน หลังจากนี้พวกเราควรไปตามฆ่าพวกคุนเซ่าอวี่นั่นหรือไม่”

เสี่ยวอิ๋นตั้งท่าเตรียมพร้อมเอ่ยถาม

‘ห้าวัน… ก็ไม่รู้ว่าทางเมืองอารักษ์มรรคเป็นอย่างไรบ้างแล้ว…’

แววตาของหลินสวินไหววูบ

ยามนี้การต่อสู้ในสมรภูมิเซียนเหินไม่น่าหวั่นวิตกนานแล้ว สิ่งเดียวที่ทำให้หลินสวินวางใจไม่ลงก็คือความปลอดภัยของค่ายทัพดินแดนรกร้างโบราณ

ไม่นานหลินสวินก็เก็บความคิด กล่าวเสียงเบา “ไปตามฆ่าพวกคุนเซ่าอวี่ตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับงมเข็มในมหาสมุทร แต่พวกเราก็ไม่อาจพลาดโอกาสครั้งนี้ไปโดยไม่ทำอะไรเลย”

“ถูกต้อง!”

เจ้านกดำพุ่งเข้ามากล่าวอย่างลึกลับ “สมรภูมิเซียนเหินนี้เป็นสถานที่ที่ดีจริงๆ ก่อนหน้านี้พวกเจ้าก็เห็นแล้ว ว่ามีผู้แข็งแกร่งบนทางเดินโบราณฟ้าดาราทำลายปราการระเบียบมาถึงโลกนี้ได้ แต่เกรงว่าพวกเจ้าคงไม่รู้ ในสายตาของพวกเขา สมรภูมิเซียนเหินนี่ก็คือคลังสมบัติตามธรรมชาติอย่างหนึ่ง!”

เสี่ยวอิ๋นกล่าวประหลาดใจ “คลังสมบัติ? ที่นี่มีวิญญาณเซียนเหินมากขนาดนี้ จะมีสมบัติอะไร”

“โง่! ไม่เห็นเถาวัลย์หยกนภาค่ำต้นนั้นหรือ ยอดสมบัติจากธรรมชาติเช่นนี้ มีแค่สมรภูมิเซียนเหินเท่านั้นที่ให้กำเนิดออกมาได้!”

เจ้านกดำกดเสียงต่ำ “ก็เหมือนเขาตัดหมอกนี้ที่ไม่ธรรมดาเป็นอย่างยิ่ง ขอแค่เสาะหาโดยละเอียด ย่อมต้องพบสมบัติบางส่วนที่ไม่ด้อยไปกว่าเถาวัลย์หยกนภาค่ำแน่”

เสี่ยวอิ๋นนัยน์ตาเป็นประกาย “จริงหรือ”

เจ้านกดำกล่าวไม่สบอารมณ์ “ข้าเคยหลอกเจ้าเมื่อไหร่กัน”

หลินสวินที่เฝ้ามองมาตลอดกล่าวขึ้นมาทันใด “เจ้าดำ เจ้ารู้อะไรบางอย่างใช่ไหม”

“เอ่อ…”

เจ้านกดำสีหน้าค้างแข็ง ไม่นานก็กล่าวจองหอง “ข้าเชี่ยวชาญดาราศาสตร์ รอบรู้เรื่องภูมิประเทศ ข่าวลึกลับทั่วหล้าตั้งแต่อดีตจนปัจจุบันไม่มีสิ่งใดที่ข้าไม่รู้”

เจ้าหมอนี่พูดจาส่งเดช ผ่อนเรื่องหนักเป็นเบาอีกแล้ว เพียงแต่หลินสวินรู้ดีว่าเจ้าหมอนี่ซ่อนความลับไว้ไม่น้อยจริงๆ

เขายิ้มถาม “เช่นนั้นเจ้าคิดว่าหลังจากนี้พวกเราควรทำอะไรดี”

เจ้านกดำกล่าวโดยไม่ลังเล “ง่ายมาก หาสมบัติ!”

