ข้าคือหงส์พันปี – ตอนที่ 380 แต่จิ้งเสียนเป็นภรรยาเอกของกระหม่อม

ไม่เห็นฉินหรูเหลียงกลับจากออกตามหาเฉินเสียนเสียที พ่อบ้านจึงส่งคนไปหาเขาที่ถนน แต่ก็หาไม่เจอเช่นกัน

สาเหตุที่เฉินเสียนไม่เจอฉินหรูเหลียงบนถนน เพราะฉินหรูเหลียงตามหาเธอไม่นานก็เจอเฮ่อฟั่งมาถ่ายทอดพระราชโองการให้เขาเข้าวังเพื่อเข้าเฝ้าจักรพรรดิ

ถึงแม้วันนี้เฮ่อฟั่งไม่มา พรุ่งนี้ฉินหรูเหลียงก็ต้องเข้าวังถวายงานอยู่ดี

เพียงแต่จักรพรรดิไม่ยอมรอแม้แต่วันเดียว จึงทำให้ฉินหรูเหลียงเคร่งเครียดอย่างเลี่ยงไม่ได้ หากแต่ใบหน้ายังคงไร้อารมณ์

เมื่อมาถึงในพระราชวัง จักรพรรดิก็รอเขาก่อนแล้ว

ฉินหรูเหลียงคำนับเรียบร้อยก็รายงานเรื่องประหารแก่ผู้เหนือเกล้า

ลานประหารมีราษฎรอัดกันเต็มไปหมด แต่ยังถือว่าทุกอย่างดำเนินไปได้ด้วยดี มีราษฎรมองการประหารนับร้อยชีวิต ฝ่ายทหารก็ทำงานได้อย่างเป็นระบบแบบแผน ไม่ได้ทำให้สถานที่เกิดความโกลาหลแต่อย่างใด

ส่วนศพหลิ่วเฉียนเฮ้อหลังจากผ่านการตรวจสอบให้แน่ชัดจนถี่ถ้วนแล้วก็โยนใส่ในหลุมศพไร้ญาติเซ่นไหว้

จักรพรรดิกล่าวอย่างปลาบปลื้ม “งานที่เจ้าทำ ข้าวางใจ หลังกลับมายังเมืองหลวง อ้ายชิงก็ไม่เคยได้หยุดพัก ยามนี้เรื่องก็จบแล้ว ลำบากอ้ายชิงแล้ว ในที่สุดเจ้าก็ได้พักผ่อนเสียที”

ฉินหรูเหลียงกล่าว “แบ่งปันภาระฝ่าบาทถือเป็นหน้าที่ของกระหม่อมพ่ะย่ะค่ะ”

จักรพรรดิกล่าวว่า “ข้าคิดว่าจะให้เจ้าพักผ่อนอยู่จวนสักระยะหนึ่ง มือฉินอ้ายชิงบาดเจ็บควรรักษาให้ดี”

“มือของกระหม่อมเป็นเช่นนี้แล้ว กระหม่อมยอมรับชะตาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

“งานของแม่ทัพใหญ่หยุดก่อน อย่างไรเสียก็เป็นเพียงงานเล็กงานน้อย รอให้ร่างกายเจ้าดีขึ้นแล้วค่อยมารับตำแหน่ง”

ฉินหรูเหลียงเตรียมตัวเตรียมใจไว้แล้ว ถึงแม้จักรพรรดิไม่เอ่ยให้เขาหยุดงานเอง เขาก็ไม่ครอบครองตำแหน่งจนปล่อยมือไม่ได้หรอก

ไม่เป็นแม่ทัพใหญ่แล้ว ฉินหรูเหลียงกลับรู้สึกเบาใจขึ้นเยอะ

เขาก็ไม่อยากเป็นขุนนางไร้ความภักดี แต่ยิ่งไม่อยากฝ่าฝืนเจตนารมณ์ของตนเอง

ฉะนั้นฉินหรูเหลียงน้อมรับคำบัญชาแต่โดยดี

จากนั้นจักรพรรดิก็สั่งให้คนนำของมาหนึ่งอย่าง ซึ่งใส่ไว้ในกล่องผ้าใยไหม โดยมีผ้าสีแดงชาดคลุมไว้ด้านบน

