Battling Records of the Chosen One บันทึกศึกผู้กล้าท้าสวรรค์ – ตอนที่ 1867 การท้าทายของเกาะเทพเวหาทมิฬ

เขามรรคลมเทพ

ตั้งอยู่บนพื้นที่ตะวันออกสุดของแคว้นเมฆา เขาลูกนี้สูงยิ่ง ยอดเขาตั้งเรียงราย ไอเมฆรายล้อมตลอดปี ประกายศักดิ์สิทธิ์พวยพุ่ง เป็นถ้ำสวรรค์แดนมงคลชั้นยอดแห่งหนึ่ง

ควรรู้ว่าที่นี่เป็นถึงโลกใหญ่หงเหมิง กลิ่นอายแรกกำเนิดกลางฟ้าดินเดิมก็เข้มข้นหาใดเปรียบ และที่ที่สามารถถูกขนานนามว่าเป็นถ้ำสวรรค์แดนมงคล ไม่มีที่ใดที่ไม่ใช่แดนพิสุทธิ์ฝึกปราณที่ผู้ฝึกปราณฝันใฝ่ปรารถนา

สำนักยุทธ์เสวียนจีหนึ่งในเจ็ดสำนักใหญ่แห่งแคว้นเมฆาก็ตั้งอยู่ในเขาลูกนี้

ครึ่งปีให้หลัง

เงาร่างของหลินสวินและจินเทียนเสวียนเยวี่ยปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเขามรรคลมเทพ

ทอดมองไกลๆ ไปยังทิวเขาที่เรียงรายแผ่ประกายสูงตระหง่านแถบนั้น ในใจหลินสวินก็อดรู้สึกสั่นสะเทือนไม่ได้

แดนมงคลฟ้าดินที่ดียิ่งแห่งหนึ่ง!

กลิ่นอายแรกกำเนิดที่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า วิวัฒน์กลายเป็นรูปร่างมังกรมหึมาตัวแล้วตัวเล่า ห้อยแขวนอยู่เหนือเวิ้งฟ้าของยอดเขานั่น แสงมงคลประกายศักดิ์สิทธิ์คละคลุ้งดุจดั่งทะเลเมฆ

ทอดสายตาออกไป ทำให้ผู้คนอดรู้สึกสงสัยไม่ได้ว่าที่นั่นคือแดนพิสุทธิ์ซึ่งเป็นที่พำนักของเทพเซียน หาใช่สถานที่ที่บนโลกจะสามารถมีได้

“ไป พวกเราไปขอเยี่ยมเยียนกัน”

หลินสวินเดินตรงดิ่งไป

ห่างจากประตูเขาสูงตระหง่านเก่าแก่นั่นราวๆ สองสามพันจั้ง ก็เห็นผู้ฝึกปราณที่สวมชุดคลุมขนนกกลุ่มหนึ่งกรูออกมาจากประตูเขา

“ผู้มาเป็นใคร”

ชายหนุ่มตัวสูงใหญ่สีหน้าเคร่งขรึมที่เป็นผู้นำเอ่ยถาม

“ผู้น้อยจินตู๋อี มีเรื่องอยากขอพบเจ้าสำนักของท่าน”

หลินสวินกล่าวง่ายๆ

หากเขาพูดตรงๆ ว่าอยากจะพบป๋อหยาจื่อ ต้องถูกอีกฝ่ายมองเป็นคนบ้าเขวี้ยงออกไปเป็นแน่

ถึงอย่างไรป๋อหยาจื่อก็เป็นบรรพจารย์เบิกสำนักของสำนักยุทธ์เสวียนจี และสำนักยุทธ์เสวียนจีดำรงอยู่บนโลกมาไม่รู้กี่กาลเวลา บุคคลในอดีตกาลหาใดเปรียบอย่างป๋อหยาจื่อยังจะมีชีวิตอยู่หรือไม่ก็ยังพูดยากยิ่ง

“อยากพบเจ้าสำนักของสำนักข้า?”

ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่อึ้งไป “มีเทียบเข้าเยี่ยมหรือไม่”

หลินสวินส่ายหน้า “ข้าคนแซ่จินมาครานี้ เพราะมีเรื่องสำคัญอยากหารือกับเจ้าสำนักของท่าน รบกวนโปรดรายงานให้ด้วย”

กล่าวพลางหลินสวินประสานมือคารวะ

เห็นหลินสวินท่าทีเกรงใจ สีหน้าชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ก็อ่อนลงไม่น้อย กล่าวว่า “สหายยุทธ์ หากเป็นช่วงปกติข้าก็ไม่เกี่ยงที่จะช่วยเจ้ารายงายเลย แต่วันนี้กลับไม่ได้”

“นี่เพราะเหตุใดหรือ”

หลินสวินเลิกคิ้ว

ชายหนุ่มตัวสูงใหญ่สีหน้าวูบไหวไม่นิ่ง กล่าวว่า “สาเหตุภายในนั้นไม่สะดวกบอกกล่าว หวังว่าสหายยุทธ์จะเข้าใจ หรือไม่ก็ผ่านไปสักระยะสหายยุทธ์ค่อยมาใหม่ก็ได้”

กล่าวพลางผู้สืบทอดสำนักยุทธ์เสวียนจีเหล่านี้ก็เตรียมกลับเข้าประตูภูเขา

“ช้าก่อน”

จู่ๆ จินเทียนเสวียนเยวี่ยก็เอ่ยปาก กล่าวว่า “คุณชายของข้าเดินทางข้ามเจ็ดแคว้น ลุยน้ำข้ามเขามาเยือน กลับถูกพวกเจ้าปฏิเสธอยู่นอกประตูเช่นนี้ ออกจะแล้งน้ำใจไปหน่อยกระมัง”

ชายหนุ่มตัวสูงใหญ่ขมวดคิ้ว สีหน้ามืดทะมึน “ไม่มีเทียบเข้าเยี่ยม ซ้ำยังไม่มีของรับรอง เจ้าสำนักของข้ามีหรือจะให้ใครที่ไหนเข้าพบตามใจชอบก็ได้ เชิญกลับไปเถิด!”

เขาเอ่ยคำไล่แขกตรงๆ

มือเรียวของจินเทียนเสวียนเยวี่ยพลันเหวี่ยงออกไป ป้ายคำสั่งที่เรื่อแสงสีขาวแสบตาสายหนึ่งพุ่งออกมา กล่าวว่า “นี่คือ ‘ป้ายคำสั่งจักรพรรดิขาว’ ของเผ่าจักรพรรดิตระกูลจินเทียน มีคุณสมบัติพบเจ้าสำนักของพวกเจ้าแล้วหรือไม่”

ชายหนุ่มตัวสูงใหญ่ใจสะท้าน คว้าป้ายคำสั่งนั่นมาดู ด้านหน้าสลักอักษรมรรคโบราณว่า ‘ตระกูลจินเทียน’ เอาไว้ ด้านหลังก็ประทับแผนภาพของเมืองจักรพรรดิขาว

ถืออยู่ในมือ กลิ่นอายเผด็จการที่กร้าวแกร่งผันผยองสายหนึ่งก็ลอยปะทะหน้า

เผ่าจักรพรรดิตระกูลจินเทียน!

แม้ว่าตระกูลนี้จะไม่ได้อยู่ในโลกใหญ่หงเหมิง แต่ใครจะไม่รู้ว่านี่คือตระกูลใหญ่ที่ชื่อเสียงสะเทือนฟ้าดารา

หากอยู่ในโลกใหญ่หงเหมิง ยังสามารถขับเคี่ยวกับเผ่าจักรพรรดิดึกดำบรรพ์พวกนั้นได้เลย!

