Battling Records of the Chosen One บันทึกศึกผู้กล้าท้าสวรรค์ – ตอนที่ 1674 ดุจดั่งหุบเหวลึกเคลื่อนขวาง

เพิ่งสิ้นเสียง พวกเจ้าคางคก อาหลู่ก็อดขมวดคิ้วมุ่นไม่ได้

เจ้าเฒ่าหน้าไม่อายนัก!

พอตระหนักได้ว่าสถานการณ์ไม่เข้าทีก็ใช้อุบายอื่น พุ่งเป้าไปที่หลินสวินเพียงคนเดียว ดูคล้ายยอมถอย อันที่จริงหมายสังหารหลินสวินด้วยการเสียค่าตอบแทนที่น้อยที่สุดชัดๆ

ส่วนผู้แข็งแกร่งเผ่าอีกาทองได้ยินเช่นนั้น ดวงตาพลันทอประกายวาววับ

“หลินสวิน เจ้าตกลงหรือไม่”

อูเหิงเทียนเอ่ยถามเสียงเข้ม

ไม่รอให้หลินสวินเอ่ยปาก อาหลู่ก็อดแหกปากด่ายกใหญ่ไม่ได้ “เจ้าเฒ่า เสียทีที่เจ้าเป็นถึงหัวหน้าเผ่าอีกาทอง ไม่รู้สึกไร้ยางอายบ้างหรือ”

เจ้าคางคกเอ่ยถามตรงๆ “พี่ใหญ่ ขอเพียงเจ้าพูดประโยคเดียว พวกเราพี่น้องจะร่วมบุกฆ่าเผ่าอีกาทองพร้อมกับเจ้า ไม่จำเป็นต้องสนใจเจ้าเฒ่าสารเลวนี่สักนิด!”

พวกเซ่าเฮ่า เยี่ยเฉินล้วนพยักหน้า

“เฮอะ! บุกฆ่าหรือ พวกเจ้าจะบ้าระห่ำเกินไปหน่อยแล้ว ต่อให้เป็นระดับกึ่งจักรพรรดิ ก็ยังต้องชั่งใจถึงผลที่ตามมาของการบุกหุบเขาตะวันคล้อยของข้า”

อูเหิงเทียนสีหน้าอึมครึมเยียบเย็น “หากไม่ใช่เพราะเห็นแก่หน้าขุมอำนาจที่อยู่เบื้องหลังพวกเจ้า คิดจริงๆ หรือว่าข้าอูเหิงเทียนจะยอมถอยให้ปานนี้”

เจ้าคางคกยังอยากพูดอะไรก็ถูกหลินสวินห้ามเอาไว้ สายตาเขาลุ่มลึก มองอูเหิงเทียนพลางกล่าว “ต่อสู้สามครั้ง แต่ละครั้งล้วนชนะ เจ้าจะเป็นฝ่ายส่งตัวผู้อาวุโสเทียนเชวียมาให้หรือ”

อูเหิงเทียนพูดอย่างไม่ลังเลสักนิด “ถูกต้อง! แต่จำเอาไว้ว่าต้องเป็นเจ้าต่อสู้คนเดียว อีกทั้งห้ามพูดถึงเรื่องเป็นตาย!”

หัวคิ้วพวกเจ้าคางคกขมวดมุ่น เฒ่าสามานย์นี่ยอมถอยให้เสียที่ไหน เห็นๆ อยู่ว่าตั้งใจวางแผนฆ่ากันชัดๆ

กลับเห็นสีหน้าหลินสวินสงบนิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ กล่าวเพียงว่า “เกิดเจ้ากลับคำขึ้นมาจะทำอย่างไร”

อูเหิงเทียนอดหัวเราะลั่นไม่ได้ “เจ้าหนู เจ้าออกจะดูเบาข้าอูเหิงเทียนเกินไปหน่อย เรื่องในวันนี้ก็ให้ทุกคนในที่นี้เป็นพยานก็สิ้นเรื่อง!”

