Lord of the Mysteries ราชันย์เร้นลับ – ราชันเร้นลับ 403 : ชะตากรรมของนักสืบเอกชน

ราชันเร้นลับ 403 : ชะตากรรมของนักสืบเอกชน

เขาตายแล้ว?

วิล·อัสตินตายแล้ว?

แถมยังน่าจะตายมานานแล้วด้วย!

มีโอกาสเป็นศพปลอมไหม?

ไคลน์จ้องศพเด็กชายด้วยสีหน้าประหลาดใจแกมสงสัย ประโยคคำถามมากมายพลันผุดขึ้นในสมอง

จากข้อมูลของไคลน์ วิล·อัสตินคือเด็กพิเศษ ผู้อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับลำดับ 1 อสรพิษปรอท ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

หลังจากการเล่นไพ่ทำนายดวงกับอลัน เด็กคนนั้นพูดว่า ‘คุณหมอ ดวงของคุณจะแย่ลงหลังจากนี้’ เพียงไม่นาน ความซวยมากมายก็เกิดกับอลันทันที ไม่ใช่แค่นั้น นกกระเรียนกระดาษซึ่งเขาพับด้วยตัวเองและนำมามอบให้อลัน ยังกลายเป็นเครื่องมือระบุพิกัดวิญญาณดาราของอลันบนโลกวิญญาณได้แม่นยำ แถมยังสามารถบรรจุความฝันเทียมลงไปได้ด้วย สิ่งนี้ถือเป็นศาสตร์ชั้นสูง เพราะแม้ว่าไคลน์จะพึ่งพาพลังของมิติสายหมอกเข้าช่วย แต่ก็ทำได้เพียงระบุตำแหน่งอย่างคร่าว และไม่สามารถบรรจุความฝันเทียมลงไปได้…

จะบอกว่าเด็กสุดพิเศษคนนี้ตายแล้ว?

แถมยังอาจจะตายก่อนอลันเริ่มฝันร้าย…

แล้วครอบครัวของเขาไปไหน?

ไคลน์หรี่ตาจ้อง พลางฝืนกล้ำกลืนอาการพะอืดพะอมเพื่อสำรวจดินร่วนรอบศพอย่างละเอียด จนกระทั่งเริ่มสังเกตเห็นเศษไพ่ทาโรต์ฉีกขาด

สัมผัสวิญญาณของมัน บ่งบอกชัดเจนว่าศพตรงหน้าไม่ใช่ใครนอกจากวิล·อัสติน

ทั้งน่าประหลาดใจและเต็มไปด้วยคำถาม… บางที เราควรเข้ามิติสายหมอกเพื่อทำนายยืนยันให้แน่ชัด ว่าเป็นศพของวิล·อัสตินจริงหรือไม่…

เดี๋ยวสิ… แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเรา?

ไหนเคยสัญญากับตัวเองแล้วว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับอสรพิษปรอทไปมากกว่านี้… ดีไม่ดี อีกฝ่ายอาจน่ากลัวยิ่งกว่าสมบัติปิดผนึก 0-08 ของอินซ์·แซงวิลล์ด้วยซ้ำ…

ไคลน์ดึงสติกลับสู่โลกความจริง พลางหันไปกล่าวกับสัปเหร่อและอลัน ผู้กำลังลนลานและใกล้สติแตกเต็มที

“เรียกตำรวจเร็วเข้า!”

“ต…ตกลง! ตกลง!” สัปเหร่อผงะไปเล็กน้อย ก่อนจะได้สติกลับมาและทวนคำสั่งซ้ำ

ด้วยพลั่วในมือ มันรีบหันหลังกลับและสับเต็มฝีเท้าออกจากแนวป่าลึกไปอย่างรวดเร็ว ประหนึ่งกำลังถูกซอมบี้ไล่ล่าก็มิปาน

ช่องว่างเต็มไปหมด… คงเพราะเขาเป็นแค่คนธรรมดา จึงไม่มีการระวังตัวใดทั้งสิ้น และคิดไม่ถึงว่าในสถานการณ์เช่นนี้ คนรอบตัวมักอันตรายกว่าใครเสมอ…

