942 กัดกินหัวใจ
“ปักกิ่ง?” เมี่ยวชิงชานพูดชื่อเสียงเบา“นายไม่เคยไปที่นั่นมาก่อนใช่ไหม?”เมี่ยวเทียนชวนถาม
“ไม่เคย”เมี่ยวชิงชานยิ้มและส่ายหน้า
“นายอยากไปที่นั่นไหม?”เมี้ยวเทียนชวนถาม
“อยากไปสิ” เดี๋ยวชิงชานตอบ
เขาใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่แต่ในหุบเขาและแทบไม่ได้ออกไปไหนเลยไกลที่สุดที่เขาเคยไปก็คือเมืองเล็กๆที่อยู่ห่างจากหุบเขาไปไม่กี่ร้อยไมล์สถานที่แบบนั้นเทียบกับความกว้างใหญ่ของปักกิ่งไม่ได้เลย
“พวกเราลองไปดูที่นั่นกันดีไหม?”เมี่ยวเทียนชวนถาม
“ตอนนี้เลยเหรอ?” เคี่ยวชิงชานงุนงง
“ใช่ ตอนนี้เลย”เมี้ยวเทียนชวนถอดหมวกออกและใช้มือสางผมที่เหลืออยู่ไม่มากของตัวเอง“แต่พวกเรากําลังถูกทางการตามจับอยู่นะแล้วเราจะไปที่นั่นได้ยังไงกัน?”
“ฮีฮีแค่อยากไปก็มีทางไปได้อยู่แล้ว”“แล้วเรื่องที่หมู่บ้านกับเมี่ยวซีเหอล่ะ?”
“พวกเราแค่ไปไม่นาน”เดี่ยวเทียนชวนพูด“ตอนนี้อยู่ที่นี่ต่อไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาในเวลาแบบนี้หมู่บ้านคงมีการป้องกันหนาแน่นขึ้นมาก เพื่อไม่ให้เรามีโอกาสได้ลงมือ”
เขาอยากแก้แค้นจนตอนหลับก็ยังเก็บไปฝัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเสียสติเขายังมีสติมากพอและให้เหตุผลอยู่เหนือกว่าอารมณ์เลย”
“เตรียมตัวได้แล้ว”เดี่ยวเทียนชวนพูด“พรุ่งนี้เราจะไปปักกิ่งกัน แล้วไปหาเฉิงถางที่นั่นด้วย
“ดี” เดี่ยวชิงชานพยักหน้า
เขาไม่อยากอยู่แบบนี้อีกต่อไปแล้วแต่เขาก็รู้ดีว่าเขาไม่สามารถกลับไปที่หุบเขาได้อีกต่อไปเขาไม่ได้เกลียดชังเมี่ยวซีเหอมากเท่ากับเมี่ยวเทียนชวนที่ต้องการฉีกอีกฝ่ายเป็นชิ้นๆถ้าทําได้
เดี่ยวเทียนชวนคงจะกลืนกินเครื่องในของอีกฝ่ายจนหมดในเมื่อเขาไม่สามารถกลับไปที่หุบเขาได้เขาก็มีแต่ต้องจากไปและมุ่งหน้าไปที่อื่นด้วยหวังว่าเรื่องจะเป็นไปได้ด้วยดี
ขณะเดียวกันนั้นเมี่ยวเฉิงถางก็เดินทางมาถึงปักกิ่งภายในระยะเวลาสองวันเมื่อมาถึงเขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกในที่สุดเขาก็ปลอดภัย
ถั่วเจิ้งเหอไม่ได้โกหกพวกเขาเขาติดต่อแพทย์ชื่อดังที่ทํางานอยู่ในโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียง
ในปักกิ่งซึ่งได้ทําการตรวจร่างกายของเมี่ยวเฉิงถางอย่างละเอียดในทันทีที่เขามาถึงผลเลือดที่ออกมาทําให้แพทย์ต้องตกใจ มันเป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นคนที่ป่วยด้วยอาการแบบนี้คนไข้มีพิษ หลายชนิดอยู่ในร่างกายยิ่งไปกว่านั้นมันยังเป็นพิษที่เขาไม่เคยพบเห็นมาก่อน
แพทย์น่าเลือดของคนไข้ไปทําการทดลอง หลังจากผ่านไปได้แค่หนึ่งนาทีเลือดเพียงเล็กน้อยก็สามารถฆ่าหนูทดลองไปได้หลายตัวนั่นแสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของพิษที่อยู่ภายในตัวของเมี่ยวเฉิงถางได้เป็นอย่างดีแต่เขากลับอยู่ในสภาพที่แทบไม่ต่างจากคนสุขภาพดีและไม่มีท่าทีของคนใกล้ตายเลยแม้แต่น้อยมันมีความเป็นไปได้ที่คนถูกพิษจะมีสภาพคล้ายกับคนสุขภาพดีทั่วไปความเป็นจริงที่เมี่ยวเฉิงถงดูแข็งแรงดีทั้งที่ในตัวเขาเต็มไปด้วยพิษทําให้แพทย์รู้สึกมึนงงมันเป็นไปได้ยังไง?
