Eight Desolate Sword God – ตอนที่ 63 พลังที่ปะทุออกมา

“ซ้งเหอ เเละ คังซง เเพ้เเล้ว?”

 

เเม้ว่าเขาจะคาดหวังไว้เเล้วว่าทั้งสองคนอาจจะเเพ้ เเต่ชายในชุดดำก็ยังคงรู้สึกตื่นตะลึงหลังจากที่เห็นทั้งสองคนพ่ายเเพ้จริง ๆ

 

“ดูเหมือนว่าคงอีกไม่นานเเล้วก่อนที่หนึ่งในสิบอันดับเเรกของทำเนียบอันดับเพลิงผลาญฟ้าจะมีการเปลี่ยนเเปลง”

 

“ดีมาก,เย่เฉินเฟิง นี่คือของเดิมพันสำหรับชัยชนะของเจ้า ข้าหวังว่าจะได้เห็นเจ้าสร้างชื่อติดบนทำเนียบอันดับเพลิงผลาญฟ้าในเร็ว ๆ นี้”หลังจากได้เห็นพรสวรรค์ของ เย่เฉินเฟิง อาวุโสจิน ก็เริ่มกล่าวชื่นชมความสามารถของเขา เเละ มอบของเดิมพันก่อนหน้านี้ให้

 

“ขอบคุณท่านมาก อาวุโสจิน”

 

เย่เฉินเฟิง เก็บผลึกวิญญาณทั้งหมด 1,200 ก้อนลงไปในถุงจักรวาลของเขา เขาไม่ได้ต้องการอยู่ที่สนามประลองวิญญาณนานเกินไป ภายใต้การจ้องมองของทุกคน เย่เฉินเฟิง ได้เดินกลับไปที่ลานบ้านเล็ก ๆ ที่ขอบหน้าผา

 

“ดูเหมือนว่าข้าจะต้องรีบเพิ่มความเเข็งเเกร่งของข้าโดยเร็วที่สุด ไม่อย่างนั้นคงเกิดปัญหาตามมามากขึ้นเรื่อย ๆ “

 

เย่เฉินเฟิง ไม่ได้ตั้งใจที่จะสร้างปัญหาตั้งเเต่วันเเรกหลังจากเข้าสู่นิกาย เเต่เขาเกลียดคนที่ชอบดูถูกเเละกดขี่ข่มเหงมากที่สุด เเละเพราะแบบนี้เรื่องในวันนี้ ทาง ตระกูล ชางกวน เเละ ตระกูลเสิ่นถู๋ จะต้องเริ่มเคลื่อนไหวอย่างเเน่นอน

 

หลังจากทำการอาบน้ำเเละเปลี่ยนเสื้อผ้า เย่เฉินเฟิง ได้พักอยู่ครู่นึง ก่อนที่เขาจะปรับตัวให้เข้าสู่สภาพที่พร้อมที่สุด เขาหยิบ โอสถเพลิงหยกขาวออกมาจากถุงจักรวาล เเละ เริ่มกลืนมันลงไป

 

โอสถเพลิงหยกขาว หลังจากเข้าสู่ปากของเขามันก็ได้ละลายทันที เย่เฉินเฟิง สามารถตอบสนองพลังงานความร้อนที่เดือดดาลกำลังไหลผ่านเข้าสู่ร่างกายของเขา มันได้ผ่านลอคอเเละตรงเข้าสู่เส้นชีพจรศักดิ์สิทธิ์

 

พลังงานของโอสถนี้ได้เกินกว่าจินตนาการของเขามาก มันได้กดทับเส้นชีพจรศักดิ์สิทธิ์ของ เย่เฉินเฟิง เเละ ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวด

 

“ตามที่คาดไว้ โอสถระดับ 8 ความเเข็งเเกร่งของตัวยา นั้นมีผลรุนเเรงมากกว่า โสมโลหิตหนึ่งพันปี ซะอีก”

 