การหันหลังให้คนแปลกหน้าอย่างพวกเรา จะถูกซัดพลั่วใส่ตอนไหนก็ไม่แปลก…

ไคลน์มองตามหลังสัปเหร่อพลางถอนหายใจยาว

สมัยยังเป็นเหยี่ยวราตรีประจำเมืองทิงเก็น มันเคยอ่านแฟ้มคดีจำนวนมากและพบว่า เหยื่อส่วนใหญ่มักถูกเล่นงานโดยคนใกล้ตัว

ขณะใช้ความคิด ชายหนุ่มเดินไปยืนข้างศัลยแพทย์อลันและเหยียดแขนออกไปหา

“หมดห่วงได้เลย เด็กคนนั้นตายแล้ว”

“เพราะเขาตาย ผมจึงยิ่งกลัว”

อลันเริ่มใจเย็นลง และพยุงตัวลุกยืนโดยไม่อาศัยความช่วยเหลือจากไคลน์

โค้ทกระดุมสองแถวของอลันเต็มไปด้วยคราบดินและโคลนเปื้อนเปรอะ ภาพตรงหน้าทำให้หัวใจไคลน์เจ็บแปลบพอสมควร

จริงสินะ เราเป็นพวกไม่ชอบเห็นของแพงได้รับความเสียหาย…

ชายหนุ่มถอนหายใจเงียบ

เมื่อเห็นว่าอลันยังคงตื่นกลัว ไคลน์ยิ้มและกล่าวปลอบใจ

“สำหรับสถานการณ์เช่นนี้ การสวดภาวนาถึงองค์เทพในศรัทธา จะช่วยเยียวยาจิตใจได้ดีเป็นพิเศษ”

“อย่างนั้นหรือ” อลันชะงักเล็กน้อย ก่อนจะทำสัญลักษณ์สี่จุดบนหน้าอกในลักษณะทวนเข็มนาฬิกาและเปล่งเสียงแผ่ว “ข้าแต่องค์เทพธิดารัตติกาลผู้สูงสง่ากว่าดาราและยาวนานกว่านิรันดร์ สาวกผู้มีศรัทธาแรงกล้าของท่าน ขอสวดภาวนาเพื่อรับพร…”

หลังจากอลันเปล่งถ้อยคำดังกล่าวซ้ำไปมาหลายรอบ ท่าทีของมันเริ่มสุขุม ไม่ตื่นกลัวเท่ากับในช่วงแรก

ทางด้านไคลน์กำลังวาดสัญลักษณ์สามจุดบนหน้าอก ตัวแทนเทพจักรกลไอน้ำ พลางพึมพำกับตัวเองด้วยเสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน

ข้าแต่องค์เทพจักรกลไอน้ำ สาวกจอมปลอมและมิได้ศรัทธาในตัวท่านมากนัก ขอสวดภาวนาเพื่อรับพร…

ขณะพึมพำ ไคลน์เผยรอยยิ้มมุมปากพลางกังวลว่า ตนอาจถูกสายฟ้าจากพระเจ้าเล่นงานเข้ากลางศีรษะอย่างกะทันหัน

แต่นั่นคงเป็นไปไม่ได้… พลังสายฟ้าอยู่ในขอบเขตของเทพวายุสลาตัน เทพจักรกลไอน้ำไม่มีพลังเช่นนั้น… ชายหนุ่มครุ่นคิดติดตลกพลางผ่อนคลายความกังวล

ถัดมาประมาณยี่สิบนาที หนึ่งนักสืบหนึ่งศัลยแพทย์กำลังนั่งภายในห้องสอบสวนของสถานีตำรวจใกล้เคียง

ระหว่างการสอบปากคำ ไคลน์ตีหน้าซื่อเล่าว่าตนเป็นเพียงนักสืบเอกชนผู้รับงานคุ้มกันอลัน จึงไม่ทราบเรื่องราวมากนัก ในส่วนของศัลยแพทย์อลัน มันเล่าความฝันให้ตำรวจฟังพร้อมกับเหตุผลว่าทำไมถึงต้องไปขุดดินตรงจุดดังกล่าว

