Douyara Watashi no Karada wa Kanzen Muteki no You desu ne – ดูเหมือนว่าร่างกายของฉันจะแข็งแกร็งไร้เทียมทานซะแล้ว – ตอนที่ 35 ผู้ชายอย่างเขาก็ไม่เป็นไรค่ะ

ในตอนบ่ายของวัน ที่ห้องเดิม เพราะไม่ใช่ว่าแต่ละคาบจะมีเวลาตรงกัน ตอนนี้ฉันกำลังรอเวลาหมดคาบเรียนของซาฟีน่า ดูเหมือว่าเธอจะปิดบังอะไรเอาไว้ จึงตั้งใจใช้เวลาว่างถามให้รู้เรื่อง

 

「เทศกาลต่อสู้ใกล้เข้ามาแล้ว ทุกคนดูคึกคักดีเนอะ」

 

「นั่นสินะ…」

 

พอมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความคึกคักของซาฮะแล้ว ฉันที่ไม่สนใจตอบรับไปอย่างไม่ใส่ใจ บอกตามตรง เพราะฉันกำลังกังวลกับเรื่องนั้นมากกว่า สีหน้าของซาฟีน่าในตอนนั้นมีบางสิ่งบางอย่างที่เป็นกังวลอยู่

 

(แต่ ต้องบีบคอเค้นถามแบบที่มากิลูก้าทำเนี่ยสิ… อู ลำบากใจ… ก็ฉันสงสัยนี่)

 

ในวั้นนั้น ฉันตัดสินใจที่จะฟังเรื่องกังวลใจจากเธอให้ได้ จึงนั่งรอซาฟีน่า ทว่า เธอกลับไม่มาปรากฏตัวที่ห้องนั่งเล่น

 

(แปลกจัง ปกติแล้ว พอหมดคาบเธอจะต้องตรงมาหาพวกเราก่อนใครเพื่อนเลยนี่นา…)

 

ด้วยความเป็นห่วงฉันจึงตัดสินใจเดินออกจากห้องนั่งเล่น ซาฮะบอกว่าเขาเองก็เป็นห่วงเหมือนกัน จึงขอตามมาด้วย

 

และ พอออกจากห้องนั่งเล่นมาตามทางเดิน ฉันก็เจอตัวซาฟีน่า

 

(ฉัน กังวลไปเองอย่างนั้นเหรอ…)

 

*เฮ้อ*ออกมา ขณะที่หัวเราะให้กับตัวเองที่เป็นห่วงมากเกินไป และเดินเข้าไปหาเธอ ฉันก็ต้องหยุดเท้า ทำไมน่ะเหรอ เพราะซาฟีน่ายืนชิดผนังอยู่กับผู้ชายคนนึง กำลังคุยอะไรบางอย่างอยู่

 

「นั่นมัน อะไร?」

 

ด้วยน้ำเสียงไม่พอใจแบบไม่มีเหตุผลที่ฉันพูดออกมา ซาฮะที่อยู่ข้างๆจึงหรี่ตาจ้องมองไปทางเดียวกัน

 

「เรื่องอะไร ยังบอกไม่ได้หรอกนะ… ถึงจะไม่รู้ว่าเรื่องอะไร แต่เธอ กำลังกลัวอยู่」

 

และ เมื่อเห็นซาฟีน่าที่พยายามจะหนีถูกผู้ชายคนนั้นจับมือเอาไว้ ดัชนีความไม่พอใจของฉันก็พุ่งขึ้นถึงขีดสุด

 

「คุณซาฮะ」

 

「โอ้ส」

 

เข้าใจโดยไม่ต้องบอกว่าฉันกำลังมองอะไรอยู่ ซาฮะตอบสนอง ตรงเข้าไปหาซาฟีน่า โดยไม่พูดพล่ามทำเพลง จับแขนของชายคนนั้นบิดไพล่หลัง

 

「เจ็บเจ็บ!」

 