‘หลินสวิน เจ้าจะตอบตกลงเขาจริงๆ หรือ’

เซ่าเฮ่าขมวดคิ้วสื่อจิต ‘เผ่าอีกาทองโหดเหี้ยมมาช้านาน ต่อสู้สามครั้ง เพื่อฆ่าเขาพวกเขาอาจไม่สนศักดิ์ศรี เป็นไปได้สูงว่าอาจส่งพวกร้ายกาจระดับราชันอริยะออกมาก็ได้’

‘ไม่เป็นไร ข้ามีแผนอยู่’

หลินสวินระบายยิ้ม

‘แต่ถ้าสุดท้ายอีกฝ่ายกลับคำขึ้นมาเล่า’

เซ่าเฮ่ายังคงไม่วางใจ

หลินสวินกล่าวด้วยสีหน้าสงบ ‘ไม่เป็นไร พี่เซ่าเฮ่าคงไม่ได้คิดว่าข้ามุ่งหน้ามาเพียงเพราะช่วยคนอย่างเดียวหรอกกระมัง’

หัวใจเซ่าเฮ่าสะท้าน ในหัวผุดความคิดอาจหาญอย่างหนึ่งขึ้นมา สายตาที่มองไปทางหลินสวินอีกครั้งก็เปลี่ยนไปจากเดิมแล้ว

เจ้าหมอนี่ไปเอาความมั่นใจมาจากไหนกันแน่

“ข้าตกลง เริ่มกันเลย”

หลินสวินคร้านจะพูดมากความ เหินฟ้าขึ้นไปยืนตระหง่านกลางอากาศ เงาร่างสันโดษ หว่างคิ้วสุขุมลุ่มลึก

หากสามารถเทียนเชวียออกมาได้อย่างราบรื่น นั่นย่อมดีกว่าอยู่แล้ว

หากอีกฝ่ายกลับคำ นั่นก็ย่อมไม่สลักสำคัญ

อูเหิงเทียนอดอึ้งไปไม่ได้ เขาคิดไม่ถึงว่าหลินสวินจะถึงกับตกปากรับคำหน้าระรื่นปานนี้

ไม่เพียงแต่เขา แม้แต่ผู้แข็งแกร่งเผ่าอีกาทองคนอื่นๆ ต่างก็อึ้งค้างอยู่บ้าง เจ้าหมอนี่สบายใจไร้กังวลจริงๆ หรือแค่ไม่รู้จักกลัวตายกันแน่

หากไม่มีการช่วยเหลือจากมกุฎอริยะขุมอำนาจใหญ่ต่างๆ เหล่านั้น ลำพังแค่เขาคนเดียวก็คิดอยากอาศัยการต่อสู้สามครั้งนี่ไปช่วยชีวิตคนได้หรือ

เพ้อฝันชัดๆ!

ทันใดนั้นอูเหิงเทียนก็อดส่งเสียงหัวเราะเย็นชาออกมาไม่ได้ โบกมือกล่าว “เหิงไห่ เจ้าไปจัดการเจ้าหนูนี่เสีย จำไว้ อย่าได้ปรานี”

บุรุษเงาร่างล่ำสัน ผมเคราดั่งทวน มาดนิ่งขรึมทรงอานุภาพคนหนึ่งสาวเท้าก้าวออกมา นัยน์ตาสยดสยองปานแสงอสนีพลุ่งพล่าน

ทอดสายตามองจากไกลๆ เขาก็เหมือนภูเขาสูงตระหง่าน ให้ความรู้สึกสูงลิ่วไม่อาจป่ายปีน ไม่สามารถสั่นคลอนได้แก่ผู้คน!

อูเหิงไห่ ผู้แข็งแกร่งระดับมหาอริยะ หนึ่งในผู้อาวุโสอริยะเผ่าอีกาทอง ตำแหน่งทรงคุณวุฒิ ทั่วทั้งดินแดนรกร้างโบราณก็มีชื่อเสียงอย่างมากเช่นกัน ถูกขนานนามว่า ‘นักเชือดอับดับหนึ่งระดับมหาอริยะในรอบแปดร้อยปี’!

