กำเนิดใหม่ชายาผู้ล่วงลับ – ตอนที่ 89 สองท่านอ๋องรวมตัวกัน (1)

ซูหลีกัดฟันกรอด ความแค้นบังเกิด นางต้องสืบหาความจริงให้ได้ว่าผู้ใดใช้ยาชนิดนี้ทำร้ายนาง! คนผู้นี้วางกับดักใช้ยากับนางก่อน จากนั้นก็ส่งนักฆ่ามาสังหารนาง หากมิใช่ว่าเจ้าสำนักเฉินเหมินสิ้นลม และทุกสิ่งบ่งบอกชัดเจนว่าเขาถูกคนบงการอยู่เบื้องหลัง นางคงคิดว่าเจ้าสำนักมีความแค้นใหญ่หลวงกับนาง!
“เปลี่ยนชีพจร?!” หวั่นซินเอ่ยด้วยความตกใจ “นี่เป็นยาใดกันเจ้าคะ?”
ซูหลีเอ่ยเสียงเรียบ “ข้าเองก็ไม่รู้ แต่ฤทธิ์ของมันประจักษ์แล้ว เพียงแต่ไม่รู้ว่าฤทธิ์นี้จะอยู่ได้นานเท่าใด และสามารถแก้ได้หรือไม่ เจ้าลองตรวจชีพจรของโม่เซียงดูอย่างละเอียดอีกหนซิ!”
หวั่นซินรีบคว้าแขนโม่เซียงขึ้นมา ขมวดคิ้วกล่าวว่า “ยังคงมีชีพจรตั้งครรภ์เจ้าค่ะ ทว่า… คล้ายจะไม่ชัดเจนเท่าเมื่อครู่แล้ว”
ซูหลีแค่นเสียงเบาๆ “จากที่เห็น ฤทธิ์ของยานี้คงอยู่ได้ไม่นานนัก อาจเกี่ยวข้องกับปริมาณยาที่ใช้ด้วย แต่หากหมอทั้งหมดตรวจชีพจรภายในเวลาหนึ่งชั่วยาม ชีพจรก็ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน!”
หวั่นซินเอ่ย “ตอนนี้จะทำเช่นไรดีเจ้าคะ?”
“ไม่ต้องกังวล” ซูหลียิ้มอ่อน เอนกายลงไปเช่นเดิม “หลับพักผ่อนก่อนเถิด วันรุ่งตื่นมาค่อยว่ากันอีกที” เมื่อหาต้นตอของปัญหาเจอ นางก็พลันรู้สึกเบาใจ คืนนั้นนางหลับสนิททั้งคืน เมื่อลืมตาตื่นก็พบว่าฟ้าสว่างโร่แล้ว
ชีพจรตั้งครรภ์ของซูหลีกับโม่เซียงอ่อนลงทุกวันดังคาด สามวันจากนั้นก็หายไปเอง ซูหลีศึกษาค้นคว้าปฏิกิริยาที่ยาตัวนั้นส่งผลต่อร่างกายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อนจะหาวิธีแก้พิษพบจากยาวิเศษของสำนักเฉินเหมิน ซูหลียินดียิ่งนัก ราวกับความหวังที่จะพลิกคดีของหลีซูนั้นเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งส่วนแล้ว ยามนี้เพียงต้องรอเวลาที่ดีที่สุดเท่านั้น พิธีเลือกพระสวามีในอีกหนึ่งเดือนกว่าที่จะถึงนี้จะกลายเป็นพายุลูกใหม่ในชีวิตนาง
เมื่ออากาศร้อนระอุ ก็ถึงวันที่ฮูหยินและคุณหนูต้องเดินทางไปพักร้อนที่บ้านพักตากอากาศ
รุ่งสาง ซูหลีเตรียมห่อผ้าสำหรับเดินทางเรียบร้อยแล้ว นางพาโม่เซียงร่วมเดินทางไปด้วย ซูฮูหยินไม่สบายกะทันหัน ไม่อาจร่วมเดินทางไปด้วย จึงให้นางและซูชิ่นออกเดินทางไปก่อน ซูหลีไม่อยากเดินทางกับซูชิ่นเพียงลำพัง ความคิดหนึ่งแล่นผ่าน นางจึงเอ่ยชวนหลีเหยาร่วมเดินทางไปด้วย
ฉะนั้นเมื่อรถม้าเคลื่อนตัวมาถึงจวนเซ่อเจิ้งอ๋อง หลีเหยาดีอกดีใจ พาสาวใช้ข้างกายนามว่าอวี้เอ๋อร์ติดตามไปด้วย ตลอดทางสองพี่น้องพูดคุยหยอกล้อกัน ทำให้ซูชิ่นหงุดหงิดไม่สบอารมณ์ยิ่ง พอบ่ายคล้อยรถม้าก็มาถึงจุดหมายปลายทาง
ณ หุบเขาจู๋หลีนอกชานเมือง ซึ่งอยู่ติดกับภูเขาซูหมี
ป่าไผ่เขียวขจีขนาดใหญ่ล้อมรอบทะเลสาบรูปร่างต่างๆ ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ปิดกั้นลมร้อนของคิมหันต์ฤดูไว้ยังโลกภายนอก