ไคลน์สามารถบอกได้ว่า ทางตำรวจไม่เชื่อคำแก้ตัวหรือข้ออ้างของตนและอลัน แต่หลังจากพวกมันหายหน้าไปสักพัก เมื่อกลับมาอีกครั้ง ท่าทีพลันเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง แถมยังกล่าวด้วยว่า พฤติกรรมของศัลยแพทย์อลันและนักสืบเชอร์ล็อกไม่มีสิ่งใดน่าสงสัย สามารถลงบันทึกประจำวันและกลับบ้านได้ทันที

อลันประหลาดใจอย่างมาก แต่กับไคลน์แล้วไม่เลยสักนิด เพราะชายหนุ่มทราบดีว่าเรื่องนี้มีเหยี่ยวราตรีอยู่เบื้องหลัง

และนี่คือสาเหตุว่า ทำไมไคลน์ถึงต้องให้คุณหมออลันแวะเข้าไปในวิหารมหาดาราเป็นอันดับแรก จึงค่อยลงมือสำรวจป่าหลังสุสาน

ขณะเดินออกจากสถานี ชายหนุ่มไม่ประหลาดใจนักเมื่อได้เห็นบุคคลใบหน้าคุ้นเคย—เหยี่ยวราตรีผู้เคยเข้าฝันตนเมื่อวันก่อน

ชายผู้อาจเป็นหัวหน้าทีมเหยี่ยวราตรี สวมชุดกันลมสีดำซึ่งมีประสิทธิภาพลดทอนความหนาวเย็นได้มากกว่าโค้ทของไคลน์ ดวงตาสีฟ้าของมันกวาดผ่านใบหน้าชายหนุ่มโดยไม่เผยอากัปกิริยาผิดปรกติ แสร้งทำตัวเป็นเพียงสารวัตรอาวุโสคนหนึ่งอย่างแนบเนียน

แต่ทางฝั่งไคลน์ ผู้แสร้งทำตัวเป็นนักสืบเอกชนธรรมดาคนหนึ่งได้แนบเนียนกว่า มันใช้มือขยับกรอบแว่นตาเล็กน้อย หยิบหมวกทรงกึ่งสูงขึ้นมาสวม และเดินออกจากสถานีตำรวจโดยตรงไปยังรถม้าของอลัน

หลังจากศัลยแพทย์คนดังบอกให้คนขับรถส่วนตัวมุ่งหน้าไปถนนมินส์ มันหันกลับมาจ้องไคลน์และซักถาม

“เชอร์ล็อก คุณคิดว่าเรื่องนี้จบลงหรือยัง”

“ถ้านั่นคือศพของวิล·อัสตินจริง ทุกสิ่งก็น่าจะจบลงแล้ว” ไคลน์เว้นวรรคหนึ่งอึดใจ “อลัน คุณพบสิ่งผิดปรกติในช่วงหลังบ้างไหม จะเป็นเรื่องอะไรก็ได้”

อลันก้มหน้าตรึกตรองและส่ายหัว

“ไม่มีเลย”

“งั้นก็ได้เวลาฉลอง!” ไคลน์ยิ้ม

สำหรับชายหนุ่ม นี่คือบทสรุปในอุดมคติของคดีเด็กชายวิล·อัสติน แม้ว่านกกระเรียนกระดาษฝีมือไคลน์จะไม่สามารถถูกทำนายถึง และไม่ทิ้งเบาะแสน่าสงสัยใดไว้ แต่ชายหนุ่มก็ยังกังวลว่า เหยี่ยวราตรีอาจมีไม้เด็ดเหนือความคาดหมาย เช่นสมบัติปิดผนึกพิสดารสักชิ้นของโบสถ์รัตติกาล แต่หลังจากมีการพบศพเด็กชายวิล·อัสติน คดีคงไม่แคล้วต้องปิดตัวลงเนื่องจากดำเนินมาถึงทางตัน และแฟ้มเอกสารก็ต้องถูกเก็บเข้ากรุ จะไม่มีเหยี่ยวราตรีคนใดคอยตามสืบเบาะแสของนกกระเรียนกระดาษอีก

อลันผ่อนคลาย ก่อนจะซักถาม

“ด้วยความสัตย์จริง ผมไม่คิดว่าคำอธิบายของพวกเราจะทำให้ตำรวจยอมเชื่อและปล่อยตัวกลับออกมา… ทำไมพวกเขาถึงไม่คัดค้านอะไรเลยสักนิด?”