หลินสวินพยักหน้ารับคำ

“โยนป้ายคำสั่งเซียนเหินพวกนี้ทิ้งไปเถอะ”

เจ้านกดำเหลือบตามองป้ายคำสั่งเซียนเหินพวกนั้นในมือหลินสวินแล้วพลันกล่าว “ในสมรภูมิเซียนเหินนี้ อย่างมากก็รวบรวมชะตามรรคผลงานรบให้ป้ายคำสั่งเซียนเหินได้แค่เก้าป้าย ยามสมรภูมิเซียนเหินปิดฉากลง เจ้าก็เอาป้ายคำสั่งเซียนเหินที่ว่างเปล่าพวกนั้นไปไม่ได้”

หลินสวินประหลาดใจ มองเจ้านกดำวูบหนึ่ง เจ้าหมอนี่รู้เรื่องเกี่ยวกับสมรภูมิเซียนเหินแค่ไหนกันแน่

ในใจเจ้านกดำร้อนรนแต่ปากกลับพูดว่า “ในการต่อสู้แห่งเก้าดินแดนสองครั้งก่อนล้วนเคยเกิดเรื่องแบบเดียวกัน จำเป็นต้องตื่นตูมเช่นนี้หรือ”

หลินสวินร้องอ้อคราหนึ่ง ไม่ซักไซ้ไล่เลียงอีก ต่อให้ซักไซ้ไป ด้วยนิสัยของนกขี้ขโมยนี่ย่อมไม่มีทางคายอะไรออกมาแน่

“ไป รีบดำเนินการเถอะ!”

เจ้านกดำกล่าวตื่นเต้น “เวลาห้าวัน เพียงพอให้พวกเรากวาดล้างเขาตัดหมอกลูกนี้แล้ว!”

“จะรีบร้อนอะไรนักหนา รอข้าหลอมเถาวัลย์หยกนภาค่ำก่อนค่อยว่ากัน”

หลินสวินกล่าวไม่สบอารมณ์ เพิ่งผ่านศึกใหญ่มาเมื่อครู่ พลังกายของเขาสูญเสียไปค่อนข้างมาก ต่อให้อยากดำเนินการก็ต้องรอพลังฟื้นคืนกลับมาก่อนจึงจะได้

ขณะเดียวกันหลินสวินก็อยากลองดู ว่าพลังของเถาวัลย์หยกนภาค่ำนี้จะอัศจรรย์มากแค่ไหน!

“น่าชังนัก!!”

ในอุโมงค์ใต้ดินที่มืดมนชื้นแฉะแห่งหนึ่ง คุนเซ่าอวี่สีหน้าเหี้ยมเกรียม กลิ่นอายดุดัน ไม่อาจควบคุมเพลิงโทสะในใจไว้ได้อีก แผดเสียงคำรามออกมา

“คนเดียวก็เกือบคว่ำพวกเราได้หมด ถึงตอนนี้กำลังพลที่มีฝีมือที่สุดในค่ายทัพแปดดินแดนแทบจะบาดเจ็บล้มตายไม่เหลือ เมื่อการต่อสู้แห่งเก้าดินแดนมาเยือน พวกเรายังจะเอาอะไรไปสู้ดินแดนรกร้างโบราณได้อีก”

“หากข่าวแพร่กลับไปในแปดดินแดน ผู้คนจะมองพวกเราอย่างไร”

เมื่อคำรามถึงตอนท้ายสุด ดวงตาของคุนเซ่าอวี่ก็แดงไปหมด

ความพ่ายแพ้ย่อยยับครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ล้มตายเป็นเบือเท่านั้น ยังทำให้สภาวะจิตของพวกเขาถูกโจมตีหนักอย่างไม่เคยมีมาก่อน

ข้างๆ เซวี่ยชิงอีและจู๋อิ้งคงเงียบไป แต่ละคนล้วนสีหน้าไม่น่าดู พวกเขา… มีหรือจะไม่แค้น

สมรภูมิเซียนเหิน เดิมเป็นการต่อสู้ชั้นยอดที่เจิดจรัสที่สุดครั้งหนึ่ง ทั้งเหมือนเป็นการตัดสินสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงระหว่างค่ายทัพทั้งเก้า

ทั้งการชิงชัยนี้ยังคัดอันดับหนึ่งในระดับมกุฎอริยะแท้ของเก้าดินแดนได้ด้วย นี่เป็นถึงเกียรติภูมิยิ่งใหญ่ที่หาได้ยากยิ่ง สามารถจารึกชื่อลงในประวัติศาสตร์ เป็นที่จดจำของผู้ฝึกปราณเก้าดินแดนใหญ่ทุกคน!

แต่ตอนนี้พวกเขาแพ้แล้ว!

พยายามวางแผนใช้ความคิดทั้งหมด ระดมกำลังพลชั้นยอดของแปดดินแดนออกมาสู้เต็มที่ แต่ทว่าสุดท้ายก็ยังแพ้เหมือนเดิม

แพ้ในมือของคนผู้เดียว!