บ้านพักตากอากาศของสกุลซูสร้างอยู่ท่ามกลางทะเลสาบแห่งหนึ่งในนั้น ทางเดินทำจากไม้ทอดยาวจากใจกลางทะเลสาบไปสี่ทิศ เชื่อมต่อเรือนไม้สวยหรูเข้าด้วยกัน ท่ามกลางวงล้อมเรือนไม้คือสวนกลางน้ำที่ถูกสร้างขึ้นอย่างงดงามหาที่เปรียบไม่ได้ ข้างกำแพงสวน กิ่งก้านของต้นหลิวที่ยาวเฟื้อยยื่นออกไปด้านนอก กอปรกับระลอกคลื่นสีเขียวเข้มของทะเลสาบ สะท้อนความงดงามของบ้านไม้กลิ่นอายโบราณได้เป็นอย่างดี ครั้นสายลมพัดผ่านเบาๆ ใบไผ่เสียดสี ระลอกคลื่นก่อตัว เพียงเห็นทิวทัศน์อันงดงามเช่นนี้ ก็รู้สึกราวกับไม่ร้อนอีกแล้ว
ทั้งสามเพิ่งจะลงจากรถม้า ซูฮู่ พ่อบ้านที่ดูแลบ้านพักตากอากาศก็รีบนำกลุ่มคนมาต้อนรับพร้อมค้อมกายทำความเคารพ ทว่าทันใดนั้น เสียงกีบเท้าม้ากระทบพื้นก็พลันดังมาจากเบื้องหลัง
ไม่นานม้าเร็วสามตัวก็วิ่งมาหยุดตรงหน้า หนึ่งนายสองบ่าว ผู้เป็นนายหน้าตาหล่อเหลา รัศมีของชนชั้นสูงเปล่งประกาย แม้จะควบม้าเข้ามาอย่างรวดเร็วเช่นนั้น ก็ยังรับรู้ได้ถึงความเย่อหยิ่งของเขามาแต่ไกล
ซูชิ่นก้าวถอยหลังตามสัญชาตญาณ หลีเหยาเบิกตากว้างด้วยความตกใจพร้อมเอ่ยเสียงเบา “จิ้งอันอ๋อง?!”
ผู้มาก็คือตงฟางจั๋วและองครักษ์ประจำกายทั้งสองของเขานั่นเอง
เขากระโดดลงจากหลังม้า เหวี่ยงบังเหียนไปให้หวังอันที่อยู่ข้างหลัง ก่อนจะเดินมาหยุดตรงหน้าซูหลีด้วยท่าทางผ่าเผย สีหน้าหยิ่งยโสและย่ามใจของเขาราวกับกำลังบอกว่า ดูสิเจ้าจะหนีไปที่ใดได้อีก!
ซูหลีขมวดคิ้วอย่างไม่รู้ตัว เหตุใดเขาจึงตามมาถึงที่นี่ได้? มีซูชิ่นเพียงคนเดียวก็ทำให้นางรำคาญใจมากพอแล้ว ยามนี้ยังมีตงฟางจั๋วมาเพิ่มอีกหนึ่งคน! แม้ในใจจะไม่สบอารมณ์เพียงใด แต่นางก็ยังคงต้องย่อกายถวายบังคมตามธรรมเนียมอยู่ดี
“ถวายบังคมจิ้งอันอ๋องเพคะ!”
เหล่าบ่าวรับใช้ต่างคุกเข่ากับพื้น ตงฟางจั๋วไม่แม้แต่จะมองคนเหล่านั้น ดวงตาคมเข้มคู่นั้นจับจ้องอยู่ที่ซูหลีเพียงผู้เดียว ในพิธีคัดเลือกพระชายา ความลังเลของนางเป็นเหตุให้เกิดพิธีคัดเลือกพระสวามีขึ้น เพียงเท่านั้นก็ทำให้เขาไม่พอใจมากแล้ว หลายวันมานี้นางยังหลบหน้าไม่ยอมพบเขา ยิ่งทำให้เขาขุ่นข้องใจกว่าเดิม กระทั่งมีอารมณ์โมโห หากไม่เห็นว่านางก็ปฏิบัติอย่างนี้กับตงฟางเจ๋อเช่นกัน เขาไม่มีทางปล่อยผ่านง่ายๆ แน่ แม้จะอยากพบนางมาก แต่เมื่อพบหน้าแล้วในใจกลับมีอารมณ์ขุ่นข้องมัวหมองก่อตัว ทว่ากลับทำได้เพียงข่มกลั้น แล้วเอ่ยว่า “ลุกขึ้นเถิด ข้ามาโดยไม่ได้รับเชิญ คุณหนูซูคงไม่ถือโทษโกรธกระมัง!”
ซูหลีเอ่ยเสียงเรียบ “ซูหลีมิกล้า เชิญท่านอ๋องเพคะ”
เขาสาวเท้ายาวๆ เดินเข้าไปในบ้านพักตากอากาศ พ่อบ้านซูฮู่รีบรุดไปทำหน้าที่ปรนนิบัติ ทุกคนเดินเข้าไปในสวนขนาดใหญ่พร้อมกัน ทว่าจู่ๆ ไม่รู้เพราะเหตุใดตงฟางจั๋วกลับชะงักเท้า สีหน้าพลันถมึงทึง เย็นชาจนน่ากลัว เขาหันกลับมา ถลึงตาจ้องหน้าซูหลี เกรงว่าแม้อยู่ห่างออกไปสามลี้ ก็ยังสัมผัสได้ถึงอารมณ์โกรธกรุ่นที่พลุ่งพล่านนั้น
