คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ – ตอนที่ 498 ลูกศิษย์รุ่นสามของปรมาจารย์อิ๋ง คุณหลินไหวไหม

ตอนที่ 498 ลูกศิษย์รุ่นสามของปรมาจารย์อิ๋ง คุณหลินไหวไหม

โลกแพทย์แผนโบราณมีกฎที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร แต่แพทย์แผนโบราณที่บารมีสูงต่างยอมรับกัน

คนไข้หนึ่งคน ในระหว่างการรักษาต้องให้แพทย์แผนโบราณคนเดียวกันรักษาเท่านั้น

แพทย์แผนโบราณมีต้นกำเนิดเมื่อสามร้อยกว่าปีก่อน จวบจนทุกวันนี้มีแตกแขนงเป็นฝักฝ่ายมากมาย แตกต่างกับแพทย์แผนโบราณที่เก่าแก่ที่สุดในระดับหนึ่ง

ปีนี้อาจารย์หมออายุแปดสิบกว่า ไม่ได้อยู่ในตระกูลแพทย์แผนโบราณตระกูลไหน

แต่เนื่องจากวิชาการแพทย์ของเขาล้ำเลิศมาก ด้วยเหตุนี้สถานะและบารมีของเขาในโลกแพทย์แผนโบราณจึงสูงตามเช่นกัน

ทุกปีอาจารย์หมอจะจะจัดงานเปิดรับลูกศิษย์ครั้งใหญ่ในโลกแพทย์แผนโบราณ เพียงแต่เขาเป็นคนหยิ่งในศักดิ์ศรีมาก ถือคติรับน้อยดีกว่ารับคนไม่มีคุณภาพมา จนถึงตอนนี้เลยยังไม่มีลูกศิษย์

คนรุ่นหลังที่ใกล้ชิดเพียงคนเดียวก็มีแค่หลินชิงจยา

การที่เขารับปากมารักษาที่ยุโรปให้ก็มีสาเหตุมาจากหลินชิงจยาจริงๆ

“อาจารย์หมอคะ” หลินชิงจยาสีหน้าเปลี่ยน รู้ว่าอาจารย์หมอคิดอะไรอยู่ จึงห้ามทันที “ทางยุโรปไม่มีกฎเหมือนโลกแพทย์แผนโบราณนะคะ”

เธอไม่มีทางทำตัวเหมือนพวกผู้อาวุโสที่ดูถูกสี่ตระกูลมหาเศรษฐีของยุโรป

สี่ตระกูลมหาเศรษฐีของยุโรปอาศัยปัจจัยภายนอกทำให้ทหารรับจ้างมีวรยุทธ์ได้ เดิมทีก็น่ากลัวมากแล้ว

หมอเทวดาที่ตระกูลเบวินไปเชิญมาด้วยตัวเอง วิชาการแพทย์มีเหรอจะด้อย

แต่วิธีรักษาของทั้งโลกก็ยังล้าหลังกว่าโลกแพทย์แผนโบราณ

เธอเองก็เคยเจอศาสตราจารย์อาจารย์หมอที่ถูกยกย่องในระดับโลก ฝีมือการรักษาก็ยังสู้แพทย์แผนโบราณไม่ได้

แพทย์แผนโบราณใช้กำลังภายในหรือการฝังเข็มเพื่อเค้นให้สิ่งแปลกปลอมที่อยู่ชั้นลึกสุดภายในร่างกายมนุษย์ออกมาได้ หรือที่ในหนังกำลังภายในเรียกกันว่าการล้างเอ็นตัดไขกระดูก แต่การแพทย์สมัยใหม่ทำไม่ได้

สายตาของหลินชิงจยาไปอยู่ที่อิ๋งจื่อจิน เจือด้วยความสงสัยและสำรวจ

“ในเมื่อผมมาแล้ว งั้นก็ต้องทำตามกฎของผม” อาจารย์หมอดวงตาขุ่นมัวแต่เฉียบคม เขาจ้องอิ๋งจื่อจินที่กำลังดื่มชาอยู่ “ในเมื่อต้องการรักษาร่วมกับผม งั้นผมก็ขอถามหน่อย”

“รู้หรือไม่ว่าอะไรคือต้นกำเนิดของแพทย์แผนโบราณ อะไรคือการรักษาด้วยเข็มทอง และอะไรคือสิบสามเข็มศาสตร์มืด”