เพราะจู่ก็ถูกจับบิดแขนข้างที่จับมือของซาฟีน่าบิดไพล่หลัง ผู้ชายคนนั้นจึงร้องออกมา ฉันส่งสายตาเย็นชาใส่พร้อมเดินเข้าไปใกล้

 

「ทะ ทำอะไรฟะ! กะ แก เอเรคเซีย!」

 

「นั่นน่ะ เป็นคำพูดของทางนี้ต่างหากล่ะ… ทำอะไรกับเพื่อนของฉันมิทราบ?」

 

「…ชิ… เรกาเลียเรอะ…」

 

ผู้ชายคนนั้นเดาะลิ้น พยายามหนีจากซาฮะ แต่ดูเหมือนซาฮะจะเตรียมการรับมือเอาไว้ในหัวก่อนแล้ว จึงไม่อาจสลัดให้หลุดได้ง่ายๆ

 

「หนอย ปล่อยโว๊ย!」

 

สุดท้าย ผู้ชายคนนั้นก็เอาจริง ใช้แรงสลัดจนหลุดออกมาได้ การขยับบิดตัวที่รวดเร็วนั้นทำให้ซาฮะเผลอปล่อยให้หลุดมือ เขาจึงถอยหลังกลับมา

 

(หือ? ท่าแบบนั้นมัน?)

 

ตรงหน้าของฉันที่กำลังสังเกตทุกอย่าง รวมถึงท่าร่างวิชาการต่อสู้ที่ผู้ชายคนนั้นใช้ จากตราทำให้รู้ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นคนของโซลออสเหมือนกัน ส่วนท่าร่างของผู้ชายคนนั้น ดูคุ้นตาเป็นอย่างมาก

 

(เหมือนซาฟีน่า…)

 

「พวกแก รู้มั้ยว่าชั้นเป็นใคร?」

 

ประโยคข่มขู่ตามแบบฉบับของขุนนางเหรอ ของแบบนั้นใช้กับฉันไม่ได้ผลหรอก ฉันมองผู้ชายคนนั้นด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะหันไปถามซาฮะด้วยน้ำเสียงเฉยเมย

 

「ไม่รู้สิ ใครเหรอ?」

 

「หา? ไม่รู้สิ นายน่ะ เป็นใคร?」

 

ดูเหมือนคำพูดของพวกเราจะแรงเกินไปหน่อย ผู้ชายคนนั้นถึงหน้าแดงจัดจ้องเขม็งกลับมา

 

「มะ ไม่ใช่เรื่องของพวกแก! นี่ เป็นเรื่องของข้ากับนังนั่น! อย่าเข้ามายุ่ง」

 

พอรู้ว่าไม่สามารถใช้สถานะขุนนางข่มขู่ฉัน เขาจึงพูดแบบนั้นออกมา แต่ตอนที่ได้ยินคำว่า 「นังนั่น」ฉันรู้สึกเหมือนกับว่าอะไรบางอย่างมันขาดผึง

 

「…คุณซาฮะ… มาจบเรื่องกันเถอะค่ะ」

 

「เอ๋? จะดีเหรอ?」

 

「ฉันพูดแล้ว… อย่าต้องให้พูดซ้ำเป็นครั้งที่สองได้ไหมคะ」

 

ความหมายของคำว่า「ฉัน」คือการบอกจุดยืน ในโลกของขุนนางไม่มีตระกูลไหนจะยิ่งใหญ่ไปกว่าเลกาเลียที่ฉันเป็นบุตรีอยู่นี้ ปกติแล้วฉันมักจะหลีกเลี่ยงการใช้อำนาจ ทว่า ตัวฉันที่ไม่สามารถระงับความรู้สึกเกลียดชังอยากจะออกคำสั่งเพื่อกำจัดร่างที่กำลังยืนขวางหูขวางตาตรงหน้าเสียเหลือเกิน

 

「กำลังทำอะไรกันอยู่น่ะ พวกเธอ ช่วยอย่าก่อปัญหากันจะได้ไหมครับ?」

 