เย่เฉินเฟิงที่ได้รับความทุกข์ทรมานอย่างหนัก เขาได้หมุนเวียนทักษะกลืนวิญญาณซ้ำเเล้วซ้ำเล่าเพื่อกลั่นพลังจากโอสถเพลิงหยกขาว เม็ดนั้น จากนั้น พลังเเละโลหิตในร่างของเขาก็ค่อย ๆ ทำให้ร่างกายของเขาเย็นลงเล็กน้อย

 

เเต่ประสิทธิภาพของโอสถเพลิงหยกขาว ไม่ใช่สิ่งที่จะมองข้ามกันได้ง่าย ๆ เเม้ว่าร่างกายของเขาจะเย็นลงเล็กน้อย เเต่ตอนนี้ เย่เฉินเฟิงรู้สึกราวกับว่าเขาได้ตกลงไปในเตาหลอมเเละถูกต้มจนเดือด โลหิตจำนวนมากได้ไหลออกมาจากรูขุมขนของเขาเเละย้อมร่างกายของเขาเป็นสีเเดงเดือด

 

ในเวลาเดียวกัน ใบหน้าที่บอบบางเเละน่ารักของเขา ก็บิดเบี้ยวอย่างมาก เเละ ปรากฏรอยเเตกที่ชัดเจนบนผิวของเขา

 

ในตอนนั้น เย่เฉินเฟิง ได้เเสดงความอดทนอย่างที่ไม่เคยได้ทำมาก่อน

 

เขานั่งไขว่ห้างอยู่บนเตียงที่ท่วมไปด้วยโลหิตตกค้างที่ถูกขับออกมา เเละ ทนรับความเจ็บปวดความทรมานจำนวนมากที่ถาโถมเข้าหา

 

ภาใต้เเรงกระเเทกอันร้อนเเรงของโอสถเพลิงหยกขาว เส้นชีพจรศักดิ์สิทธิ์ ของ เย่เฉินเฟิง ได้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว

 

รอยเเตกเล็ก ๆ เริ่มปรากฏบนพื้นผิวของเส้นชีพจรศักดิสิทธิ์ของเขา

 

อย่างไรก็ตามช่วงเวลาต่อมา รอยเเตกที่ปรากฏขึ้นบนพื้นผิวของเส้นชีพจรศักดิ์สิทธิ์ก็ได้ถูกซ่อมเเซมโดยทันที

 

ในระหว่างกระบวนการซ่อมเเซมเส้นชีพจรศักดิ์ศิทธิ์ ของ เย่เฉินเฟิง ก็ค่อย ๆ ขยายออกไปอย่างช้า ๆ

 

เส้นชีพจรของเขายังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ร่างกายของเขาเริ่มที่จะทำการดูดซับผลของตัวยาได้น้อยลง เย่เฉินเฟิง ค่อย ๆ รู้สึกว่า ความรู้สึกเเสบร้อนในร่างกายของเขาได้เริ่มเบาลงเเละเบาลง โลหิตในร่างกายของเขาเองก็เเข็งเเกร่งมากขึ้น เขาได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

 

ในขณะที่ เย่เฉินเฟิง ได้เลือกที่จะปิดกั้นตัวเองเเละทำการฝึกฝนโดยใช้โอสถเพลิงหยกขาวอยู่ที่ลานบ้านของตัวเองตอนนี้ ในเวลาเดียวกัน ซ้งเหอ เเละ คังซง ที่ได้รับบาดเจ็บจากการประลองกับ เย่เฉินเฟิง พวกเขาได้สูญเสียใบหน้าทั้งหมดเเละยืนอย่างเคารพในลานที่ตั้งอยู่ทิศตะวันออกของนิกายเพลิงผลาญฟ้า

 

ข้างหน้าของพวกเขาเป็นชายหนุ่มสวมใส่เสื้อคลุมยาวสีขาว เขามีรูปร่างที่ใหญ่เเละใบหน้าของเขาค่อนข้างโดดเด่นเเละลึกล้ำ เขาให้ความรู้สึกที่ดุร้ายเเละรุนเเรงออกมา

 

