Eight Desolate Sword God – ตอนที่ 114 ปราณดาบสองชั้น

ในฤดูใบไม้ร่วงสายลมอ่อน ๆ ได้พัดผ่านพื้นที่สร้างบรรยากาศที่เย็นสบาย

 

ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองหลวงเมฆาม่วง มีทะเลสาบที่เงียบสงบที่ถูกเรียกว่าทะเลสาบเเห่งความเงียบงัน เนื่องเพราะสถานที่เเห่งนั้นมีสัตว์อสูรวิญญาณที่ดุร้ายจำนวนมาก จึงไม่ค่อยมีใครกล้าเข้าไปที่นั่น

 

ในเวลานี้ข้างทะเลสาบมีชายหนุ่มสวมเสื้อคลุมสีขาวกำลังฝึกฝนทักษะดาบ

 

ชายหนุ่มคนนี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากผู้ที่เป็นเบื้องหลังในการช่วยเหลือเมืองหลวงเมฆาม่วง เย่เฉินเฟิง

 

“ย๊ะ!”

 

ดาบสีเงินได้เเกว่งไปมาภายใต้ความร้อนของดวงอาทิตย์ ปราณดาบอันเเหลมคมได้พุ่งผ่านไปทลายพื้นผิวบนทะเลสาบเเห่งนี้

 

“ในที่สุดข้าก็ประสบความสำเร็จในการพัฒนาปราณดาบของข้า”

 

เย่เฉินเฟิง ที่อยู่ด้านข้างทะเลสาบในมือของเขาได้ถือม้วนหนังสือที่ เสวี่ยเปียวหลิง มอบให้กับเขา เขาได้ฝึกฝนมันอย่างหนักหน่วงเเละเริ่มเข้าใจตระหนักถึงปราณดาบมากขึ้นเรื่อย ๆ

 

“ฟวั่บ!”

 

ในช่วงสองวันนี้ เย่เฉินเฟิง ได้พัฒนาไปมาก เขาได้สร้างคลื่นพลังปราณดาบที่ทรงพลังออกมาจากร่างกายเเละฟาดฟันขึ้นไปบนฟ้าทะลวงชั้นเมฆเเละต่อด้วยฟันผ่าผิวน้ำด้านหน้า

 

กระเเสพลังปราณดาบได้พุ่งไปไกลกว่าหนึ่งร้อยเมตรคลื่นพลังที่น่ากลัวยังคงตราตรึงอยู่ในพื้นที่เเม้เเต่สัตว์อสูรวิญญาณที่ดุร้ายที่อยู่ภายในน้ำต่างก็พากันหลบหนี

 

“ในที่สุดข้าก็ฝึกฝนปราณดาบสองชั้นได้”

 

เมื่อรับรู้ถึงความเปลี่ยนเเปลงในการฝึกฝนของ ตัวเอง เย่เฉินเฟิง ยิ้มออกมาอย่างจาง ๆ เขาไม่รู้ว่าตอนนี้เขามีความสามารถมากพอจะปะทะกับผู้เชี่ยวชาญระดับสวรรค์ขั้นเเรกหรือไม่ เเต่ที่เเน่ ๆ เย่เฉินเฟิงมั่นใจว่าการโจมตีของเขาเพียงพอที่จะดับฆ่าผู้ใช้จิตอสูรระดับปฐพีขั้น 6 ได้อย่างง่ายดาย

 

หลังจากฝึกฝนปราณดาบสองชั้นได้สำเร็จ เย่เฉินเฟิง ก็ไม่ได้ทำการฝึกฝนอีกต่อไป เขาได้นำถุงจักรวาลของ หมิงเต๋าสือซู่ ออกมา เเละควบคุมสมองกลืนกินศักดิ์สิทธิ์เพื่อทำลายรูปแบบก่อตัวด้านในก่อนที่เขาจะเเทรกพลังวิญญาณเข้าไปตรวจสอบสิ่งของภายในนั้น

 

“ผลึกวิญญาณระดับต่ำ 13,000 ก้อน,ผลึกวิญญาณระดับกลาง 280 ก้อน,หญ้าวิญญาณสวรรค์ปฐพี 67 ต้น อาวุธวิญญาณระดับกลาง สองชิ้น เเละ อาวุธวิญญาณระดับต่ำ โอ้วนี่มัน…”

 

“วัตถุระดับจิตวิญญาณ”

 