พลังต่อสู้ของคนผู้นี้ ในระดับมหาอริยะบนโลกอาจไม่ถึงขั้นชั้นหนึ่ง แต่จำนวนคู่ต่อสู้ที่ตายด้วยน้ำมือเขามีมากมาย หากเป็นที่สองในระดับมหาอริยะ ก็ไม่มีใครกล้าเป็นที่หนึ่ง

นี่ก็คือที่มาของฉายา ‘นักเชือด’!

พวกเยี่ยเฉิน หมีเหิงเจินล้วนนัยน์ตาหดรัดอย่างอดไม่อยู่ หว่างคิ้วฉายแววเดือดดาล

“อูเหิงเทียน พวกเจ้าออกจะไร้ยางอาจเกินไปแล้วกระมัง ส่งมหาอริยะที่สองมือนองเลือดออกมาจัดการระดับอริยะแท้คนหนึ่ง ยังมียางอายอยู่หรือไม่”

เย่หมัวเฮอตะโกนลั่น

อูเหิงเทียนกล่าวยิ้มในหน้า “การต่อสู้ครั้งนี้ไม่มีกฎกติกาเกี่ยวกับระดับพลัง หากพวกเจ้าคิดว่าเจ้าหลินสวินนี่ไม่ใช่คู่ต่อสู้ เช่นนั้นก็ให้เขาเป็นฝ่ายยอมแพ้เอง ปลิดชีพไถ่โทษก็ได้”

หัวหน้าเผ่าเก่าแก่ ผู้ควบคุมหุบเขาตะวันคล้อยแดนเร้นอริยะที่สูงส่งคนหนึ่ง กลับเอ่ยคำพูดไร้ยางอายเช่นนี้ออกมา ทำเอาพวกเย่หมัวเฮอได้เปิดโลกทัศน์ยิ่ง

“นายท่านนกอย่างข้าไม่เคยเห็นพวกหน้าหนาไร้ยางอายเช่นนี้มาก่อน!”

เจ้านกดำเดือดดาลแล้ว มันคิดว่าตัวมันเองหน้าไม่อายสุดๆ แล้ว แต่เมื่อเทียบกับอูเหิงเทียน กลับต่างกันราวฟ้ากับเหวอย่างสิ้นเชิง

ต่อให้เป็นผู้แข็งแกร่งเผ่าอีกาทองเหล่านั้น ก็ราวกับว่าแม้แต่พวกเขาก็ยังคิดไม่ถึง ว่าหัวหน้าเผ่าจะส่งคนน่าสะพรึงอย่างอูเหิงไห่นี่ออกมาตั้งแต่การต่อสู้ครั้งแรก

นี่…

แสดงให้เห็นชัดเจนว่าหมายใช้พลังเด็ดขาดฆ่าหลินสวินตั้งแต่แรก!

แน่นอนว่าการวางแผนเช่นนี้เห็นชัดว่าไม่สะอาดอยู่บ้างจริงๆ แต่ขอเพียงสังหารหลินสวินได้ก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องเลวร้าย

เหนือความคาดหมาย ถูกปฏิบัติเช่นนี้หลินสวินก็ยังคงเยือกเย็นยิ่ง ริมฝีปากพูดเพียงสี่คำออกมาเบาๆ

“มาสู้สักตั้ง!”

