คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ – ตอนที่ 508 ยักษ์ใหญ่ตัวจริงของโลกจอมยุทธ์! ฝีมือการรักษาของอิ๋งจื่อจิน

ตอนที่ 508 ยักษ์ใหญ่ตัวจริงของโลกจอมยุทธ์! ฝีมือการรักษาของอิ๋งจื่อจิน

ช่วงหลายวันมานี้จี้อี้หยวนเก็บกดจนแทบเป็นบ้าแล้ว

เรื่องนั้นในงานประมูลเมื่อเดือนก่อนที่โลกจอมยุทธ์ทำให้ทางตระกูลเดิมกลัวจนหัวหด เรียกจอมยุทธ์ที่ประจำอยู่ในตี้ตูกลับทันที อีกทั้งยังตัดขาดกับเขา

นายใหญ่ตระกูลจี้ถูกเย่ว์ฝูอีซัดเสียน่วมขนาดนั้น นายใหญ่คนใหม่ก็ไม่ได้ชื่นชอบเขา

ไม่มีการลงทุนทรัพยากรใหม่ๆ ทำให้สภาพจิตใจจี้อี้หยวนย่ำแย่ รู้สึกไม่ดีไปทั้งตัว

สำหรับจี้อี้หยวนแล้ว ตระกูลจี้ที่ควบคุมตี้ตูได้ก็ยังเป็นเรื่องเล็ก เขาอยากเข้าโลกจอมยุทธ์

พอได้เห็นการดำรงอยู่ของจอมยุทธ์ที่มหัศจรรย์มาก สรรพสิ่งธรรมดาๆ ยังจะเข้าตาจี้อี้หยวนได้อีกหรือ

แต่ตอนนี้เนื่องจากจี้เทียนฮ่าวบังอาจล่วงเกินบอสใหญ่ของโลกจอมยุทธ์ ทำให้ความฝันอันสวยงามของเขาเริ่มเลือนลาง

จี้อี้หยวนแค้นจนกัดฟันกรอด

เดิมทีเขาก็ไม่ได้มีพรสวรรค์อะไรในด้านการวิจัย แต่อาศัยรับสมัครพวกนักวิจัยเก่งๆ จำนวนไม่น้อยมาทำงานให้เขา ถึงได้มีแต้มผลงานเยอะ

ปรากฏว่าเวินเฟิงเหมียนเพิ่งกลับมาก็รับการทดลองไปหลายโปรเจ็กต์แล้ว จนใกล้ได้เลื่อนขึ้นไปติดสามสิบอันดับแรกเต็มที

สามสิบอันดับแรกบนชาร์ตผลงานมีใครบ้าง

บนนั้นมีแต่คนตระกูลจี้เมื่อศตวรรษก่อน มีจำนวนไม่น้อยที่ตอนนี้เหลือแค่ป้ายวิญญาณแล้ว

ปีนี้เวินเฟิงเหมียนอายุยังไม่ถึงห้าสิบเลยนะ!

จี้อี้หยวนไม่อยากจินตนาการเลยว่า วันหน้าสถานะของเขาในศูนย์วิจัยจะตกต่ำเพียงใด

บนเตียงผู้ป่วย ชายชรามีสีหน้าเขียวคล้ำ หายใจติดขัด

ไม่นานก็มีหมอและพยาบาลเข้ามาพร้อมอุปกรณ์และเริ่มกู้ชีวิตทันที พร้อมทั้งใส่เครื่องช่วยหายใจ

ที่นี่เป็นห้องผู้ป่วยที่ทางศูนย์วิจัยจัดให้โดยเฉพาะ จี้อี้หยวนย่อมไม่กล้าขวางการทำงานของหมอและพยาบาล

เขาบุกเข้ามาก็แค่เพื่อใส่ความจี้อี้หาง จับตัวจี้อี้หางไป

เกิดความวุ่นวายภายในห้องผู้ป่วย

หลังจากช่วยชีวิตไว้ได้ทันเวลา ในที่สุดชายชราก็หายใจสะดวกขึ้น สีเขียวคล้ำบนใบหน้าเริ่มหายไป

แต่วินาทีถัดมาเขากลับหมดสติไปโดยที่ยังไม่ทันได้พูดอะไรสักคำ

สีหน้าของจี้อี้หางกับคุณนายจี้เปลี่ยนไปมาก “คุณพ่อ!”

