Battling Records of the Chosen One บันทึกศึกผู้กล้าท้าสวรรค์ – ตอนที่ 1697 เจ้าไม่ไหวหรอก

หลินสวิน!

ชื่อที่ค่อนข้างแปลกใหม่สำหรับคนส่วนมาก

แต่นี่ก็ขวางพวกเขาให้มองหลินสวินเป็นเหยื่อไม่ได้

สาเหตุอยู่ที่ในมือหลินสวินมีป้ายคำสั่งเซียนเหินไว้ในครอบครอง

นี่คือข่าวที่เว่ยจื่อหยารับรอง แน่นอนว่าไม่มีทางเป็นเท็จ

และป้ายคำสั่งเซียนเหินยังมีนัยถึงการแคล้วคลาดหายนะ แฝงนัยว่าจะข้ามผ่านแดนโหดร้ายที่ไม่อาจก้าวพ้นได้บางแห่งจนไปช่วงชิงศุภโชคในนั้นได้!

ชั่วขณะเดียวหลินสวินก็เปลี่ยนจากผู้ที่ไม่มีใครเหลียวแลคนหนึ่ง เป็นศูนย์รวมสายตาของมวลชนทันที

แม้แต่พวกที่มีความสามารถโดดเด่นอย่างคุนจิ่วหลิน เหวินฉิงเสวี่ย ถังซู เว่ยจื่อหยา ฮว่าซิงหลีก็ยังเหลือบสายตามองมา

บ้างใคร่รู้ บ้างแผ่ไอสังหาร และบ้างรู้สึกสนใจ

‘ให้ข้าจัดการเอง เจ้าก็ทำเหมือนไม่รู้จักข้า คอยดูละครอย่างสบายใจก็พอ’

หลินสวินสีหน้าราบเรียบ สื่อจิตบอกอาหู

อาหูตกปากรับคำอย่างยินดี

ในที่นั้นน่าจะมีแค่นางที่รู้เบื้องลึกของหลินสวินที่สุด และรู้ชัดดีว่าหากใครคิดว่าหลินสวินเป็นเหยื่อที่ไม่เอาไหน นั่นก็เรียกได้ว่าผิดมหันต์แล้ว

 ทุกท่าน ข้าขอแนะนำให้พวกท่านรู้จัก เจ้าหมอนี่ก็คืออันดับหนึ่งของการต่อสู้แห่งเก้าดินแดน ผู้มีอิทธิพลคนหนึ่งที่มาจากดินแดนรกร้างโบราณ 

เซวี่ยชิงอีสีหน้าเคร่งขรึม กล่าวเนิบช้า

ที่นี่ไม่ใช่สมรภูมิเก้าดินแดน แต่เป็นแม่น้ำเซียนเหิน คนที่มารวมกันล้วนเป็นปีศาจแห่งยุคที่โดดเด่นอย่างยิ่งบนทางเดินโบราณฟ้าดารา

และบนตัวหลินสวินก็มีป้ายคำสั่งเซียนเหินซึ่งสามารถทำให้ทุกคนในที่นั้นใจสั่น นี่เป็นโอกาสดีที่สุดในการยืมดาบฆ่าคนอย่างไม่ต้องสงสัย

เซวี่ยชิงอีย่อมไม่ยอมพลาดโอกาสแน่

ทุกคนต่างเผยสีหน้าไม่ใส่ใจ อันดับหนึ่งของเก้าดินแดน? ผู้มีอิทธิพล? หากอยู่บนทางเดินโบราณฟ้าดารานี้จะนับเป็นอะไรได้

 อ้อ จริงสิ เท่าที่ข้ารู้บนตัวเจ้าหมอนี่ไม่ได้มีป้ายคำสั่งเซียนเหินแค่ป้ายเดียว หากข้าพูดปดแม้แต่น้อย ทุกท่านมาเอาเรื่องข้าได้เลย 

ทันทีที่วาจานี้ของเซวี่ยชิงอีกล่าวออกมา ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นก็ลุกฮือขึ้นมา

พวกเขาไม่สนใจว่าหลินสวินเป็นใคร สนใจแค่ป้ายคำสั่งเซียนเหินบนตัวหลินสวินมีเท่าไหร่แค่นั้น และคำตอบที่เซวี่ยชิงอีแถลงก็ทำให้พวกเขาต่างใจเต้นยิ่งกว่าเดิมแล้ว

 ทุกท่าน ยังจำคำที่ข้าพูดได้ไหม หลินสวินนี่เป็นเหยื่อของข้า! 

