คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ – ตอนที่ 442 ครอบครัวเวินเฟิงเหมียน ทั่วโลกร่วมแสดงความยินดีกันอย่างคับคั่ง

ตอนที่ 442 ครอบครัวเวินเฟิงเหมียน ทั่วโลกร่วมแสดงความยินดีกันอย่างคับคั่ง

อันดับหนึ่งของฮู่เฉิง

คะแนนเต็มของข้อสอบรวมทั้งประเทศ

จงมั่นหวามองชื่อ ‘อิ๋งจื่อจิน’ สมองหยุดนิ่งไปทันที

อิ๋งเย่ว์เซวียนก็เห็นแล้ว หายใจไม่ออกไปชั่วขณะ

ที่แท้วันนั้นเธอก็ไม่ได้มองผิด อิ๋งจื่อจินมาเข้าสอบจริงๆ!

แถมยังได้ที่หนึ่ง

อิ๋งเย่ว์เซวียนกัดปากจนสัมผัสได้ถึงกลิ่นคาวเลือด

ทำไมอิ๋งจื่อจินถึงฟื้นเร็วขนาดนี้

ถ้าอิ๋งจื่อจินฟื้นช้ากว่านี้สองสามวันจะดีแค่ไหน

ทางที่ดีไม่ต้องฟื้นขึ้นมาอีกเลย

จงมั่นหวายังคงยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น ความคิดหยุดนิ่ง

มีเสียงคุยของพวกผู้ปกครองกับนักเรียนดังอยู่ข้างๆ

“เก่งมาก อันดับหนึ่งที่ได้คะแนนเต็ม ผู้ปกครองจะภูมิใจขนาดไหน”

“เอ๊ะ พ่อไม่รู้เรื่องใช่ไหม อันดับหนึ่งของปีที่แล้วก็คือน้องชายของเทพอิ๋ง คนในครอบครัวคงชินแล้วแหละ”

“มีอันดับหนึ่งถึงสองคนในบ้าน ครอบครัวนี้สุดยอดเลยนะ”

จงมั่นหวาตัวสั่นขึ้นมาทันที สมองคิดไม่หยุด

ถ้าเธอไม่ไล่อิ๋งจื่อจินออกไป ถ้าเธอดีกับอิ๋งจื่อจินตั้งแต่แรก ไม่ลำเอียง

เกียรติในวันนี้ก็ควรเป็นของเธอ!

คนที่ถูกผู้ปกครองตั้งมากมายขนาดนี้พูดชมก็ควรเป็นเธอเหมือนกัน

เหมือนกับอิ๋งเย่ว์เซวียน จงมั่นหวาก็คิดว่าอิ๋งจื่อจินอาจไม่ฟื้นขึ้นมาอีกแล้ว

คนหนึ่งนอนเป็นผัก อีกคนอิ๋งเย่ว์เซวียน เธอย่อมเลือกอิ๋งเย่ว์เซวียน

ต่อให้คนที่นอนไม่รู้สึกตัวจะเก่งขนาดไหนก็ไม่มีทางนำผลประโยชน์มาให้เธอได้

ด้วยเหตุนี้เธอถึงรู้สึกโล่งอก เพราะเป็นการพิสูจน์ว่าสิ่งที่เธอเลือกนั้นไม่ผิด

แต่จงมั่นหวานึกไม่ถึงว่า ไม่เพียงแต่อิ๋งจื่อจินจะฟื้นขึ้นมาแล้ว ยังสอบได้อันดับหนึ่งอีกด้วย

กลับกลายเป็นอิ๋งเย่ว์เซวียนที่ผลคะแนนตกต่ำ

ความแตกต่างมีมากเกินไป เธอรับไม่ได้

“เข้าไป” จงมั่นหวาพยายามควบคุมน้ำเสียงของตัวเอง “ดูว่าผลคะแนนของเธอผิดพลาดจริงหรือเปล่า”

ผลคะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัยผิดพลาดถือเป็นเรื่องใหญ่มาก เมื่อก่อนก็เคยมีกรณีแบบนี้