“นี่…”

ชายหนุ่มตัวสูงใหญ่ลังเล พวกผู้สืบทอดสำนักยุทธ์เสวียนจีข้างๆ เขาก็ตกใจแกมสงสัยเช่นกัน

จากสถานะของพวกเขา ถึงจะเคยได้ยินชื่อเผ่าจักรพรรดิตระกูลจินเทียน แต่ไหนเลยจะเคยเห็นสมบัติพิเศษที่บ่งบอกตัวตนชัดเจนอย่างป้ายคำสั่งจักรพรรดิขาว

“พวกเจ้าแยกแยะของจริงกับของปลอมไม่ได้ ก็ไปรายงานเจ้าสำนักของพวกเจ้า เจ้าสำนักสำนักยุทธ์เสวียนจีผู้สูงส่ง หากแม้แต่ป้ายคำสั่งจักรพรรดิขาวยังแยกไม่ออก เช่นนั้นพวกเราก็หมดคำพูดแล้ว”

จินเทียนเสวียนเยวี่ยสีหน้าราบเรียบ

“ได้ ทั้งสองท่านรอสักครู่”

ชายหนุ่มตัวสูงใหญ่กล่าวพลางจากไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อเห็นเช่นนี้จินเทียนเสวียนเยวี่ยก็กล่าวเสียงเบา “คุณชาย ท่านคงไม่หาว่าข้าทึกทักตัดสินใจเองกระมัง”

หลินสวินคลี่ยิ้มส่ายหน้า

และในเวลานี้เอง เด็กสาวที่สวมชุดขนนก นัยน์ตาสุกใสฟันขาวกระจ่างในที่นั้นคนหนึ่งก็อดกล่าวขึ้นมาไม่ได้ “พวกเจ้า… พวกเจ้าคงไม่ได้มาท้าสู้ศิษย์พี่จีเฉียนด้วยหรอกกระมัง”

หลินสวินอึ้งไป เขาย่อมรู้จักจีเฉียน จากที่เจียงเหิงว่ามาในปีนั้น คนผู้นี้ก็คือศิษย์สืบทอดแท้จริงอันดับหนึ่งของสำนักยุทธ์เสวียนจี

เพียงแต่ครั้งนี้เขาไม่ได้ตั้งใจจะมาหาจีเฉียนแต่อย่างใด

“เปล่า” หลินสวินส่ายหน้า

เด็กสาวชุดขนนกยังคงข้องใจ มุ่นหัวคิ้วกล่าวว่า “หวังว่าจะเป็นเช่นนั้นแล้วกัน”

พอมองดูสีหน้าศิษย์สำนักยุทธ์เสวียนจีคนอื่นๆ หว่างคิ้วล้วนเจือแววหวั่นวิตกที่ขจัดไม่สิ้น มีเรื่องหนักอึ้งในใจ

สิ่งนี้ทำให้ในใจหลินสวินกังขา หรือว่าวันนี้มีคนบุกมาสำนักยุทธ์เสวียนจีและท้าสู้กับจีเฉียน

ไม่ทันไรในประตูเขาก็มีเงาร่างกำยำล่ำสันสายหนึ่งพุ่งออกมา สวมชุดสีม่วง ผมดำคิ้วขาว ยามกะพริบตามีลำแสงเทพไหลพล่าน

ทุกท่วงท่าอิริยาบถแผ่อานุภาพที่เป็นของระดับกึ่งจักรพรรดิออกมา!

“คารวะอาจารย์ลุงหงอวี่!”

