Battling Records of the Chosen One บันทึกศึกผู้กล้าท้าสวรรค์ – ตอนที่ 1800 ทั้งสำนักคือมหาจักรพรรดิ คืนกำเนิดชั่วนิรันดร์

คืนกำเนิด นำนัยมาจาก ‘หมื่นธารากลับคืนสู่ที่มา หมื่นมรรคาคืนกำเนิด’ เต็มไปด้วยความอาจหาญ

แต่จากคำพูดของอวี่ชิงหยาง เรือนมรรคคืนกำเนิดคือหนึ่งในหกเรือนมรรคใหญ่ที่เก็บงำตนเองและลึกลับที่สุด

ในกาลเวลาไร้สิ้นสุดที่ผ่านมา เรือนมรรคแห่งนี้แทบจะไม่ยุ่งเกี่ยวเรื่องทางโลก มีผู้สืบทอดออกมาท่องโลกน้อยมาก จนกระทั่งผู้ฝึกปราณส่วนใหญ่บนโลกในปัจจุบันยังพูดถึงเรือนมรรคนี้น้อยนัก

หลินสวินก็อดประหลาดใจไม่ได้ “เรือนมรรคคืนกำเนิดหายเข้ากลีบเมฆมาหลายปีเช่นนี้ ทำไมถึงยังยืนตระหง่านอยู่ในกลุ่มหกเรือนมรรคใหญ่ได้เล่า”

อวี่ชิงหยางทอดถอนใจ “เพราะมีเพียงระดับจักรพรรดิที่รู้ว่า เรือนมรรคคืนกำเนิดเป็นตัวตนที่แข็งแกร่งระดับใด”

“เล่าลือว่าในเรือนมรรคคืนกำเนิดมีผู้สืบทอดน้อยมาก แต่ทุกคนล้วนมีพลังปราณระดับจักรพรรดิ!”

ประโยคเดียวเหมือนฟ้าถล่มดินทลาย ทำให้หลินสวินแทบไม่กล้าเชื่อ

อวี่ชิงหยางกล่าว “ทั้งสำนักคือมหาจักรพรรดิ คืนกำเนิดชั่วนิรันดร์! ประโยคนี้ถูกกาลเวลาอันเนิ่นนานพิสูจน์มานานแล้ว”

“น่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว…”

หลินสวินสูดหายใจเย็นเยียบ

อวี่ชิงหยางยิ้มกล่าว “บางทีนี่อาจเป็นสาเหตุที่ผู้สืบทอดของเรือนมรรคคืนกำเนิดมีน้อยมาก หากมีผู้สืบทอดเพิ่มขึ้นคงไม่มีทางเป็นระดับจักรพรรดิได้หมดแน่”

หลินสวินบื้อใบ้ไป

“เรือนมรรคคืนกำเนิดนี้ก็อยู่ที่โลกใหญ่หงเหมิงหรือ” เขาอดถามไม่ได้

อวี่ชิงหยางพยักหน้า “ใช่ ต่างจากห้าเรือนมรรคใหญ่อื่นๆ เรือนมรรคคืนกำเนิดแยกตัวออกจากทางโลกมานานแล้ว บนโลกนี้ไม่มีใครรู้สถานที่ตั้งประตูเขาของพวกเขา พูดเปรียบเทียบกันแล้ว เรือนมรรคคืนกำเนิดยังลึกลับกว่าแดนเจินหลงและโลกมืดอยู่บ้าง”

พูดถึงตรงนี้อวี่ชิงหยางก็อดทอดถอนใจไม่ได้ “ทั้งสำนักคือมหาจักรพรรดิ แต่กลับเก็บงำตนเอง ละทางโลกไม่ออกมาเช่นนี้ นี่จึงกลายเป็นปริศนาอย่างหนึ่งบนทางเดินโบราณฟ้าดารา จนถึงตอนนี้ก็ไม่มีใครรู้ว่าเหตุใดเรือนมรรคคืนกำเนิดถึงทำเช่นนี้”

