ข้าคือหงส์พันปี – ตอนที่ 224 คิดถึงข้าหรือไม่?

เฮ่อโยวกล่าวอย่างไม่เกรงใจว่า “รีบยกเขาเข้าไปเถิด หลีกเลี่ยงที่เขาจะมาตายกลางทางนี่ ทุกคนล้วนต้องได้รับโทษกันหมดนะ”

ด้วยเหตุนี้ชิงซิ่งเลยจำใจต้องหลีกไปอีกด้าน เฉินเสียนหลีกบนรถม้าให้เช่นกัน จากนั้นองครักษ์ไม่กี่คนได้ยกซูเจ๋อขึ้นมาบนรถม้าของเธอ งั้นก็ทำให้รถม้ากว้างมากพอ วางแนวราบเลยไม่ได้มีปัญหาอะไร

เดิมทีซูเจ๋อกับเฮ่อโยวก็มีกลุ่มทหารคุ้มกันเช่นกัน แต่ทว่าพอออกมาจากเมืองก็ถูกสลัดทิ้งไว้ทางด้านหลังไกลๆ ต้องการที่จะรอกลุ่มทหารคุ้มกันที่อยู่ด้านหลังนั้นไล่การเดินทางให้ทันเวลาหรือไม่ค่อยมาคุยกันอีกที

สิ่งที่ต้องเร่งรีบที่สุดคือต้องพยายามเร่งหาสถานที่พักที่ปลอดภัย ไม่เช่นนั้นอาการไข้แดดของซูเจ๋อที่อยู่ภายใต้พระอาทิตย์แผดเผานี้ไม่บรรเทาลงแน่ กลับจะยิ่งหนักขึ้น

ด้วยเหตุนี้เหล่าองครักษ์เลยไม่เสียเวลามากมาย เร่งเดินทางอย่างต่อเนื่องโดยทันที

เฉินเสียนนั่งอยู่ในรถม้า ได้ยินเฮ่อโยวที่อยู่ด้านนอกกล่าวว่า“เหตุใดที่นี่ยังมีนางกำนัลน้อยคนหนึ่งเล่า?”

ชิงซิ่งตอบกลับอย่างตรงไปตรงมาว่า“บ่าวเป็นผู้ที่องค์จักรพรรดิส่งมาปรนนิบัติดูแลองค์หญิงเจ้าค่ะ”

เฮ่อโยวจึงกล่าวว่า“องค์หญิงเรียกเจ้า เจ้าถึงปรนนิบัติดูแล ตอนที่องค์หญิงไม่ได้เรียกเจ้า สายตาของเจ้านั้นมองไปบนรถม้าทำไมกัน หรือว่าเจ้านั้นชอบแอบมองรูเล็กๆนั่นเป็นพิเศษ?”

“บ่าวมิกล้าเจ้าค่ะ”

เฮ่อโยวใช้แขนเสื้อโบกให้เกิดลม กล่าวด้วยความกลัดกลุ้มว่า“ผู้ที่ร่ำเรียนเป็นไข้แดดไปแล้ว ทุกคนล้วนเร่งเคร่งเครียดกับเขา แต่ทว่าขนาดน้ำกลืนเดียวยังมิได้หยิบให้ข้าดื่มเลย นางกำนัลน้อยน้ำล่ะ?”

ชิงซิ่งรีบปลดหยิบถุงเก็บน้ำออกจากอานม้าแล้วยื่นให้ กล่าวขึ้นว่า“เชิญใต้เท้าดื่มน้ำเจ้าค่ะ”

ระหว่างการเดินทางมีเฮ่อโยวสอดแทรกมุขตลก เอาชิงซิ่งมาผ่อนคลายฆ่าเวลา มีบางเวลาหยอกล้อชิงซิ่งจนหน้าแดงหูแดงก่ำ ระหว่างทางเลยไม่ได้น่าเบื่อ

เฮ่อโยวเป็นผู้ที่เอาอกเอาใจยากอีกทั้งยังรับมือยาก ชิงซิ่งเพียงรับมือเขาอย่างให้เกียรติก็พอแล้ว