ในตอนที่พวกเรากำลังจะลงมือขั้นแตกหักนั้น ก็มีเสียงนุ่มๆดังมาจากข้างหลังขัดบรรยากาศ

 

「รุ่นพี่คาริส」

 

ซาฟีน่าที่นิ่งเงียบมาจนถึงตอนนี้ ตะโกนชื่อของคลาสมาสเตอร์ออกมา ส่งผลให้ความมีเหตุผลของฉันกลับมาในทันใด

 

「ชิ!」

 

พอรู้ตัวว่ากำลังจะท่าไม่ดี ผู้ชายคนนั้นก็เดาะลิ้น เหลือบมองไปทางซาฟีน่า จัดท่าทางให้เป็นปกติ และเดินจากไป

 

「ใครน่ะ? เจ้านั่น?」

 

ฉันหรี่ตามองตามผู้ชายคนนั้นไป

 

「ไม่รู้สิ?」

 

「โอ่ยโอ่ย ไม่รู้จริงๆเรอะ พวกเธอน่ะ? เขาเป็นตัวเต็งงานแข่งครั้งนี้เหมือนกับซาฮะคุง หรือจะบอกว่าเป็นคู่แข่งของพวกเธอก็ได้นะ」

 

「เอ๋? ผมเหรอ?」

 

「เอ๋ ~~ 」

 

คำพูดที่รุ่นพี่คาริสประกาศออกมาหลังจากได้ยินบทสนาอันไร้เยื่อใยจากพวกเรา ทำให้ซาฮะส่งเสียงประหลาดใจ ในขณะที่ฉันส่งเสียงแสดงความรังเกียจออกมา

 

「ถึงยังไงก็เป็นคนที่มีความเกี่ยวข้องกับคุณหนูซาฟีน่า… ไม่สิ ผู้ได้รับสืบทอดศาสตร์การต่อสู้ของคัลซาน่าต่างหากล่ะ」

 

「「เอ๋!?」」

 

และ คำพูดของรุ่นพี่คาริสทำให้พวกเราหันไปมองซาฟีน่ากันอย่างพร้อมเพรียง

 

――――――――――

 

ในตอนนี้ พวกเรามากันที่คาเฟ่แบบเปิดนอกตัวอาคารเรียน

 

ที่ห้องนั่งเล่น หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ขึ้น จึงกลายเป็นจุดสนใจของทุกคนจนต้องหนีมาเพราะเหตุนั้น ที่โต๊ะมีฉัน ซาฮะ และซาฟีน่ารวม 3 คนนั่งอยู่

 

「แล้ว ผู้ชายน่ารังเกียจนั่นเป็นใครกันเหรอ?」

 

เพียงแค่นึกถึงก็รู้สึกโมโหขึ้นมาแล้ว ทำให้น้ำเสียงที่ออกมาค่อนข้างหยาบกระด้าง ทำให้ซาฟีน่า*ฮึก*ตัวสั่นด้วยความกลัว

 

「ถึงจะบอกว่าเป็นคู่แข่งแต่ผมไม่เห็นจะเคยรู้จัก จึงช่วยไม่ได้ที่จะอยากฟังน่ะ」

 

ต่างจากปกติ ซาฮะเองก็เข้ามาใกล้ซาฟีน่าด้วย

 

「เอโตะ… เรื่องนั้น… คือ…」

 

「มาถึงขั้นนี้แล้ว คงไม่บอกว่าพวกเราเป็นคนนอกนะ ซาฟีน่า จากเมื่อกี้ เรื่องที่เธอกังวลอยู่เกี่ยวข้องกับผู้ชายคนนั้นใช่มั้ย?」

 

เพราะคิดว่าผู้ชายคนนั้นกำลังก่อปัญหาให้กับเพื่อนของฉัน ปล่อยเอาไว้ไม่ได้ ต้องเค้นให้รู้เรื่อง ซาฟีน่ามองพวกเรา *เฮ้อ*ถอนหายใจ และตัดสินใจที่จะเริ่มเล่า