อวี่ชิงหยางเป็นถึงระดับจักรพรรดิคนหนึ่ง หากแม้แต่เขายังทอดถอนใจเช่นนี้ แค่คิดก็รู้แล้วว่าเรือนมรรคคืนกำเนิดนี้ลึกลับเพียงใด

ทั้งสองคนคุยกันนานมาก หลินสวินก็ค่อยๆ เข้าใจเรื่องบางอย่าง

นับแต่โบราณมาทางเดินโบราณฟ้าดาราแบ่งเป็นสามยุคสมัย

ดึกดำบรรพ์ บรรพกาล ปัจจุบัน!

ก่อนหน้ายุคดึกดำบรรพ์คือยุคหงเหมิงแรกกำเนิด

สมัยดึกดำบรรพ์คงอยู่มาแสนปี หลังจากนั้นก็เป็นสมัยบรรพกาล

และถัดจากสมัยบรรพกาลถึงตอนนี้ก็เป็นยุคปัจจุบัน ได้ผ่านมานานเกือบแสนปีแล้ว…

เมื่อพูดถึงเรื่องเล็กน้อยนี้ อวี่ชิงหยางพลันใจกระตุกกล่าว “เมื่อนานมาแล้ว บุคคลระดับบรรพจารย์มรรคคนหนึ่งในเรือนมรรคโลกาสวรรค์เคยอนุมานว่า ทุกแสนปีใต้หล้านี้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกฟ้าพลิกดิน สับเปลี่ยนใหม่เก่า สรรพสิ่งหมุนเวียนเป็นวัฏจักร เกิดความเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยมีมาก่อน”

“อย่างตอนที่ยุคดึกดำบรรพ์สิ้นสุดก็เคยเกิด ‘ศึกมรรคสิบทิศ’ กระเทือนไปทั่วทางเดินโบราณฟ้าดารา ตั้งแต่นั้นมาก็เข้าสู่สมัยบรรพกาล”

“จริงสิ เหมือนอย่างดินแดนรกร้างโบราณ เดิมทีก็เป็นแดนต้นกำเนิดหมื่นมรรคา แต่ด้วยผ่านศึกมรรคสิบทิศมาจึงตกต่ำลงไปเช่นกัน”

ฟังถึงตรงนี้นัยน์ตาของหลินสวินพลันหดรัด

ศึกมรรคสิบทิศ!

ดินแดนรกร้างโบราณที่กว้างใหญ่นั้น ถึงกับตกต่ำลงไปด้วยศึกนี้หรือ

หลินสวินนึกถึง ‘สามด่านเคราะห์ต้องห้าม’ ที่ปกคลุมอยู่บนดินแดนรกร้างโบราณนั้นขึ้นมาในชั่วพริบตา

เคราะห์พิฆาตมรรค ทำให้สรรพชีวิตในดินแดนรกร้างโบราณเสียโอกาสที่จะแจ้งมรรคกลายเป็นจักรพรรดิ

เคราะห์กักขัง ทำให้สิ่งมีชีวิตทั้งหมดในดินแดนรกร้างโบราณไร้หนทางไปสู่โลกภายนอก ทั้งดินแดนรกร้างโบราณประหนึ่งกลายเป็นกรงขัง

เคราะห์ตัดขาด ทำให้ดินแดนรกร้างโบราณสูญเสียมกุฎมรรคาไป!

สามด่านเคราะห์ต้องห้าม ก็เหมือนเครื่องพันธนาการที่ทบเป็นชั้นๆ ครอบคลุมอยู่เหนือดินแดนรกร้างโบราณมาตั้งแต่สมัยบรรพกาลถึงปัจจุบัน!