แพทย์ได้ทําการทดลองเพิ่มเติมโดยวิเคราะห์ตัวอย่างเลือดออกมาเขาพบว่ามีบางสิ่งที่ไม่ควรมีอยู่ในเลือดของคนปกติปะปนอยู่ในเลือดของคนไข้ซึ่งแพทย์ไม่สามารถบอกได้ว่ามันคืออะไรแพทย์จึงได้ถามเรื่องนี้กับเพื่อนร่วมงานของเขาพวกเขาต่างก็ไม่เคยเจอเคสแบบนี้มาก่อนมันเป็นเคสพิเศษที่น่านําไปทําการศึกษาเพิ่มเติม
ท่าทีเคร่งขรึมของแพทย์ทําให้เมี่ยวเฉิงถางรู้สึกตื่นตระหนก
“หมอ ผมเป็นอะไรเหรอครับ?”
ตามจริง เขาไม่ได้รู้สึกถึงความผิดปกติในร่างกายมากนัก แต่หลังจากเห็นท่าทีของแพทย์มันก็ทําให้เขากลัวจนแขนขาไม่มีแรง สภาพจิตใจสามารถส่งผลต่อร่างกายอยู่เสมอ
“อืม เราได้พบสารเคมีที่ไม่รู้ที่มาหลายชนิดปะปนอยู่ในเลือดของคุณตอนนี้เรากําลังทําการวิเคราะห์กันอยู่”แพทย์พูด“ตอนนี้คุณยังไม่เป็นอันตรายถึงชีวิตเรื่องนี้คุณวางใจได๋”
“อ่อ ถ้าอย่างนั้นผมก็สบายใจ” เมี่ยวเฉิงถางถอนหายใจโล่งอก
“นอกจากนี้เราได้เตรียมที่จะทําการตรวจร่างกายของคุณเพิ่มและวางแผนการรักษาต่อไปหลังจากที่ผลการตรวจออกมาแล้วการตรวจร่างกายจะยังไม่เสร็จเร็วๆนี้คุณคงต้องแอดมิทอยู่ที่โรงพยาบาลไปก่อนคุณมีปัญหาอะไรไหมครับ?”
“ไม่ครับ ผมแอดมิทได้เลย ขอบคุณครับ”
เมี้ยวเฉิงถางท่าตามกระบวนการทุกอย่างที่จําเป็นและเข้ารับการตรวจหลายอย่างมันใช้เวลาทั้งหมดสองวันหลังจากผลออกมา กลับไม่พบปัญหาอะไรเลย
แพทย์ได้แต่มึนงงกับผลที่ออกมา
“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
หลังจากตรวจจนหมดแล้วพวกเขาก็พบก้อนเนื้อสองก้อนติดอยู่ที่หัวใจของคนไข้ปัญหาใหญ่ก็คือพวกเขาไม่เคยพบเจอเนื้อก้อนประเภทนี้มาก่อน
มันเกิดจากอะไร?