เรื่องเดียวที่รู้สึกโชคดีก็คือ คลื่นไฟฟ้าหัวใจยังขึ้นลงอยู่ ก็แสดงว่าหัวใจยังไม่หยุดเต้น

“ผู้ป่วยอาการวิกฤติ ส่วนปอดมีเงาดำหนักขึ้นแล้ว” หมอเจ้าของไข้ถอดผ้าปิดปากออก เช็ดเหงื่อ สีหน้าเคร่งเครียด “เมื่อหลายวันก่อนยังดีๆ อยู่ ทำไมวันนี้กลายเป็นแบบนี้แล้ว พวกคุณเอาอะไรให้คนไข้กินหรือเปล่าครับ”

“อาหารก็ทำตามที่คุณหมอบอก” คุณนายจี้อึ้ง “อย่างอื่น…”

“มีครับ มีแน่นอน” จี้อี้หยวนพูดประชด “พวกเขายังให้คนไข้กินยาด้วยครับ”

ฟังถึงตรงนี้สีหน้าของหมอเจ้าของไข้ก็เปลี่ยนไป “ไม่มีคำสั่งจากโรงพยาบาล พวกคุณให้กินยาส่งเดชได้ยังไงกันครับ!”

หมอของนางตระกูลจี้ก็เป็นหมอชั้นแนวหน้าของตี้ตูเช่นกัน แต่ไม่รู้ถึงการมีอยู่ของโลกจอมยุทธ์

คุณนายจี้ขมวดคิ้ว “ไม่เกี่ยวกับยา ยาไม่มีปัญหาแน่นอนค่ะ”

ตอนแรกสุดพวกเขาก็กลัวว่ายาเม็ดนี้อาจทำให้อาการป่วยของคนแก่ทรุดหนักลง แต่อิ๋งจื่อจินบอกว่ารักษาให้หายได้

อิ๋งจื่อจินมีแม้กระทั่งบัตรเชิญของโลกจอมยุทธ์ คุณนายจี้จึงเชื่อเธอ

หมอเจ้าของไข้โมโหจนหัวเราะ “คุณรู้ได้ยังไงว่าไม่มีปัญหา คุณเป็นหมอหรือผมเป็นหมอกันแน่”

เขารับหน้าที่รักษาพ่อของคุณนายจี้ หากเกิดเรื่อง เขาย่อมหนีไม่พ้นความรับผิดชอบ

“ยาไม่มีปัญหาแน่นอน แต่น่าจะถูกเล่นตุกติก เห็นหรือยัง นี่ก็คือสามีของพี่ กลับกล้าทำร้ายพ่อตาตัวเอง” จี้อี้หยวนข่มความตื่นเต้นภายในใจ ไม่ลืมที่จะโยนหินถามทาง “เห็นได้ชัดว่าเขาอยากเอาชีวิตพ่อตาตัวเอง พอถึงเวลาก็จะได้สืบทอดมรดกง่ายขึ้น!”

คุณนายจี้ตวาดใส่ “จี้อี้หยวน!”

ถึงแม้พ่อของคุณนายจี้จะเกษียณไปแล้ว แต่อย่างไรเสียเขาก็เป็นถึงอดีตรองผู้อำนวยการศูนย์วิจัย ผลงานก็มีเยอะมาก

หลังจากศูนย์ในได้รับแจ้งข่าวจากทางห้องผู้ป่วย รองผู้อำนวยการศูนย์วิจัยคนหนึ่งก็พาทีมคนคุ้มกันมาทันที

ถึงแม้คุณนายจี้จะย้ำแล้วว่ายาไม่มีปัญหา แต่จี้อี้หางก็ยังคงถูกจับตัวไว้

“คุณนาย ผมไม่เป็นไร” จี้อี้หางพูด “คุณดูแลคุณพ่อให้ดี ห้ามปล่อยให้คุณพ่อเป็นอะไรไป ผมถูกลงโทษนิดหน่อยไม่เป็นไร”

อิทธิพลของตระกูลเดิมในโลกจอมยุทธ์มีการเปลี่ยนตัวนายใหญ่ ตอนนี้จี้อี้หยวนเริ่มสูญเสียอิทธิพลแล้ว

ศูนย์วิจัยก็ดูแค่ความสามารถ ไม่มีทางฟังคำประจบ

คุณนายจี้เข้าไปห้ามไม่ทัน จี้อี้หางก็ถูกพาตัวออกไปแล้ว

“พี่สะใภ้ ผมขอเตือนอะไรสักอย่าง” ในที่สุดจี้อี้หยวนก็ผุดรอยยิ้ม น้ำเสียงเจือด้วยอารมณ์เย้ยหยัน “อย่างน้อยผมก็มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือดกับจี้อี้หาง ไม่มีทางเอาเขาถึงตาย แต่คุณเหยียนไม่เหมือนกัน”