เฮ่อโยวก็ไม่ได้เกรงใจ เห็นชิงซิ่งเหมือนกับเป็นบ่าวรับใช้ส่วนตัว เฉินเสียนก็ใจกว้างให้เขายืมใช้ ชิงซิ่งวุ่นจนหัวปั่น จะปลีกตัวมาคำนึงถึงเฉียนเสียนกับซูเจ๋อได้ที่ไหนกันเล่า

แต่ว่านี่ล้วนเป็นปัญหาที่ต้องคุยกันที่หลัง

รถม้าควบไปด้านหน้าอย่างต่อเนื่อง คำพูดเหล่านั้นที่เฮ่อโยวกับชิงซิ่งพูดคุยกันเฉินเสียนไม่ได้สนใจ

เธอไม่รู้ว่าแท้ที่จริงแล้วซูเจ๋อรีบเร่งเดินทางมาในระยะไกลเท่าไหร่กัน ถึงได้เหนื่อยล้ากลายเป็นเช่นนี้ ล้มลงอยู่ตรงหน้าเธอ

เขาถ่วงสติอันน้อยนิดครั้งสุดท้ายนั้น ต้องได้เห็นเธอกับตา ถึงจะหลับตาลงได้อย่างสนิทใจใช่หรือไม่?

เฉินเสียนไม่สามารถคำนึกถึงสิ่งใดได้มาก หยิบถุงเก็บน้ำในรถม้าจึงเข้าไปใกล้ประชิดตัวซูเจ๋อ

เธอเปิดถุงเก็บน้ำแล้วใช้ผ้าเช็ดหน้าชุบน้ำให้ชื้น เช็ดที่บริเวณหน้ากับลำคอของเขาอย่างพิถีพิถัน และยังมีกลางฝ่ามือ เธอพยายามลดอุณหภูมิความร้อนให้กับเขา

เฉินเสียนเห็นเขาหลับลึก ภายในใจของเธอครุ่นคิดแล้วรู้สึกเจ็บแปลบ

นิ้วมือชุ่มชื้นหยุดอยู่ที่ระหว่างคิ้วของเขา ลูบไล้บริเวณเนินคิ้วของเขาอย่างแผ่วเบา ตามด้วยสันจมูกโด่งมั่งคั่งราวกับเขาหลายลูกที่เชื่อมต่อกันจนกระทั่งถึงใต้ดวงตา

หยุดอยู่บริเวณร่มเงามืดของขนตา เบาบางสีดำเข้มอึมครึม

เขาไม่สามารถหลับได้อย่างสบาย

เฉินเสียนหยิบผ้าขนหนูอีกชิ้นมา นำผ้าชื้นนั้นวางไว้ข้างริมฝีปากของซูเจ๋อ ทำให้น้ำสะอาดเปียกชื้นริมฝีปากของเขา ตามด้วยซึมเข้าไปในซอกปากของเขาเล็กน้อยนั่น

การกระทำเธออ่อนโยนละมุนละไม ตั้งแต่ไหนแต่ไรเธอไม่เคยประณีตละเอียดอ่อนอดทนที่จะปฏิบัติกับชายอื่นใดเลย

แต่เธอรู้สึกว่ายังไม่พอ

ตอนที่ตั้งใจจริงอยากจะปฏิบัติดีกับคนคนหนึ่ง ก็แทบอยากจะเอาความรักละมุนทั้งหมดมอบมันให้กับเขาด้วย

เฉินเสียนไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ซูเจ๋อจะฟื้นตื่นขึ้นมา เธอหมุนตัวต้องการที่จะเทน้ำใส่ผ้าขนหนูอีกครั้ง ไม่ทันตั้งตัวก็มีมือข้างหนึ่งเอื้อมขึ้นมาจากด้านล่าง จับที่แขนของเธอได้อย่างชำนาญ แล้วออกแรงดึงเธอลงมาอย่างรุนแรง

เธอจับถุงเก็บน้ำที่อยู่ในมือไว้อย่างไม่มั่นคง เอียงหกลงพื้น เสียงน้ำไหลออกมาด้านนอกเลยประสานเสียงคล้องจองกันกับเสียงรถม้าที่กำลังขับเคลื่อนอยู่ในเวลานั้น

แต่ทว่าช่วงเวลานั้นเฉินเสียนรู้สึกว่า ในพื้นที่คับแคบนี้ทั้งรถเต็มไปด้วยความเงียบ