“หรือว่าคุณเคยอ่านหลักการแพทย์แผนโบราณ ฝังเข็มไท่อี่ ฝังเข็มห้ามังกรหรือเปล่า”

พอได้ยินชื่อที่คุ้นเคยพวกนี้ อิ๋งจื่อจินก็วางถ้วยชาลง ในที่สุดก็เงยหน้ามองอาจารย์หมอแล้วพูดขึ้น “ไม่รู้ ไม่เคยอ่าน”

เธอไม่รู้จริงๆ เมื่อไรกันที่ความรู้พื้นฐานทางการรักษาพวกนี้ถึงขั้นควรค่าให้หยิบยกขึ้นมาพูดด้วย

งั้นดูท่าแพทย์แผนโบราณสมัยนี้จะอ่อนแอมาก

“ไม่รู้เรื่องพวกนี้ยังจะมารักษาร่วมกับผมอีกเหรอ ผมไม่ได้โอ้อวดนะ แต่ผมรู้เรื่องพวกนี้หมด” อาจารย์หมอแสยะยิ้ม พูดเสียงแข็ง “ผมขอพูดไว้ตรงนี้ พวกคุณเลือกคนรักษาได้แค่คนเดียว”

เออร์วินโมโหมาก อยากให้อาจารย์หมอหุบปาก

แต่เพราะอิ๋งจื่อจินนั่งอยู่ที่นี่ เขาเกิดความหวาดกลัวในใจจึงยกขาไม่ขึ้น ทำได้เพียงยืนตัวสั่นอยู่ที่เดิม

อีวานยิ่งอยากเป็นลม

มีแค่ริต้าที่เป่าชาเมืองจีนที่อิ๋งจื่อจินพกมาให้อย่างใจเย็น เธอดื่มไปหนึ่งอึกแล้วแสยะยิ้ม “ทำไมเหรอ นักปรุงยาพิษอันดับหนึ่งของเอ็นโอเคยังต้องเชื่อฟังตาแก่นี่ด้วยเหรอ เก่งมาจากไหน”

พอคำพูดนี้ออกมาสีหน้าของชายวัยกลางคนก็เปลี่ยนไปในชั่วพริบตา สีหน้าใจเย็นพังทลาย แปรเปลี่ยนเป็นความตกใจ “นักปรุงยาพิษอันดับหนึ่งเหรอ”

เออร์วินเช็ดเหงื่อ สองขาสั่นไม่หยุด จากนั้นถึงพูดขึ้น “คะ คุณอาเทเลอร์ ริต้าเชิญมาครับ ลือกันไปทั่วเว็บบอร์ดเอ็นโอเคแล้ว”

ช่วงหลายวันมานี้ชายวัยกลางคนอยู่ที่โลกจอมยุทธ์มาตลอด ไม่ได้สนใจข่าวสารภายนอก เลยไม่รู้กระแสที่ฮือฮาอยู่บนเว็บบอร์ดเอ็นโอเค

อาจารย์หมอขมวดคิ้ว พูดด้วยความไม่พอใจ “เอ็นโอเคคืออะไร”

เขาไม่ได้อยากมายุโรป

ไม่มีของดีอะไรยังไม่พอ ยังต้องพกเครื่องแปลภาษาหน้าตาอัปลักษณ์มาด้วย ไม่เข้ากับภาพลักษณ์ของเขาแม้แต่น้อย

หลินชิงจยาก็ประหลาดใจ “นักปรุงยาพิษเหรอคะ แถมอันดับหนึ่งด้วย”

เธอรู้เรื่องเอ็นโอเค และก็รู้จักพวกชาร์ตนักล่าต่างๆ แต่ไม่เคยให้ความสนใจ

ในโลกจอมยุทธ์ก็มีแค่ตระกูลเซี่ยที่สนใจ เพราะพวกเขาศัตรูเยอะ

ชาร์ตนักล่าของเอ็นโอเคก็หมายถึงความสามารถในการต่อสู้ของทางยุโรป อย่างไรเสียคนจีนที่ติดชาร์ตก็มีน้อยมาก

“รู้แล้วก็รีบขอโทษสิ” ริต้าอารมณ์เสีย เธอควงปืนสีเงินในมือ แสยะยิ้ม “คุณหลินคนนี้…อย่างน้อยคุณก็น่าจะเคยเจอพวกวิทยาการสมัยใหม่มาบ้าง ยังไม่รู้ใช่ไหมว่าเมื่อวานนักปรุงยาพิษอันดับหนึ่งปราบกลุ่มทหารรับจ้างระดับเอสได้ในวินาทีเดียว”