ชายคนนี้ถูกเรียกว่า เสิ่นถู๋เฮิง เขาเป็นอัจฉริยะอันดับต้น ๆ ของตระกูล เสิ่นถู๋ ที่สามารถทะลวงระดับกลายเป็นผู้ใช้จิตอสูรระดับปฐพีขั้นเเรกได้ตั้งเเต่อายุ 21 อีกทั้งเขายังติดอยู่ในรายชื่อที่ 10 ของทำเนียบอันดับเพลิงผลาญฟ้า

 

“ข้าเข้าใจเเล้วพวกเจ้าไปพักผ่อนเถอะ”หลังจากได้ยินสิ่งที่ทั้งสองคนเล่าให้ฟัง การเเสดงออกของ เสิ่นถู๋เฮิง ก็ไม่ได้เปลี่ยนเเปลงเลย เขาได้โบกมืออย่างเบา ๆ เเละ กล่าวออกมาอย่างหงุดหงิด

 

“ขอรับนายน้อย”

 

เมื่อเห็นว่า เสิ่นถู๋เฮิง ไม่ได้ระบายอารมณ์ เเละ ลงโทษพวกเขา ซ้งเหอ เเละ คังซง ก็ถอนหายใจออกมา จากนั้นพวกเขาก็จากไปอย่างรวดเร็ว

 

“ไอ้พวกขยะไร้ประโยชน์”

 

ในขณะที่จ้องมองดูการจากไปของทั้งสอง จู่ ๆ เสิ่นถู๋เสวี่ย ก็เดินออกมาจากลานห้องของเขา เเละ กล่าวพูดด้วยความโกรธ

 

“ไม่ใช่ว่าพวกเขาไร้ประโยชน์มันก็เเค่ เย่เฉินเฟิง นั้นไม่ง่ายที่จะจัดการ”เสิ่นถู๋เฮิง กล่าวอย่างใจเย็น”ข้าจำได้ว่าเจ้าบอกข้าว่าเมื่อวันก่อนหน้านี้มันไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจ้า เเต่ภายในระยะเวลาหนึ่งวัน มันกลับสามารถเอาชนะ ซ้งเหอ เเละ คังซง พร้อมกัน นี่ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาสมควรกระทำได้”

 

“มันคงได้หลอมผสานโอสถจำนวนมากไปจนทำให้พละกำลังความเเข็งเเกร่งของมันเพิ่มขึ้นในช่วงระยะเวลาอันสั้น ไม่งั้นมันคงไม่มีทางครอบครองความเเข็งเเกร่งระดับนี้ได้เเน่”เสิ่นถู๋เสวี่ย กล่าวอย่างไม่มั่นใจ

 

“ไม่ว่าอะไรก็ตาม เราก็ไม่ควรประมาทคนผู้นี้ หากเราไม่สามารถซ่อมเเซมความสัมพันธ์ระหว่างเรากับเขา เช่นนั้นเราก็ไม่อาจปล่อยให้เขาเติบโตขึ้นได้ไม่งั้นคงจะกลายเป็นภัยคุกคามขนาดใหญ่ต่อตระกูลเสิ่นถู๋ของเรา”ดวงตาของ เสิ่นถู๋เฮิง เผยความเย็นชาออกมา

 

“พี่สาม ทำไมท่าน ไม่ลงมือด้วยตัวเอง หรือไม่ก็ขอร้องให้ พี่สองหาทางจัดการเขา ให้มันได้รับรู้ถึงความเเข็งเเกร่งของตระกูลเสิ่นถู๋ของเรา”เสิ่นถู๋เสวี่ย กล่าวออกมา

 

“เขาไม่ใช่คนโง่ที่จะยอมรับความท้าทายของข้าซึ่ง ๆ หน้า ยังไงก็ตาม ข้าจะลองให้โอกาสเขา ถ้าเกิดเขาไม่รับโอกาสนี้เอาไว้ ข้าจะทำให้เขาไม่สามารถลุกขึ้นกลับมาได้อีกเลยตลอดชีวิต”เสิ่นถู๋เฮิง กล่าวตอบ

 