คุนจิ่วหลินชิงเอ่ยปากก่อน น้ำเสียงทรงพลัง ไอสังหารสะท้านฟ้า สายตาที่มองหลินสวินราวกับจ้องคนตายคนหนึ่ง

 เหยื่อของเจ้าหรือ หึๆ คุนจิ่วหลิน เจ้าพูดจาใหญ่โตเชียวนะ 

ชายชุดทองคนหนึ่งที่ท่าทางโดดเด่น ราศีจับหยิ่งผยองยิ้มหยัน

ทายาทเลือดบริสุทธิ์แห่งเผ่านักรบเถาอู้ เถาเจี้ยนสิง!

คุนจิ่วหลินสีหน้าขรึมทันที แววตาเยียบเย็น

 ข้าคร้านจะเถียงกับพวกเจ้า ข้าต้องการป้ายคำสั่งเซียนเหินแค่ป้ายเดียว ใครไม่พอใจก็มาถามกระบี่ในมือข้าได้ 

ชายหนุ่มรูปงามที่สวมชุดนักพรตคนหนึ่งกล่าวราบเรียบ เขาดูอวดดีเป็นอย่างยิ่ง หว่างคิ้วมีรอยประทับกระบี่เล็กๆ นัยน์ตามีคมกระบี่หลายสายไหลหลั่ง

ผู้สืบทอดเรือนมรรคจักรวาล เยี่ยนฉุนจวิน!

ยังมีอีกหลายคนที่ไม่เปิดปาก แต่สายตาที่มองหลินสวินล้วนเจือความตั้งมั่นว่าต้องเอามาให้ได้

เหวินฉิงเสวี่ยมองเงียบๆ สีหน้านิ่งสงบ

ฮว่าซิงหลีมุ่นคิ้วเหลือบมองเซวี่ยชิงอีเล็กน้อย คล้ายไม่พอใจอยู่บ้างที่เขาตัดสินใจโดยพลการ ก่อคลื่นลมที่ทำให้สถานการณ์ตึงเครียดเช่นนี้

หลิงเคอจื่อที่มาจากอารามเก่าแก่ยอดทักษิณเป็นภิกษุคนหนึ่งที่ดูน่าหลงใหล เมื่อเห็นภาพนี้ก็รีบหยิบลูกประคำเส้นหนึ่งออกมาท่องคัมภีร์เงียบๆ ทันที

เพียงแต่ดวงตาของเขากลับเหล่มองทุกคนในที่นั้นเป็นพักๆ ดูปราดเปรื่องและเจ้าเล่ห์อย่างเห็นได้ชัด

มีเพียงถังซูที่นัยน์ตาเป็นประกาย คล้ายกลัวฟ้าดินไม่วุ่นวาย กล่าวด้วยเสียงแหบพร่าเจือแรงดึงดูด

 พี่ชาย เจ้าพวกนั้นล้วนมองเจ้าเป็นเหยื่อ ความอัปยศอดสูยิ่งใหญ่เช่นนี้เจ้าทนได้หรือ ถ้าข้าเป็นเจ้าคงฆ่าพวกร้ายกาจที่เอะอะเอ็ดตะโรไปสองสามคนโดยไม่สนใจอะไรก่อนแล้ว เชือดไก่ให้ลิงดู ไม่ก็เคาะภูเขาสะเทือนพยัคฆ์ จึงจะพิสูจน์ได้ว่าเจ้าไม่อาจรังแกได้โดยง่าย 

นางสวมชุดคลุมดำ ภายใต้หมวกปีกกว้างนัยน์ตาคู่หนึ่งส่องประกายดั่งดวงดาว ท่าทางดูอิสระและไม่กลัวใครในที่นั้น กำลังโหมกระพือจุดชนวน

ทุกคนต่างมุ่นคิ้วไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็ไม่มีใครกล้าไปตำหนิและติติงถังซู

นี่ก็คือประโยชน์ของกิตติศัพท์ชื่อเสียง

จอมดาบถังซู ดาบตัดสวรรค์เล่มหนึ่งที่ผงาดเหนือฟ้าดารา ในหมู่คนรุ่นเดียวกัน ใครจะกล้าไปต่อปากต่อคำกับหญิงสาวคนหนึ่งที่ดุดันยิ่งกว่าบุรุษเช่นนี้