เธอนอนฟุบอยู่ในอ้อมกอดของซูเจ๋อ มือของซูเจ๋อวางพาดอยู่ที่เอวของเธอ มีพลังเป็นอย่างมาก

ลมหายใจของเขาพาดผ่านใบหูของเธอ ร้อนผ่าวและจับใจ

เฉินเสียนคว่ำหน้าลงที่บริเวณหัวไหล่ของเขา ลมหายใจทั้งหมดเป็นกลิ่นหอมของไม้กฤษณาจางๆที่อยู่บนตัวของเขา มีกลิ่นลมเย็นสบายลอยฟุ้งด้วย

บนชุดของเขายังหลงเหลือความร้อนของแสงอาทิตย์อยู่อย่างเบาบาง

ตอนที่กอดเธอไว้นั้นทำให้เฉินเสียนปัดป้องกันตัวในทันทีทันใด ดวงตาร้อนผ่าวเล็กน้อย

แปลกประหลาด

เมื่อก่อน แต่ไหนแต่ไรเธอไม่มีทางเป็นเพราะเรื่องเหล่านี้ เป็นเพราะบางคนนี้แล้วเกิดความซาบซึ้งประทับใจ

ความรู้สึกตื้นตันซาบซึ้งนี้สั่งสมในแต่ละวันๆ ช่วงเวลานี้ทั้งหมดพังทลายลงแล้ว โจมตีทั้งแขนขาของเธอ

ตอนที่เธอถูกเขากอดอย่างกะทันหันนั้น มีความรู้สึกอยากร้องไห้เล็กน้อย

ใช่หรือไม่ว่าคนคนหนึ่งหลังจากที่มีปมด้อยแล้ว จะยิ่งอ่อนแอจนเลอะเลือนได้

“ฟื้นขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?”เฉินเสียนหลบมุดอยู่ข้างลำคอของเขา แล้วกล่าวถาม

“ตื่นมาโดยตลอด ตัดใจไม่ลงที่จะหลับ”

เฉินเสียนถึงได้เข้าใจ ที่แท้เมื่อครู่เขาแกล้งเป็นลม เขาคาดการณ์อย่างมั่นใจว่าหลังจากเป็นลมแล้วนั้น เฉินเสียนก็จะสั่งคนหามยกเขาเข้ามาภายในรถม้า

เช่นนี้ถึงจะได้เข้าใกล้เธอ กอดเธอ และได้พูดคุยสองประโยค

เฉินเสียนไม่ได้โกรธกับวิธีการกระทำของเขาเลย กล่าวขึ้นว่า“เหตุใดท่านถึงต้องมา?”

“ข้าเป็นทูต ข้าไม่มาใครจะมาเล่า”ซูเจ๋อตอบเธอด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“ข้าอยากฟังความจริง”

“ท่านอยู่ที่นี่ ข้าจะไม่มาได้อย่างไรกัน ไม่ว่าอย่างไรก็ตามไม่สามารถให้ท่านเผชิญหน้ากับอันตรายเพียงลำพังได้หรอก ”น้ำเสียงของซูเจ๋อแหบแห้งเล็กน้อย “ไม่ว่าอย่างไร ข้าจะต้องมา”

“ท่านกอดข้าเช่นนี้ อีกสักครู่จะมีคนมาพบเห็นนะ”

“ก็แค่สักครู่หนึ่งเอง ข้าไม่มีทางละโมบโลภมากหรอก”แรงบนมือของเขาออกแรงกอดเธอแน่นขึ้น ปรารถนาอย่างแรงกล้าคลึงเธอเข้ามาในตัวของตน

เขากล่าวถามว่า“คิดถึงข้าหรือไม่?”

เฉินเสียนเอื้อมมือโอบแน่นที่ไหล่ของเขา ปรารถนาอย่างแรงกล้าและใช้แรงทั้งหมดที่มีเช่นกัน แต่ทว่าปากกล่าวอย่างหันเหความสนใจว่า“ไม่คิดถึง”

เธอได้ยินซูเจ๋อหัวเราะอยู่ข้างใบหูเธอ เสียงไพเราะเป็นอย่างมาก กล่าวขึ้นว่า“แต่ข้าคิดถึงมาก”

เฉินเสียนหายใจถี่ลึกอยู่ที่แขนเสื้อของเขา หัวเราะอย่างไร้เสียง กล่าวขึ้นว่า“คิดถึงสิ่งใดมากเล่า?”

