กำเนิดนางร้าย The Birth of a Villainess – ตอนที่ 8 เธอลืม

ถอนหมั่น?

 

หลินเสี่ยวเฟยตกตะลึงเมื่อได้ยินเรื่องนี้แล้วกล่าวว่า  “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับข้า?”

 

ซงหยานยี่กำลังนั่งดื่มชาอยู่ เมื่อเธอได้ยินคำตอบของหลินเสี่ยวเฟย เธอเกือบจะสำลักน้ำชา และเมื่อเธอนึกขึ้นได้ เธอรีบกล่าวว่า “คุณหนูสี่ลืมอะไรไปหรือเปล่า”

 

“ข้าลืมอะไร?” หลินเสี่ยวเฟยตอบอย่างไม่ใส่ใจ เธอรู้สึกตลก เมื่อเห็นซงหยานยี่หงุดหงิดกับคำพูดเพียงไม่กี่คำจากเธอ

 

ในขณะนั้น ซงหยานยี่ก็ใช้สายตาที่เย็นชา มองไปที่หลินเสี่ยวเฟยและขมวดคิ้ว

 

เด็กสาวที่ยืนอยู่ข้างหน้าเธอไม่แสดงอารมณ์ใดๆ บนใบหน้าของเธอ เธอเพียงแค่ยืนตัวตรงเเละมือของเธอที่พับไว้ข้างหน้าของเธอ เเละคางของเธอถูกยกขึ้นเล็กน้อยอย่างเย่อหยิ่ง ต่างกับเมื่อก่อน การแสดงท่าทางของเธอตอนนี้ ไม่ได้ทำให้ใครรู้สึกว่ากำลังโดนดูถูก แต่กลับรู้สึกน่ากลัวเเทน

 

ทำไมกัน?

 

ซงหยานยี่ กำลังถามตัวเองว่าทำไมเธอถึงรู้สึกเกรงกลัว เมื่อได้พูดคุยกับหลินเสี่ยวเฟย ราวกับว่าเธอกำลังคุยกับใครบางคน ที่มีตำแหน่งสูงกว่า เธอไม่ทันได้สังเกตในตอนแรก เมื่อตอนพวกเขาพบกันข้างนอก เพราะพวกเขาอาจจะอยู่ห่างกันเพียงเล็กน้อย แต่หลังจากที่อยู่ในห้องเดียวกันกับหลินเสี่ยวเฟย เธอก็ตระหนักราวกับว่ามีบางอย่างผิดปกติ

 

เเต่ก่อน ท่าทางของหลินเสี่ยวเฟยงั้นหยาบกระด้าง และมีนิสัยเหมือนเด็ก การที่เธอทำตัวเหมือนเป็นคนสำคัญ เเละอยากทำให้ใครๆรู้สึกอยากจะโค้งคำนับเธอ เเต่เธอก็ยังคงพูดจาหยาบคาย แต่ละคำพูดที่เธอกล่าวมา ราวกับว่าซงหยานยี่ไม่ได้เป็นอะไรกับเธอ เเละในสายตาของเธอยังจ้องมองเธอด้วยความดูถูก

 

เเต่อย่างไรก็ตาม ซงหยานยี่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด เเต่รู้สึกราวกับว่าเหมือนมีพลังบางอย่างครอบงำทำให้เธอไม่สามารถตำหนิหลินเสี่ยวเฟยได้

 

หลินเสี่ยวเฟยรอให้ซงหยานยี่กล่าว แต่หลังจากผ่านไปหนึ่งนาที ซงหยานยี่ก็ไม่กล่าวอะไรออกมาและยังมองดูท่าทีของเธออย่างแปลกใจ

 

“ทำไมป้ารองถึงไม่กล่าวอะไรเลย”

 

สาวใช้ที่อยู่ข้างซงหยานยี่ ก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติกับเจ้านายของเธอ แต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด เธอจึงได้สะกิดเจ้านายของเธออย่างเบาๆและกระซิบอย่างกังวลว่า “ท่านหญิง ชาของท่านกำลังจะหก”

 

เสียงของสาวใช้ได้ปลุกเธอจากในภวังค์ และเธอได้กล่าวต่อว่า ” คุณหนูสี่ ท่านคงอยู่ในคฤหาสน์ท่านนานเกินไป จนทำให้ท่านลืมไปเลย ว่าท่านกำลังหมั้นกับลูกชายของตระกูลซู”

 