แพทย์ไม่สามารถบอกได้เขาจึงได้เรียกเพื่อนร่วมงานของเขามา และทําการวิเคราะห์ผลการตรวจร่างกายของเมี่ยวเฉิงถาง
“นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเราพบเนื้องอกแบบนี้”แพทย์พูด“หรือจะเอาชิ้นเนื้อไปตรวจดี?”
นั่นเป็นวิธีการที่ใช้กันทั่วไป
แทพทย์ใช้เวลาคิดอยู่สักพักก่อนที่เขาจะเข้าไปคุยกับเมี่ยวเฉิงถางเกี่ยวกับเรื่องนี้
“อะไรนะ? เนื้องอกเหรอ?”เมี่ยวเฉิงถางรู้สึกเหมือนหัวโดนทุบหลังจากที่ได้ยินเรื่องนี้ข้อมูลที่ได้รับมาทําใหเขาคิดอะไรไม่ออก
ถึงเขาจะแทบไม่ได้ออกไปจากหุบเขาเลยแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้น
ของโลกภายนอกเลย โดยเฉพาะในเรื่องของการแพทย์ ข่าวเกี่ยวกับการแพทย์ถูกกระจายให้ผู้คนได้รับรู้มากกว่าข่าวอื่นเสียด้วยซ้ำ ดังนั้นเขาจึงรู้ว่าสิ่งที่แพทย์พูดมาหมายความว่าอะไรแต่เขากลับคิดไปถึงเรื่องที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้น
“เราวางแผนที่จะตัดเอาชิ้นเนื้อไปตรวจ”
“ไม่ ไม่ ไม่ได้!” เมี่ยวเฉิงถางรีบปฏิเสธก่อนที่แพทย์จะทันได้พูดจบ
“ทําไมล่ะครับ?” แพทย์เห็นว่าสีหน้าของเมี่ยวเฉิงถางนั้นย่ำแย่ลงอย่างรวดเร็วพร้อมกับเหงื่อเย็นที่ผุกออกมาจนเต็มหน้าผาก
“เอ่อ ผมขออธิบายก่อนนะครับ”แพทย์พูด“เนื้องอกที่พบไม่ได้หมายความว่าจะเป็นเนื้อร้ายเสมอไปความจริงมีหลายเคสที่พบเนื้องอกที่เป็นแค่เนื้องอกทั่วไปเท่านั้นเนื้องอกประเภทนั้น
ถ้าเอาออกก็ไม่ได้ส่งผลเสียต่อร่างกายชายของคนไข้หลังจากฟื้นตัวแล้วก็ไม่มีผลข้างเคียงตาม
มา ผมอยากให้คุณรู้เรื่องนี้เอาไว้ด้วย”
“ไม่ ไม่ ไม่ ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น”เมี่ยวเฉิงถางพูด“ที่ผมจะบอกก็คือเนื้องอกพวกนั้นไม่สามารถไปแตะต้องได๋ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตามแต่
“ถ้าอย่างนั้นเราจะทําการทดสอบอย่างอื่นก่อนก็ได้ครับ”แพทย์พูด“คุณใช้เวลาคิดดูให้ดีก่อนก็ได้”
เพราะคนไข้ไม่ได้มีญาติมาด้วยแพทย์จึงไม่สามารถขออนุญาตจากญาติได้เขาจึงต้องวางเรื่องนี้เอาไว้ก่อน
“ต้องเป็นฝีมือเขาแน่ๆเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้!”เมี่ยวเฉิงถางพูดพึมพัมกับตัวเองหลังจากที่แพทย์ออกไปจากห้องแล้วใบหน้าของเขาซีดเผือดแววตาของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
“เวรเอ้ย เมี่ยวซีเหอ!”