ต่อมาตอนที่อยู่ในป่าต้นหม่อน หลินสวินเคยคุยเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสามด่านเคราะห์ต้องห้ามกับชายหนุ่มจักจั่นทอง

หลินสวินยังจำได้ดี ชายหนุ่มจักจั่นทองเคยพูดว่า ‘หลังจากยุคดึกดำบรรพ์ ทำไมดินแดนรกร้างโบราณจึงถูกสามด่านเคราะห์ต้องห้ามปกคลุม ง่ายมาก ต้นกำเนิดของสามด่านเคราะห์ต้องห้ามมีกฎเกณฑ์เจตจำนงเดียวกัน หากแต่กฎเกณฑ์เจตจำนงนี้มาจากคนผู้เดียว!’

ตอนนั้นหลินสวินก็รู้สึกตื่นตระหนก

คนผู้นี้เป็นใคร

ทั้งมีพลังที่น่ากลัวระดับใด ถึงใช้พลังกฎเกณฑ์เจตจำนงของตัวเอง วิวัฒน์เป็นสามด่านเคราะห์ต้องห้ามมาปกคลุมทั่วดินแดนรกร้างโบราณ ทำให้สิ่งมีชีวิตนับไม่ถ้วนเหมือนอยู่ในกรงขังได้!

และยังกักขังดินแดนรกร้างโบราณผ่านกาลเวลาไร้สิ้นสุดมาได้ตลอด!

นี่ช่างน่ากลัวเกินไปอย่างไม่ต้องสงสัย

จากนั้นชายหนุ่มจักจั่นทองก็พูดว่า ‘คนที่วางมหาเคราะห์เช่นนี้ได้ อย่างน้อยต้องเป็นชั้นยอดในระดับจักรพรรดิ! บุคคลเช่นนี้นามต้องห้ามดั่งมรรค ไม่อาจเอื้อนเอ่ยเป็นวาจา แต่เรียกได้ว่า ‘จอมจักรพรรดิไร้นาม’

หลินสวินเพิ่งรู้ในตอนนั้นเอง ว่าพลังของด่านเคราะห์ที่ฆ่าอริยสงฆ์ตู้จี้และนางพญาหงส์ทมิฬก็มาจาก ‘จอมจักรพรรดิไร้นาม’ คนนี้!

และตอนนี้เมื่อได้ฟังคำพูดพวกนี้ของอวี่ชิงหยาง ในใจหลินสวินก็เหมือนได้จ้วงทลายกระดาษของหน้าต่างชั้นหนึ่งออก เข้าใจได้รางๆ แล้ว

ช่วงปลายสมัยดึกดำบรรพ์ ศึกมรรคสิบทิศที่ปะทุขึ้นทำให้ดินแดนรกร้างโบราณตกต่ำลงเช่นนี้ และเข้าสู่สมัยบรรพกาลนับแต่นั้นมา

และก็เป็นเวลานั้นเองที่สามด่านเคราะห์ต้องห้ามเข้าปกคลุมดินแดนรกร้างโบราณ คงอยู่มาตลอดจนถึงปัจจุบัน

ถ้าสันนิษฐานจากจุดนี้ เจ้าของสามด่านเคราะห์ต้องห้าม ‘จอมจักรพรรดิไร้นาม’ ที่อาศัยเพียงกฎเกณฑ์เจตจำนงก็กำราบดินแดนรกร้างโบราณมาเป็นเวลานานไร้สิ้นสุดได้คนนั้น ต้องเคยเข้าร่วมในศึกมรรคสิบทิศนี้อย่างแน่นอน!