เย่เฉินเฟิงจ้องมองไปที่ของข้างในเเละพบกล่องวัตถุลึกลับที่ปลดปล่อยพลังระดับจิตวิญญาณออกมา เขาได้ควบคุมสมองกลืนกินศักดิ์สิทธิ์เพื่อทำลายรูปแบบก่อตัวเเละเปิดดูของที่อยู่ภายในกล่องนั่น

 

จากนั้นไม่นาน เม็ดยาสีขาวระดับจิตวิญญาณก็ปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้าของเขาทำให้ เย่เฉินเฟิง รู้สึกมีความสุขมาก

 

“ดูเหมือนว่าตำหนักส่วนในของนิกายเพลิงผลาญฟ้าจะค่อนข้างมั่งคั่งทีเดียว”

 

“ข้าไม่รู้ว่าโอสถระดับจิตวิญญาณนี้จะช่วยให้ข้าบุกทะลวงกลายเป็นผู้ใช้จิตอสูรระดับปฐพีขั้น 4 ได้หรือไม่”

 

เย่เฉินเฟิง ได้หาสถานที่พักเงียบ ๆ ใกล้ ๆทะเลสาบเเห่งความเงียบงัน จากนั้นเขาก็ใช้ทักษะกลืนวิญญาณเพื่อปรับเเต่งโอสถระดับจิตวิญญารโดยตรง

 

ขณะที่ เย่เฉินเฟิง กำลังฝึกฝนอย่างหนักใกล้ทะเลสาบเเห่งความเงียบงัน ที่นิกายเพลิงผลาญฟ้า หลังจากพวกเขาได้ยินการตายของหมิงเต๋าสือซู่ พวกเขาก็ตกตะลึงอย่างมาก

 

อาวุโสตำหนักหยินหยางทั้งสามคน ได้ขี่วิหคเพลิงสามหางมาที่เมืองหลวงเมฆาม่วงเพื่อตรวจสอบสาเหตุการตายของ หมิงเต๋าสือซู่ การมาถึงของผู้อาวุโสทั้งสามคน ได้สร้างความเเตกตื่นให้กับเมืองหลวงเมฆาม่วงอย่างมาก

 

เนื่องจาก เสวี่ยเปียวหลิง ได้ทิ้งร่องรอยการโจมตีไว้มากมาย ผู้อาวุโสตำหนักหยินหยางทั้งสามคน จึงได้ทำการตรวจสอบอย่างเข้มงวด

 

หลังจากตรวจสอบอย่างระวังพวกเขาก็พบว่า คนที่ฆ่า หมิงเต๋าสือซู่ เเละ สังหารล้างบาง ตระกูล เจียง,ตระกูลเสิ่นถู๋ เเละ ตระกูล ชางกวน เป็นผู้เชี่ยวชาญที่เเข็งเเกร่งที่นิกายเพลิงผลาญฟ้าของพวกเขาไม่อาจเเตะต้องได้ ความเเข็งเเกร่งของคน ๆ นั้นอย่างน้อยจะต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับสูงสุดขั้น 4

 

พวกเขาได้ครุ่นทันทีว่า ทำไม หมิงเต๋าสือซู่,เจียงจ้งเซียน เเละ คนอื่น ๆ ถึงไปทำให้ปรมาจารย์ผู้เชี่ยวชาญท่านนี้ต้องเกิดความขุ่นเคือง ตั้งเเต่ต้นจนจบ ไม่มีใครสงสัยเลยว่า เย่เฉินเฟิง เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง เพราะความเเข็งเเกร่งของ เย่เฉินเฟิง ต่ำเกินไป

 

หลังจากรับรู้ถึงสถานการณ์ที่รุนเเรง ผู้อาวุโสทั้งสามคนของตำหนักหยินหยาง ก็ไม่กล้าอยู่ที่เมืองหลวงเมฆาม่วงต่อ พวกเขาได้ตรวจสอบพื้นที่เสร็จเเละรีบถอนตัวกลับไปรายงานเรื่องนี้ให้กับนิกายเพลิงผลาญฟ้าอย่างรวดเร็ว

 

เนื่องจากเนื้อร้ายอย่างตระกูล เจียง ได้ถูกกำจัดไป ภายใต้การสนับสนุนจากตระกูล เย่ ,ตระกูล จี้ ,ตระกูลไป๋ เเละ องค์ชายสองที่ได้ขึ้นเป็นองค์จักรพรรดิ พวกเขาได้เริ่มควบคุมสถานการณ์ภายในเมืองหลวงเมฆาม่วงเเละเริ่มค่อย ๆ ฟื้นฟูทุกอย่างกลับมา