กริ๊ง! กริ๊ง! มือถือของเขาส่งเสียงดังขึ้น
“อืมเทียนชวนพวกนายกําลังมาเหรอ?ดีเลยเมี่ยวซีเหอใช้กู่กับฉัน ไอ้ชั่วนั่นมันใช้พิษกัดกินหัวใจ!”
“อะไรนะ?” น้ำเสียงของเมี่ยวเทียนชวนที่ดังมาจากปลายสายดูตกใจ
“นายแน่ใจนะ?”
“ฉันเพิ่งตรวจกับหมอเสร็จ”เมี่ยวเฉิงถางพูด“พวกเขาพบก้อนเนื้ออยู่ที่หัวใจของฉันนั่นไม่ใช่ก่อนเนื้อแต่มันคือพิษกัดกินหัวใจไม่มีทางเป็นอย่างอื่นแน่!”
“อย่างเพิ่งคิดมากเลยเราจะรีบไปถึงที่นั่นให้เร็วที่สุด”
เมี้ยวเทียมชวนมองออกไปนอกหน้าต่างและเงียบไปหลังจากที่วางสายแล้ว
“เกิดอะไรขึ้นเหรอ?”
“เฉิงถางอาจจะถูกใช้กู่
“กู่? กู่ประเภทไหน?” เมี่ยวชิงชานตกใจที่ได้รู้เรื่องถึงพวกเขาจะเลี้ยงแมลงพิษเอาไว้ส่วนเรื่องกู่พวกเขาแค่เคยได้ยินแต่ไม่เคยเห็นกับตาไม่มีใครคิดว่ากู่ที่ว่าจะถูกใส่ลงไปในตัวของหนึ่งในคนของหุบเขาเสียเอง
“เขาแน่ใจแล้วเหรอ?”
“ดูจากที่เขาพูดว่า ก็น่าจะเป็นเรื่องจริงฉันเคยได้ยินเรื่องกู่มาก่อน แต่ก็ไม่เคยกับตาตัวเองสักครั้ง นายล่ะ?”
“ฉันก็ไม่เคยเห็นมาก่อนเหมือนกันพิษชนิดนี้ร้ายกาจมาก ตอนนี้อดีตยังมีชีวิตอยู่เขาได้ผู้นําห้ามไม่ใช่ใครเอามาใช้หรือทําการค้นคว้ามันเลยถูกปิดผนึกเอาไว้”
“ปิดผนึกงั้นเหรอ?”เมี่ยวเทียนชวนพูดเยาะหลังจากที่ได้ยิน
“พอไปเจอเขาแล้วเราค่อยว่ากันอีกทีแล้วกัน”
“ถ้ามันเป็นพิษกัดกินหัวใจจริงๆแล้วเราจะทํายังไงกันดี?”เมี่ยวชิงชานถาม“นอกจากเดี่ยวซี
เหอที่สามารถจัดการกับพิษกู่ได้ในหมู่บ้านก็มีแค่เหล่าผู้เฒ่าเท่านั้นที่ทําได้นอกนั้นก็ไม่มีใครที่มีความสามารถจัดการกับมันได้แล้ว”
เมี่ยวเมียนชวนเงียบไปเขารู้ว่าที่เมี่ยวชิงชานพูดมาเป็นความจริง
“ยังมีอีกคนที่ทําได้
“นายกําลังพูดถึงหวูซานใช่ไหม?”
“ใช่” เมี่ยวเทียนชวนพูด“เขาเคยเป็นลูกศิษย์ของอดีตผู้นํา ถ้าเป็นเรื่องของความรู้ในการรักษาเขาอาจจะเทียบกับเมี่ยวซีเหอได้”
“ฉันได้ยินมาว่าเขามีอารมณ์ไม่ปกติและอาจไม่ยอมรักษาช่วยก็ได้ เขาไม่ยอมรักษาให้คนอื่นก็จริงแต่ถ้าเป็นนายที่ขอเขาจะต้องยอมช่วยแน่”เมี้ยวเทียนชวนพูด“เขาเป็นพวกที่ต้องตอบแทนบุญคุณ ไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่งแล้วนายก็เป็นถึงหลานของอดีตผู้นําา!”“ถ้าเป็นแบบนั้นเราก็น่าจะไปหาหวูซานตั้งแต่แรกทําไมต้องมาที่ปักกิ่งด้วย?”