จากนั้นขันทีก็เปิดผ้าคลุมออกพลันเผยโสมหนึ่งชิ้น

จักรพรรดิกล่าว “นี่คือโสมร้อยปี เจ้ามีอาการบาดเจ็บ จิ้งเสียนก็เพิ่งเดินทางไกลกลับมา เวลานี้เหมาะให้พวกเจ้าสองสามีภรรยาบำรุงร่างกายโดยแท้”

จักรพรรดิส่งสายตาให้เฮ่อฟั่ง เฮ่อฟั่งรีบเดินเข้าใกล้ฉินหรูเหลียงพลันเอาโสมออกมาจากกล่องผ้าใยไหมให้ฉินหรูเหลียงดู คาดไม่ถึงว่าด้านในยังมีเครื่องสมุนไพรตัวอื่นอยู่ร่วมด้วย

เฮ่อฟั่งจงใจเอาให้ฉินหรูเหลียงดู พลางก่อนว่า “แม่ทัพฉินดูให้ละเอียดเถอะ ด้านบนคือโสม ด้านล่างคือหลีหลู ยามที่ท่านแม่ทัพต้มโสมให้องค์หญิงจิ้งเสียน ต้องเพิ่มหลีหลูเข้าไปด้วย”

ฉินหรูเหลียงเม้มปากไม่ได้กล่าวอันใด ทว่าในใจกลับคาดการณ์ได้แล้ว

เฮ่อฟั่งมองเขา พลางกล่าวอย่างเข้าใจถ่องแท้ “ท่านแม่ทัพเป็นผู้ทันคน น่าจะรู้ว่าหมายถึงสิ่งใด ครั้งนี้ฝ่าบาทไม่อาจออกหน้าได้ จึงมอบหมายให้ท่านแม่ทัพทำ

หากองค์หญิงจิ้งเสียนป่วยจนสิ้นพระชนม์ในจวนแม่ทัพ โลกภายนอกก็จะกล่าวว่าองค์หญิงร่างกายอ่อนแอเลยต้านทานโรคไม่ไหว เช่นนั้นก็ไม่มีผู้ใดคาดเดาส่งเดชแล้ว”

ฉินหรูเหลียงเงียบเป็นเวลาเนิ่นนาน จากนั้นก็ถามจักรพรรดิอย่างจริงจัง “ฝ่าบาทจะให้กระหม่อมลอบสังหารองค์หญิงจิ้งเสียนหรือพ่ะย่ะค่ะ?”

จักรพรรดิประทับบนบัลลังก์มังกร พลางมองลงมายังเบื้องล่าง ก่อนจะกล่าวว่า “ข้าไม่ได้ให้เจ้าลอบสังหารองค์หญิง ข้าแค่ให้องค์หญิงล้มป่วยตายในจวนเจ้าเท่านั้น เกิดแก่เจ็บตาย สรรพสิ่งบนโลกไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ กระทั่งองค์หญิงจิ้งเสียนก็เช่นกัน”

เป็นการลอบสังหารชัดๆ

เพียงแต่ไม่ใช่จักรพรรดิเป็นผู้ลงมือ หากแต่เป็นฉินหรูเหลียงเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่นี้

มีเพียงฉินหรูเหลียงที่เข้าใกล้เฉินเสียนได้มากที่สุด ทั้งยังอยู่ชายคาเดียวกันเสียด้วย ดังนั้นโอกาสที่เขาจะได้ลงมือจึงมีมาก และหากเฉินเสียนไม่ระแวงต่อฉินหรูเหลียง เช่นนั้นเรื่องก็จะยิ่งง่ายขึ้นไปอีก