หลินเซี่ยวเฟยมองไปที่ซงหยานยี่ “ป้ารองกำลังกล่าวโทษข้า ที่ข้าเก็บตัวอยู่เเต่ในคฤหาสน์ตะวันตก นานถึงสามปี”

 

ซงหยานยี่กำลังจะกล่าวตอบ แต่หลินเสี่ยวเฟยชิงกล่าวก่อน “อย่างที่ท่านกล่าวมาก็ถูก ข้าอยู่เเต่ในคฤหาสน์ของข้านานเกินไป จนลืมคู่หมั้นและตระกูลของเขา แต่ป้ารองไม่จำเป็นต้องกังวลจริงๆแล้ว ข้าวางแผนไว้ว่าวันนี้ข้าจะออกไปข้างนอก แต่ท่านตาของข้าเป็นห่วงข้ามากเกินไป จนทำให้ข้าออกไปไหนไม่ได้ หากไม่ได้รับอนุญาติจากท่านตา เขาคงกังวลว่าหากข้าออกไป อาจจะเกิดอันตรายกับข้าได้”

 

อย่างที่เธอกล่าวมาในตอนแรกมันก็ถูก หลินเสี่ยวเฟยยอมรับว่าเธออยู่ในคฤหาสน์เป็นเวลานานหลายปี จึงไม่สามารถได้พบเจอผู้อื่น และเผลอลืมไปว่าเธอนั้นมีคู่หมั้น

 

อย่างไรก็ตาม ผู้ใดที่จะสามารถลืมคู่หมั้นของตนเองได้ พวกเขาไม่เคยแม้แต่จะก้าวเข้าไปในคฤหาสน์ของเธอ เมื่อเธอตัดสินใจที่จะเก็บตัวอยู่เเต่ในที่พัก และแม้ว่าจะไม่ทราบว่าหลินเสี่ยวเฟยล้มป่วย แต่มันก็เป็นเรื่องปกติที่สามีในอนาคตจะต้องเป็นกังวลหรือมาเยี่ยมภรรยาของเขาในอนาคตบ้าง

 

อีกอย่างหลินเสี่ยวเฟยยังชี้ให้เห็นว่า เธอไม่ใช่คนเดียวที่ต้องการให้เธออยู่ในคฤหาสน์หลิน เเละเธอก็ทำให้ดูเหมือนกับว่าหลินเซี่ยวเหมิง ตาของเธอซึ่งเป็นผู้ที่เอ็นดูนางเเละห่วงใยนางมาโดยตลอด สนับสนุนความปรารถนาของเธอ ที่จพไม่ออกไปเพราะโลกภายนอกนั่นมีเเต่อันตราย

 

คำกล่าวของหลินเสี่ยวเฟย มันทำให้ทุกอย่างดูเป็นไปได้ และดูเหมือนว่าหลินเสี่ยวเฟยจะไม่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะเป็นเวลาสามปี อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่ความผิดของเธอ แต่เป็นเพราะหลินเซี่ยวเหมิง เเละทุกคนในลานตะวันตกก็ไม่ได้มีใครสามารถตำหนิเธอได้

 

ไม่ใช่ว่าพวกเขาเชื่อในคำพูดเหล่านั้น เเต่เป็นเพียงเพราะว่าพวกเขาไม่สามารถจะพูดอะไรกับเธอได้

 

ถ้าคำที่เธอกล่าวมาถูกแพร่กระจายออกไป ผู้คนจะเชื่อว่าแท้จริงเเล้วข่าวลือที่ว่าหลินเสี่ยวเฟยมีใบหน้าที่เสียโฉม อาจจะไม่เป็นจริงตามข่าวลือ แต่มันก็ไม่มีผลใดๆต่อความคิดของผู้คนเนื่องจากบุคลิกที่น่ารักเกียจของเธอ

 

อย่างไรก็ตาม ซงหยานยี่ก็ยังไม่เข้าใจความหมายของเธอ

 

แม้ว่าซงหยานยี่ อยากจะกล่าวอะไรบางอย่าง เเต่เธอก็ไม่ได้อยากทำให้หลินเซี่ยวเฟยลำบากใจ หากเป็นในอดีต ทั้งสองคงต่อสู้กันด้วยคำพูดเเรงๆ เเต่ก็คงเป็นจะเธอเสมอที่จะชนะ และหลินเสี่ยวเฟยก็จะหันกลับมามองด้วยความโกรธเเค้น แต่ ณ ตอนนี้ซงหยานยี่ทำได้เพียงกลืนความโกรธ ของเธอและแสดงรอยที่ยิ้มที่เสเเสร้งออกมา