“อ่อ พวกคุณอาจไม่เข้าใจ พูดอีกอย่างก็คือ คล้ายพวกจอมยุทธ์ที่มีวรยุทธ์ห้าสิบปียี่สิบกว่าคน”

“พวกคุณอยากลองดูไหมล่ะว่าตัวเองไหวหรือเปล่า”

ครั้งนี้ที่หลินชิงจยากับอาจารย์หมอมายุโรปก็พกคนคุ้มกันมาแค่ทีมเดียว อารักขาอยู่ข้างนอก

อาจารย์หมอมีวิชาการรักษาที่ล้ำเลิศมาก แต่ไม่มีวรยุทธ์ในตัว ไม่เคยฝึกวรยุทธ์แม้แต่น้อย

แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่รู้การแบ่งขั้นของพวกจอมยุทธ์

ในที่สุดสีหน้าของอาจารย์หมอก็เปลี่ยนไป พูดเสียงหลง “ว่าไงนะ”

อิ๋งจื่อจินกระชับชุดดำ ไม่พูดอะไร ลุกเดินไปทางด้านนอก

คราวนี้แม้แต่เออร์วินกับชายวัยกลางคนก็ลนลานขึ้นมาแล้ว

นักปรุงยาพิษอันดับหนึ่งเชียวนะ!

พวกเขาเดาทางนิสัยของบอสใหญ่คนนี้ไม่ถูก เกิดโมโหกลับไปแล้วสะบัดมือเดียวพังตระกูลเบวินพินาศจะทำอย่างไร

ตระกูลเบวินไม่กลัวนักฆ่า ไม่กลัวนักแม่นปืน ไม่กลัวจอมยุทธ์ กลัวแค่นักปรุงยาพิษกับนักสะกดจิตที่เล่นงานเป็นหมู่คณะได้

ป้องกันอย่างไรก็ไม่รอด

“ขอโทษครับ พวกเราไม่ดีเอง” ชายวัยกลางคนรีบตามไป ท่าทางอ่อนน้อมถ่อมตัว “นายท่าน อย่าเก็บเอาไปใส่ใจเลยนะครับ พวกเขาไม่รู้ความสามารถของคุณ ผู้ไม่รู้ย่อมไม่ผิดนะครับ”

คำพูดนี้ผ่านเครื่องแปลภาษาไปเข้าหูของอาจารย์หมอทั้งหมด เขาโกรธหน้าเขียว แต่คราวนี้พูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว

ปราบกลุ่มทหารรับจ้างระดับเอสได้ด้วยมือเดียว ฆ่าเขาก็เป็นเรื่องง่าย

“คุณหลิน นึกไม่ถึงว่าหลานสาวของผมจะเชิญนักปรุงยาพิษอันดับหนึ่งมาได้จริงๆ” ชายวัยกลางคนหยุดเล็กน้อย หันไปพูดอ้อมค้อมกับหลินชิงจยา “ถ้าร่วมกันรักษากับนักปรุงยาพิษอันดับหนึ่งไม่ได้ พวกเราคงต้อง…”

ไม่ต้องพูดจบหลินชิงจยาก็รู้ความหมาย

คนที่ต้องไปก็คือพวกเขา ไม่ใช่นักปรุงยาพิษอันดับหนึ่ง

พวกเขาไม่คู่ควร

หลินชิงจยาขมวดคิ้ว พูดเสียงเบา “อาจารย์หมอคะ นี่เป็นโรครักษายาก”

พวกเขามาครั้งนี้ การรักษาให้ตระกูลเบวินเป็นเรื่องรอง เรื่องหลักคือศึกษาพิษที่อยู่ในร่างกายนายใหญ่ตระกูลเบวิน

อาจารย์หมอไม่เคยโดนดูหมิ่นขนาดนี้ แต่ก็ช่วยไม่ได้

เขาจำต้องระงับไฟโกรธภายในจิตใจ เลือกถอยหนึ่งก้าว กัดฟันพูด “ผมไม่ดีเอง ขออภัย”

แต่ภายในใจอาจารย์หมอก็ยังคงไม่ยอม

นักปรุงยาพิษอะไรกัน จะเก่งกว่าบรรพบุรุษแพทย์แผนโบราณของพวกเขาได้อีกเหรอ

อิ๋งจื่อจินหยุดเดิน หันไปพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “แค่ครั้งนี้ครั้งเดียว”

คำพูดนี้ทำให้ชายวัยกลางคนเหงื่อแตกท่วมตัว รีบนอบน้อมใส่ “ครับ แน่นอนครับ ไม่มีครั้งที่สองเด็ดขาด เชิญทางนี้ครับ”

อิ๋งจื่อจินไม่ตามเขาไป แต่ไปเดินข้างริต้า

ชายวัยกลางคนรู้สึกอาย ในใจก็เกิดความสงสัย

ทำไมริต้าเชิญนักปรุงยาพิษอันดับหนึ่งมาได้

หลินชิงจยาเม้มริมฝีปากแล้วตามไป

สีหน้าของอาจารย์หมอย่ำแย่มาก แต่กลับจำต้องสาวเท้าเดินตาม

ทุกคนเดินไปถึงห้องรักษาตัวของนายใหญ่ตระกูลเบวินโดยเฉพาะ

นายใหญ่เบวินนอนอยู่บนเตียง ใบหน้าซีดเซียว มีเครื่องช่วยหายใจวางอยู่ข้างๆ

ริต้าพูดเสียงเบา “ยาของเธอได้ผลดีมาก คุณพ่อหายใจสะดวกขึ้นเยอะ”

อิ๋งจื่อจินพยักหน้า

ชายวัยกลางคนโค้งตัวให้อีกครั้ง “เชิญครับนายท่าน”

สีหน้าของหลินชิงจยาเคร่งเครียดขึ้น

สี่ตระกูลมหาเศรษฐีของยุโรปกับสามตระกูลใหญ่ในโลกจอมยุทธ์ทัดเทียมกัน แต่เมื่ออยู่ต่อหน้านักปรุงยาพิษอันดับหนึ่งคนนี้ ชายวัยกลางคนกลับอ่อนน้อมถ่อมตัวได้ขนาดนี้

ดูท่าพวกเขาจะประเมินความสามารถของพวกนักล่าต่ำเกินไปแล้ว

อิ๋งจื่อจินนั่งลง ไม่ได้ใช้เข็มทอง เธอแค่กดตามจุดลมปราณต่างๆ บนร่างกายของนายใหญ่เบวิน จากนั้นก็มองใบหน้าของเขา

อาจารย์หมอยืนดูอยู่ข้างๆ แอบยิ้มเยาะในใจ

ได้แค่นี้เหรอ

ดูก็รู้ว่าเป็นพวกนอกวงการ

ยังคิดจะรักษาอีกเหรอ

เขาว่านักปรุงยาพิษอันดับหนึ่งคนนี้ได้ทำคนไข้ตายแน่

เวลานี้มีเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น

ริต้าเงยหน้า พูดเสียงเย็นชา “ใครไม่ได้ปิดเสียง รนหาที่ตายเหรอ”

“ขอโทษค่ะ” หลินชิงจยาถอยออกไปนอกห้องผู้ป่วยแล้วกดรับสาย “คุณพ่อ หนูเองค่ะ”

ไม่รู้ว่าหลินจิ่นอวิ๋นที่อยู่ปลายสายพูดอะไร หลินชิงจยาสีหน้าเปลี่ยนทันที “งั้น…”

เธอหยุดเล็กน้อยแล้วพูดต่อ “ค่ะ ถ้าหนูเสร็จเรื่องทางยุโรปแล้วจะรีบกลับไปให้เร็วที่สุด รบกวนคุณพ่อช่วยดูแลคุณแม่ก่อนนะคะ”

เธอวางสาย เม้มริมฝีปากแน่น

เวลานี้

บ้านตระกูลหลินในโลกจอมยุทธ์

หลินจิ่นอวิ๋นมองอันโหรวจิ่นที่นั่งกอดเข่าตัวสั่นอยู่บนเตียงไม่หยุด เขาสูดลมหายใจเข้าลึก “ให้พวกนายปกป้องคุณนายให้ดี พวกนายมัวทำอะไรอยู่”

สองคนคุ้มกันคุกเข่าบนพื้น หวาดกลัวสุดขีด “ไว้ชีวิตด้วยครับนายใหญ่”

