ตอนที่ 92 ความสำคัญของความเชื่อในการวิจัยทางวิทยาศาสตร์
“…ส่วนใหญ่เราจะทดลองกับที่นี่ แต่มีอุปกรณ์จำนวนมากอยู่ในวิทยาเขตเก่า บางครั้งเมื่อฉันอยากทดลองอะไรบางอย่าง ฉันก็ต้องนั่งรถไฟใต้ดินไปที่นั่น แต่ทุกวันนี้ดีขึ้นแล้ว ทั้งแล็บจากที่นั่นถูกย้ายมานี่แล้ว”
“เราจำเป็นต้องเดินทางๆบ่อยๆหรือ?” ลู่โจวถาม
“ไม่ต้อง” หลิวโปกล่าว เขายิ้มแล้วกล่าวต่อ “ฟูเรียร์อินฟราเรดสเปคโตรสโคปีทำเสร็จแล้ว นายไม่จำเป็นต้องมีส่วนร่วมกับการทดลอง นายแค่ต้องช่วยเราวิเคราะห์ข้อมูลการทดลอง เดี๋ยวจะมีคนเอาโต๊ะมาให้นาย จากนี้ไป นายเป็นสมาชิกทีมของโปรเจ็ควิจัยของเรา!”
ปลิวโปเปิดประตูออฟฟิศ
ที่ฝั่งซ้ายของห้อง มีชายสวมเสื้อยืดหัวเกลี้ยงเกลากำลังหันหน้าเข้าหาประตูห้องแล็บ เขากำลังเล่นกับอุปกรณ์ที่เหมือนเครื่องปริ้นส์ เขาไม่ได้สังเกตเห็นคนที่เข้ามาเลย
หลิวโปพาลู่โจวเดินมาแล้วสะกิดไหล่ของชายคนนี้ เมื่อชายคนนี้หันหน้ามา หลิวโปก็ยิ้มแล้วกล่าว “ฉันจะแนะนำให้นายรู้จัก เขาคือเฉียนจ้งหมิง นายจะเรียกรุ่นพี่เฉียนก็ได้”
“รุ่นพี่เฉียน ยินดีที่รู้จัก!”
เฉียนจ้งหมิงดูแข็งทื่อไปเล็กน้อย เพราะเขาไม่ได้เป็นคนมนุษย์สัมพันธ์ดีเท่าหลิวโป
เขามองลู่โจวแล้วกล่าว “นายคือลู่โจวจากเอกคณิต?”
“ครับ” ลู่โจวตอบด้วยรอยยิ้ม
เฉียนจ้งหมิงพยักหน้าแล้วกล่าว “นายรู้วิธีใช้แมตแล็บไหม?”
“นิดหน่อยครับ”
“นิดหน่อยก็พอแล้ว” เฉียนจ้งหมิงกล่าวและพยักหน้า เขาหยิบ USB จากโต๊ะก่อนจะเอาให้ลู่โจวแล้วกล่าว “มีเอกสารและแนะนำเบื้องต้นอยู่ในนี้ รวมถึงแบบฟอร์มที่เราขอสมัครรับทุนวิจัย พอนายอ่านเสร็จ นายจะมีความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับงานวิจัยของเรา…เอ้อ อย่าอัพโหลดบนโลกออนไลน์ล่ะ”
แม้ว่ามหาลัยในประเทศส่วนใหญ่จะร่วมมือกันในด้านการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ แต่พวกเขาก็ยังแข่งกันเอง โปรเจ็ควิจัยที่คล้ายๆกันก็ถูกทำโดยมหาลัยอื่นเช่นกัน ท้ายที่สุดแล้วคนๆแรกที่ค้นพบการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ก็จะได้รับความดีความชอบไปทั้งหมด
การแข่งขันกันระหว่างห้องแล็บก็ดุเดือดเช่นกัน เพราะใครที่ค้นพบมันเป็นคนแรกก็จะได้รับความดีความชอบไปทั้งหมด
ด้วยเหตุนี้ สิ่งแรกที่หัวหน้าโปรเจ็คหลายคนทำตอนตื่นนอนก็คือการค้นคว้าโปรเจ็คที่คล้ายๆกันเพื่อหาว่ามีใครลอกเลียนแบบไปหรือไม่
“แค่นี้?” ลู่โจวถามขณะถือ USB
“ตอนนี้ก็มีแค่นี้แหละ ตัวอย่างใหม่พึ่งมาถึง และข้อมูลยังรวบรวมไม่เสร็จ มันค่อนข้างช้า เราเลยจะไปเอาพรุ่งนี้” เฉียนจ้งหมิงจับจมูกแล้วกล่าว
“ข้อมูลสเปกตรัมอินฟราเรดฟูเรียร์รวบรวมที่ไหน? ในวิทยาเขตเก่าหรือ?”