ประโยคเดียวสะเทือนฟ้าดิน กลบทุกสรรพเสียงในลาน

พวกเจ้าคางคก อาหลู่ต่างตั้งท่าจะพูดแต่ก็หยุดลง รู้ว่าหลินสวินตัดสินใจแน่วแน่แล้ว ในใจล้วนอดกังวลเล็กน้อยไม่ได้

มหาอริยะทั่วไป ไม่มีคุณสมบัติให้มกุฎอริยะแท้ใส่ใจก็จริง

แต่อูเหิงไห่นั่นหาใช่มหาอริยะทั่วไป แม้จะไม่ได้เหยียบย่างมกุฎมรรคา แต่ระดับของเขาก็เหยียบอยู่เหนือหัวหลินสวินได้อย่างมั่นคงแล้ว

นี่ก็กำหนดแล้วว่าการต่อสู้ครั้งแรกนี้ ยังไม่ทันเริ่มก็ไม่เป็นธรรมอย่างยิ่งแล้ว!

แต่ทุกคนต่างห้ามไม่ทัน เพราะหลินสวินตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว

“อยากตายนักก็จะสนองให้เจ้า!”

อูเหิงไห่ก้าวเท้าขึ้นกลางอากาศ ห้วงอากาศล้วนพังทลายอยู่ใต้แทบเท้าเขา เงาร่างของเขาประหนึ่งภูเขาสูงชันไร้ที่สิ้นสุด สูงใหญ่โอฬารมากขึ้นเรื่อยๆ

นี่คือ ‘ความยิ่งใหญ่’ ในแง่ของกลิ่นอายอย่างหนึ่ง!

เป็นอานุภาพที่เป็นส่วนหนึ่งของระดับมหาอริยะ หากเปลี่ยนเป็นอริยะแท้คนอื่นๆ มาอยู่ตรงนี้ รังแต่จะรู้สึกเล็กจ้อยไร้เรี่ยวแรงดั่งมด อย่าว่าแต่ต่อสู้เลย แม้แต่จิตวิญญาณการต่อสู้ยังอาจถูกสั่นคลอน

ตู้ม!

เมฆสิบทิศพังครืน ฟ้าดินมืดครึ้ม

ทั่วร่างอูเหิงไห่รายล้อมด้วยเพลิงเทพสีทองที่ลุกโชน กลิ่นอายพุ่งทะยานเหมือนวัวกระทิง ครอบฟ้าคลุมดิน ทำให้คนมากมายในลานต่างกลั้นหายใจ

นี่คืออานุภาพแห่งมหาอริยะอย่างแท้จริง ยิ่งใหญ่และไร้ขีดจำกัด ดุจม่านที่ปกคลุมผืนฟ้า ภูผาธาราสรรพสิ่งยามเมื่ออยู่ต่อหน้าเขาล้วนเห็นได้ชัดว่าเล็กจ้อยหาใดเปรียบ

เพียงแต่ ทั้งหมดนี้ล้วนไม่อาจส่งผลต่อจิตใจหลินสวิน

เขาหยั่งถึงแก่นอัศจรรย์แห่ง ‘ความยิ่งใหญ่’ ตั้งนานแล้ว ถึงขั้นหากพูดถึงความเข้าใจที่มีต่อ ‘ความยิ่งใหญ่’ เมื่อเทียบกับผู้แข็งแกร่งที่เหยียบย่างระดับมหาอริยะส่วนหนึ่งยังอาจจะรู้ลึกซึ้งถ่องแท้มากกว่าด้วยซ้ำ

สาเหตุที่ยังไม่ได้เหยียบย่างระดับมกุฎมหาอริยะ เพราะยังขาดแค่จุดเปลี่ยนเดียวก็เท่านั้น

ฟ้าดินหดหู่ อากาศราวกับเยือกแข็ง บรรยากาศมาคุดุดันทำให้ท้องฟ้าล้วนเปลี่ยนสี

ในลาน สายตาทุกคู่ล้วนทอดมองเข้ามาอย่างประหม่า

นี่เป็นการต่อสู้ที่ไม่ยุติธรรมอย่างหนึ่ง ขณะเดียวกันก็เป็นการเข่นฆ่าที่หายากในรอบกาลนิรันดร์ด้วยเช่นกัน