บางทีหลินสวินอาจมีชื่อเสียงสะเทือนใต้หล้าในดินแดนรกร้างโบราณ แต่เมื่ออยู่ที่นี่ สุดท้ายก็เป็นคนไร้ชื่อเสียงซึ่งไม่เป็นที่รู้จักคนหนึ่ง

เดิมถูกทุกคนมองว่าเป็นเหยื่อ ทำให้ในใจหลินสวินอัดอั้น แต่เมื่อได้ยินคำพูดของถังซูแล้ว เขากลับเบิกบานอีกครั้งอย่างอดไม่ได้

ผู้หญิงคนนี้ช่างน่าสนใจจริงๆ…

การโหมกระพือจุดชนวนที่ผ่าเผย ยุแยงตะแคงรั่วเช่นนี้ก็เป็นความสามารถอย่างหนึ่ง ไม่ให้หลินสวินยอมแพ้คงไม่ได้

หลินสวินพลิกฝ่ามือ ป้ายคำสั่งเซียนเหินป้ายหนึ่งปรากฏออกมา เขากล่าวอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่พูดมากความ  ใครอยากได้ก็เข้ามาเอา 

น้ำเสียงราบเรียบ แต่กลับมีความหยิ่งผยองเป็นของตนเอง

ถังซูนัยน์ตาวาววาบยิ่งกว่าเดิม ชูนิ้วโป้งให้  ลูกผู้ชายตัวจริง! 

ผู้ฝึกปราณไม่น้อยก็แอบยำเกรง ถูกอานุภาพของหลินสวินทำให้หวั่นหวาด ภายใต้สายตาผู้คนที่จับจ้องยังกล้านำป้ายคำสั่งเซียนเหินออกมาโดยตรงเช่นนี้ ท่าทางไม่หวาดกลัวอะไรเลย นี่ไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปสามารถทำได้

‘เล่าเรื่องของคนผู้นี้ให้ข้าฟังซิ’

ฮว่าซิงหลีเอ่ยปาก บนหน้าซีดเผือดพิกลที่ดูเหมือนเจ็บป่วยนั้นของเขาเผยความรู้สึกสนใจวูบหนึ่ง

เซวี่ยชิงอีมีหรือจะกล้าปฏิเสธ สื่อจิตกล่าวรวดเร็วทันที เริ่มบรรยายเรื่องราวต่างๆ ที่หลินสวินทำในสมรภูมิเก้าดินแดน

แต่พร้อมกันนี้ก็มีคนอดก้าวออกมาไม่ได้ เป็นหลูเป่ยกู้แห่งเผ่านักรบตะวันแดง เขากระโดดลงมาจากศีรษะของมังกรเพลิงแดง กล่าวเสียงขรึม

 ทุกท่าน ให้ข้าลองดูตื้นลึกหนาบางของเจ้าหมอนี่หน่อยเป็นอย่างไร ถ้าชนะแล้ว ป้ายคำสั่งเซียนเหินจะเป็นของข้าชิ้นหนึ่ง ถ้าแพ้ ก็ได้แต่โทษข้าหลูเป่ยกู้ที่ความสามารถไม่ถึง 

ทุกคนแววตาไหววูบ ลังเลไม่หยุด

ทางเข้าของแหล่งสถานคุนหลุนใกล้จะเปิดแล้ว ในเวลาเช่นนี้ไม่มีใครอยากสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อแย่งเหยื่อตัวเดียว

แต่เช่นเดียวกัน ใครก็ไม่อยากปล่อยโอกาสช่วงชิงป้ายคำสั่งเซียนเหินเช่นนี้ไป

 เจ้าไม่ไหวหรอก 

ยังไม่รอให้ทุกคนตอบ หลินสวินก็ชิงกล่าวก่อนแล้ว น้ำเสียงราบเรียบ สายตาไม่เหลือบมองหลูเป่ยกู้แม้แต่น้อย ท่าทางเหมือนมองข้าม

ทุกคนต่างตื่นตะลึง เจ้าคนที่มาจากดินแดนรกร้างโบราณนี่กำเริบเสิบสานนัก!