แม้พวกเขาจะบอกแล้วว่าอันโหรวจิ่นไม่ให้พวกเขาตามไป แต่ก็ไม่มีประโยชน์

ไม่คุ้มกันให้ดีก็คือทำงานพลาด

“กฎของตระกูลหลินจะฝ่าฝืนไม่ได้” หลินจิ่นอวิ๋นพูด “ถอนวรยุทธ์ตัวเองแล้วออกไปจากตระกูลเถอะ”

คนคุ้มกันทั้งสองหน้าเสีย ตัวสั่น

วรยุทธ์ของพวกเขาห้าสิบปีขึ้นไป กว่าจะฝึกได้ขนาดนี้ไม่ใช่ง่ายๆ

แต่ช่วยไม่ได้

หลินจิ่นอวิ๋นอยากคุยกับอันโหรวจิ่น แต่อันโหรวจิ่นเอาแต่พึมพำ นั่งหันเข้าหามุมกำแพง สีหน้าตื่นตระหนก บางช่วงก็คลุ้มคลั่ง

ไม่ต่างอะไรกับคนบ้า

เขายื่นมือออกไป แต่ก็ทำได้แค่ยอมแพ้

ผู้อาวุโสใหญ่ส่งคนมาเรียกเขา

หลินจิ่นอวิ๋นตามคนคุ้มกันออกไป

“จิ่นอวิ๋น นี่เป็นรายชื่อผู้หญิงของแต่ละตระกูลใหญ่” ผู้อาวุโสใหญ่วางสมุดเล่มหนึ่งลงตรงหน้าเขา “ลองดูนะว่ามีที่ถูกใจไหม พวกเราจะไปสู่ขอให้เร็วที่สุด”

ตอนนั้นเขายอมให้หลินจิ่นอวิ๋นแต่งงานกับอันโหรวจิ่นเป็นเพราะอยากให้หลินชิงจยากลายเป็นคนตระกูลหลิน

อันโหรวจิ่นไม่มีจุดไหนที่คู่ควรกับตำแหน่งนายหญิงตระกูลหลิน ยกเว้นใบหน้า

แต่ความงามก็เป็นสิ่งที่อยู่ระดับล่างสุดในโลกจอมยุทธ์

แค่มีฝีมือก็ได้มาอย่างง่ายดาย

ตอนนี้อันโหรวจิ่นมีสภาพเหมือนคนเสียสติไปแล้ว ยังจะไม่ปลดได้เหรอ

“ผู้อาวุโสใหญ่ครับ” หลินจิ่นอวิ๋นสีหน้าเคร่งขรึม “ท่านทำแบบนี้ออกจะบังคับกันเกินไปหน่อย ชิงจยาจะเคืองใจได้นะครับ เธอสร้างผลงานให้ตระกูลหลินไม่น้อย ท่านจะทำกับแม่ของเธอแบบนี้เหรอครับ”

พอได้ยินแบบนี้ผู้อาวุโสใหญ่ก็นิ่งเงียบ

ผ่านไปสักพักถึงพูดขึ้น “งั้นก็รอชิงจยากลับมาก่อนแล้วกัน”

อันโหรวจิ่นกลายเป็นแบบนี้ ผู้อาวุโสใหญ่กลับถูกใจ เขาอยากเปลี่ยนนายหญิงตระกูลหลินมานานแล้ว

สมน้ำหน้าจริงๆ

ไม่รู้ว่าผลงานใคร ช่วยกำจัดหนามยอกอกให้ตระกูลหลินได้

หลินจิ่นอวิ๋นยืนขึ้น “จิ่นอวิ๋นขอตัวก่อนครับ”

หลังออกจากห้องของผู้อาวุโสใหญ่ หลินจิ่นอวิ๋นก็มีสีหน้าเย็นชา เรียกคนคุ้มกันมาหนึ่งทีม “สืบ ใครกันแน่ที่ทำร้ายคุณนาย สืบได้แล้วให้รีบเอาตัวกลับมา”

แบบนี้ต้องการตบหน้าตระกูลหลินชัดๆ ปล่อยไว้ไม่ได้เด็ดขาด

ตระกูลหลินไม่ระรานใคร ให้ความสำคัญแค่ความก้าวหน้า แต่มีจอมยุทธ์คนไหนบ้างที่ไม่เคยฆ่าคน

พวกคนคุ้มกันประสานมือคารวะ “ครับนายใหญ่”