ชายหญิงเหล่านั้นต่างโค้งกายคารวะ

ชายชุดม่วงที่ถูกเรียกว่าอาจารย์ลุงหงอวี่โบกมือน้อยๆ ก่อนทอดสายตามองหลินสวินและจินเทียนเสวียนเยวี่ย

“ทั้งสองท่านก็คือสหายยุทธ์จากเผ่าจักรพรรดิตระกูลจินเทียนหรือ”

ชายชุดม่วงเอ่ยปาก เสียงทุ้มเข้ม ไม่ลดตัวแต่ก็ไม่หยิ่งผยอง

“ถูกต้อง”

จินเทียนเสวียนเยวี่ยพยักหน้า

“ข้ามีฉายาธรรมว่าหงอวี่ เจ้าสำนักสั่งให้ข้ามาต้อนรับทั้งสองท่านเป็นการเฉพาะ”

ชายชุดม่วงหงอวี่ประสานมือกล่าว

“ขอบคุณยิ่ง”

หลินสวินเองก็ประสานมือคารวะเช่นกัน

จากนั้น หงอวี่ก็ผายมือเป็นเชิง ‘เชิญ’ และนำทางอยู่เบื้องหน้า

หลินสวินและจินเทียนเสวียนเยวี่ยตามหลังเขาไปติดๆ

“พวกเขาถึงกับเป็นผู้แข็งแกร่งเผ่าจักรพรรดิตระกูลจินเทียนจริงๆ ได้ยินว่าจักรพรรดิขาวดึกดำบรรพ์บรรพชนตระกูลจินเทียนเป็นบุคคลระดับตำนานที่โด่งดังอันดับหนึ่ง บารมีสะท้านทั่วหล้า!”

“เฮ้อ อย่าสนใจเรื่องพวกนี้เลย ครั้งนี้ซวยแน่แล้ว เจ้าพวกเกาะเทพเวหาทมิฬนั่นบอกว่าอยากแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับพวกเราผู้สืบทอดสำนักยุทธ์เสวียนจี ผู้มามีเจตนาร้ายชัดๆ”

“แค่ไม่รู้ว่าพวกศิษย์พี่จีเฉียนจะสามารถรับการท้าสู้พวกนี้ได้หรือไม่”

มองส่งพวกหลินสวินเข้าประตูเขา ผู้สืบทอดสำนักยุทธ์เสวียนจีพวกนั้นต่างพึมพำคร่ำครวญ หน้านิ่วคิ้วขมวด

เมื่อเข้าประตูภูเขาไปแล้ว ทิวทัศน์ที่มองเห็นก็เปลี่ยนไปฉับพลัน

ก็เห็นหมู่เขาประหนึ่งทวน เรียงรายสูงเสียดฟ้า นกเซียนทะยานฉวัดเฉวียน สัตว์วิญญาณเกาะคอน ยอดเขาแต่ละลูกล้วนอาบด้วยประกายศักดิ์สิทธิ์ ไอเซียนหนาแน่น

ลมหายใจในปากจมูกเปี่ยมด้วยไอวิญญาณที่เข้มข้นดุจของเหลวมรกตน้ำค้างหยก ทั่วร่างราวกับอาบแช่อยู่ท่ามกลางน้ำแร่ สดชื่นผ่อนคลายไปทั้งตัว จิตใจเป็นสุขไร้กังวล

หากเป็นตอนปกติ หงอวี่จะต้องแนะนำทิวทัศน์สวยงามของเขามรรคลมเทพแห่งนี้ให้แขกพิเศษที่มาจากเผ่าจักรพรรดิตระกูลจินเทียนสองคนนี้อย่างใจเย็นเป็นแน่

แต่ยามนี้เขาไม่มีกะจิตกะใจอะไรเลยจริงๆ

“ขอบังอาจถามสักข้อ สหายยุทธ์สองคนมุ่งหน้ามาเพราะมีเรื่องอะไรจะพบเจ้าสำนักของสำนักข้าหรือ”

ระหว่างทางหงอวี่อดถามไม่ได้

“แค่การเยี่ยมเยียนปกติทั่วไป ไม่ได้มีเจตนาอื่นแน่นอน”