“ดังนั้น ต่อให้ครั้งนี้พวกพี่ผ่านไปได้ ต่อไปก็ให้ความเคารพคุณเหยียนหน่อย ถ้าทำเธอโมโห เดี๋ยวถึงเวลาจะไม่มีใครรักษาให้พวกพี่นะ”

จี้อี้หยวนเองก็งงมาตลอดว่าจี้อี้หางไปเอาบัตรเชิญงานประมูลของโลกจอมยุทธ์มาจากไหน เขาสังเกตช่วงครึ่งเดือนนี้ก็ไม่เห็นว่าจี้อี้หางจะคลุกคลีกับจอมยุทธ์คนไหน

เขาถึงได้วางใจ

แต่ทว่าตอนนี้คุณนายจี้กลับใจเย็น เหนือความคาดหมายของจี้อี้หยวนมาก

เธอห่มผ้าให้พ่อ พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “จี้อี้หยวน ฉันเองก็ขอเตือนนายสักอย่าง อย่าไปหาเรื่องจื่อจิน ไม่อย่างนั้นจะไม่มีวันข้างหน้าแล้ว”

พอได้ยินแบบนี้จี้อี้หยวนก็ขมวดคิ้ว แสยะยิ้ม เปิดประตูเดินออกไป

เขาไม่ได้เก็บคำพูดนี้เอามาใส่ใจ

เด็กสาวเพียงคนเดียว ต่อให้ความรู้ดีแค่ไหน แต่อายุกับประสบการณ์ก็ยังน้อย สู้เขาได้เหรอ

จี้อี้หยวนไม่เชื่อ มองเป็นเรื่องตลก

ยุโรป

อิ๋งจื่อจินขังตัวเองไว้ในห้องเล็กๆ กำลังปรุงยา

ตอนเช้าเธอได้รับสมุนไพรล็อตสุดท้ายที่ริต้าส่งมาให้อย่างลับๆ

เธอปรุงยาสองตำรับ ตำรับหนึ่งใช้วิธีโบราณของแพทย์แผนโบราณ อีกตำรับหนึ่งใช้วิชาเล่นแร่แปรธาตุ

อิ๋งจื่อจินมองหม้อยา ครุ่นคิดชั่วขณะ

วิชาเล่นแร่แปรธาตุของเธอเก่งสู้นอร์ตันไม่ได้

ตอนเธอกับเด็กซื่อบื้อนอร์ตันเจอกันครั้งแรก เขาคิดว่าแพทย์แผนโบราณก็คือการเล่นแร่แปรธาตุ ถึงได้พูดว่าอยากแลกเปลี่ยนความรู้กับเธอ

อย่างไรเสียตอนนั้นคนทางยุโรปก็ไม่เคยเจอแพทย์แผนโบราณ

ต่อมาช่วงที่เธออยู่มหาวิทยาลัยนอร์ตันหลายปีก็ถือโอกาสเรียนรู้ด้านการเล่นแร่แปรธาตุไปด้วย

วิชาเล่นแร่แปรธาตุไม่เหมือนกับแพทย์แผนโบราณ เป็นวิชาที่เดิมมีอยู่บนโลกแล้ว มหัศจรรย์มากจริงๆ

อิ๋งจื่อจินเอาสมุนไพรสุดท้าย หรือก็คือเชื้อไฟบริสุทธิ์ โยนใส่หม้อยาแล้วนั่งรอที่เก้าอี้ข้างๆ

มือข้างหนึ่งหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา เคาะเรียกรองอธิการบดีที่อยู่ไกลถึงมหาวิทยาลัยนอร์ตัน

[นอร์ตันยังไม่กลับมาเหรอ]

รองอธิการบดีตอบเป็นรูปอีโมติคอนร้องไห้โฮ

[ยังเลยครับ นี่เป็นครั้งที่ท่านอธิการหายตัวไปนานที่สุดแล้ว ถ้าเขายังไม่กลับมาอีกผมจะสติแตกแล้ว]

อย่าว่าแต่พวกนักศึกษาของมหาวิทยาลัยนอร์ตันจะเป็นกลุ่มคนบ้า พวกศาสตราจารย์ก็เหมือนกัน