หลูเป่ยกู้เป็นถึงทายาทของเผ่านักรบตะวันแดง หนึ่งในสิบเผ่านักรบใหญ่ เป็นผู้ฝึกปราณอัจฉริยะแต่กำเนิดคนหนึ่ง

เขาฝึกปราณมาถึงวันนี้ไม่เกินสามร้อยปี ปัจจุบันเป็นมกุฎมหาอริยะที่สมชื่อคู่ควร ความเร็วในการฝึกปราณเช่นนี้ ล้วนสามารถทำให้สัตว์ประหลาดเฒ่าบางส่วนละอายจนไม่อาจเงยหน้าขึ้น!

แต่หลินสวินกลับบอกว่าเขาไม่ไหว!

สีหน้าของหลูเป่ยกู้ไม่น่าดูขึ้นมาในชั่วขณะเดียว คล้ายคิดไม่ถึงว่าเหยื่อตัวเดียวจะกล้าคุยโวโอ้อวดไม่กระดากเช่นนี้

 เปลี่ยนคนเถอะ 

หลินสวินยังคงไม่มองหลูเป่ยกู้ เพียงแต่กวาดสายตามองไปทางพวกเถาเจี้ยนสิง คุนจิ่วหลิน เมื่อครู่นี้ก็เป็นพวกเขาที่เอ็ดตะโรหนักที่สุด

เปลี่ยนคน…

คนไม่น้อยต่างอึ้งงันอยู่บ้าง ประโยคแผ่วเบาประโยคเดียว แต่เหมือนเหยียดหยันหลูเป่ยกู้ถึงขีดสุด ช่างดูถูกกันเกินไปแล้ว

หลูเป่ยกู้หน้าดำไปหมดแล้ว เดิมทีเขาแค่อยากชิงยึดโอกาสเอาไว้ก่อน แย่งเนื้อจากปากเสือ ไหนเลยจะคิดว่าจะถูกคนดูหมิ่น!

 ฮ่าๆๆ 

ถังซูหัวเราะอย่างมีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่น นางรู้สึกว่าน่าสนุกเกินไปแล้ว การแสดงออกของหลินสวินทำให้นางได้เปลี่ยนมุมมองใหม่ ไม่ว่าพลังจะสูงหรือต่ำ จากความห้าวหาญนี้ก็ควรค่าให้นางชื่นชม

เสียงหัวเราะของถังซูช่างกำเริบเสิบสาน หลูเป่ยกู้ทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว

 ข้าจะฆ่าคนเฮงซวยอย่างเจ้าซะ! 

ตูม!

เงาร่างเขาทลายอากาศ กดฝ่ามือลงมาปกคลุมหลินสวินจากทั่วทิศเหมือนม่านฟ้ามาเยือน นัยเร้นลับมหามรรคที่น่ากลัวแผ่กระจายออกมา บีบกดห้วงอากาศจนทรุดตัวลง

การโจมตีแฝงโทสะของมกุฎมหาอริยะคนหนึ่ง แน่นอนว่าต้องไม่ธรรมดา!

หลินสวินไม่แม้แต่จะมอง ซัดฝ่ามือที่เรียบง่ายธรรมดาหนึ่งออกไปเช่นกัน

ตูม!

พลังฝ่ามือที่หลูเป่ยกู้ตบออกไปพังทลายดังสนั่น ไม่เหลือแม้แต่น้อย ราวกับถูกเหวลึกกลืนกิน

แต่ฝ่ามือของหลินสวินกลับเหมือนภูเขาใหญ่ที่วิญญาณเทพดึกดำบรรพ์เคลื่อนย้ายมา ทุ่มทับร่างของหลูเป่ยกู้อย่างหนักหน่วง ไอรีนโนเวล

ปึง!

ร่างเขาปลิวกระเด็น กระแทกห้วงอากาศจนแตกออก จมูกปากกบเลือด ทั้งตัวเหมือนว่าวสายป่านขาด ร่วงคะมำดังตู้ม เกือบหกคะเมนลงไปในแม่น้ำเซียนเหิน

 มดเขย่าต้นไม้ 

หลินสวินกล่าวราบเรียบ

ทั่วทั้งลานเงียบสงัด คนไม่น้อยหนังตากระตุก สูดหายใจเย็นเยียบ ถูกฝ่ามือที่ดุดันหาใดเปรียบนี้ของหลินสวินสยบ

ไม่มีใครคาดคิดว่าบุคคลร้ายกาจอย่างหลูเป่ยกู้จะถูกซัดกระเด็นเหมือนแมลงวัน ภาพนี้สร้างแรงสะเทือนมากเกินไปแล้ว

ถังซูร้องกล่าวชื่นชม  เกินความคาดหมายจึงน่าสนใจ พี่ชาย เจ้าไม่ธรรมดาจริงๆ! 