 

「เอโตะ เริ่มจาก เขาชื่อว่า」

 

「เรื่องนั้นช่างมัน! ไม่อยากได้ยิน! เธอเรียกว่า「เขา」ก็พอ」

 

เพราะไม่ต้องการที่ให้ซาฟีน่าพูด ฉันจึงพูดแทรกออกไปโดยไม่รู้ตัว ทำไมน่ะเหรอ เพราะไม่อยากจำน่ะสิ ความรู้สึกของฉันต่อเขาเลวร้ายถึงระดับนั้นเลยล่ะ

 

「แล้ว เขาอะไรนี่? เป็นครอบครัวของซาฟีน่าอย่างงั้นเหรอ?」

 

ซาฮะเองก็คงรู้สึกแบบเดียวกัน จึงถามในสิ่งที่ฉันกำลังสงสัย

 

「ไม่ค่ะ ไม่ใช่…」

 

「แต่ เขาอยู่ในสถานะเดียวกันกับเธอใช่รึเปล่า จากที่รุ่นพี่คาริสพูดเอาไว้ ดูเหมือนจะศึกษาศิลปะการต่อสู้สายคัลซาน่าด้วยใช่ไหม」

 

「พวกเรา ไม่ได้ถ่ายถอดศิลปะการต่อสู้สายคัลซาน่ากับคนในตระกูลเท่านั้น แต่เปิดกว้าง สอนให้คนภายนอกด้วย」

 

「สายคัลซาน่านี่คงจะให้ความรู้สึกประมาณโดโจสินะ?」

 

「โด…จ???」

 

「เอิ่ม อย่าใส่ใจเลย… พูดต่อเถอะ」

 

เพราะซาฟีน่าไม่เข้าใจในสิ่งที่ฉันพูด จนเรื่องราวหยุดชะงัก ฉันจึงบอกให้พูดต่อ

 

「สรุปคือ เขาเป็นนักเรียนที่มาเรียนศิลปะการต่อสู้ที่บ้าน คงจะแข็งแกร่งมากสินะ? และ จากสถานการณ์ อาจจะได้เป็นผู้นำตระกูลคนต่อไปด้วย」

 

การตีความของซาฮะทำให้ระดับความโกรธของฉันพวยพุ่งขึ้นมาอีกครั้ง

 

「ว่าแล้วเชียว ในตอนนั้น ฉันน่าจะจัดการฝังมันไปซะ…」

 

ที่พูดไปนั่นฉันค่อนข้างเอาจริงนะ จะเอาให้ถึงขั้นที่เวทย์ฟื้นฟูไม่สามารถรักษาได้เลยล่ะ ไม่สิ มันเป็นไปได้เหรอที่จะรักษาไม่ได้ จากความผิดพลาดครั้งก่อน ทำให้รู้ว่าฉันกลัวที่จะไปทำร้ายคนอื่น แต่สำหรับผู้ชายคนนั้น ฉันไม่มีความรู้สึกแบบนั้นอยู่เลย จึงเริ่มวางแผนการอย่างจริงจัง

 

「อย่าแผ่ออร่ากระหายเลือดแบบนั้นสิ ท่านแมรี่… มันน่ากลัวนา…」

 

ไม่บ่อยนักที่ซาฮะแทรกเข้ามาในจังหวะที่ฉันพูดพึมพำ จึงตกลงทำตามนั้น

 

「…ตามที่คุณซาฮะพูดนั่นล่ะค่ะ เขามาพูดแทนหัวหน้าตระกูลของฉัน แต่ ถึงจะไม่อยาก… ความสามารถนั้นเป็นของจริง อาจจะเหนือกว่าท่านพ่อของฉันด้วย มองเพียงแค่พริบตาก็รู้…」

 

เห็นซาฟีน่าที่หัวเราะอย่างหมดหวัง เพื่อทำให้อารมณ์โกรธของตัวเองเย็นลง ฉันจึงสั่งชาดำกับทางร้าน