มีศาสตราจารย์สติเฟื่องหลายคน พวกนั้นแหละที่สมควรเรียกว่าระเบิดมหาวิทยาลัยได้ทุกวัน

รองอธิการบดีเป็นสายทรงความรู้ ควบคุมไม่ได้

มีหลายครั้งที่เขาคิดว่ามหาวิทยาลัยนอร์ตันถูกบุก ปรากฏว่าพอหน่วยปฏิบัติการออกโรงก็พบว่าคนกันเองทั้งนั้น

มีแค่นอร์ตันที่สามารถใช้วิชาการต่อสู้อันเด็ดเดี่ยวถึงจะสยบศาสตราจารย์พวกนี้ได้

แต่เรื่องที่ทำให้รองอธิการบดีรู้สึกได้รับการปลอบโยนขึ้นมาบ้างก็คือ นับตั้งแต่เวินทิงหลานเข้าเรียนมหาวิทยาลัยนอร์ตันก็ได้รับความสนใจจากศาสตราจารย์สติเฟื่องพวกนี้

จำนวนครั้งที่พวกเขาระเบิดมหาวิทยาลัยก็ลดน้อยลงทุกวัน

แต่เรื่องที่รองอธิการบดีกลัวก็คือ หากวันหนึ่งเวินทิงหลานเรียนจบก็จะร่วมระเบิดมหาวิทยาลัยกับศาสตราจารย์สติเฟื่องพวกนี้ไปด้วย

แบบนั้นก็หายนะแล้ว

ใครจะต้านทานไหว

อิ๋งจื่อจินขมวดคิ้วเล็กน้อย พิมพ์ข้อความปลอบโยน

[เขาไม่มีอันตรายถึงชีวิต ถ้ามี ฉันจะช่วยเหลือเขาจากทางไกล]

เรื่องนี้ก็อยู่เหนือความคาดหมายของอิ๋งจื่อจินเหมือนกัน

ต่อให้นอร์ตันไปโลกเล่นแร่แปรธาตุ เธอใช้ไพ่ทาโรต์ก็สามารถทำนายออกมาได้

ก็แค่ทำนายหาพิกัดที่เจาะจงไม่ได้ เพราะโลกเล่นแร่แปรธาตุก็เหมือนกับโลกจอมยุทธ์ เป็นพื้นที่เอกเทศ

แต่ตอนนี้เธอไม่รู้ว่านอร์ตันไปที่ไหน

หรือจะพูดอีกอย่างก็ได้ว่า เธอทำนายไม่ได้ว่าสถานที่ที่นอร์ตันอยู่มีชื่อว่าอะไร

ขณะที่กำลังคิดอยู่นั้นก็มีเสียงดังติ๊งจากโทรศัพท์มือถือ

[จริงสิ ปลายปีมหาวิทยาลัยนอร์ตันจะส่งนักศึกษาไปแลกเปลี่ยนที่มหาวิทยาลัยตี้ตู มีหน่วยปฏิบัติการตามไปด้วยครับ ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย ใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์ คุณต้องการเจอน้องชายไหมครับ]

อิ๋งจื่อจินครุ่นคิดแล้วตอบ

[ได้ เขาก็ควรได้กลับมาบ้างแล้ว]

ไม่อย่างนั้นน้องชายที่น่ารักและแสนดีของเธออาจถูกหล่อหลอมจนกลายเป็นคนบ้าที่ชอบใช้ความรุนแรงแล้ว

รองอธิการบดีไปทำงานอย่างมีความสุข

ทางด้านอิ๋งจื่อจินรอยาสองตำรับเสร็จก็จับบรรจุแล้วส่งให้ริต้า

เธอลุกขึ้น เท้าชะงักเล็กน้อย หรี่ตาลงแล้วเดินออกไป

เวลาหกโมงเย็นของประเทศจีน

เนื่องจากตอนนี้พ่อของคุณนายจี้ยังไม่ฟื้น จี้อี้หางถูกขังอยู่ในห้องสอบสวนของศูนย์ใน

ผ่านไปสี่ชั่วโมงแล้ว ถึงแม้จะยังไม่โดนตั้งข้อกล่าวหา ไม่มีการใช้เครื่องมือสอบสวน แต่ก็ไม่ให้เขากินน้ำ

ประตูห้องสอบสวนถูกเปิดออกในเวลานี้

“จี้อี้หาง นึกไม่ถึงใช่ไหมล่ะ” จี้อี้หยวนทำเสียงจึ๊ใส่ “แกมันรนหาที่ตายเองชัดๆ เอายาผิดให้พ่อตากิน ถูกฉันจับจุดอ่อนได้”