ทางด้านคฤหาสน์ตระกูลเบวิน

ห้านาทีต่อมาอิ๋งจื่อจินก็ตรวจร่างกายเสร็จ

ตามคาด

เหมือนที่เธอสันนิษฐานไว้ พิษที่อยู่ในตัวนายใหญ่เบวินกับพิษที่อยู่ในตัวผู้เฒ่าฟู่ตอนนั้นออกฤทธิ์เหมือนกันอย่างน่าแปลก

เกรงว่าจะเป็นสสารเล่นแร่แปรธาตุเหมือนกัน

อิ๋งจื่อจินบอกพวกชื่อสมุนไพร “ตามนี้”

ริต้ารีบจดทันที “ฉันจะไปซื้อ”

อาจารย์หมออยากบอกว่าของพวกนั้นไม่ถือเป็นสมุนไพรทำยา แต่พอเห็นสายตาเย็นชาของริต้า เขาก็กลืนคำพูดลงไป

“นายใหญ่เทเลอร์คะ พวกเราก็อยากตรวจดูอาการของนายใหญ่เบวินด้วยค่ะ” หลินชิงจยาพูด “แน่นอนว่าจะให้ใครรักษาก็แล้วแต่พวกคุณค่ะ”

“ชิ” ริต้าได้ฟังก็ทำเสียงไม่พอใจ “พวกคุณอยากรักษาสินะ”

“ทำไมจะไม่ได้” อาจารย์หมอลูบเครา ยังคงทำตัวยโส “อาจารย์ของผมชื่ออาจารย์อวี้เซวียน”

ความเข้าใจในโลกแพทย์แผนโบราณคนทางยุโรปมีค่อนข้างจำกัด อย่างมากก็รู้แค่ยุคปัจจุบัน ไม่รู้เรื่องของบรรพบุรุษ

ดังนั้นพอชื่อนี้ออกมา บรรดาสมาชิกของตระกูลเทเลอร์กับตระกูลเบวินก็เลยงงไปหมด

หลินชิงจยายิ้ม ช่วยอธิบายให้ “อาจารย์ของฉันกับอาจารย์อาเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์อวี้เซวียนทั้งคู่ ส่วนอาจารย์อวี้เซวียนก็สืบทอดวิชามาจากผู้นำตระกูลฝูค่ะ”

“ผู้นำตระกูลฝูเป็นแพทย์แผนโบราณอันดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้ปรากฏตัวนานแล้วค่ะ”

พอได้ยินประโยคสุดท้าย ชายวัยกลางคนถึงกระจ่าง “งั้นคุณหลินต้องเก่งมากแน่ มีอาจารย์ที่เก่งขนาดนี้”

อิ๋งจื่อจินเงยหน้ามองอาจารย์หมอพลางครุ่นคิด

งั้นนี่ก็…ลูกศิษย์รุ่นสามของเธอน่ะสิ

คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ

คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ

Status: Ongoing
อ่านนิยาย คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ‘จื่อจิน ถึงเธอจะเป็นลูกสาวของพวกเรา แต่พวกเราเลี้ยงเสี่ยวเซวียนมาสิบห้าปี ผูกพันกับเสี่ยวเซวียนมาก เสี่ยวเซวียนถูกเลี้ยงมาอย่างคุณหนู ไม่เหมือนเธอที่ทนความลำบากที่บ้านนอกมาตลอด ดังนั้นคุณหนูใหญ่ของตระกูลอิ๋งก็ยังคงเป็นเสี่ยวเซวียน’ ‘เธอคงจะน้อยใจ แต่เธอจิตใจดีขนาดนี้ แม่รู้ว่าเธอไม่มีทางถือสาแน่นอน วางใจนะ อะไรที่เธอควรได้ก็จะไม่มีทางน้อยหน้า’ ‘อะไรนะ เธอเองก็อยากไปด้วยล้อเล่นหรือเปล่า ทางนั้นเขาต้องการคุณหนูไฮโซ เธอน่ะ แม้แต่เล่นเปียโนสักเพลงก็ยังไม่เป็น จะไปเล่าอะไรให้เขาฟังมีแต่จะทำขายหน้า’ ภายในความฝันเป็นเงาคนเต็มไปหมดกับคำพูดที่ตีกันยุ่งเหยิง

Comment

Options

not work with dark mode
Reset