หลังจากที่อาจารย์ฝ่ายวิชาการฟังจงมั่นหวาจบก็ติดต่อทางมหาวิทยาลัยตี้ตูอย่างรวดเร็ว

จากนั้นห้านาทีต่อมาทางมหาวิทยาลัยตี้ตูก็ตอบกลับ

[ไม่มีผิดพลาด ทุกอย่างปกติดีครับ]

หัวใจของจงมั่นหวาเย็นเฉียบอย่างสิ้นเชิงแล้ว

ห้าร้อยสามสิบห้าคะแนน

ได้ห้าร้อยสามสิบห้าคะแนนจริงๆ

อิ๋งเย่ว์เซวียนกัดริมฝีปาก เปล่งเสียง “แม่คะ…”

“ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าแม่!” ไม่เพียงแต่จงมั่นหวาจะโมโห ที่มากกว่าคือความเสียใจ เธอพูดเสียงสั่น พูดแทรกอิ๋งเย่ว์เซวียนทันที “ฉันไม่มีลูกสาวอย่างเธอ ไสหัวไปซะ! อย่าให้ฉันเห็นหน้าเธออีก!”

อิ๋งเย่ว์เซวียนที่เธอเลี้ยงดูมาอย่างตั้งใจกลับสู้อิ๋งจื่อจินที่กลับมาจากอำเภอชิงสุ่ยไม่ได้

อีกทั้งตอนนี้มีความเป็นไปได้ว่าอิ๋งเย่ว์เซวียนจะสอบไม่ติดมหาวิทยาลัยชั้นนำ แต่อิ๋งจื่อจินกลับได้อันดับหนึ่งของประเทศ

คำพูดนี้เสียดแทงใจ

อิ๋งเย่ว์เซวียนรู้สึกเหลือเชื่อ “คุณแม่ว่าไงนะคะ”

“ฉันบอกว่าถ้าไม่มีเธอฉันก็จะรับจื่อจินกลับมา จื่อจินก็จะไม่มีทางออกไปเพราะผิดหวัง” จังหวะการพูดของจงมั่นหวายิ่งพูดก็ยิ่งเร็วขึ้น ดุดันมากขึ้น “เพราะเธอคนเดียว! ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ ฉันจะไล่ลูกสาวแท้ๆ ของตัวเองไปได้ยังไง”

อิ๋งเย่ว์เซวียนถอยหนึ่งก้าว สีหน้าซีดเซียว “แม่คะ เรื่องนี้โทษหนูได้เหรอคะ หนูไม่ได้บอกให้แม่กับพ่อไล่เธอไปเสียหน่อย อีกอย่างหนูก็เป็นผู้ถูกกระทำเหมือนกัน หนู…”

จงมั่นหวากลับไม่อยากฟังอิ๋งเย่ว์เซวียนพูดอีก

เธอไม่มองอิ๋งเย่ว์เซวียนอีกต่อไป ถือกระเป๋าเดินออกจากห้องทำงานของอาจารย์ฝ่ายวิชาการ

อิ๋งเย่ว์เซวียนยืนอึ้งอยู่ที่เดิม ผ่านไปสักพักถึงได้สติกลับมา เอามือจับหน้าแล้ววิ่งออกไป

อาจารย์ฝ่ายวิชาการปิดประตู ทำเสียงถุย “สม”

เวลาแบบนี้ทำมานึกถึงลูกสาวแท้ๆ ของตัวเองแล้วเหรอ

หายไปไหนมาตั้งนาน

อาจารย์ฝ่ายวิชาการทำเสียงฮึดฮัด ขี้เกียจจะให้ตระกูลอิ๋งมาทำลายอารมณ์ที่กำลังดีๆ อยู่

เขาเปิดแอ๊กเคานท์ทางการเวยปั๋วของมหาวิทยาลัยแล้วโพสต์ข้อความ

แอทโรงเรียนมัธยมชิงจื้อ : [เอาผลคะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัยในครั้งนี้ของเทพอิ๋งมาฝากครับ (รูปภาพ)

อยากอยู่โรงเรียนเดียวกับเทพอิ๋งไหม โรงเรียนมัธยมชิงจื้อแห่งฮู่เฉิงยินดีต้อนรับการมาของทุกคนครับ คุณกลายเป็นเทพอิ๋งคนต่อไปไม่ได้ แต่คุณเป็นรุ่นน้องของเธอได้!]