“ผมเองก็ไม่ทราบ” ไคลน์แสร้งตีหน้ามึน “นึกว่าจะต้องให้นักกฎหมายประจำตัวมาช่วยพากลับบ้าน… ไม่สิ มาช่วยประกันตัวออกไปเสียแล้ว”

อลันยิ้มตอบ

“เชอร์ล็อก ดูเหมือนคุณจะมีประสบการณ์กับสถานีตำรวจพอสมควรเลยนะ”

ไคลน์ยิ้มแห้ง ตอบเสียงขรึม

“มันคือชะตากรรมของนักสืบเอกชน”

ขณะไคลน์และอลันถูกนำตัวไปยังสถานีตำรวจใกล้กับสุสานกรีน ฟอร์ส·วอลล์ ผู้สวมเดรสสีดำยาวและหมวกใบเล็กพร้อมด้วยตาข่ายคลุมหน้า กำลังย่างกรายเข้าไปในเขตสุสานกรีนเพื่อเคารพหลุมศพมาดามอาริสา

ย้อนกลับไปหนึ่งชั่วโมงก่อน เธอและเพื่อนสนิทร่างเล็ก ซิล·เดียร์ชา เดินทางเข้าเขตราชินี บ้านของไวเคาต์กายลิน เพื่อขอยืมเงินจำนวนสี่ร้อยปอนด์แบบปากเปล่าและไม่มีดอกเบี้ย

ข้อเรียกร้องเดียวของกายลินคือ ให้พวกเธอผู้วิเศษสองสาว ช่วยตามไปคุ้มกันขณะตัวมันเข้าร่วมชุมนุมลับของมิสเตอร์ A

ปัจจุบัน กายลินกำลังต้องการผลึกพิษของแมงกะพรุนกะหล่ำดอกเหนือสิ่งอื่นใด เพื่อนำไปปรุงเป็นโอสถนักปรุงยา

ออเดรย์พบ ‘เขาของอลิคอร์น’ ในคลังสมบัติตระกูลฮอลล์ จึงทำเรื่องเบิกออกมาใช้งานด้วยเหตุผลทางวิทยาศาสตร์และเพื่อการศึกษาเรียนรู้ จากนั้นก็นำไปมอบให้กายลินเพื่อชดใช้หนี้เก่า

ขณะเดียวกัน เด็กสาวได้รบกวนให้กายลินช่วยเป็นธุระ ติดต่อกับลูกหลานดยุคนีแกน ให้พวกเขาช่วยตรวจสอบว่า ในคลังสมบัติตระกูลนีแกนมีซากศพ ‘นักล่าพันหน้า’ บ้างหรือไม่ และถ้ามี ผิวหนังของมันยังมีประกายแวววาวไหม

เมื่อรวบรวมเงินได้ครบตามจำนวน ฟอร์สไม่รีบร้อนสังเวยให้มิสเตอร์ฟูลทันที เนื่องจากพฤติกรรมดังกล่าวอาจทำให้ซิลเกิดความสงสัย ว่าเพราะเหตุใด ฟอร์สถึงจัดการได้รวดเร็วและง่ายดายเช่นนี้

อาศัยช่วงเวลาว่าง หญิงสาวเปลี่ยนเสื้อผ้าและเช่ารถม้าเดินทางไปยังสุสานกรีน ซึ่งตั้งอยู่บริเวณรอบนอกเขตตะวันตก

หลังจากได้ทราบกฎอนุรักษ์พลังพิเศษในเส้นทางใกล้เคียงและความถาวรของพลังพิเศษ ฟอร์สตระหนักว่าวัตถุดิบหลักของโอสถ ‘ผู้ฝึกหัด’ ของตน แท้จริงแล้วคือตะกอนพลังจากศพมาดามอาริสา