จักรพรรดิคิดว่ามอบหมายให้ฉินหรูเหลียงรับงานนี้ เหมาะสมที่สุดแล้ว

ลงทุนเพียงน้อยนิด กลับได้ผลตอบแทนที่ใหญ่หลวง มันคือเป้าหมายและเล่ห์กล

ขอเพียงเฉินเสียนเสียชีวิตโดยไม่เกิดครหาใดๆ จึงเป็นวิธีกำจัดเสี้ยนหนามในใจแบบเงียบๆที่ดีที่สุด

ในเมื่อบัดนี้จักรพรรดิบัญชาให้ฉินหรูเหลียงไปทำ เขาก็ไม่สนใจว่าฉินหรูเหลียงคิดเช่นไร ใส่ใจเพียงว่าเขาจะทำอย่างไรเท่านั้น

แม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นต้าฉู่ ในสายตาจักรพรรดิในยามนี้ก็เป็นเพียงสวะที่ไร้ค่าคนหนึ่ง

ทว่าหากเขายังพอเป็นเครื่องมือในการใช้งานได้ ถึงแม้จะน้อยนิดเพียงใด จักรพรรดิก็จะกอบโกยผลประโยชน์ที่เหลือจากตัวเขาให้หมดสิ้นโดยไม่ลังเลเลยสักนิด

ฉินหรูเหลียงคุกเข่ากล่าวเสียงทุ้มต่ำในท้องพระโรง “แต่จิ้งเสียนคือภรรยาสมรสของกระหม่อมนะพ่ะย่ะค่ะ”

จักรพรรดิได้ยินพลันรู้สึกกราดเกรี้ยวเล็กน้อย กล่าวว่า “ยามนี้มาถึงได้ว่านางเป็นภรรยาสมรสแล้วหรือ ตอนที่เจ้าแต่งนางเข้าไป เจ้าไม่ยินดีปรีดาเลยสักนิด ทั่วทั้งแคว้นต้าฉู่ก็รู้ว่าเจ้าโปรดปรานเพียงภรรยารอง บัดนี้ภรรยาถูกขับไล่ออกจากจวน ทำไม เจ้าคิดจะใช้ชีวิตคู่กับจิ้งเสียนไปชั่วกัปชั่วกัลป์หรือ? เจ้าอย่าบอกนะว่าแต่ก่อนเจ้าแค่เสแสร้งรังเกียจนาง ยามนี้เจ้าตกหลุมรักนางเข้าแล้วจริงๆ”

ฉินหรูเหลียงคลานอยู่บนพื้น กระทั่งศีรษะก็แนบติดกับพสุธา

ภรรยารองของเขาถูกขับไล่ออกจากจวน ซึ่งผู้อื่นให้ไม่รู้เลย ทว่าจักรพรรดิกลับรู้อย่างกระจ่าง

ยามที่ฉินหรูเหลียงกับเฉินเสียนไม่อยู่ในจวน ไม่รู้ว่าเขาจัดคนเข้าไปสอดแนมในจวนแม่ทัพเท่าไหร่ต่อเท่าไหร่แล้ว

จักรพรรดิเขวี้ยงฎีกาใส่โต๊ะเบื้องหน้า เพื่อระบายโทสะของตน

เขามองฉินหรูเหลียงที่คุกเข้าอยู่ด้วยโทสะ กล่าวอีกว่า “ตอนนั้นเจ้าเกลี้ยกล่อมให้ข้าไว้ชีวิตจิ้งเสียนและทำให้ข้าเชื่อว่าเจ้าไม่มีใจต่อนาง ยามนั้นข้ายอมให้เจ้าแต่งงานกับนางก็เพราะให้สอดส่องนาง เจ้าช่วยนาง แต่งงานกับนาง ตอนนี้ยังตัดใจสังหารนางไม่ได้ ไม่ต้องทำให้ข้ารู้สึกว่าเพราะเจ้าต้องการหลบหลีกสายตาข้า จึงพยายามทำเรื่องพวกนี้”