อาจารย์ฝ่ายวิชาการพอใจมาก

คราวนี้จะต้องมีนักเรียนที่มาอยู่ชิงจื้อเพิ่มมากขึ้นแน่นอน

เขาเป็นวีรบุรุษที่มีผลงานโดดเด่น

ผลคะแนนสอบของปีนี้ทำให้คำค้นยอดนิยมถูกยึดครองด้วยอันดับหนึ่งของแต่ละมณฑล

ไม่ใช่แค่ชิงจื้อที่โพสต์ผลคะแนนของอิ๋งจื่อจิน เมืองฮู่เฉิงก็โพสต์ด้วยเช่นกัน

#อิ๋งจื่อจินอันดับหนึ่งฮู่เฉิง750คะแนน#

แฮชแท็กนี้ทะยานขึ้นอันดับหนึ่ง เกิดกระแสร้อนแรงอีกครั้ง

[โอ้โห คะแนนเต็มเหรอ]

[ขอขึ้นเทพอิ๋งสุดยอดบนจอสาธารณะ]

[เทพอิ๋ง เทพตลอดกาล!]

ไม่นาน ในเวลาแค่สิบกว่านาที โพสต์นี้ของโรงเรียนมัธยมชิงจื้อก็มีคนแชร์ไปแล้วหลายแสน

จากนั้นชาวเน็ตที่ช่างสังเกตก็ค้นพบเรื่องสุดยอดตรงคอลัมน์คนที่แชร์ไป

พอมองไปก็เป็นแบบนี้

แอทมหาวิทยาลัยตี้ตู : [ยินดีด้วย]

แอทมหาวิทยาลัยนอร์ตัน : [ยินดีด้วย]

แอทมหาวิทยาลัยเฮลก้า : [ยินดีด้วย]

นับรวมมหาวิทยาลัยตี้ตูก็มีมหาวิทยาลัยชื่อดังระดับโลกถึงสิบเอ็ดมหาวิทยาลัยที่ร่วมกันแสดงความยินดีให้อิ๋งจื่อจิน

ชาวเน็ตฮือฮาขึ้นมาทันที

[เทพอิ๋งของฉันเป็นคนดังระดับโลก ไม่มีใครคัดค้านใช่ไหม]

[มหาวิทยาลัยสิบอันดับแรกของโลกพร้อมใจกันออกมา อื้อหือ นี่มันเรื่องมหัศจรรย์ของโลกหรือเปล่า]

มหาวิทยาลัยสิบอันดับแรกของโลกกระจายอยู่ตามที่ต่างๆ ไม่เคยมีการรวมตัวกัน

เรียกได้ว่าอิ๋งจื่อจินเป็นคนแรก

ไม่มีใครสามารถมองข้ามผลงานเธอตอนแข่งรอบชิงชนะเลิศของไอเอสซีได้

แน่นอนว่าไอริน่าก็ไม่ได้แย่ ก็แค่คู่ต่อสู้เก่งเกินไป

แต่ที่น่าประหลาดคือ หลังจากไอริน่าฟื้นขึ้นมาจากครั้งนั้นกลับไม่ได้มีไอคิวสูงแบบเมื่อก่อน ศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยเฮลก้าก็ทำได้เพียงยอมแพ้

ความยากและจำนวนคนที่ให้ความสนใจการสอบเข้ามหาวิทยาลัยแม้จะต่ำกว่าการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศไอเอสซี แต่ก็เป็นการสอบที่สำคัญที่สุดของประเทศจีน

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่านี่ยังเป็นอันดับหนึ่งที่ได้คะแนนเต็มด้วย

ในขณะที่วงการวิชาการกำลังสั่นสะเทือนขนานใหญ่ วงการบันเทิงก็ไม่แพ้กัน

แอทชูกวงมีเดีย : [ยินดีกับบอสของพวกเราที่ทำคะแนนสอบดีเลิศ วันนี้เราจะสุ่มผู้โชคดีห้าร้อยคนเพื่อมอบรางวัลมูลค่า 9999 หยวน ดังภาพ ขอแค่ชมบอสของเราก็มีสิทธิ์ได้ลุ้นรางวัล!]