“คิดถึงท่านมาก”

เฉินเสียนกล่าวเตือนสติเขา“สักพักหนึ่งได้ผ่านไปแล้วนะ”

เตือนสติอยู่หลายครั้ง ก็ไม่เห็นซูเจ๋อผ่อนคลายมือออกเลย

เฉินเสียนทั้งอายทั้งโกรธ กล่าวขึ้นว่า“ท่านพอได้แล้ว เดี๋ยวจะถูกคนพบเจอจริงๆนะ”

ซูเจ๋อถึงได้ตัดใจคลายมือปล่อยเธอออก ตัวเองยืดตัวอิงอยู่ที่ผนังรถ ท่าทางอิดโรยอ่อนเปลี้ยเพลียแรงเล็กน้อย ผมที่อยู่ด้านหลังกระจายออก ผมนุ่มลื่นนั้นกระจายอยู่บนบ่า

เขาหรี่รูม่านตาเล็กแคบ มองเห็นเฉินเสียนวุ่นวายจัดการกับชุดที่เขากอดจนยับเมื่อครู่นี้ แววตานั้นซ่อนเร้นแอบแฝง

ไม่มีเวลาไหนที่เขารู้สึกสงบเท่ากับเวลานี้แล้ว

เขาสามารถมองเธอได้ตามอำเภอใจ เพลิดเพลินกับการเคลื่อนไหวของเธอ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งหูที่มีเส้นผมที่ร่วงลงมา แดงก่ำจนถึงกกหู สวยน่ารักวิจิตรตระการตาเหลือเกิน

ตอนที่เฉินเสียนไปเก็บถุงเก็บน้ำ พบว่าน้ำที่อยู่ด้านในนั้นเหือดแห้งหมดแล้ว จิตใจหงุดหงิดโดยที่ไม่ได้ตั้งใจเล็กน้อย เมื่อครู่ควรที่จะรีบเก็บขึ้นมาให้ทันท่วงที ยังดีๆอยู่เลยก็สิ้นเปลืองน้ำเสียแล้ว

ต้องโทษเธอที่ถูกความหล่อเหลาทำให้สับสนชั่วขณะ สิ่งใดก็คิดไม่ออกเลย

ตอนที่เงยหน้าขึ้น เห็นสายตาของซูเจ๋อ รู้สึกว่าเขากำลังมองหูของตัวเอง เฉินเสียนก็ยิ่งรู้สึกจนหูแดงก่ำ

เฉินเสียนทำหน้าตาใส่ แล้วกล่าวขึ้นว่า“มองอะไร ไม่เคยเห็นหูหรือ?”

ซูเจ๋อกล่าวว่า“เพียงแค่เข้ามาถึงได้พบว่า ที่แท้ตอนที่ท่านเขินอาย หูก็จะแดงก่ำ ครั้งนี้เทียบกับครั้งก่อนแล้วแดงกว่ามาก”

“ท่านนั่นแหละที่เขินอาย ทั้งครอบครัวของท่านล้วนเขินอาย ”

ทั้งสองตอบโต้กันไปมา เฉินเสียนเห็นหน้าของเขานั้นมองดูแล้วยังซีดเผือดอยู่ เธอยังกังวลเป็นห่วงสุขภาพของเขามาก เลยกล่าวถามขึ้นว่า“เป็นไข้แดดจริงๆนะหรือ?”

“อืม มีอาการไข้แดดอยู่บ้างจริงๆ”

“เช่นนั้นท่านรู้สึกดีขึ้นบ้างหรือไม่?”

ข้าคือหงส์พันปี

ข้าคือหงส์พันปี

องค์หญิงเฉินเสียนผู้โง่เขลา ถูกไล่ออกจากจวน ถูกทำให้เสียโฉม และยังมีทารกอยู่ในท้องของเธอ! ในวันที่สามีของเธอแต่งงานกับอนุภรรยา เธอมาแสดงความยินดี จัดการกับอนุคนใหม่อย่างรุนแรง และทำให้แขกในงานต่างตกใจ อนุคนใหม่ที่คิดว่าเธอเป็นเช่นไก่ที่อ่อนแอ? แต่ไม่คิดว่าจะสามารถต่อกรกับเธอได้?

Comment

Options

not work with dark mode
Reset