 

「แต่ จนถึงตอนนี้ เจ้าหมอนั่นไม่เคยเข้ามาป้วนเปี้ยนรอบตัวเธอเลยไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงเพิ่งมาโผล่เอาตอนนี้ล่ะ?」

 

ฉันพยักหน้าเห็นด้วยให้กับคำถามของซาฮะ

 

「เอโตะ… เมื่อซักครู่… คือ… เข้ามาพูดเรื่องการเรียนต่อ…」

 

เพราะอะไรบางอย่างซาฟีน่าจึงพูดงึมงำราวกับว่าเป็นเรื่องที่พูดยาก

 

「พูดอะไรกันล่ะ?」

 

ด้วยความโกรธที่ลดลงไปมากแล้วจากรสสัมผัสของชาที่ดื่ม ฉันจึงถามออกไป

 

「ว่าที่คู่หมั้นของ… พูดเรื่องนั้นค่ะ…」

 

「วะ! อุ๊ป」

 

เรื่องราวเกินคาดที่ซาฟีน่าพูดออกมาทำให้ฉันเผลอดื่มชาหมดในรวดเดียว จนสำลักนิดหน่อย

 

แม้ว่าในโลกนี้จะเคยได้ยินบุตรสาวขุนนางพูดถึงเรื่องคู่หมั้นกันตั้งแต่ยังเด็ก แต่พอได้ยินจากคนใกล้ตัวแล้วก็ทำเอาช็อกอยู่ไม่น้อย

 

「อย่างนี้นี่เอง… เพราะเขามีโอกาสที่จะได้รับเลือกมากขึ้นๆ เลยเข้าใจว่าเธอเป็นของตัวเองไปเรียบร้อยแล้ว ก็เลยก่อเรื่องแบบนี้สินะ」

 

เพล้ง!

 

「อย่างนี้นี่เอง」ซาฮะพูดออกมาพร้อมกับพยักหน้าเข้าใจ ฉันได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจเผลอทำถ้วยหลุดมือจนเกิดเสียงที่คุ้นหู รีบลุกขึ้นกล่าวขอโทษ ที่ช็อกจนทำแก้วหล่นแตก

 

「ขะ ขอโทษค่ะ… เผอิญตกใจมากไปจนเผลอทำแก้วหล่น」

 

หลังได้ยินเสียงจากความผิดพลาดของฉัน พนักงานที่ทำงานในร้านก็ตรงเข้ามาเก็บกวาดความผิดพลาดที่ฉันทำ

 

 

ไม่กี่นาทีต่อมา พนักงานที่ทำความสะอาดเสร็จเรียบร้อยแล้วก็เดินจากไป ระหว่างนั้นเป็นช่วงเวลาปรับอารมณ์ให้เย็นลง ซึ่งทำให้ฉันได้ความสงบกลับมาเป็นที่เรียบร้อย

 

「…พวกเราทำอะไรไม่ได้เลย…เหรอ แน่นอน มันเป็นเรื่องภายในตระกูล ก็เข้าใจอยู่」

 

「หา? พูดอะไรออกมาน่ะ คุณซาฮะ ถึงจะพูดอย่างนั้น แต่ยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการสินะ ซาฟีน่า?」

 

หลังจากกลับเข้าเรื่องอีกครั้ง ซาฮะพยายามหาข้อสรุปออกมา ซึ่งฉันแย้งกลับไปในทันที

 

「ขะ ค่ะ… แต่… ฉัน… ไม่ใส่ใจ เรื่องที่จะต้องไปเป็นคู่หมั้นของใคร… เตรียมใจเอาไว้ตั้งแต่เป็นเด็กแล้วด้วย」

 

การได้มาเห็นด้านมืดของสังคมขุนนาง ถึงจะรู้สึกไม่สบายใจ แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่ฉันจะทำอะไรได้ ในอนาคตตัวฉันเองก็อาจจะโดนด้วย…

 

「ถ้าอย่างงั้น แล้วกังวลเรื่องอะไรล่ะ?」

 