[ลุยๆๆ!]

[มาแว้ววว!]

ชาวเน็ตยังไม่ทันหลุดจากความใจป้ำของชูกวงมีเดียก็มีเรื่องมาให้ตะลึงอีกแล้ว

แอทซังเย่าจือ : [ผมเพิ่มให้อีก]

แอทฉินหลิงอวี๋ : [เอาด้วย แจกบัตรคอนเสิร์ตโซนเอ]

แอทอวิ๋นเหอเย่ว์ : [เอาด้วย แจกของที่อยู่ในรูปทั้งหมด]

หลังจากที่อวิ๋นเหอเย่ว์ได้เดบิวต์เป็นเซ็นเตอร์อย่างราบรื่นจากรายการวัยรุ่นสร้างฝัน 202 ก็ก้าวกระโดดกลายเป็นหนึ่งในดารายอดนิยมหน้าใหม่ของวงการบันเทิง

เป็นดารานักร้องคนแรกที่พอเดบิวต์ก็โด่งดังถัดจากฉินหลิงอวี๋

คราวนี้มีการรวมตัวจากสามคนดังในวงการบันเทิงเข้าไปอีก

ชาวเน็ตที่เห็นพวกดาราเบอร์ใหญ่ตามมาสมทบของรางวัลกันเป็นพรวน “…”

พวกเขาลืมไปว่าเทพอิ๋งยังเป็นเศรษฐินีที่ครอบครองอาณาจักรบันเทิงอีกด้วย

เวลานี้

เวินเฟิงเหมียนอยู่ในบ้าน กำลังทำอาหารเที่ยง

เสียงเคาะประตูดังขึ้นในเวลานี้

เขาวางตะหลิวลง เช็ดมือแล้วไปที่ประตูบ้าน

หลังมองจากตาแมวเห็นคนที่มา มือของเวินเฟิงเหมียนก็หยุด แต่สุดท้ายก็เปิดประตู

หน้าบ้านมีนักข่าวอยู่มากมายหลายคน

คนที่ยืนอยู่หน้าสุดเป็นนักข่าวจากสถานีโทรทัศน์กลาง

นักข่าวยื่นไมโครโฟนมาตรงหน้าเขาแล้วถามด้วยความตื่นเต้น “คุณคือพ่อของนักเรียนอิ๋งจื่อจินใช่ไหมครับ”

เมื่อเผชิญหน้ากับคนจำนวนมากแบบนี้เวินเฟิงเหมียนกลับยังใจเย็น ไม่ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย “ครับ ผมเป็นคุณพ่อเธอ เธอเป็นลูกสาวของผม”

เขาสวมชุดอยู่บ้านธรรมดา แถมยังผูกผ้ากันเปื้อนไว้ที่เอว แต่ไม่อาจบดบังรูปลักษณ์ของเขาได้

[อื้อหือ! พ่อของเทพอิ๋งหล่อขนาดนี้เลยเหรอ!]