ซูหลีถูกจ้องเช่นนั้นก็ให้นึกสงสัย เงยหน้ามองเข้าไปในสวน ก็พลันตะลึงงันไปทันที
ในสวนกลางน้ำอันงดงามที่มีครบครันทั้งศิลาหยกและบุปผางามนานาชนิด ข้างกำแพงเตี้ยริมทะเลสาบ บุรุษผู้หนึ่งยืนไพล่มือไว้ข้างหลังใต้เพิงเถาวัลย์ อาภรณ์ขาวเส้นผมดำ ลดราศีสูงศักดิ์ในยามปกติลงไปหลายส่วน ราวกับผ่านพิธีชำระวิญญาณในสถานที่แห่งนี้ เขาดูงดงามเป็นธรรมชาติ โดดเด่นสะดุดตาผู้พบเห็นยิ่งนัก ยามนี้เขากำลังยืนมองกลีบดอกไม้ที่ลอยอยู่ในทะเลสาบอย่างเหม่อลอย ราวกับไม่รับรู้สายตาที่มองมาจากเบื้องหลังแม้แต่น้อย
กระทั่งซูชิ่นได้สติกลับคืนมาจากอารามตื่นตะลึง ขานเรียกเสียงดังด้วยสีหน้าหลงใหล “เจิ้นหนิงอ๋อง!”
ซูหลีขมวดคิ้ว ในใจพลันนึกอารมณ์เสีย เดิมทีหมายหลบหน้าสองคนนี้ นึกไม่ถึงว่าจะมารวมตัวกันที่นี่ได้!
ตงฟางเจ๋อหมุนกายหันมาอย่างแช่มช้า สายตาสานประสบกับตงฟางจั๋วที่ยืนอยู่หน้าประตู ดวงตาหรี่ลงครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงเนิบ “เมื่อคืนข้ายังคิด หากชื่นชมทิวทัศน์อันงดงามเพียงลำพังคงน่าเบื่อ นึกไม่ถึงวันนี้ซูซูกับพี่รองล้วนมาด้วย! พี่รอง เชิญพ่ะย่ะค่ะ!”
เขายกมือทำท่าเชื้อเชิญ ทุกอิริยาบถแลดูเป็นธรรมชาติสุดแสน ราวกับกำลังต้อนรับแขกอยู่ในเรือนของตนเอง
ตงฟางจั๋วกล่าวเสียงเย็นชา “น้องหกช่างมีอารมณ์ขัน! ทั้งเจ้าและข้าล้วนมาที่นี่ในฐานะแขก ไม่ต้องลำบากให้เจ้าเชื้อเชิญ! ซูหลี นำทางให้ข้า” เอ่ยจบก็หันไปจ้องซูหลี สายตาของเขาเย็นชา ราวกับสตรีของตนเองนัดหมายกับชายอื่นลับหลังเขาอย่างไรอย่างนั้น เต็มไปด้วยอารมณ์เดือดดาลและไอสังหาร
ผู้คนรอบข้างต่างพากันก้าวถอยหลังอย่างหวาดหวั่น ซูหลีกลับเผชิญหน้ากับสายตาของเขาตรงๆ เงยหน้ามองเขาด้วยสายตาเรียบเฉย ยิ้มบางกล่าวว่า “ได้รับความโปรดปรานจากท่านอ๋องเช่นนี้ เดิมทีซูหลีควรรีบนำทางให้ท่านอ๋องทันที ทว่า…ต้องขอประทานอภัยอย่างยิ่งเพคะ แม้ที่นี่จะเป็นบ้านพักตากอากาศของสกุลซู แต่ซูหลีก็เหมือนกับท่านอ๋อง เพิ่งมาเยือนคราแรกเช่นกันเพคะ ไม่คุ้นเคยกับที่นี่แม้แต่น้อย มิสู้ให้พี่สาวต้อนรับท่านอ๋องแทนซูหลีดีกว่า”
ซูชิ่นเบิกตากว้าง ร้องอย่างตกใจ “ทำไมต้องเป็นข้าด้วยเล่า! ข้าเองก็ไม่คุ้ยเคย…พ่อบ้าน!” ซูชิ่นส่งสายตาให้พ่อบ้านสุดชีวิต นับตั้งแต่ครานั้นที่นางทำไข่มุกฝูอวิ๋นเสียหาย เมื่อใดที่เห็นตงฟางจั๋วนางก็รู้สึกหวาดกลัวทุกครั้ง
ตงฟางจั๋วถูกซูหลีปฏิเสธอย่างละมุนละม่อม เดิมก็ไม่สบอารมณ์อยู่แล้ว ยามนี้เห็นซูชิ่นหลบเลี่ยงตนเองดั่งหลบเลี่ยงเชื้อร้าย ก็อดไม่ได้ที่จะบันดาลโทสะ สีหน้ายิ่งบึ้งตึงดูไม่ได้ หากเป็นแต่ก่อน มีคนเย็นชากับเขาเช่นนี้ เขาคงหมุนกายจากไปอย่างไม่ลังเล ทว่ายามนี้ มองดูสตรีตรงหน้า เขากลับทำได้เพียงอดทน นอกจากถลึงตาจ้องมองนาง กลับทำอะไรมากกว่านั้นไม่ได้
……………………………………………………….