หรือสรุปโดยสั้น เธอคือผู้สืบทอดพลังต่อจากหญิงชรา

ฉะนั้น ฟอร์สจึงต้องการแวะเยี่ยมหลุมศพของเธอพร้อมกับนำช่อดอกไม้ไปวาง เพื่อนเป็นการแสดงความขอบคุณอีกฝ่าย

ปัจจุบันเป็นช่วงต้นฤดูหนาว ดอกไม้ตามธรรมชาติล้วนเหี่ยวเฉา แต่ฟอร์สกลับกำลังถือดอกไม้จริงหนึ่งช่อใหญ่เต็มกำมือ

ดอกไม้เหล่านี้ถูกปลูกขึ้นในเรือนเพาะชำ และราคาพวกมันค่อนข้างสูง

ขอบคุณมาก จักรพรรดิโรซายล์ สำหรับสิ่งประดิษฐ์แสนล้ำค่าเช่นนี้… ฟอร์สกล่าวขอบคุณจากก้นบึ้ง

ตามข้อมูลของเธอ ในช่วงนี้ของฤดูกาล ดอกไม้ส่วนใหญ่ตามงานเลี้ยงของบรรดาชนชั้นสูงล้วนมาจากเรือนเพาะชำ และบางส่วนถูกขนส่งมาจากแถบอากาศอบอุ่นบนดินแดนทวีปใต้ ราคาจึงค่อนข้างสูงและไม่เหมาะสมกับสังคมชนชั้นกลาง

ขณะยืนหน้าป้ายหลุมศพสีดำ ฟอร์สจ้องมองรูปถ่ายอาริสาครู่หนึ่ง ก่อนจะคุกเข่าลงวางดอกไม้และกระซิบกระซาบ

“ขอบคุณค่ะ”

หญิงสาวลุกยืน หลับตาลง หวนนึกถึงอดีตระหว่างตนและหญิงชรา

ทันใดนั้น เสียงค่อนข้างชราพลันดังแว่ว

“นึกแล้วเชียว คุณช่างเป็นกุลสตรีจิตใจงดงาม…”

ฟอร์สลืมตา หันไปทางต้นเสียง และได้พบกับมิสเตอร์ลอว์เรนซ์จากตระกูลอับราฮัม

ในมือของชายชรากำลังถือช่อดอกไม้ลักษณะไม่ต่างจากตนมากนัก

“ผิดแล้วค่ะ ดิฉันมิได้เป็นคนใจกว้างหรืออะไรทำนองนั้น เพียงแต่ว่า ในช่วงเวลายากลำบากและไม่เหลือใคร มาดามอาริสาได้เข้ามาทดแทนตำแหน่งของมารดาและมอบความอบอุ่นหัวใจอันยากลืมเลือน”

ฟอร์สเล่าเรื่องอย่างซื่อตรง

ดวงตาของเธอเริ่มเผยของเหลวสีใส

ลอว์เรนซ์ ผู้มีริ้วรอยรอบขอบตา เดินเข้ามาวางดอกไม้หน้าหลุมศพและถอนหายใจ

“สิ่งนี้หมายความว่า คุณเป็นคนจิตใจงดงามและเห็นความสำคัญของมิตรภาพ”

หลังจากสนทนากันสักพัก ขณะฟอร์สเตรียมเดินกลับ ลอว์เรนซ์ ผู้กำลังยืนโบกมืออำลา พลันกระแอมในลำคอ และเริ่มไอแห้งอย่างรุนแรงจนผิดวิสัย

แค่ก! แค่ก! แค่ก!

ชายชราเกร็งคอไอจนแข้งขาอ่อนระทวยและล้มลงไปนอนกับพื้นเย็นเฉียบ ท่าทีราวกับจะขาดอากาศหายใจเสียให้ได้

ในฐานะแพทย์หญิงผู้จบการศึกษาจากโรงเรียนแพทย์ชื่อดัง ฟอร์สไม่ลังเลในการวิ่งกลับมาปฐมพยาบาล

ผ่านไปสักพัก อาการไอของลอว์เรนซ์เริ่มทรงตัว ชายชราปาดคราบน้ำลายตรงมุมปากพลางส่งรอยยิ้มให้หญิงสาว

“คนสวย ช่วยพาผมกลับโรงแรมได้ไหม”