“จี้อี้หยวน หุบปากไปเลย!” ในที่สุดจี้อี้หางก็โมโหแล้ว “จื่อจินช่วยดูอยู่ พ่อตาฉันกินยาเข้าไปแล้วก็ปกติดี แกเล่นตุกติก แถมยังอยากปัดความรับผิดชอบอีกเหรอ”

“ฮ่าๆๆ จี้อี้หาง ฉันขำเป็นบ้าเลยว่ะ” พอได้ยินแบบนี้จี้อี้หยวนก็หัวเราะเสียงดัง “แกบอกว่าหลานสาวช่วยดู พ่อตาแกก็จะไม่เป็นไรงั้นเหรอ”

“ได้ๆๆ ต่อให้หลานสาวของแกมีความรู้เรื่องการรักษา รู้ดีมากๆ แต่จะรู้ดีไปกว่าหลานสาวของคุณเหยียนอีกเหรอ”

เขาทุบโต๊ะอย่างแรง “รู้จักสมาพันธ์โอสถใช่ไหม หลานสาวของคุณเหยียนเข้าสมาพันธ์โอสถไปแล้ว อีกทั้งกำลังจะเลือกสำนักอาจารย์”

ขณะพูดจี้อี้หยวนก็แสยะยิ้มอีกครั้ง “ก็หลานสาวเหมือนกัน แต่ทำไมแตกต่างได้ขนาดนี้ล่ะ”

จี้อี้หางสีหน้าเปลี่ยนเล็กน้อย “สมาพันธ์โอสถเหรอ”

งานประมูลคราวก่อนเพิ่งเป็นครั้งแรกที่จี้อี้หางได้เข้าไปในโลกจอมยุทธ์ เขาจึงไม่ได้รู้เรื่องในโลกจอมยุทธ์มากนัก

แต่เขาไม่มีทางไม่รู้จักสามอิทธิพลใหญ่ของโลกจอมยุทธ์

ศาลสถิตยุติธรรม สหพันธ์จอมยุทธ์ และสมาพันธ์โอสถ

นี่เป็นสามยักษ์ใหญ่ที่แท้จริงของโลกจอมยุทธ์

ศาลสถิตยุติธรรมรับหน้าที่กำกับดูแลบรรดาตระกูลจอมยุทธ์ใหญ่ จัดการผู้กระทำความผิดทั้งหมดในโลกจอมยุทธ์

แต่ฝีมือการต่อสู้โดยรวมของศาลสถิตยุติธรรมไม่ได้สูงที่สุด แต่เป็นสหพันธ์จอมยุทธ์

สหพันธ์จอมยุทธ์เป็นที่รวมตัวของจอมยุทธ์ชั้นยอดจำนวนมาก

โดยเฉพาะประธานสหพันธ์จอมยุทธ์ เป็นที่ยำเกรงไปทั่วโลกจอมยุทธ์

มีข่าวเล่าลือว่าวรยุทธ์ของประธานสหพันธ์คนนี้ยังอยู่เหนือผู้นำตระกูลหลิน เซี่ย และเย่ว์ด้วยซ้ำ

หากประธานสหพันธ์จอมยุทธ์โจมตีตระกูลไหน ตระกูลนั้นก็มีแต่จะพังพินาศ

ต่อมาก็คือสมาพันธ์โอสถ

ลักษณะคล้ายสหพันธ์จอมยุทธ์ สมาชิกระดับสูงของสมาพันธ์โอสถล้วนเป็นแพทย์แผนโบราณที่ฝีมือการรักษาล้ำเลิศ

ไม่ว่าจะอาจารย์หมอหรือหลินชิงจยาต่างก็เป็นสมาชิกของสมาพันธ์โอสถ

ใช่ว่าแพทย์แผนโบราณทุกคนจะถนัดปรุงยา แพทย์แผนโบราณบางคนก็ทำเป็นแค่ฝังเข็ม ซึ่งแพทย์แผนโบราณเหล่านี้ไม่สามารถเข้าร่วมสมาพันธ์โอสถได้

เนื่องจากโลกแพทย์แผนโบราณปิดกั้นโลกภายนอกมาตลอด คนข้างนอกอยากเข้าร่วมสมาพันธ์โอสถจึงยากเสียยิ่งกว่ายาก