‘ที่แท้เป็นเช่นนี้… ที่แท้เป็นเช่นนี้…’

ถึงตอนนี้ในที่สุดหลินสวินก็เข้าใจแล้ว

อวี่ชิงหยางไม่รู้ตัวเลยสักนิด ว่าเพียงประโยคเดียวของเขาจะทำให้หลินสวินนึกถึงเรื่องมากมายเช่นนี้

เขากล่าวต่อ “จุดสิ้นสุดของสมัยบรรพกาลเป็นเพราะเกิด ‘ศึกมรรคของเหล่าจักรพรรดิ’ เหมือนกับศึกมรรคสิบทิศ ตั้งแต่นั้นมาก็เข้าสู่ยุคปัจจุบัน”

หลินสวินพยักหน้า

เขารู้เรื่องศึกมรรคของเหล่าจักรพรรดิมาก่อน ศิษย์พี่เก้าเก่ออวี้ผูและผู้สืบทอดแห่งคีรีดวงกมลคนอื่นก็เคยเข้าร่วมในศึกใหญ่นี้เช่นกัน

จากคำพูดของศิษย์พี่เก่ออวี้ผู นี่คือ ‘การต่อสู้ของสำนัก’ เรื่องภายในนั้นซับซ้อนเป็นอย่างยิ่ง

ถึงตอนนี้ในที่สุดหลินสวินก็รู้ชัดว่าสามยุคสมัยใหญ่อย่างดึกดำบรรพ์ บรรพกาล ปัจจุบันแบ่งกันอย่างไร ก่อนที่แต่ละยุคจะปิดฉาก ล้วนผ่านการเคลื่อนคล้อยของเวลาหนึ่งแสนปี ล้วนปิดฉากด้วยศึกมรรคที่กระเทือนทั้งใต้หล้า

ศึกมรรคสิบทิศแห่งดึกดำบรรพ์!

ศึกมรรคของเหล่าจักรพรรดิแห่งบรรพกาล!

“ผู้อาวุโส เมื่อครู่ท่านบอกว่าทุกหนึ่งแสนปีใต้หล้านี้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกฟ้าพลิกดิน สรรพสิ่งหมุนเวียนเป็นวัฏจักร สับเปลี่ยนใหม่เก่าหรือ”

หลินสวินใจกระตุกเล็กน้อย

อวี่ชิงหยางพยักหน้า สีหน้าเผยแววลึกลับ “ไม่ผิด ในช่วงปัจจุบันมาถึงวันนี้ อย่างมากก็อีกไม่เกินหนึ่งพันปีจะครบแสนปีแล้ว… สหายน้อยคิดว่าเมื่อวันนั้นมาถึง จะเกิดศึกใหญ่ที่เหมือนศึกมรรคสิบทิศ และศึกมรรคของเหล่าจักรพรรดิหรือไม่”

ในใจหลินสวินสั่นสะท้าน สีหน้าดูซับซ้อน

หลังจากนี้หนึ่งพันปี ยุคปัจจุบันจะคงอยู่ครบแสนปี?

“แน่นอนว่านี่เป็นแค่การคาดเดาบางส่วนของข้าเท่านั้น จะเกิดเหตุการณ์อย่างที่บรรพจารย์มรรคของเรือนมรรคโลกาสวรรค์คนนั้นอนุมานไว้หรือไม่ ทุกอย่างล้วนยังพูดลำบาก”

อวี่ชิงหยางกล่าวเนิบช้า

เขาพูดพลางยกจอกสุรา ร่วมดื่มกับหลินสวินอีกครั้ง

เมื่อคุยเรื่องความลับพวกนี้จบ อวี่ชิงหยางเหมือนคิดอะไรขึ้นมาได้ “สหายน้อย ในเมื่อเจ้ามาแล้วก็อยู่ต่ออีกหน่อยเถอะ ข้าเห็นว่าเจ้าใกล้จะทะลวงปราณแล้ว ตอนนี้มีวาสนาอย่างหนึ่งที่เหมาะกับเจ้ามาก”

หลินสวินชะงักไป “วาสนาหรือ”

อวี่ชิงหยางกล่าว “อีกไม่ถึงหนึ่งเดือนแดนลับต้าอวี่ก็จะเปิดออก ถึงตอนนั้นยอดบุคคลของเก้าโลกใหญ่ในเขตแดนดาราจื่อเหิงนี้จะมาเข้าร่วมกันหมด ทั้งหมดก็เพื่อแย่งชิงวาสนาอย่างหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการสร้าง ‘ฐานมรรคของราชันอริยะ’ ที่อยู่ในแดนลับต้าอวี่”

…………..