ส่วนพวกคุนจิ่วหลิน เว่ยจื่อหยา เถาเจี้ยนสิง เยี่ยนฉุนจวินต่างก็คิ้วขมวดอย่างอดไม่อยู่ ประมือกันครั้งแรกก็โจมตีชั่วพริบตา ซัดหลูเป่ยกู้จนพ่ายยับเยิน แม้แต่พวกเขายังรู้สึกว่าผิดคาด

‘ไม่มีพลังต่อสู้ไปเทียบเขา แล้วยังคิดเอาชนะหลินสวินอีก ช่าง… ไม่รู้เรื่องรู้ราวเลยไม่หวั่นกลัวจริงๆ…’ อาหูแอบพึมพำ

จากมุมมองของนาง หลูเป่ยกู้ยังไม่ได้ก้าวขึ้นไปอยู่ในกระดานมหาอริยะฟ้าดาราก็กล้ากระโดดออกมาเช่นนี้แล้ว ช่างหาเรื่องโดยแท้

 มาอีก! 

หลูเป่ยกู้คำราม พุ่งทะยานขึ้นไป เงาร่างเหมือนไร้ขอบเขต เปล่งแสงแรงกล้าออกมา โมโหถึงที่สุดแล้ว

เขาพุ่งแหวกอากาศราวเทพอัคคีมาเยือน พลานุภาพรุ่งโรจน์จนทำให้ฟ้าดินสั่นสะเทือน

ตูม!

เขาซัดหมัดหนึ่งออกไป สามารถมองเห็นได้รางๆ ว่ามีทะเลเพลิงหินหนืดไร้สิ้นสุดม้วนกลืนแผ่นฟ้า กว้างใหญ่ไพศาล น่าหวาดกลัวไร้ขอบเขต

นี่คือความสามารถที่แท้จริงของหลูเป่ยกู้อย่างไม่ต้องสงสัย เผยพลังของมกุฎมหาอริยะออกมาได้อย่างถึงแก่น ทำให้คนไม่น้อยในที่นั้นต่างลอบพยักหน้า

แต่ครู่ต่อมาร่างกายของหลูเป่ยกู้ก็ถูกตบกระเด็นอีกครั้ง มาเร็วแต่ไปเร็วยิ่งกว่า

ครั้งนี้เขาถูกฝ่ามือหนึ่งของหลินสวินซัดกลางอากาศ เล่นงานจนผิวหนังเขาแตกระแหง กระดูกแตกไปหมด ร้องทุรนทุรายด้วยเจ็บปวดสาหัสอย่างทนไม่ไหวอีกต่อไป

ตู้ม!

เขากระแทกแม่น้ำเซียนเหินตรงๆ น่าอเนจอนาถถึงที่สุด

หากไม่ใช่ว่าเขาพุ่งออกมาทันเวลา สายน้ำที่รวมตัวจากไอขุ่นใสนั่นคงม้วนกลืนเขา หายไปในฟ้าดินที่ว่างเปล่าแถบนี้แล้ว!

ในที่นั้นเงียบสนิท

หากครั้งแรกเป็นเรื่องไม่คาดฝัน เช่นนั้นครั้งที่สองนี้ก็เป็นการต่อสู้ที่แท้จริง แต่ที่โชคร้ายคือหลูเป่ยกู้ยังถูกกำราบเหมือนเดิม!

แม้แต่พวกเหวินฉิงเสวี่ย ฮว่าซิงหลีก็อดมองหลินสวินอีกครั้งไม่ได้ ตอนนี้ถึงได้รู้ว่าชายหนุ่มจากดินแดนรกร้างโบราณที่ถูกพวกเขามองเป็น ‘คนไม่มีชื่อเสียง’ คนนี้ ไม่ใช่พวกที่คนธรรมดาเทียบได้!

มกุฎมหาอริยะทั่วไป ไม่มีทางทำให้หลูเป่ยกู้แพ้ย่อยยับอย่างง่ายดายเช่นนี้แน่

เป็นหลูเป่ยกู้ที่ไม่แข็งแกร่งหรือ

ไม่!

เป็นเพราะเจ้าคนที่ชื่อหลินสวินคนนี้ มีพลังต่อสู้ที่เหนือกว่าหลูเป่ยกู้มาก!