รุ่นพี่เฉียนชี้ลงไปที่เท้าแล้วกล่าว “ตรงนี้”
“ตรงนี้?”
ลู่โจวมองไปรอบๆและไม่เห็นอุปกรณ์เจ๋งๆเลย
อย่างน้อยมันก็น่าประทับใจน้อยกว่าห้องแล็บข้างๆ
“ถูกต้อง” เฉียนจ้งหมิงกล่าวและพยักหน้า จากนั้นเขาก็ชี้ไปที่เครื่องปริ้นส์ที่ดูล้าสมัยแล้วกล่าว “นี่ไง”
“นี่อะเหรอ?!” ลู่โจวอ้าปากค้างแล้วมองดูอุปกรณ์อย่างไม่อยากจะเชื่อ เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่านี่จะเป็นอุปกรณ์ที่ล้ำสมัย
“ใช่แล้ว” เฉียนจ้งหมิงกล่าวและพยักหน้า มันราวกับว่าเขาเดาได้ว่าลู่โจวกำลังคิดอะไร เขาจึงกล่าว “เทนเซอร์-2(TENSOR-II) ฟูเรียร์ทรานส์ฟอร์มอินฟราเรดสเปกโตรสโคปี(Fourier Transform Infrared Spectroscopy)เกรดวิจัย ซึ่งถูกผลิตโดยบริษัทบรูเกอร์(Bruker)ประเทศเยอรมัน กระจกทองคำในตัวมีการสะท้อนแสงสูงกว่ากระจกอลูมิเนียม 6.5% มันมีการต้านออกซิไดซ์ที่แข็งแกร่ง ประสิทธิภาพการออปติคอลที่มีเสถียรภาพ…”
ลู่โจวฟังเขาพูดด้วยสีหน้ามึนงง
แม้ว่าเขาจะอ่านหนังสือที่เกี่ยวข้องในช่วงซัมเมอร์ แต่เขาก็ไม่ได้แตะต้องหนังสือเฉพาะทางแบบนี้
“เอาล่ะๆ เลิกขู่เด็กได้แล้ว” หลิวโปกล่าวพลางตบบ่าของชายคนนี้แล้วหัวเราะให้ลู่โจว “บางทีเจ้าหมอนี่ก็พูดมากไปนิด ไม่ต้องห่วง พรุ่งนี้เราจะไปรวบรวมข้อมูลฟูเรียร์อินฟราเรดสเปกโตรสโกปีมาเป็นตัวอย่างใหม่ ถ้านายสนใจ นายก็มา แต่ต้องตื่นเช้าๆ เราจะไปแปดโมงตรง”
“ทำไมถึงเร็วขนาดนั้นล่ะ? มีเหตุผลอะไรไหม?” ลู่โจวถามด้วยความสงสัย
หลิวเปากล่าว “เรายืนยันว่าอุณภูมิในตอนเช้านั้นเหมาะสม แต่จากนั้นเราก็ปรับแอร์แล้วพบว่ามันไม่ได้สร้างความแตกต่าง…เอ่อ เราไม่รู้เหมือนกัน พูดง่ายๆเราเชื่อว่าการทดลองตอนแปดโมงจะทำให้เรามีอัตราความสำเร็จที่สูงขึ้น”
ความเชื่อนี่มันอะไรกัน?
ลู่โจวอึ้ง
ทำไมความเชื่อถึงสำคัญในการทดลองทางวิทยาศาสตร์?
เอ่อ?…
…..