Battling Records of the Chosen One

Battling Records of the Chosen One

BRCO, Tian Jiao Zhan Ji, 天骄战纪
Score 8
Status: Ongoing Type: Author: , Released: 2016 Native Language: Chinese
ณ มหาทวีปชางถูอันกว้างใหญ่ไพศาล มีเซียนอมตะผู้อยู่เหนือสวรรค์ชั้นฟ้า มีเทพมารบรรพกาลผู้ควบคุมโลกันต์ ก่อเกิดเป็นตำนานอันรุ่งโรจน์ไม่รู้จบบนหน้าประวัติศาสตร์ ในโลกใบเดียวกันนั้น เด็กชายนามว่าหลินสวินจำต้องอาศัยการฝึกปราณและการจารึกรอยสลักวิญญาณ บากบั่นมุ่งหน้าไปบนหนทางสู่ความเป็นหนึ่งแต่เพียงลำพัง หลินสวินเป็นผู้เดียวที่หนีรอดมาได้จากคุกใต้เหมือง ที่ที่เขาถูกเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ เขาไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองเป็นใคร ยกเว้นเพียงความจริงไม่กี่อย่างที่ท่านลู่ ผู้อุปการะของเขาเป็นคนเล่าให้ฟัง ด้วยเครื่องมือวิญญาณโบราณสองอย่างที่ท่านลู่มอบไว้ให้ก่อนคุกใต้เหมืองจะถล่ม หลินสวินเริ่มออกเดินทางสู่จักรวรรดิจื่อเย่า เพื่อค้นหาว่าเพราะเหตุใดชีพจรวิญญาณของเขาจึงถูกพรากไป และใครที่เป็นคนสังหารครอบครัวของเขา จนทำให้เด็กชายต้องโดดเดี่ยวอ้างว้างอย่างที่เป็นอยู่นี้ แม้ภายนอกจะเป็นเพียงเด็กชายตัวผอมแห้งอายุสิบสองสิบสามที่ดูไร้พิษสง แต่ภายในนั้นเด็ดขาดและไร้ความปราณีเป็นที่สุด ท่านลู่เปรียบเสมือนแสงแดดอุ่นที่คอยสอนไม่ให้หลินสวินหยุดเรียนรู้และสอนวิชาเอาตัวรอดให้เขา ในทางกลับกัน ทหารยามและนักโทษทั้งหลายทำให้เขารู้จักว่าความดำมืดที่แท้จริงเป็นเช่นไร และมนุษย์คนหนึ่งจะชั่วช้าได้สักแค่ไหน… In the vast and boundless continent Cangtu, there were ancient sects governing the Ten Old Domains, unworldly immortal clans beyond the Blue Sky, and primordial demon gods dominating the dark abyss that together created a great number of brilliant stories over the long course of the history. In this very world, there was a boy, named Lin Xun, who embarked on his journey to the pinnacle of strength alone through cultivation and spiritual tattoo inscribing. Escaping alone from the Mine Prison where he had been living since he was adopted by Master Lu, Lin Xun knew nothing about his identity but the little information his adopter, Master Lu, had told him. With two ancient spiritual tools Master Lu gave to him before the destruction of the Mine Prison, Lin Xun started his journey to Ziyao Empire, where he is supposed to find out the truth of his lost Spiritual Vessel and the person who slaughtered his family, leaving him orphaned. Will he be able to unlock the mysteries of the two magic treasures, unveil the secrets of his identity and create a legend of his own?

Comment

Options

not work with dark mode
Reset