คนหนึ่งเป็นอันดันหนึ่งแห่งสมรภูมิเก้าดินแดน บุคคลแห่งยุคที่ย่างมกุฎขึ้นเป็นอริยะแท้ อีกคนคืออูเหิงไห่ผู้ได้รับการขนานนามว่าเป็น ‘นักเชือดอันดับหนึ่งระดับมหาอริยะในรอบแปดร้อยปี’

ทอดสายตาแลทั่วทั้งดินแดนรกร้างโบราณ นี่ถึงขั้นเรียกได้ว่าเป็นการต่อสู้ที่สยดสยองสะท้านโลกอย่างหนึ่ง

อาภรณ์หลินสวินโบกสะบัด นัยน์ตาดำลุ่มลึกเยียบเย็น พลังอันน่าสะพรึงประหนึ่งหืนหนืดหลอมเหลวภายในกายของเขาโคจรแผ่กว้างตั้งนานแล้ว

“ตาย!”

ไม่ได้พูดพร่ำทำเพลงแต่อย่างใด อูเหิงไห่ซัดโจมตีอย่างไม่ลังเลสักนิด

เมื่อเขาโบกมือหนึ่งครา ประหนึ่งเหวี่ยงอาทิตย์ดวงใหญ่ที่ลุกไหม้ดุเดือดดวงหนึ่งขึ้นมา ดุจดั่งเทพสังหารบรรพกาล กลิ่นอายเดือดพล่านรุนแรง มีอานุภาพแห่งการหลอมผลาญจักรวาล

แข็งแกร่งนัก!

พวกเซ่าเฮ่าล้วนนัยน์ตาหดรัด โจมตีคราเดียวก็มองออกว่าแม้จะอยู่ในระดับมหาอริยะ อูเหิงไห่ก็เป็นพวกชั้นยอดคนหนึ่ง น่ากลัวถึงขีดสุด

อูเหิงเทียนอดร้องชมไม่ได้ เขามองออกแล้ว อูเหิงไห่ไม่ได้ประมาทและออมมือ หากแต่ทำอย่างที่เขาสั่งการ ใช้อานุภาพกวาดล้างอย่างสิ้นเชิง ฝีมือทรงพลังดั่งอสนีโจมตีสังหารหลินสวินในคราเดียว!

ผู้แข็งแกร่งเผ่าอีกาทองไม่น้อยต่างก็เผยสีหน้าสะท้านสะเทือนออกมา

ในดินแดนรกร้างโบราณ การเข่นฆ่าของระดับมหาอริยะนั้นหายากอย่างยิ่ง ต่อให้ในฐานะคนร่วมเผ่า ในหมู่พวกเขาส่วนใหญ่ก็ไม่เคยเห็นฝีมือของอูเหิงไห่ เพราะฉะนั้นจังหวะแรกจึงถูกทำให้สะท้านสะเทือน

ตู้ม!

เผชิญหน้าการโจมตีนี้ รอบตัวหลินสวินพลันปรากฏหุบเหวลึกขึ้นมา กลืนฟ้าขย้อนดิน ปิดครอบสิบทิศ

ห้วงอากาศล้วนระเบิดกระจุบกระจาย พลังความว่างเปล่าโดยรอบละแวกใกล้เคียงต่างถูกดูดกลืนจมหาย ทำให้จุดที่หลินสวินยืนอยู่ ราวกับกลายเป็นหลุมดำ!

ยามเมื่อฝ่ามือนี้ของอูเหิงไห่ตบเข้ามา พลังฝ่ามือที่พร่างพราวตาดุจอาทิตย์ดวงใหญ่นั่น เมื่อเสียงชนกระแทกดังกระหึ่มสั่นสะเทือนแก้วหู ก็ระเบิดกระจุยกระจายฉับพลัน กลายเป็นเปลวเพลิงละอองแสงเดือดพล่าน ถูกหุบเหวลึกที่อยู่รอบตัวหลินสวินกลืนกินจนไม่เหลือเศษซาก

คัมภีร์กลืนกินไร้สิ้นสุด!