「…เขาที่ยังเป็น「ว่าที่」คู่หมั้นนั้น ได้เข้ามาบอกแผนการน่ะค่ะ ว่าพอตัวเองได้ตำแหน่งชนะเลิศจากงานประลองครั้งนี้ ก็จะมีการประกาศคู่หมั้นอย่างเป็นทางการ และ ฉันก็จะต้องลาออกจากโรงเรียนในปีหน้า เพื่อที่จะมุ่งมั่นกับการอบรมเจ้าสาวค่ะ」

 

「นั่นมันอะไรกัน!」

 

ฉันลืมตัวลุกขึ้นยืนตะโกนเสียงดัง ผู้คนโดยรอบต่างตกใจหันมามอง พนักงานในร้านทำหน้าลำบากใจเดินเข้ามา ฉันจึงรีบนั่งกลับลงไป

 

「เงื่อนไขแบบนั้น คงจะไม่ตอบตกลงไปหรอกนะ」

 

ฉันยื่นหน้าเข้าไปใกล้ด้วยความกังวล ซาฟีน่ายิ้มขมๆตอบกลับมา

 

「แต่แรกเลย ถูกตัดสินใจให้เรียนที่โรงเรียนนี้เพียงปีเดียว ซึ่งจากจุดยืนของท่านพ่อ ก็เห็นว่าไม่มีปัญหาอะไร」

 

「หมายความว่ายังไง?」

 

「เอโตะ… ที่พูดต่อไปนี้ออกจะนอกเรื่องซักหน่อย ตระกูลคัลซาน่าได้สร้างนักสู้มีฝีมือจากรุ่นสู่รุ่น แน่นอนว่า ไม่มีเรื่องของเพศมาเกี่ยวข้อง ฉันเองก็ไม่ได้รับการยกเว้น ตั้งแต่จำความได้ก็ถูกจับฝึกพื้นฐานศิลปะการต่อสู้」

 

ซาฟีน่ากำลังเล่าเรื่องราวในอดีตของตัวเอง ในตอนนั้น ฉันจึงปล่อยวางความโกรธและตั้งใจฟังอย่างเงียบๆ

 

「แต่ ก็อย่างที่เห็น ฉันมักจะกลัวและเอาแต่หลบ… วิชาดาบเองก็เป็นไปเองโดยธรรมชาติระหว่างที่หลบหลีกไปมารอบๆ ท่านพ่อที่เริ่มหมดความสนใจในตัวฉันจึงหันไปสอนอย่างจริงจังกับคนอื่นนอกเหนือจากครอบครัว…」

 

「ผลลัพธ์ ก็เลยเป็นแบบนี้สินะ」

 

คำพูดของซาฮะ ทำให้ซาฟีน่ายิ้มขมพยักหน้า

 

「ท่านพ่อรับดูแลเขา บอกว่าจะส่งเสียให้เขาได้เข้าเรียนในโรงเรียน ฉันก็ด้วย ควรจะต้องไปเข้าเรียนด้วยกันค่ะ แต่ก็ตามที่คาด ไม่มีเงินพอจะส่งเสียถึงสองคน จึงให้ไปโรงเรียนเพียงแค่ปีเดียว แล้วคนหนึ่ง ที่มีผลการเรียนต่ำกว่าจะถูกบอกให้ออกจากโรงเรียนในปีถัดไป」

 

「「…」」

 

「ฉัน… แบบนี้ก็ดีแล้วล่ะค่ะ… ต้องมาสถานที่น่ากลัวแบบนี้ แค่อดทนให้ผ่านไป 1 ปีเท่านั้นเอง…」

 

「มะ ไม่นะ… ซาฟีน่า…」

 

ฉันช็อกกับคำพูดของซาฟีน่า รู้สึกเหมือนกับว่าเรียวแรงหดหายไปจากร่าง

 