 

เวลาผ่านไปวันเเล้ววันเล่า เส้นกำหนด การทดสอบประจำปีของตำหนักนอกนิกายเพลิงผลาญฟ้า ก็ค่อย ๆ เข้าใกล้ขึ้นมาเรื่อย ๆ เพื่อให้บรรลุผลงานที่ดีในวันทดสอบเหล่าศิษย์ของตำหนักนอกนิกายเพลิงผลาญฟ้าต่าง ๆ พยายามฝึกฝนอย่างหนักมาช่วงนี้

 

ลึกลงไปในภูเขาเมฆาม่วง สถานที่ที่อยู่ใกล้กับน้ำตก

 

รุ่นเยาว์คนนึงที่มีรูปร่างสูงเเละสง่า ได้ยืนอยู่ใต้น้ำตกเเละกำลังรับเเรงดันน้ำที่พุ่งโถมลงมาใส่เขา

 

“ย๊ะ!”

 

เสียงกรีดร้องได้ดังออกมาจากปากของเขา กล้ามเนื้อทุกส่วนได้ขยายใหญ่ขึ้นจากนั้นกลิ่นอายที่ทรงพลังก็ได้ปลดปล่อยออกมา หินรองที่อยู่ใต้เท้าของเขาได้เเตกออกเป็นเสี่ยง ๆ

 

“หายไปซะ!”

 

รุ่นเยาว์คนนี้ได้ซัดคลื่นพลังที่น่าตกใจไปที่กลางน้ำตกในมือของเขาบิดขึ้นอย่างรวดเร็วจากนั้นรอยฝ่ามือขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยพลังทำลายก็เหินขึ้นไปทำลายสายน้ำตกที่ร่วงลงมา

 

เพียงฝ่ามือเดียวก็สามารถตัดผ่านกระเเสน้ำตาที่รุนเเรงนี้จนเศษน้ำเเตกกระจายไปทั่วทุกทิศทาง

 

“ในที่สุดข้าก็ฝึกฝนฝ่ามือเเปดทิศได้สำเร็จสักที”

 

เห็นสายน้ำเเตกกระจายออก ชายหนุ่มคนนี้เเสดงออกมาถึงความพอใจเเละกล่าวพึมพัมกับตัวเอง”ข้าไม่รู้ว่าตอนนี้ข้าจะสามารถเอาชนะ ฟู่เหยาเยว่ ได้หรือไม่ เเต่ข้าย่อมติดอันดับที่ดีในการทดสอบประจำปีของตำหนักนิกายเพลิงผลาญฟ้า

ชายหนุ่มคนนี้ก็คือ หลินเปาซิน เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ติดอยู่ในรายชื่ออันดับเพลิงผลาญฟ้าลำดับที่ 2 เขาสามารถฝึกฝนทักษะระดับจิตวิญญาณขั้นสูงได้ในระยะเวลาสั้น ๆ เพียงหนึ่งปี ทักษะพรสวรรค์ของเขานั้นไม่ธรรมดาอย่างมาก

 

ขณะเดียวกัน ในส่วนลึกของพื้นที่ภูเขาหิมะทางทิศทางเหนือ ในสถานที่เเห่งนี้ มีผู้เชี่ยวชาญระดับปฐพี อยู่ด้วยกันถึง 3 คน

 

สามคนนี้ก็คือ ผู้นำนิกายหุบเขาทมิฬ ที่เป็นนิกายระดับหนึ่ง ทั้งสามคนคือมะเร็งร้ายที่ซ่อนตัวอยู่มาเป็นเวลานานเเละขยายอิทธิพลเเพร่กระจายไปทั่วโดยรอบ

 

เพื่อที่จะกำจัดมะเร็งที่อาจจะเป็นภัยในอนาคต ทางนิกายเพลิงผลาญฟ้าจึงได้มอบหมายภารกิจ ในการกำจัด นิกายระดับหนึ่งนี้ เเต่ทว่าผ่านไปหนึ่งปี นิกายหุบเขาทมิฬก็ยังไม่ถูกจัดการ ซ้ำยังจะเเข็งเเกร่งมากขึ้นเรื่อย ๆ

 

“ฟวุ่บ!”