เจ้าแห่งกายสิทธิ์อาศัยคัมภีร์มรรคสูงสุด เคลื่อนขวางปวงสวรรค์ กรำศึกความว่างเปล่าโดยรอบ ใช้หุบเหวกลืนกินเป็นรากฐาน วิวัฒน์กำเนิดวิชาชั้นยอดอดีตกาล

ณ จังหวะนี้ เวลานี้ เบื้องหน้าหุบเขาตะวันคล้อย ระเบิดปะทุอานุภาพน่าสะพรึงไร้ที่สิ้นสุด!

“นี่……”

พวกเซ่าเฮ่าต่างพากันสะท้านสะเทือนใจ ไม่เจอกันครึ่งปี หลินสวินแข็งแกร่งยิ่งกว่าที่พวกเขาคิดเอาไว้มากโข นี่เหมือนคนละคนชัดๆ!

อูเหิงเทียนหน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ พลังแห่งมกุฎของระดับอริยะแท้ถึงกับพลิกฟ้าปานนี้เชียวหรือ

ควรรู้ว่าอูเหิงไห่หาได้ปรานีแต่อย่างใด ที่งัดออกมาใช้คือพลังระดับมหาอริยะแท้ แต่ก็ยังคงถูกซัดสะเทือนปานกระดาษว่าวอยู่ดี!

และผู้แข็งแกร่งเผ่าอีกาทองเหล่านั้นพากันลูกตาเกือบกลิ้งหลุดออกมา เคยได้ยินมานานแล้วว่าหลินสวินพลังต่อสู้พลิกฟ้า ดุจดั่งมารปีศาจแห่งยุค ได้เห็นเองวันนี้ พวกเขาจึงค้นพบว่าเจ้าหมอนี่แข็งแกร่งยิ่งกว่าคำร่ำลือเสียอีก เหนือจินตนาการชัดๆ

“ฆ่า!”

สีหน้าอูเหิงไห่ก็เปลี่ยนไปน้อยๆ เช่นกัน แต่เขาเคยโรมรันฟันฆ่ามาช้านาน ซัดหนึ่งฝ่ามือออกไปอีกครั้งอย่างไม่ลังเลแต่อย่างใด

วู้ม!

ชั่วขณะนั้น ตะวันพันดวงห้อทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้า หมายจะผลาญฟ้าดับทำลายดิน ภูผาธาราละแวกใกล้เคียงล้วนปะทุฉับพลัน กลายเป็นเถ้าถ่านจางหายไป

ห้วงอากาศล้วนถูกหลอมละลาย เป็นรูพรุนยับเยิน

มรดกตกทอดสูงสุดของเผ่าอีกาทอง…พันตะวันผลาญฟ้า!

และเวลานี้เอง เงาร่างหลินสวินเริ่มเคลื่อนขยับ ดุจดั่งหุบเหวลึกมหาห้วงอากาศเคลื่อนขวาง ฟ้าดินล้วนพังครืน บิดเบี้ยวเมื่อการย่างก้าวของเขา เกิดเสียงระเบิดน่าสะพรึง

อานุภาพเผด็จการไร้ขีดจำกัดนั่น ราวกับเทพแห่งการทำลายล้างเคลื่อนทัพชัดๆ

เพียงแค่ชั่วพริบตา ตะวันนับพันดวงก็แตกระเบิดออกบนถนนเบื้องหน้าหลินสวินดวงแล้วดวงเล่า พลังที่บรรจุอยู่ในอาทิตย์แต่ละดวงล้วนเพียงพอจะสังหารอริยะแท้คนหนึ่งได้เลย แต่อยู่ต่อหน้าหลินสวิน กลับเสมือนฟองอากาศที่แตกสลายไปทีละฟอง

เห็นได้ชัดว่าไม่เอาไหนและอ่อนปวกเปียกถึงเพียงนั้น!