「แต่… นั่น เป็นความรู้สึกของฉันก่อนเข้าเรียน ในตอนนี้มันต่างออกไป… ได้พบกับท่านแมรี่ ทุกคนในชั้น… ถึงแม้ จะรู้สึกกลัว… จนอยากร้องไห้ออกมา… แต่ว่า ถึงอย่างนั้น ตอนนี้ฉันอยากจะอยู่กับทุกคนที่โรงเรียน… คงจะน่ารำคาญใช่ไหมคะ… นั่น คือสิ่งที่คิดค่ะ」

 

「ซาฟีน่า… ไม่ได้น่ารำคาญตรงไหนซักหน่อย」

 

คำพูดถึงตัวเองของซาฟีน่าทำให้อาการช็อกของฉันปลิวหายไป เข้ามากุมมือของซาฟีน่าที่อยู่บนโต๊ะเอาไว้

 

「และแบบนี้ ปัญหาก็คือ…」

 

(นั่นสิ… ถ้ายังอยากมาโรงเรียนปีหน้าล่ะก็ หากไม่จัดการทำอะไรซักอย่างกับเขาก่อนคงจะไม่ได้สินะ)

 

「เขาน่ะ แข็งแกร่งรึเปล่า?」

 

「เรื่องนั้นเหรอ? มีทักษะของคัลซาน่าแล้วรุ่นพี่คาริสก็ให้ความสนใจอยู่ รวมแล้วก็มีดีล่ะมั้ง?」

 

ซาฮะตอบคำถามของฉันด้วยคำถาม

 

「อือ~ อ้า~ โม่~! ในเมื่อเป็นแบบนี้คงช่วยไม่ได้สินะ! มาเดิมพันกับวิธีคลาสสิคกันเถอะ!」

 

ฉันลุกขึ้นยืนพร้อมกำหมัดชูขึ้นฟ้า

 

「วิธีคลาสสิคเนี่ย… อะไรอย่างงั้นหรือคะ?」

 

「ฝึกพิเศษยังไงล่ะ!!」

 

ฉันตะโกนออกมาเสียงดัง ซาฟีน่าที่ได้ยินแสดงอาการตกใจ ผู้จัดการร้านทำสีหน้าปั้นยากเรียกฉัน และไล่ออกจากร้าน… เอาเถอะ กำลังจะออกจากร้านอยู่แล้วล่ะ

 

Douyara Watashi no Karada wa Kanzen Muteki no You desu ne – ดูเหมือนว่าร่างกายของฉันจะแข็งแกร็งไร้เทียมทานซะแล้ว

Douyara Watashi no Karada wa Kanzen Muteki no You desu ne – ดูเหมือนว่าร่างกายของฉันจะแข็งแกร็งไร้เทียมทานซะแล้ว

อ่านนิยาย เรื่องDouyara Watashi no Karada wa Kanzen Muteki no You desu neอ่านนิยาย เรื่องดูเหมือนว่าร่างกายของฉันจะแข็งแกร็งไร้เทียมทานซะแล้ว ชาติที่แล้วในช่วงชีวิตก่อนที่จะตายฉันได้วิงวอน [ถ้าได้เกิดใหม่ขอร่างกายที่ไม่ว่าจะเจออะไรก็ไม่แพ้ได้ง่ายๆ] และดูท่าว่าคำขอนั้นจะถูกส่งไปถึง หลังจากมาเกิดใหม่ก็เป็นต่างโลกซะแล้ว ทั้งพละกำลังที่แข็งแกร่งสุดๆ ทั้งพลังป้องกันที่ไร้เทียมทาน ทั้งพลังเวทที่แข็งแกร่งที่สุด ทั้งความเร็วที่เร็วที่สุด การโจมตีทางกายภาพก็ทำอะไรไม่ได้ การโจมตีด้วยเวทมนต์ก็ไร้ผล เพราะว่าไม่มีทางแพ้ทุกๆอย่างไม่ว่าอะไรก็ตามเลยทำให้มีค่า สเตตัสทุกอย่างเต็ม MAX

Options

not work with dark mode
Reset