หลินสวินก็มองออก วันนี้บรรยากาศของสำนักยุทธ์เสวียนจีค่อนข้างไม่ชอบมาพากล

หงอวี่ร้องอ้อคราหนึ่ง ไตร่ตรองพักหนึ่งถึงค่อยกล่าวว่า “ไม่ขอปิดบัง วันนี้สำนักยุทธ์เสวียนจีของข้าประสบเรื่องขัดไม้ขัดมือนิดหน่อย หากอีกเดี๋ยวมีจุดที่ดูแลขาดตกบกพร่อง ก็หวังว่าทั้งสองคนจะเข้าใจ”

ถึงเขาจะเป็นกึ่งจักรพรรดิ แต่ก็ไม่กล้าละเลยแขกพิเศษจากเผ่าจักรพรรดิตระกูลจินเทียน

นี่ก็คืออำนาจบารมีของป้ายคำสั่งจักรพรรดิขาว

หลินสวินพยักหน้า กล่าวว่า “สหายยุทธ์ หากทำได้ พอจะเล่า ‘เรื่องขัดไม้ขัดมือ’ ที่ว่าหน่อยได้หรือไม่”

หงอวี่ขบคิดก่อนถอนใจเบาๆ กล่าวว่า “เอาเถิด อีกเดี๋ยวพวกเจ้าก็จะได้พบแน่ๆ บอกพวกเจ้าล่วงหน้าสักหน่อยก็ไม่เสียหาย”

ที่แท้เช้าตรู่วันนี้ ‘เกาะเทพเวหาทมิฬ’ หนึ่งในเจ็ดสำนักใหญ่แห่งแคว้นเมฆา ได้ส่งผู้สืบทอดแกนหลักกลุ่มหนึ่งมาเยือนสำนักยุทธ์เสวียนจี

บอกว่าเยี่ยมเยียน อันที่จริงคือมาเพื่อศึกษาแลกเปลี่ยนถกมรรค

เดิมทีระหว่างผู้สืบทอดของสองสำนัก จะมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และท้าสู้ก็เป็นเรื่องปกติยิ่ง

แต่ประเด็นสำคัญคือ เกาะเทพเวหาทมิฬมาด้วยเจตนาไม่ดี!

สำนักยุทธ์เสวียนจีจัดอยู่ในอันดับสามของขุมอำนาจสำนักแคว้นเมฆา เกาะเทพเวหาทมิฬอยู่อันดับสี่

หรือก็หมายความว่า ในแง่การจัดลำดับ เกาะเทพเวหาทมิฬถูกสำนักยุทธ์เสวียนจีกดอยู่ข้างล่างเรื่อยมา

ครั้งนี้ผู้สืบทอดเกาะเทพเวหาทมิฬเหล่านั้นมุ่งหน้ามา ก็เพราะอยากยืมโอกาสท้าสู้นี้โจมตีผู้สืบทอดสำนักยุทธ์เสวียนจีอย่างหนักหน่วงเสียหน่อย ใช้เรื่องนี้มาพิสูจน์ว่าในหมู่คนรุ่นเยาว์ เกาะเทพเวหาทมิฬได้อยู่เหนือสำนักยุทธ์เสวียนจีแล้ว

นี่ดูเหมือนจะเป็นการวัดฝีมือของคนรุ่นเยาว์ อันที่จริงกลับลามไปถึงปัญหาด้านหน้าตาของสองสำนัก สำนักยุทธ์เสวียนจีมีหรือจะกล้าละเลย

ยิ่งกว่านั้นจากที่หงอวี่ว่ามา ครั้งนี้เกาะเทพเวหาทมิฬมาแบบเตรียมการล่วงหน้า ผู้สืบทอดที่ส่งมาทั้งหมดแข็งแกร่งข่มกันไม่ลง!