ชั่วขณะนั้น อาทิตย์ดวงใหญ่ระเบิดกระจายกลางฟ้าดิน เสียงก้องกระหึ่มไม่ขาดสาย เปลวเพลิงลุกโหมไหลเวียนเดือดคลั่ง ฉายภาพเหตุการณ์น่าสยดสยองสะท้านโลก

และหลินสวิน ดุจดั่งหลุมดำในภาพวาด มุ่งเดินหน้าตลอดทาง กลืนกินกระแสเดือดเพลิงเทพทั้งหมด!

——

Battling Records of the Chosen One

Battling Records of the Chosen One

BRCO, Tian Jiao Zhan Ji, 天骄战纪
Score 8
Status: Ongoing Type: Author: , Released: 2016 Native Language: Chinese
ณ มหาทวีปชางถูอันกว้างใหญ่ไพศาล มีเซียนอมตะผู้อยู่เหนือสวรรค์ชั้นฟ้า มีเทพมารบรรพกาลผู้ควบคุมโลกันต์ ก่อเกิดเป็นตำนานอันรุ่งโรจน์ไม่รู้จบบนหน้าประวัติศาสตร์ ในโลกใบเดียวกันนั้น เด็กชายนามว่าหลินสวินจำต้องอาศัยการฝึกปราณและการจารึกรอยสลักวิญญาณ บากบั่นมุ่งหน้าไปบนหนทางสู่ความเป็นหนึ่งแต่เพียงลำพัง หลินสวินเป็นผู้เดียวที่หนีรอดมาได้จากคุกใต้เหมือง ที่ที่เขาถูกเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ เขาไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองเป็นใคร ยกเว้นเพียงความจริงไม่กี่อย่างที่ท่านลู่ ผู้อุปการะของเขาเป็นคนเล่าให้ฟัง ด้วยเครื่องมือวิญญาณโบราณสองอย่างที่ท่านลู่มอบไว้ให้ก่อนคุกใต้เหมืองจะถล่ม หลินสวินเริ่มออกเดินทางสู่จักรวรรดิจื่อเย่า เพื่อค้นหาว่าเพราะเหตุใดชีพจรวิญญาณของเขาจึงถูกพรากไป และใครที่เป็นคนสังหารครอบครัวของเขา จนทำให้เด็กชายต้องโดดเดี่ยวอ้างว้างอย่างที่เป็นอยู่นี้ แม้ภายนอกจะเป็นเพียงเด็กชายตัวผอมแห้งอายุสิบสองสิบสามที่ดูไร้พิษสง แต่ภายในนั้นเด็ดขาดและไร้ความปราณีเป็นที่สุด ท่านลู่เปรียบเสมือนแสงแดดอุ่นที่คอยสอนไม่ให้หลินสวินหยุดเรียนรู้และสอนวิชาเอาตัวรอดให้เขา ในทางกลับกัน ทหารยามและนักโทษทั้งหลายทำให้เขารู้จักว่าความดำมืดที่แท้จริงเป็นเช่นไร และมนุษย์คนหนึ่งจะชั่วช้าได้สักแค่ไหน… In the vast and boundless continent Cangtu, there were ancient sects governing the Ten Old Domains, unworldly immortal clans beyond the Blue Sky, and primordial demon gods dominating the dark abyss that together created a great number of brilliant stories over the long course of the history. In this very world, there was a boy, named Lin Xun, who embarked on his journey to the pinnacle of strength alone through cultivation and spiritual tattoo inscribing. Escaping alone from the Mine Prison where he had been living since he was adopted by Master Lu, Lin Xun knew nothing about his identity but the little information his adopter, Master Lu, had told him. With two ancient spiritual tools Master Lu gave to him before the destruction of the Mine Prison, Lin Xun started his journey to Ziyao Empire, where he is supposed to find out the truth of his lost Spiritual Vessel and the person who slaughtered his family, leaving him orphaned. Will he be able to unlock the mysteries of the two magic treasures, unveil the secrets of his identity and create a legend of his own?

Comment

Options

not work with dark mode
Reset