ฉินหรูเหลียงกล่าวด้วยความหวาดหวั่น “ฝ่าบาทโปรดตรวจสอบ กระหม่อมไม่กล้าปิดบังฝ่าบาทหรอกพ่ะย่ะค่ะ”

จักรพรรดิกล่าวว่า “ฉินหรูเหลียง เจ้าอย่าลืมนะว่าเจ้าเป็นขุนนางผู้ใดกันแน่ เจ้าติดตามข้าทำศึกกับต่างแคว้นและยังนำชัยชนะกลับเมืองกับข้า เจ้าเคยเป็นผู้ช่วยตัวเอกของข้า ข้าดึงเจ้าขึ้นฟ้าได้ก็สามารถโยนเจ้าลงโคลนบึงได้เช่นกัน”

พระสุรเสียงจักรพรรดิกระท้อนอยู่ในท้องพระโรง ชวนให้อกสั่นขวัญหายยิ่งนัก

เฮ่อฟั่งเดินเข้าไปด้านหน้าหนึ่งก้าว ก่อนจะคำนับกล่าวว่า “ฝ่าบาทโปรดระงับโทสะ เหตุที่แม่ทัพฉินคิดเช่นนี้ คงยังผูกพันองค์หญิงจิ้งเสียนในฐานะคู่ชีวิต ซึ่งแสดงว่าท่านแม่ทัพเป็นผู้มีคุณธรรม ให้ความสำคัญกับความรัก”

เขากล่าวกับฉินหรูเลียงต่อว่า “แต่เพราะความภักดีมากกว่าความรัก ยามนั้นฝ่าบาทจึงส่งเสริมท่าน จึงได้เป็นแม่ทัพฉินอย่างเช่นทุกวันนี้ ดังนั้นแม่ทัพฉินไม่ควรละทิ้งความภักดีเพราะความรัก ข้าเชื่อว่าท่านแม่ทัพฉินจะเห็นแก่ส่วนรวม ถึงแม้จะตัดใจไม่ได้ แต่ก็ต้องทำ ใช่หรือไม่?

ฉินหรูเหลียงไม่ตอบ

จักรพรรดิเอ่ย “เรื่องนี้เจ้าไม่ทำ ข้าก็จะสั่งให้คนอื่นทำ ทว่าหากเจ้าไม่ทำตามราชโองการ อย่าว่าแต่ตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ที่ไม่ได้เลย เจ้ายังถูกจับเข้าคุกหลวงแบบไม่หลงเหลือสิ่งใด”

ร่างกายฉินหรูเหลียงสั่นสะท้าน ผ่านไปเนิ่นนาน เขาพลันกล่าวเสียงทุ้มต่ำ “กระหม่อมรับบัญชาพ่ะย่ะค่ะ”

หากเขาไม่รับหน้าที่นี้ จักรพรรดิก็มอบหมายให้ผู้อื่นทำ เมื่อเป็นเช่นนั้นคงไม่อาจควบคุมสถานการณ์ได้

จักรพรรดิคิดว่า เขาปล่อยวางตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ไม่ได้ ปล่อยวางความมั่งคั่งไม่ได้

เป็นอย่างนี้ก็ดี ขอเพียงคนเราละโมบต่ออำนาจลาภยศก็จะควบคุมได้โดยง่าย

ข้าคือหงส์พันปี

ข้าคือหงส์พันปี

องค์หญิงเฉินเสียนผู้โง่เขลา ถูกไล่ออกจากจวน ถูกทำให้เสียโฉม และยังมีทารกอยู่ในท้องของเธอ! ในวันที่สามีของเธอแต่งงานกับอนุภรรยา เธอมาแสดงความยินดี จัดการกับอนุคนใหม่อย่างรุนแรง และทำให้แขกในงานต่างตกใจ อนุคนใหม่ที่คิดว่าเธอเป็นเช่นไก่ที่อ่อนแอ? แต่ไม่คิดว่าจะสามารถต่อกรกับเธอได้?

Comment

Options

not work with dark mode
Reset