[ไร้สาระ ดูเทพอิ๋งสิ สวยขนาดนั้น]

[สุขุมสง่างาม สุภาพใจเย็น ดูก็รู้ว่าเป็นคนมีความรู้]

[แต่ว่า พ่อเวินไม่ใช่พ่อแท้ๆ ของเทพอิ๋ง พ่อเวินเป็นพ่อบุญธรรม แต่พ่อเวินก็เป็นคนดีมาก ถ้าไม่มีเขา เทพอิ๋งคงไม่มีชีวิตรอดมาจนถึงตอนนี้]

[สุดยอด อันดับหนึ่งของประเทศสองปี พี่สาวกับน้องชาย น้องชายไปอยู่มหาวิทยาลัยนอร์ตันแล้ว เทพอิ๋งของฉันก็จะตามไปอยู่ด้วยหรือเปล่า]

[QAQ ผมไม่รู้ว่ามหาวิทยาลัยนอร์ตันอยู่ที่ไหน สงสัยมาตลอดว่าเป็นโรงเรียนเวทมนตร์หรือเปล่า]

“นี่เป็นการให้สัมภาษณ์ครั้งแรกของคุณเวินเฟิงเหมียน ครั้งก่อนที่นักเรียนเวินทิงหลานเข้ามหาวิทยาลัยนอร์ตันได้ คุณปฏิเสธการให้สัมภาษณ์” นักข่าวของสถานีโทรทัศน์กลางตื่นเต้นมาก “ขอถามคุณเวินเฟิงเหมียนครับว่า คุณเลี้ยงดูลูกๆ ให้ออกมาเก่งขนาดนี้ได้ยังไงครับ”

เวินเฟิงเหมียนครุ่นคิด “ไม่ได้เลี้ยงครับ ปล่อยให้เรียนตามสบาย”

บรรดานักข่าวและชาวเน็ต “…”

นี่คือการโอ้อวดทางอ้อมของพวกคนมีสติปัญญาระดับสูงเหรอ

ในเวลาเดียวกัน ณ เมืองตี้ตู

คนอายุมากส่วนใหญ่ไม่ค่อยเล่นเน็ต จะชินกับการดูโทรทัศน์มากกว่า

ภายในห้องรับแขก

คุณนายของบ้านกำลังดูข่าวที่เกี่ยวกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัย

[ต่อไปเป็นการสัมภาษณ์]

ภาพบนจอทีวีตัดไปที่การสัมภาษณ์เวินเฟิงเหมียน

เดิมทีคุณนายไม่ได้ให้ความสนใจเท่าไร จนกระทั่งเธอเห็นหน้าเวินเฟิงเหมียนและได้ยินเสียงของเขา

เธอลุกพรวด สีหน้าเรียกได้ว่าตะลึงสุดขีด “อี้หาง เขา…เขายังไม่ตาย คุณดูสิ นั่นไงเขา! ฉันไม่มีทางจำผิด! ตอนนั้นเขาไม่ได้ตาย!”

จี้อี้หางชะงัก มองไปทางทีวี “ใคร”

คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ

คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ

Status: Ongoing
อ่านนิยาย คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ‘จื่อจิน ถึงเธอจะเป็นลูกสาวของพวกเรา แต่พวกเราเลี้ยงเสี่ยวเซวียนมาสิบห้าปี ผูกพันกับเสี่ยวเซวียนมาก เสี่ยวเซวียนถูกเลี้ยงมาอย่างคุณหนู ไม่เหมือนเธอที่ทนความลำบากที่บ้านนอกมาตลอด ดังนั้นคุณหนูใหญ่ของตระกูลอิ๋งก็ยังคงเป็นเสี่ยวเซวียน’ ‘เธอคงจะน้อยใจ แต่เธอจิตใจดีขนาดนี้ แม่รู้ว่าเธอไม่มีทางถือสาแน่นอน วางใจนะ อะไรที่เธอควรได้ก็จะไม่มีทางน้อยหน้า’ ‘อะไรนะ เธอเองก็อยากไปด้วยล้อเล่นหรือเปล่า ทางนั้นเขาต้องการคุณหนูไฮโซ เธอน่ะ แม้แต่เล่นเปียโนสักเพลงก็ยังไม่เป็น จะไปเล่าอะไรให้เขาฟังมีแต่จะทำขายหน้า’ ภายในความฝันเป็นเงาคนเต็มไปหมดกับคำพูดที่ตีกันยุ่งเหยิง

Comment

Options

not work with dark mode
Reset