“ได้ค่ะ” ฟอร์สช่วยพยุงอีกฝ่ายลุก

ลอว์เรนซ์มองตรง ดวงตาเริ่มพร่ามัว

มันกระแอมและกล่าวด้วยรอยยิ้มขื่นขม

“ชีวิตของผมคงใกล้ถึงจุดจบแล้ว…”

……………………

Lord of the Mysteries

Lord of the Mysteries

ป็นเรื่องราวการข้ามโลกของหนุ่มชาวจีนนามว่า โจวหมิงรุ่ย โลกใบที่ชายคนนี้ต้องเผชิญมีลักษณะคล้ายคลึงกับยุควิกตอเรียของยุโรป ยุคสมัยแห่งจักรกลไอน้ำเฟื่องฟู สุภาพบุรุษขุนนางเดินขวักไขว่ด้วยสูทและเสื้อกั๊กมาดเท่ แน่นอน เป็นโลกที่มีพลังพิเศษ ผู้วิเศษ และ สัตว์วิเศษ แต่พลังของมนุษย์บนโลกจะไม่เหมือนกับนิยายเรื่องใด ไม่มีจอมยุทธ์ ไม่มีการบังเอิญพบคำภีลับและได้ครอบครองยอดเคล็ดวิชา ไม่ได้เกิดใหม่พร้อมกับพลังสุดโกง ไม่เลย ไม่น่าเบื่อและจืดชืดขนาดนั้น ในอดีตกาล เผ่าพันธุ์มนุษย์อันต่ำต้อยมิอาจต่อสู้กับเหล่าสัตว์วิเศษในตำนานไหว หนึ่งในหนทางครอบครอง ‘พลังพิเศษ’ ก็คือการดื่ม ‘โอสถ’ หลังจากมนุษย์ดื่มโอสถและกลายเป็น ‘ผู้วิเศษ’ พวกเขาจะข้ามขีดจำกัดเดิมตามแต่ชนิดโอสถที่ดื่ม ผู้วิเศษในโลกแบ่งออกเป็น 9 ลำดับ โดยลำดับ 9 จะอ่อนแอที่สุด หนทางอัพเกรดลำดับก็แสนพิลึก ไม่ใช่การพัฒนาพลังเหมือนนิยายเรื่องใด แต่เป็นการดื่ม ‘โอสถ’ ที่ ‘ถูกต้อง’ ตามสูตรของลำดับถัดไป พลังพิเศษไม่สามารถข้ามสายได้ โอสถแต่ละชนิดจะมีสูตรการปรุงที่แตกต่าง แถมการฝึกฝนพลังของผู้วิเศษก็ยังพิสดารเหนือคำบรรยาย เรื่องราวจะยิ่งเข้มข้นขึ้นเมื่อตัวเอกเริ่มทราบว่า อดีตมหาจักรพรรดิของโลกเมื่อร้อยปีก่อนเป็น ‘ผู้เดินทางข้ามโลก’ เหมือนกับเขา แถมยัง… เหลือทิ้งไดอารี่สุดสำคัญไว้ให้ชนรุ่นหลัง แต่ไดอารีถูกเขียนด้วยภาษาจีนที่ไม่มีใครอ่านออกแม้แต่คนเดียว… ยกเว้นโจวหมิงรุ่ย With the rising tide of steam power and machinery, who can come close to being a Beyonder? Shrouded in the fog of history and darkness, who or what is the lurking evil that murmurs into our ears? Waking up to be faced with a string of mysteries, Zhou Mingrui finds himself reincarnated as Klein Moretti in an alternate Victorian era world where he sees a world filled with machinery, cannons, dreadnoughts, airships, difference machines, as well as Potions, Divination, Hexes, Tarot Cards, Sealed Artifacts… The Light continues to shine but mystery has never gone far. Follow Klein as he finds himself entangled with the Churches of the world—both orthodox and unorthodox—while he slowly develops newfound powers thanks to the Beyonder potions. Like the corresponding tarot card, The Fool, which is numbered 0—a number of unlimited potential—this is the legend of “The Fool”.

Comment

Options

not work with dark mode
Reset