“ไม่ พวกเรายังไม่แพ้ราบคาบ”

ทันใดนั้นเซวี่ยชิงอีสูดหายใจลึก ในดวงตาแดงก่ำฉายแววเยียบเย็น

“อย่าลืมสิ ปฏิบัติการครั้งนี้ของพวกเราดำเนินการพร้อมกันสองด้าน นอกสมรภูมิเซียนเหินมีการต่อสู้หนึ่งกำลังดำเนินไปพร้อมกัน!”

คุนเซ่าอวี่และจู๋อิ้งคงชะงักไปก่อน จากนั้นนัยน์ตาก็ฉายแววเจิดจ้าออกมา

“ขอแค่ทัพพันธมิตรแปดดินแดนของพวกเราเหยียบย่ำค่ายทัพดินแดนรกร้างโบราณได้ ในการต่อสู้แห่งเก้าดินแดน พวกเราทั้งแปดดินแดนก็จะถูกลิขิตให้ยืนอยู่บนแดนไร้พ่าย”

เซวี่ยชิงอีกล่าวฮึกเหิมขึ้นเรื่อยๆ “ถึงตอนนั้น ต่อให้พลังต่อสู้ของหลินสวินพลิกฟ้าแค่ไหนก็ไม่อาจพลิกสถานการณ์กลับมาได้”

คุนเซ่าอวี่พึมพำ “ตอนนี้ก็ได้แต่ฝากความหวังไว้กับเรื่องนี้แล้ว”

“เจ้าทั้งสองวางใจเถอะ ทัพพันธมิตรแปดดินแดนบุกเมืองครั้งนี้มีโอกาสชนะสูงมาก!”

สายตาของจู๋อิ้งคงล้ำลึกขึ้นทันใด กล่าวเสียงขรึม

“ถึงตอนนี้ข้าคนแซ่จู๋จะไม่ปิดบังพวกเจ้าทั้งสองอีก ก่อนหน้านี้ดินแดนโบราณยอดหยินของข้าได้ลอบวางหมากไว้ในค่ายทัพดินแดนรกร้างโบราณไม่น้อย เมื่อเข้าสู่ช่วงสำคัญของการบุกเมืองครั้งนี้ หมากพวกนี้ก็จะ ‘นอกในตีประสาน’ ทำลายค่ายทัพดินแดนรกร้างโบราณจนพินาศย่อยยับในคราเดียว!”

ประโยคเดียวทำให้คุนเซ่าอวี่และเซวี่ยชิงอีฮึกเหิมขึ้นมา คิดไม่ถึงว่าดินแดนโบราณยอดหยินจะวางแผนไว้ล่วงหน้า!

โลกรกร้างโบราณ เมืองอารักษ์มรรค

เขม่าควันอบอวล ฟ้าดินมืดสลัว ทัพพันธมิตรแปดดินแดนที่มองไม่เห็นจุดสิ้นสุดปิดล้อมรอบเมืองอารักษ์มรรคเป็นชั้นๆ ราวกับกระแสน้ำ

สมบัติวิเศษคำรามก้อง วิชามรรคสาดส่องลงมาเหมือนรุ้งเทพพร่างพรายนับไม่ถ้วน บุกจู่โจมกระบวนค่ายกลใหญ่ที่ปกคลุมอยู่เหนือเมืองอารักษ์มรรคอย่างต่อเนื่อง

สถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องมาห้าวันแล้ว!

มกุฎอริยะทุกคนอย่างพวกเซ่าเฮ่า รั่วอู่ จ้าวจิ่งเซวียน เจ้าคางคก อาหลู่ล้วนสีหน้าจริงจัง สภาวะจิตดิ่งลง

หน้าตาแต่ละคนเผยความอ่อนเพลียยากปกปิด

ป้องกันอย่างไม่ว่างเว้นมาห้าวันห้าคืน แม้จะแค่ควบคุมกระบวนค่ายกลใหญ่ป้องกันเมืองก็ทำให้พวกเขารู้สึกเหนื่อยล้าทั้งกายใจ เกือบจะรับไม่ไหวแล้ว

ใครก็คิดไม่ถึงว่าศัตรูในครั้งนี้จะเจ้าเล่ห์เช่นนี้ ไม่เข้าใกล้แต่ผลัดกันโจมตีระยะไกล ทำให้สี่ยอดค่ายกลสังหารไม่อาจสำแดงอานุภาพออกมาได้อย่างสมบูรณ์

ภายในเมืองผู้ฝึกปราณของดินแดนรกร้างโบราณนับไม่ถ้วนกินไม่ได้นอนไม่หลับ กดดันและตึงเครียด ทุกวันล้วนอยู่อย่างอกสั่นขวัญแขวน ทรมานหาใดเปรียบ

“พี่เซ่าเฮ่า แย่แล้ว!”