ลู่โจวตรวจสอบบัค(bug)เสร็จแล้ว บวกกับหยวนลี่เหว่ยกับหรงไห่ดูแลแคมปัสแอสซิสแตนท์อยู่ เขาจึงต้องทำอะไรมากนัก
เมื่อลู่โจวกลับมาที่หอพักพร้อมกับUSBที่รุ่นพี่เฉียนมอบให้ เขาก็คัดลอกเอกสารลงในคอมพิวเตอร์แล้วเริ่มอ่านอย่างระมัดระวัง
สามเดือนก่อน ช่วงซัมเมอร์ เนื่องจากภารกิจ ลู่โจวจึงอ่านหนังสือที่เกี่ยวข้องกับโปรเจ็ควิจัยมาบ้าง อย่างไรก็ตามหนังสือเหล่านั้นส่วนใหญ่เป็นความรู้พื้นฐาน มันไม่ได้ลงลึกนัก
คาร์บอนนาโนทิวป์เป็นสาขาที่ค่อนข้างชั้นสูง สาขานี้พัฒนาอยู่เสมอ ถ้าใครอยากเข้าใจสาขานี้อย่างลึกซึ้ง คนๆนั้นก็ต้องอ่านวิทยานิพนธ์เป็นจำนวนมาก
โปรเจ็ควิจัยของศาสตราจารย์หลี่หรงเอินเกี่ยวกับการค้นพบการประยุกต์ใช้คาร์บอนนาโนทิวป์ที่หลากหลายกว้างขวาง
คาร์บอนนาโนทิวป์ผนังชั้นเดียวถูกปรับปรุงให้กระจายตัวได้ง่ายในตัวทำละลายมีขั้วอย่างน้ำ แอลกอฮอล์และไดเม็ทธิลฟอร์มาร์ไมด์ในรูปแบบคอลลอยด์ เนื่องจากคุณสมบัติเหล่านี้ คาร์บอนนาโนทิวป์จึงเริ่มถูกศึกษาโดยนักวิจัยมากมายโดยถือเป็นวัสดุอิเล็กทรอนิกส์ยุคถัดไป การประยุกต์ใช้วัสดุผสมก็เริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประยุกต์ใช้นาโนทิวป์ในอุตสาหกรรมซีเมนต์และผลิตเหล็กก็กลายเป็นกระแสเช่นกัน…
อย่างน้อยก็ในประเทศ
หลังจากอ่านหนังสือยื่นคำร้องเงินทุน ลู่โจวก็เปิดโฟลเดอร์ที่เก็บเอกสาร
เนื่องจากรุ่นพี่เฉียนเตรียมวิทยานิพนธ์ที่จำเป็นให้เขาอ่านแล้ว มันจึงช่วยเขาร่นเวลาไปอย่างมาก
ขณะที่เขาอ่านวิทยานิพนธ์ เขาก็พบว่าวิทยานิพนธ์ประมาณ 30% มาจากมหาลัยจินหลิง
ลู่โจวคิดว่ามหาลัยจินหลิงยังคงน่าทึ่งอยู่
มีมหาลัยที่ดีกว่ามหาลัยจินหลิงในเรื่องการวิจัยวัสดุกลุ่มคาร์บอนคือมหาลัยเยี่ยนและอาจเป็นมหาลัยสุ่ยมู่เท่านั้น
แน่นอนแม้ว่าจะมีงานวิจัยที่คนรุ่นก่อนเตรียมไว้ แต่มันก็ยังมีปัญหาทางเทคนิคมากมายที่ต้องแก้ไข ปัญหาที่เฉพาะเจาะจงมากที่สุดก็คือคาร์บอนนาโนทิวป์ ในฐานะฟิลเลอร์ระดับนาโน มันไม่สามารถกระจายกันอย่างสม่ำเสมอภายในเมทริกซ์หรือจับตัวกันอยู่ในเมทริกซ์ จากนั้นหลังจากการกระตุ้น ความแข็งแกร่งของวัสดุเมทริกซ์ก็ไม่ได้เพิ่มขึ้น กลับกันคุณสมบัติโดยธรรมชาติของวัสดุเมทริกซ์ได้รับความเสียหายแทน
คอขวดที่ทีมวิจัยที่นำโดยศาสตราจารย์หลี่หรงเอินพบเหมือนจะเป็นสิ่งนี้