กำเนิดใหม่ชายาผู้ล่วงลับ

กำเนิดใหม่ชายาผู้ล่วงลับ

นิยายโรแมนติก-ย้อนยุค ดราม่าเผ็ดร้อน กับนางเอกผู้ใช้ความงามแก้แค้นจนสะเทือนเลือนลั่น! หลีซู โฉมสะคราญอันดับหนึ่งในนครหลวงแห่งแคว้นเฉิง กลายเป็นที่อิจฉาของหญิงสาวทั้งแผ่นดิน เมื่อได้รับพระราชทานอนุญาตให้แต่งงานกับจิ้นอันอ๋อง โอรสฮองเฮา ผู้มีรูปโฉมงดงาม ทว่า วันแต่งงานที่ควรจะชื่นมื่นกลับเป็นโศกนาฏกรรม เมื่อนางเป็นลมหมดสติในวันแต่งงาน หมอหลวงทั้งแปดคนวินิจฉัยตรงกันว่า ตรวจเจอชีพจรตั้งครรภ์ในกายนาง! พริบตาเดียวนางก็ถูกทอดทิ้ง ซ้ำยังถูกลอบสังหารอย่างลึกลับ ทุกอย่างดูเหมือนแผนการที่ถูกจัดฉากมาอย่างดี! แต่แล้วนางกลับลืมตาตื่นขึ้นมาและมีชีวิตอีกครั้งในร่างของซูหลี บุตรีภรรยารองแห่งจวนอัครเสนาบดี ทว่า ด้วยปานสีแดงบนแก้มซ้าย ทำให้นางถูกตราหน้าว่าเป็นตัวซวย ทั้งยังฐานะในจวนตกต่ำ หากหลีซูต้องการลบล้างมลทินให้ตนเองและแก้แค้นเขาคนนั้น นางจำต้องยืมร่างของซูหลีคนนี้เพื่อหาหนทางสืบคดีการตายของตนเอง แต่ก่อนจะทำอย่างนั้นได้ นางจะต้องหาทางยกระดับฐานะของซูหลีในจวนอัครเสนาบดีแห่งนี้ให้ได้ ด้วยดวงหน้างามล่มเมืองที่เหมือนแต่ก่อนทุกประการเป็นที่เลื่องลือทั่วทั้งราชสำนักนี้ แม้นอ๋องจากสามแคว้นจะมอบใจให้นางอย่างลึกซึ้ง นางก็เพียงแค่นยิ้มเย็นชา ‘หากผู้ใดดูหมิ่นข้า ข้าก็จะดูหมิ่นผู้นั้น หากผู้ใดทำลายข้า ข้าก็จะทำลายผู้นั้น! เพราะข้าจะไม่มีวันเชื่อใจบุรุษคนใดในโลกนี้อีก!’

Comment

Options

not work with dark mode
Reset