เป็นสิ่งที่สำนักยุทธ์เสวียนจีคิดไม่ถึงเป็นอันขาด

“ผู้สืบทอดของเกาะเทพเวหาทมิฬ พวกที่มีชื่อเสียงนั้นพวกเราก็แทบจะรู้จักชัดเจน แต่คนที่มุ่งหน้ามาท้าดวลครั้งนี้ กลับมีพวกแปลกหน้ามากมาย ถึงขั้นไม่เคยได้ยินว่าเกาะเทพเวหาทมิฬรับผู้สืบทอดพวกนี้เมื่อไหร่ แต่ละคนพลังต่อสู้แข็งแกร่งชวนให้ผู้คนตกใจ”

หัวคิ้วหงอวี่ขมวดมุ่น สีหน้าฉายแววอึมครึม

จนบัดนี้หลินสวินจึงเข้าใจขึ้นมา มิน่าตนมาเยี่ยมเยียน ถึงได้ถูกปฏิเสธอยู่นอกประตู ที่แท้ก็เพราะสำนักยุทธ์เสวียนจีประสบเรื่องวุ่นวายนี่เอง

ระหว่างทางหลินสวินก็ได้เข้าใจ ว่าผู้สืบทอดของสำนักยุทธ์เสวียนจีแบ่งออกเป็นสายนอก สายใน สืบทอดแท้จริง และศิษย์แกนหลัก สี่ประเภท

ในนั้นศิษย์สายนอกมากที่สุด ต่างก็ปราณต่ำกว่าระดับราชันอมตะเคราะห์

ศิษย์สายในมีปราณระดับอริยะแท้

มีเพียงเหยียบย่างระดับมกุฎมหาอริยะเท่านั้นจึงจะมีคุณสมบัติถูกรับเข้าเป็นศิษย์สืบทอดแท้จริง

และผู้สืบทอดแกนหลัก ก็คือมกุฎราชันอริยะ!

เพียงแต่จำนวนของศิษย์แกนหลัก เมื่อเทียบกันแล้วก็มีน้อยที่สุด อย่างสำนักยุทธ์เสวียนจี ขุมอำนาจหนึ่งในเจ็ดสำนักใหญ่แห่งแคว้นเมฆา ก็มีผู้สืบทอดแกนหลักเพียงสามสิบกว่าคน

แต่แม้จะเป็นเช่นนี้ ก็ยังทำให้ภายในใจหลินสวินตกใจไปชั่วขณะหนึ่ง

มกุฎราชันอริยะแข็งแกร่งปานใด

แต่ในสำนักยุทธ์เสวียนจี กลับเป็นได้แค่ผู้สืบทอดแกนหลักเท่านั้น

หากเป็นเช่นนี้ ขุมอำนาจอย่างหกเรือนมรรคใหญ่ รากฐานพลังและขุมกำลังจะแข็งแกร่งปานใด

นี่อาจเป็นภาพที่มีแต่ในโลกใหญ่หงเหมิงเท่านั้นจึงจะสามารถมีได้ ไม่เสียแรงที่เป็นถึงโลกอันดับหนึ่งของทางเดินโบราณฟ้าดารา!

ขณะสนทนา พวกเขาก็มาถึงยอดภูเขาเทพลูกหนึ่ง

ที่นี่เป็นพื้นที่ขั้นบันไดขนาดใหญ่ ทะเลเมฆลอยเอื่อย เวลานี้มีเงาร่างมากมายหลากหลายกระจายตัวอยู่บนขั้นบันได

ด้านหนึ่งภายในนั้นเป็นผู้ฝึกปราณของสำนักยุทธ์เสวียนจี ผู้นำคือชายวัยกลางคนรูปร่างผอมแห้ง สวมชุดนักพรต ศีรษะสวมเกี้ยวประดับขนนกคนหนึ่ง เอามือไพล่หลัง ท่าทีน่าเกรงขาม

ข้างๆ เขา รายล้อมด้วยคนใหญ่คนโตทั้งกลุ่มราวกับดาวล้อมเดือนก็ไม่ปาน ข้างกายคนใหญ่คนโตเหล่านั้นยังแห่ห้อมด้วยผู้สืบทอดมากมาย

“นั่นก็คือเจ้าสำนักของสำนักข้า!”