เหยียนอันเหอเข้าร่วมสมาพันธ์โอสถได้ ย่อมต้องได้รับความชื่นชมจากสมาชิกระดับสูง

“รู้แล้วใช่ไหมล่ะ” จี้อี้หยวนแสยะยิ้ม “หลานสาวคุณเหยียนบอกคุณเหยียนว่า ยาเม็ดนั้นที่พวกแกให้พ่อตากินมีปัญหา ตอนแรกก็ปกติดีอยู่หรอก แต่มันจะเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นในตอนหลัง”

“แล้วดูสิ ก็เกิดจริงใช่ไหมล่ะ ฉันต้องเล่นตุกติกด้วยเหรอ แบบนี้เรียกอะไรนะ ทำตัวเองทั้งนั้น”

วันๆ เอาแต่อิ๋งจื่อจินๆ อิ๋งจื่อจินเทพทุกอย่างหรือไง

ตอนนี้จี้อี้หยวนเกลียดการได้ยินชื่ออิ๋งจื่อจินที่สุดแล้ว

นับตั้งแต่เวินเฟิงเหมียนพาอิ๋งจื่อจินกลับเข้าตระกูลจี้ เขาก็พบว่าตัวเองทำอะไรก็ติดขัดตลอด

สีหน้าของจี้อี้หางเย็นชาลง

มีเสียงฝีเท้าดังขึ้นอีกครั้ง

จี้อี้หยวนดีใจมาก “จี้อี้หาง ผลตรวจของทางศูนย์วิจัยจะต้องออกมาแล้วแน่ คอยดูเถอะ อีกเดี๋ยวแกไม่รอดแน่”

เขาหันไป ทันใดนั้นรอยยิ้มกลับค้างเติ่งอยู่บนใบหน้า “ทำไมเป็นแก!”

คนที่มาคือเวินเฟิงเหมียน

เขาสวมแว่นตากรอบเงิน บนตัวยังสวมชุดนักวิจัยสีขาวอยู่

ท่าทางสง่างาม บุคลิกโดดเด่น

จี้อี้หางเองก็ตะลึง “เฟิงเหมียน มาได้ยังไง”

“เวินเฟิงเหมียน ครั้งนี้ฉันไม่ได้เล่นงานแก แกอย่าคิดว่าจะรอดนะ” จี้อี้หยวนแสยะยิ้ม “รอก่อน สักวันหนึ่งแกจะน่าสมเพชยิ่งกว่าเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน”

ถึงแม้อุบัติเหตุการทดลองเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนจะไม่เกี่ยวข้องกับเขา แต่เขาก็ได้รับประสบการณ์

สักวันเขาต้องสามารถจับผิดเวินเฟิงเหมียนได้แน่ ทำให้เกิดอุบัติเหตุทางการทดลองอีกครั้ง

“เยาเยา” เวินเฟิงเหมียนแค่เหล่มองจี้อี้หยวนแวบหนึ่งแล้วค่อยๆ พูดขึ้น “มีคนอยากเห็นฝีมือการรักษาของลูก”

คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ

คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ

Status: Ongoing
อ่านนิยาย คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ‘จื่อจิน ถึงเธอจะเป็นลูกสาวของพวกเรา แต่พวกเราเลี้ยงเสี่ยวเซวียนมาสิบห้าปี ผูกพันกับเสี่ยวเซวียนมาก เสี่ยวเซวียนถูกเลี้ยงมาอย่างคุณหนู ไม่เหมือนเธอที่ทนความลำบากที่บ้านนอกมาตลอด ดังนั้นคุณหนูใหญ่ของตระกูลอิ๋งก็ยังคงเป็นเสี่ยวเซวียน’ ‘เธอคงจะน้อยใจ แต่เธอจิตใจดีขนาดนี้ แม่รู้ว่าเธอไม่มีทางถือสาแน่นอน วางใจนะ อะไรที่เธอควรได้ก็จะไม่มีทางน้อยหน้า’ ‘อะไรนะ เธอเองก็อยากไปด้วยล้อเล่นหรือเปล่า ทางนั้นเขาต้องการคุณหนูไฮโซ เธอน่ะ แม้แต่เล่นเปียโนสักเพลงก็ยังไม่เป็น จะไปเล่าอะไรให้เขาฟังมีแต่จะทำขายหน้า’ ภายในความฝันเป็นเงาคนเต็มไปหมดกับคำพูดที่ตีกันยุ่งเหยิง

Comment

Options

not work with dark mode
Reset