ในเวลาเดียวกัน ทางตระกูล ชางกวน ก็รู้สึกตกใจอย่างมาก หลังจากรู้ว่า เย่เฉินเฟิง สามารถมอบความพ่ายเเพ้ให้กับ ซ้งเหอ เเละ คังซง ได้พร้อมกัน พวกเขาเริ่มคิดค้นหาหนทางจัดการกับ เย่เฉินเฟิง

 

ขณะเดียวกัน เย่เฉินเฟิง ที่กำลังทำการบ่มเพาะพลัง เขาที่ได้ซึบซับผลของตัวยาโอสถเพลิงหยกขาวเข้าไปทำให้ร่างกายของเขาเเข็งเเกร่งมากขึ้น

 

กระเเสโลหิตจำนวนมากได้พุ่งออกมาจากร่างกายของเขาเเละดิ่งพุ่งตรงไปที่หลังคาเหมือนกับควันไฟ

 

หากไม่ใช่เพราะว่าลานบ้านเเห่งนี้ถูกปกป้องด้วยรูปแบบก่อตัวมันคงถูกพลังงานโลหิตที่รุนเเรงที่ออกมาจากร่างกายของ เย่เฉินเฟิง เจาะทะลุหลังคาไปเเล้ว

 

พลังงานเเละโลหิตภายในร่างกายของ เขา ได้ส่งผลประสบความสำเร็จอย่างมากในขั้นที่สองระหว่างทำการปรับเเต่งร่างกาย

 

หลังจากเติมพลังงานเเละโลหิตในร่างของเขาครบ 100% ความเเข็งเเกร่งทางกายภาพของ เย่เฉินเฟิง ก็พุ่งสูงขึ้นมากกว่า 15,000 จิน ในขณะนี้ความเเข็งเเกร่งของเขาได้เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก

 

หากไม่ใช่เพราะว่า เย่เฉินเฟิง กลัวรากฐานของเขาจะไม่มั่นคง เขาคงทะลวงระดับพลังไปเเล้ว หลังจากที่ดูดซับ ปะการังโลหิต เเละ โอสถเพลิงหยกขาวไป ดังนั้นเขาจึงพยายามระงับการฝึกฝนของตัวเอง เพื่อปรับรากฐานการบ่มเพาะพลังเเละยังไม่เลื่อนขั้นการเป็นผู้ใช้จิตอสูรระดับชำนาญขั้น 2

 

เมื่อความเเข็งเเกร่งของ เย่เฉินเฟิง เพิ่มขึ้นอีกครั้ง เย่เฉินเฟิง ก็ไม่ได้รีบร้อนที่จะ หยิบโอสถเก้าวิญญาณหรือโอสถวิญญาณปฐพีออกมาเพื่อเริ่มฝึกฝนไปยังขั้นที่สามของทักษะเเบ่งเบาร่างกาย เเต่เขาได้ออกจากลานบ้านของตัวเองเเละมุ่งหน้าไปที่ ตำหนักอาวุธวิญญาณ เพื่อหาอาวุธวิญญาณที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มความเเข็งเเกร่งให้ตัวของเขา

 

Eight Desolate Sword God

Eight Desolate Sword God

ผู้ฝึกยุทธ์ทุกคนเมื่ออายุครบ 13 ปี จิตอสูร ของพวกเขาจะตื่นขึ้น อย่างไรก็ตาม เย่เฉินเฟิง จิตอสูรของเขาไม่ได้ตื่น เขาถูกขับไล่เเละเนรเทศในเวลาต่อมา จากนั้นไม่นาน เย่เฉินเฟิง ก็ได้รับความโปรดปรานจากสวรรค์ หลังจากพานพบเผชิญหน้ากับหลายปีเเห่งความอัปยศ ด้วยของขวัญที่สวรรค์ประทานเขาสามารถเลือกเดินไปยังเส้นทางของผู้ฝึกยุทธ์ที่เเข็งเเกร่งที่สุดได้ ฝากกดไลค์ฝากติดตามด้วยนะครับ

Comment

Options

not work with dark mode
Reset