ทันใดนั้นเงาร่างของเซี่ยวชางเทียนปรากฏบนหอกำแพงเมือง

เขาหน้าคล้ำเขียวกัดฟันกล่าว “ค่ายทัพของพวกเรามีหนอนบ่อนไส้ เมื่อครู่เพิ่งทำลายรากฐานบางส่วนของกระบวนค่ายกลแปดพิทักษ์ไป!”

ประโยคเดียวราวกับฟ้าถล่มดินทลาย ทุกคนต่างหน้าเปลี่ยนสี

…………….

Battling Records of the Chosen One

Battling Records of the Chosen One

BRCO, Tian Jiao Zhan Ji, 天骄战纪
Score 8
Status: Ongoing Type: Author: , Released: 2016 Native Language: Chinese
ณ มหาทวีปชางถูอันกว้างใหญ่ไพศาล มีเซียนอมตะผู้อยู่เหนือสวรรค์ชั้นฟ้า มีเทพมารบรรพกาลผู้ควบคุมโลกันต์ ก่อเกิดเป็นตำนานอันรุ่งโรจน์ไม่รู้จบบนหน้าประวัติศาสตร์ ในโลกใบเดียวกันนั้น เด็กชายนามว่าหลินสวินจำต้องอาศัยการฝึกปราณและการจารึกรอยสลักวิญญาณ บากบั่นมุ่งหน้าไปบนหนทางสู่ความเป็นหนึ่งแต่เพียงลำพัง หลินสวินเป็นผู้เดียวที่หนีรอดมาได้จากคุกใต้เหมือง ที่ที่เขาถูกเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ เขาไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองเป็นใคร ยกเว้นเพียงความจริงไม่กี่อย่างที่ท่านลู่ ผู้อุปการะของเขาเป็นคนเล่าให้ฟัง ด้วยเครื่องมือวิญญาณโบราณสองอย่างที่ท่านลู่มอบไว้ให้ก่อนคุกใต้เหมืองจะถล่ม หลินสวินเริ่มออกเดินทางสู่จักรวรรดิจื่อเย่า เพื่อค้นหาว่าเพราะเหตุใดชีพจรวิญญาณของเขาจึงถูกพรากไป และใครที่เป็นคนสังหารครอบครัวของเขา จนทำให้เด็กชายต้องโดดเดี่ยวอ้างว้างอย่างที่เป็นอยู่นี้ แม้ภายนอกจะเป็นเพียงเด็กชายตัวผอมแห้งอายุสิบสองสิบสามที่ดูไร้พิษสง แต่ภายในนั้นเด็ดขาดและไร้ความปราณีเป็นที่สุด ท่านลู่เปรียบเสมือนแสงแดดอุ่นที่คอยสอนไม่ให้หลินสวินหยุดเรียนรู้และสอนวิชาเอาตัวรอดให้เขา ในทางกลับกัน ทหารยามและนักโทษทั้งหลายทำให้เขารู้จักว่าความดำมืดที่แท้จริงเป็นเช่นไร และมนุษย์คนหนึ่งจะชั่วช้าได้สักแค่ไหน… In the vast and boundless continent Cangtu, there were ancient sects governing the Ten Old Domains, unworldly immortal clans beyond the Blue Sky, and primordial demon gods dominating the dark abyss that together created a great number of brilliant stories over the long course of the history. In this very world, there was a boy, named Lin Xun, who embarked on his journey to the pinnacle of strength alone through cultivation and spiritual tattoo inscribing. Escaping alone from the Mine Prison where he had been living since he was adopted by Master Lu, Lin Xun knew nothing about his identity but the little information his adopter, Master Lu, had told him. With two ancient spiritual tools Master Lu gave to him before the destruction of the Mine Prison, Lin Xun started his journey to Ziyao Empire, where he is supposed to find out the truth of his lost Spiritual Vessel and the person who slaughtered his family, leaving him orphaned. Will he be able to unlock the mysteries of the two magic treasures, unveil the secrets of his identity and create a legend of his own?

Comment

Options

not work with dark mode
Reset