ไกลออกไป สายตาของหงอวี่ที่มองชายวัยกลางคนผอมแห้งในชุดนักพรต ศีรษะสวมเกี้ยวประดับขนนกคนนั้น ล้วนเจือแววเคารพยำเกรงที่มาจากใจ

Battling Records of the Chosen One

Battling Records of the Chosen One

BRCO, Tian Jiao Zhan Ji, 天骄战纪
Score 8
Status: Ongoing Type: Author: , Released: 2016 Native Language: Chinese
ณ มหาทวีปชางถูอันกว้างใหญ่ไพศาล มีเซียนอมตะผู้อยู่เหนือสวรรค์ชั้นฟ้า มีเทพมารบรรพกาลผู้ควบคุมโลกันต์ ก่อเกิดเป็นตำนานอันรุ่งโรจน์ไม่รู้จบบนหน้าประวัติศาสตร์ ในโลกใบเดียวกันนั้น เด็กชายนามว่าหลินสวินจำต้องอาศัยการฝึกปราณและการจารึกรอยสลักวิญญาณ บากบั่นมุ่งหน้าไปบนหนทางสู่ความเป็นหนึ่งแต่เพียงลำพัง หลินสวินเป็นผู้เดียวที่หนีรอดมาได้จากคุกใต้เหมือง ที่ที่เขาถูกเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ เขาไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองเป็นใคร ยกเว้นเพียงความจริงไม่กี่อย่างที่ท่านลู่ ผู้อุปการะของเขาเป็นคนเล่าให้ฟัง ด้วยเครื่องมือวิญญาณโบราณสองอย่างที่ท่านลู่มอบไว้ให้ก่อนคุกใต้เหมืองจะถล่ม หลินสวินเริ่มออกเดินทางสู่จักรวรรดิจื่อเย่า เพื่อค้นหาว่าเพราะเหตุใดชีพจรวิญญาณของเขาจึงถูกพรากไป และใครที่เป็นคนสังหารครอบครัวของเขา จนทำให้เด็กชายต้องโดดเดี่ยวอ้างว้างอย่างที่เป็นอยู่นี้ แม้ภายนอกจะเป็นเพียงเด็กชายตัวผอมแห้งอายุสิบสองสิบสามที่ดูไร้พิษสง แต่ภายในนั้นเด็ดขาดและไร้ความปราณีเป็นที่สุด ท่านลู่เปรียบเสมือนแสงแดดอุ่นที่คอยสอนไม่ให้หลินสวินหยุดเรียนรู้และสอนวิชาเอาตัวรอดให้เขา ในทางกลับกัน ทหารยามและนักโทษทั้งหลายทำให้เขารู้จักว่าความดำมืดที่แท้จริงเป็นเช่นไร และมนุษย์คนหนึ่งจะชั่วช้าได้สักแค่ไหน… In the vast and boundless continent Cangtu, there were ancient sects governing the Ten Old Domains, unworldly immortal clans beyond the Blue Sky, and primordial demon gods dominating the dark abyss that together created a great number of brilliant stories over the long course of the history. In this very world, there was a boy, named Lin Xun, who embarked on his journey to the pinnacle of strength alone through cultivation and spiritual tattoo inscribing. Escaping alone from the Mine Prison where he had been living since he was adopted by Master Lu, Lin Xun knew nothing about his identity but the little information his adopter, Master Lu, had told him. With two ancient spiritual tools Master Lu gave to him before the destruction of the Mine Prison, Lin Xun started his journey to Ziyao Empire, where he is supposed to find out the truth of his lost Spiritual Vessel and the person who slaughtered his family, leaving him orphaned. Will he be able to unlock the mysteries of the two magic treasures, unveil the secrets of his identity and create a legend of his own?

Comment

Options

not work with dark mode
Reset