สายตามากมายที่มองไปยังหลินสวินล้วนเปลี่ยนเป็นพิกลขึ้นมาทันที

 ไม่ควรทำผิดเกินสามครั้ง หากเจ้ารนหาที่ตายอีก ข้าจะส่งเจ้าไปลงนรก 

เห็นว่าหลูเป่ยกู้ที่คับแค้นอับอายจนอยากตายกำลังจะพุ่งจู่โจมเข้ามาอีกครั้ง หลินสวินอดขมวดคิ้วไม่ได้ ในดวงตาดำเยียบเย็นเผยไอสังหารสายหนึ่ง

ทำเอาหลูเป่ยกู้สั่นสะท้านไปในพริบตา เพลิงโทสะทั่วท้องกลายเป็นว่างเปล่า ไม่ขยับเหมือนใต้ฝ่าเท้าตอกตะปูไว้ ตัวแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น

……………………….

 

Battling Records of the Chosen One

Battling Records of the Chosen One

BRCO, Tian Jiao Zhan Ji, 天骄战纪
Score 8
Status: Ongoing Type: Author: , Released: 2016 Native Language: Chinese
ณ มหาทวีปชางถูอันกว้างใหญ่ไพศาล มีเซียนอมตะผู้อยู่เหนือสวรรค์ชั้นฟ้า มีเทพมารบรรพกาลผู้ควบคุมโลกันต์ ก่อเกิดเป็นตำนานอันรุ่งโรจน์ไม่รู้จบบนหน้าประวัติศาสตร์ ในโลกใบเดียวกันนั้น เด็กชายนามว่าหลินสวินจำต้องอาศัยการฝึกปราณและการจารึกรอยสลักวิญญาณ บากบั่นมุ่งหน้าไปบนหนทางสู่ความเป็นหนึ่งแต่เพียงลำพัง หลินสวินเป็นผู้เดียวที่หนีรอดมาได้จากคุกใต้เหมือง ที่ที่เขาถูกเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ เขาไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองเป็นใคร ยกเว้นเพียงความจริงไม่กี่อย่างที่ท่านลู่ ผู้อุปการะของเขาเป็นคนเล่าให้ฟัง ด้วยเครื่องมือวิญญาณโบราณสองอย่างที่ท่านลู่มอบไว้ให้ก่อนคุกใต้เหมืองจะถล่ม หลินสวินเริ่มออกเดินทางสู่จักรวรรดิจื่อเย่า เพื่อค้นหาว่าเพราะเหตุใดชีพจรวิญญาณของเขาจึงถูกพรากไป และใครที่เป็นคนสังหารครอบครัวของเขา จนทำให้เด็กชายต้องโดดเดี่ยวอ้างว้างอย่างที่เป็นอยู่นี้ แม้ภายนอกจะเป็นเพียงเด็กชายตัวผอมแห้งอายุสิบสองสิบสามที่ดูไร้พิษสง แต่ภายในนั้นเด็ดขาดและไร้ความปราณีเป็นที่สุด ท่านลู่เปรียบเสมือนแสงแดดอุ่นที่คอยสอนไม่ให้หลินสวินหยุดเรียนรู้และสอนวิชาเอาตัวรอดให้เขา ในทางกลับกัน ทหารยามและนักโทษทั้งหลายทำให้เขารู้จักว่าความดำมืดที่แท้จริงเป็นเช่นไร และมนุษย์คนหนึ่งจะชั่วช้าได้สักแค่ไหน… In the vast and boundless continent Cangtu, there were ancient sects governing the Ten Old Domains, unworldly immortal clans beyond the Blue Sky, and primordial demon gods dominating the dark abyss that together created a great number of brilliant stories over the long course of the history. In this very world, there was a boy, named Lin Xun, who embarked on his journey to the pinnacle of strength alone through cultivation and spiritual tattoo inscribing. Escaping alone from the Mine Prison where he had been living since he was adopted by Master Lu, Lin Xun knew nothing about his identity but the little information his adopter, Master Lu, had told him. With two ancient spiritual tools Master Lu gave to him before the destruction of the Mine Prison, Lin Xun started his journey to Ziyao Empire, where he is supposed to find out the truth of his lost Spiritual Vessel and the person who slaughtered his family, leaving him orphaned. Will he be able to unlock the mysteries of the two magic treasures, unveil the secrets of his identity and create a legend of his own?

Comment

Options

not work with dark mode
Reset