 

ขณะเดียวกันหญิงสาวคนนึงที่สวมใส่ถุงน่องสีดำเรือนผมสีดำยาวสลวยเเละใบหน้าที่เรียวงามได้ปรากฏขึ้นเเละเผชิญหน้ากับผู้นำนิกายทั้งสามคนของนิกายหุบเขาทมิฬ

 

ถ้า เย่เฉินเฟิง อยู่ที่นี่ เขาจะจำได้ทันทีว่าผู้หญิงคนนี้ ก็คือ คนที่อยู่ในถ้ำเเรงโน้มถ่วงกับเขาในตอนนั้น

 

เธอเป็นผู้เชี่ยวชาญลำดับเเรกของทำเนียบอันดับเพลิงผลาญฟ้า เธอได้ฝึกฝนทักษะจิตวิญญาณระดับสูงสุด เเละกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญที่เเข็งเเกร่งคนนึง เธอก็คือ ฟู่เหยาเยว่

 

“หาเรื่องตาย!”

 

เห็นการปรากฏตัวของผู้หญิงคนนี้ เหล่าผู้เชี่ยวชาญของนิกายหุบเขาทมิฬนับร้อยได้ปิดล้อมรอบ ฟู่เหยาเยว่

 

“สาวน้อย ดูเหมือนเจ้าจะค่อนข้างเหน็ดเหนื่อย ไม่คิดเลยว่า เจ้าจะกล้าบุกนิกายหุบเขาทมิฬของข้าเพียงลำพัง ถ้าเจ้ายอมเเพ้เเต่โดยดี บางทีพวกเราสามพี่น้องอาจจะยอมไว้ชีวิตของเจ้าก็ได้”

 

ผู้นำนิกายหุบเขาทมิฬ ต้าซ้ง ได้จ้องมองไปที่ใบหน้าอันเรียวงามของ ฟู่เหยาเยว่ ช่วงขาของเขาเริ่มรู้สึกได้ถึงความร้อนที่เป็นความปราถนาอันเเรงกล้าเเต่ทว่า ฟู่เหยาเยว่ ได้เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วในตอนนี้ทักษะวิญญาณที่เเข็งเเกร่งของเธอได้ระเบิดออกมา

 

“!”

 

ผู้นำนิกายหุบเขาทมิฬคนนึง ที่เห็นการเคลื่อนไหวเขาพยายามจะหลบการโจมตีเเต่ว่าช้าเกินไป ร่างของเขาถูกผ่าเป็นสองท่อนเเละนอนจมอยู่ท่ามกลางโลหิต

 

เห็นเพียงหนึ่งดาบสามารถสังหารพี่น้องของตนเองได้ ผู้นำนิกายหุบเขาทมิฬ ต้าซ้ง กลายเป็นโกรธเคืองอย่างมาก

 

ผ่านไปไม่นาน นิกายหุบเขาทมิฬ นิกายระดับหนึ่ง ตั้งเเต่ศิษย์ยันอาจารย์ ทุกคนไม่ได้รับการยกเว้น พวกเขาถูกกสังหารจนหมดสิ้นในเวลาต่อมา

 

“!”

 

จากนั้น ฟู่เหยาเยว่ ก็เดินไปตัดศีรษะของปรมาจารย์ผู้นำนิกายทั้งสามคน ก่อนที่จะหันศีรษะเเละเดินจากไป

Eight Desolate Sword God

Eight Desolate Sword God

ผู้ฝึกยุทธ์ทุกคนเมื่ออายุครบ 13 ปี จิตอสูร ของพวกเขาจะตื่นขึ้น อย่างไรก็ตาม เย่เฉินเฟิง จิตอสูรของเขาไม่ได้ตื่น เขาถูกขับไล่เเละเนรเทศในเวลาต่อมา จากนั้นไม่นาน เย่เฉินเฟิง ก็ได้รับความโปรดปรานจากสวรรค์ หลังจากพานพบเผชิญหน้ากับหลายปีเเห่งความอัปยศ ด้วยของขวัญที่สวรรค์ประทานเขาสามารถเลือกเดินไปยังเส้นทางของผู้ฝึกยุทธ์ที่เเข็งเเกร่งที่สุดได้ ฝากกดไลค์ฝากติดตามด้วยนะครับ

Comment

Options

not work with dark mode
Reset