“เรามาเพื่อหลบซ่อนตัวและผ่อนคลายยังไงล่ะ”เที่ยวเทียวนตอบ “ใครจะไปคิดว่าเรื่องมันจะกลายมาเป็นแบบนี้ไปได้”
เมี่ยวซีเหอมีหลากหลายวิธีในการจัดการกับคนอื่นที่ร้ายไปกว่านั้นก็คือเขามีความเชี่ยวชาญในทุกเรื่องที่เขาท่าโดยลงมือในตอนที่อีกฝ่ายไม่ทันได้ตั้งตัว
พวกเขาเดินทางไปถึงปักกิ่งในคืนนั้น จากนั้นพวกเขาก็ตรงไปหาเมี่ยวเฉิงถางที่อยู่ในอาการหวาดวิตกในทันที
“เทียนชวน ชิงชาน ในที่สุดพวกนายก็มา!”
หลังจากเกิดเรื่องนี้ขึ้นกับเขา เขาก็ไม่มีใครให้พึ่งพาได้เลยเป็นธรรมดาที่เขาจะต้องรู้สึกหวาดกลัวเมื่อเห็นคนทั้งสองมาถึงเขาก็โล่งใจ
“นายแน่ใจเหรอว่าเป็นพิษกัดกินหัวใจน่ะ?”
“เก้าในสิบส่วน ฉันเคยเห็นคนที่โดนกู่มาก่อน ฉันเห็นหัวใจของพวกเขาถูกดึงออกมาและเป็นจุดที่แมลงพวกนั้นเริ่ทกัดกินเป็นจุดแรก”
พิษกัดกินหัวใจเป็นพิษที่เมื่อถูกกระตุ้นให้ออกฤทธิ์เต็มที่แล้ว แมลงก็จะฝักตัวออกมาและเริ่ม
กัดกินหัวใจจากนั้น พวกมันก็จะเริ่มวางไข่แล้วกระจายจากหัวใจไปยังส่วนอื่นๆของร่างกายคอยกัดกินอวัยวะภายใน รวมไปถึงเนื้อและเลือด คนที่ถูกกู่เล่นงานจะตายอย่างเจ็บปวดทรมานมันคือหนึ่งที่กู่ที่ร้ายกาจมากที่สุด
“ถ้าอย่างนั้นก็ออกจากปักกิ่งและกลับไปที่ยูนนานใต้กันเถอะ”
“กลับไป?”
“ใช่ เราจะไปหาหวูซานกัน”เมี่ยวเมียนชวนพูด“ระหว่างทางที่มาที่นี่ เราสองคนได้คุยกันแล้วคงไม่มีคนในหุบเขาที่จะยอมช่วยพวกเราในเรื่องนี้ก็เหลือแค่หวู่ซานคนเดียวเท่านั้นที่สามารถช่วยได้”
“อย่าลืมสิว่าเขากับเมี่ยวซีเหอเป็นศิษย์อาจารย์เดียวกัน”เมี่ยวเฉิงถางพูด
“เรื่องนั้นฉันรู้ แต่อดีตผู้นําก็เคยทําอะไรให้เขามากมายแล้วตอนนี้ชิงชานก็อยู่กับพวกเราเขา
จะต้องช่วยเราเพราะเห็นแก่หน้าอดีตผู้นําแน่”เมี่ยวเทียนชวนพูด
“ทําไมฉันถึงลืมเรื่องนี้ไปได้นะ?”เมี่ยวเฉิงถางตบหัวตัวเองหลังจากที่ได้ยินเรื่องนี้แล้วเขาก็มี
ความหวังขึ้นมาอีกครั้งทําให้ความหวาดกลัวที่มีอยู่หายไปด้วย