 

“ท่านพ่อตาคงจะรักและเอ็นดูคุณหนูสี่จริงๆ”

 

“ป้ารองกล่าวได้ถูกต้อง” หลินเสี่ยวเฟยยิ้มให้เธอ

 

“แต่ท่านพ่อตายังไม่กลับมา คุณหนูสี่จะไม่ดื่มชากับข้าหน่อยหรอ เพื่อรอท่านตาของท่าน?” ซงหยานยี่กล่าว

 

หลินเสี่ยวเฟยกะพริบตาเเละกล่าวว่า “ไม่ล่ะ เนื่องจากท่านตาของข้าไม่อยู่ที่นี่ ข้าก็ไม่มีเหตุผลอื่นที่จะอยู่ต่อ ชาเป็นของท่าน ดื่มซะ”

 

หลินเสี่ยวเฟยหันหลังกลับโดยมีไป๋ลู่และซูถังสาวใช้ของเธอเดินตามหลัง พวกเขาเงียบตลอดเวลา โดยไม่มีโอกาสที่จะกล่าวอะไร ได้เเต่มองซงหยานยี่ที่พยายามจะรังแกคุณหนูของพวกเธอ

 

และเมื่อพวกเขาเห็นว่าหลินเสี่ยวเฟย เรียนรู้ที่จะกล่าวอย่างมีเหตุผล พวกเขาก็หันกลับมา อย่างมีชัยชนะด้วยรอยยิ้มที่ภาคภูมิใจบนใบหน้าของพวกเขา

The Birth of a Villainess

The Birth of a Villainess

กำเนิดนางร้าย The Birth of a Villainess “เจ้าไม่ได้ตัวคนเดียว เราเป็นหุ้นส่วนในอาชญากรรม หากเจ้าเป็นแม่มด ข้าก็จะเป็นพ่อมดของเจ้า” … หลังจากการตายอย่างโหดร้ายของเธอ เสี่ยวเฟยพบว่าตัวเองกลับมามีชีวิตอีกครั้งในร่างของคุณหนูที่งดงามจากตระกูลหลินผู้สูงศักดิ์ที่มีชื่อเดียวกันกับเธอ เธอเกิดมาพร้อมกับใบหน้าอันงดงามที่ไม่มีใครเทียบได้ เอาชนะใจชายทุกคนและแม้แต่ผู้หญิงก็ต่างอิจฉาในชีวิตที่แล้วของเธอ แต่เธอกลับตกหลุมรักองค์ชายอย่างโง่เขลา และถูกลิขิตให้ตายอย่างเจ็บปวดทุกข์ทรมานด้วยน้ำมือของคนที่เธอรัก ในชีวิตและร่างกายใหม่นี้ กลอุบายอันชั่วร้ายและเรื่องอื้อฉาวก็ยังวนเวียนอยู่รอบตัวเธอ แม้จะเกิดใหม่แล้วก็ตาม เธอก็เริ่มทำแบบเดียวกันกับคนเหล่านั้นและจะโหดเหี้ยมต่อผู้ที่คิดต่อต้านเธอ ชายหนุ่มและและหญิงสาวต้องโค้งคำนับ บัลลังก์ทองคำต้องถูกส่งต่อ อาณาจักรจะต้องถูกพิชิตและเผาทำลาย หัวใจต้องถูกแย่งชิง ด้วยยุคอันโหดร้ายเช่นนี้ ผู้คนทำได้เพียงพยายามบังคับและป้องกันตนเองจากอันตราย อย่างไรก็ตาม ใครจะคิดว่าชายที่เต็มไปด้วยความชั่วร้ายและเย่อหยิ่งจะเข้ามาในชีวิตของเสี่ยวเฟยอย่างกะทันหัน? และเขายังกระซิบข้างหูของเธออย่างไร้ยางอายว่า “ศัตรูของภรรยาข้าก็คือศัตรูของข้า และความปรารถนาของภรรยาข้าก็คือความปรารถนาของข้าเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ข้ายังมีความปรารถนาอีกอย่างหนึ่งที่มีแต่ภรรยาข้าเท่านั้นที่จะมอบให้แก่ข้าได้” “นั่นคือภรรยาข้าต้องกลายเป็นอาหารเช้า กลางวัน เย็น ให้แก่ข้า” เสี่ยวเฟย: “……”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset