คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ – ตอนที่ 640 หน้าชา เผยตัวตนกลางออกอากาศ

ตอนที่ 640 หน้าชา เผยตัวตนกลางออกอากาศ

นับตั้งแต่สมัครแอ๊กเคานท์เวยปั๋ว มู่เฮ่อชิงเล่นเวยปั๋วมานานขนาดนี้ย่อมกลายเป็นคนดังไปแล้ว

เนื่องจากเขามีผลงานการรบที่ใหญ่หลวง ตราเกียรติยศมากมายนับไม่ถ้วน เคยอยู่ในบทเรียนของเด็กประถมและมัธยม

กอปรกับเขามีความเป็นกันเอง เรียกได้ว่าบารมีของมู่เฮ่อชิงอยู่อันดับต้นๆ ของประเทศจีน

หญิงชาย คนแก่หรือเด็ก ส่วนใหญ่จะรู้จักเขาหมด โด่งดังกว่าดาราแถวหน้าของประเทศด้วยซ้ำ

แต่นับตั้งแต่ชาวเน็ตติดตามเวยปั๋วของเขาก็พบว่าเขาจะโพสต์เวยปั๋วอยู่แค่สองเรื่อง

เรื่องแรกคือโพสต์รูปสิงสาราสัตว์หรือดอกไม้ รวมถึงรูปตัวเองไปตกปลาที่ไหน

อีกเรื่องคือแชร์โพสต์ที่เกี่ยวข้องกับอิ๋งจื่อจิน เป็นแฟนคลับตัวยงของแท้

พอมู่เฮ่อชิงโผล่ออกมาแบบนี้ก็สร้างความตะลึงให้ชาวเน็ตที่ไม่ได้สนใจเรื่องผลิตภัณฑ์ความงาม

[กรี๊ด ผู้เฒ่ามู่โกรธแล้ว!]

[สองปีก่อนฉันไม่เคยได้ยินชื่อโรงพยาบาลเซ่าเหริน แบรนด์ฮวาเสี่ยงหรงช่วยชีวิตโรงพยาบาลเซ่าเหรินเอาไว้ เป็นกิจการของตระกูลมู่จริงเหรอ]

[ผู้เฒ่ามู่ไปตกปลาที่ไหนครับ วันนี้ตกปลาหรือยังครับ]

มีมู่เฮ่อชิงคนดังระดับประเทศอยู่ก็มีคนกดเข้ามาเยอะขึ้นเรื่อยๆ

หลังจากที่ได้ทำความเข้าใจเรื่องราว ชาวเน็ตต่างก็แสดงความสงสัย

[ซังอวี่เป็นใคร]

[ดูเหมือนจะเป็นดารานะ หน้าตาดูใช้ได้ เอ๊ะ เป็นดาราในสังกัดชูกวงมีเดียด้วยเหรอ แต่ทำไมไม่เคยได้ยินเลยล่ะ]

[ฉันว่าแล้วว่ายัยนี่สร้างข่าวลือ ฉันก็ใช้ฮวาเสี่ยงหรงมานาน ไม่เห็นจะมีปัญหาเลยสักนิด]

[ฉันก็ไม่เคยได้ยินชื่อ แต่ฉันว่ามีคนหน้าแหกแน่งานนี้!]

ยังมีชาวเน็ตจำนวนไม่น้อยที่กดเข้าแอ๊กเคานท์ แอทเสี่ยวนั่วนั่ว แต่ก็พบว่าเจ้าของปิดแอ๊กเคานท์หนีไปแล้ว

เห็นได้ชัดว่าคาดไม่ถึงว่าคำพูดของตัวเองจะเป็นจริง

ส่วนซังอวี่ที่ให้ความสนใจกระแสวิจารณ์อยู่ที่หน้าจอเหมือนกันกลับตัวเย็นเฉียบ

เธอมือสั่น ดวงตาเบิกโพลง แทบไม่อยากเชื่อ

สืบมาเจอเธอได้ยังไง

แววตาของซังอวี่ขรึมลง

เธอเห็นคอมเมนต์ใต้โพสต์ของเธอเริ่มมีประเด็นใหม่ ต่างแสดงความสงสัยในตัวเธอ

ซังอวี่แสยะยิ้ม กดโพสต์เวยปั๋ว

แอทซังอวี่ : [บริษัทคุณหมายความว่าไงคะ หลังจากฉันใช้มาร์คหน้าล็อตใหม่ของพวกคุณเสร็จก็เกิดอาการแพ้ เพราะเมื่อก่อนไม่เคยเป็นแบบนี้ฉันถึงได้คิดว่าพวกคุณขายของปลอม นี่จะเรียกว่าสร้างข่าวลือได้ยังไงคะ

ที่บอกว่ามีคนตายก็ไม่ใช่ฉันพูด!

มีตระกูลมู่หนุนหลังก็เอาใหญ่งั้นเหรอคะ จากที่ไม่อะไรพวกคุณก็บีบให้ฉันต้องออกมาตอบโต้

เอาสิคะ ถ้าพวกคุณกล้าส่งจดหมายทนายมาฉันก็กล้ารับ ฉันจะสู้เพื่อปกป้องชื่อเสียงของตัวเองให้ถึงที่สุด]

นี่เป็นสาเหตุที่ซังอวี่มีความมั่นใจ

เธอแค่บอกว่าตัวเองแพ้ที่หน้า ไม่ได้วิจารณ์อย่างอื่นอีก

ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวให้ผลแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล ไม่ใช่ว่าทุกคนจะแพ้เหมือนกัน

เธอก็แค่ต้องการบีบให้หมอเทวดาออกมา เมื่อบรรลุวัตถุประสงค์ ตัวเธอก็ไม่ได้เสียหายอะไร

โรงพยาบาลเซ่าเหรินยังจะต้องมาขอโทษเธอถึงบ้านด้วยซ้ำ

[ว่ากันตามตรง เรื่องนี้ฉันขอยืนฝ่ายผู้บริโภค มาร์คหน้าเกิดปัญหา โรงพยาบาลมาบอกว่าลูกค้าสร้างข่าวลือ แบบนี้ก็ได้เหรอ]

[ดูจากประวัติการซื้อที่เธอโพสต์ ซื้อฮวาเสี่ยงหรงเป็นเงินตั้งมากขนาดนั้น หลายแสนเลยนะ ไม่จำเป็นต้องสร้างข่าวลือหรือเปล่า เธอจะทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร]

[งั้นก็รอดูไลฟ์สดวันพรุ่งนี้แล้วกัน]

คนที่สนใจข่าวไม่ได้มีแค่ชาวเน็ต ยังมีบริษัทคู่แข่งของโรงพยาบาลเซ่าเหรินด้วย

หนึ่งในนั้นคือเหยียนหรูอวี้

เหยียนหรูอวี้เป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเก่าแก่ของประเทศจีน โด่งดังในสมัยศตวรรษที่ยี่สิบ

แต่ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงขาลง

โดยเฉพาะช่วงสองปีนี้ หลังจากที่อิ๋งจื่อจินสร้างแบรนด์ฮวาเสี่ยงหรงก็ครองเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ของตลาดได้อย่างรวดเร็ว

รายได้ของเหยียนหรูอวี้ลดลงทุกไตรมาสจนบอสชักร้อนใจ

โรงพยาบาลเซ่าเหรินกับซังอวี่ต่างมีเหตุผลของตัวเอง ทำให้พวกพนักงานยากที่จะตัดสิน

“ประธานตู้คะ” เลขาขมวดคิ้ว “โรงพยาบาลเซ่าเหรินเปิดเผยส่วนผสมออกมาแล้ว ดูท่าครั้งนี้จะเป็นการสร้างข่าวลือนะคะ”

ตอนที่โรงพยาบาลเซ่าเหรินเปิดเผยส่วนผสม ทางเหยียนหรูอวี้ก็รีบส่งไปให้ฝ่ายผลิตทันที เพื่อให้พวกเขาผลิตออกมาเร็วที่สุด

“ข่าวลืออะไร” ประธานตู้ยิ้มแบบที่ไม่เห็นด้วย “หรือพวกคุณคิดจริงว่า ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยนี้จะมีมาร์คหน้าที่แค่ใช้เจ็ดวันก็ขาวใสได้จริงๆ แถมราคายังถูกขนาดนั้น”

ล้อเล่นอะไรน่ะ

พวกแบรนด์หรูของเมืองนอกขายกันตั้งแผ่นละหนึ่งพัน

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงแบบที่สั่งทำส่วนตัวโดยเฉพาะ ยิ่งแพงเข้าไปใหญ่

ส่วนฮวาเสี่ยงหรง

มาร์คหน้าขาวใสหนึ่งกล่องมีห้าแผ่น เพิ่งจะขายแค่เก้าร้อยเก้าสิบเก้าหยวน จะไปใช้ส่วนผสมของดีอะไรได้

แต่ก็เห็นผลเร็วจริง

หลังจากประธานตู้เห็นส่วนผสมก็ไม่ได้รู้สึกว่ามีความพิเศษอะไร และก็ไม่ได้ใส่สารอย่างนิโคตินาไมด์ที่ผลิตภัณฑ์ขาวใสชอบใส่กัน

เลขาแอบไม่เข้าใจ “ประธานตู้หมายความว่าไงคะ”

“หาลูกค้าที่ชอบซื้อฮวาเสี่ยงหรงใช้อีกสักสองสามคน ให้บอกว่าแพ้เหมือนกัน” ประธานตู้พูด “มีเสียงร้องเรียนเพิ่มก็ยิ่งเป็นเครื่องยืนยัน เรื่องเงินไม่ใช่เรื่องใหญ่”

ขอแค่ฉุดแบรนด์ฮวาเสี่ยงหรงลงมาได้ ต้องเสียเท่าไรก็ยอม

ตอนนี้พวกเขามีส่วนผสมแล้ว ไม่กลัวว่าจะทำมาร์คหน้าขาวใสกับยาสระผมเร่งผมดกไม่ได้

วันต่อมา

เมืองแห่งโลก

ตอนนี้เป็นตอนเช้า แสงแดดกำลังดี ไม่ร้อนเกินไป

เมืองแห่งโลกมีภูมิอากาศแบบฤดูใบไม้ผลิตลอดปี ไม่เคยมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ทางฤดู

ชาวเมืองต่างคาดเดาว่า ในบรรดาผู้วิเศษยี่สิบสองคน มีความสามารถพิเศษของผู้วิเศษคนหนึ่งที่ควบคุมสภาพอากาศได้

เวลานี้ ภายในคฤหาสน์ตระกูลอวี้

บรรดาอัศวินพกปืนต่างเฝ้าประจำแต่ละจุดอย่างเข้มงวด

โดยเฉพาะบริเวณที่พักของคุณนายผู้เฒ่าอวี้

พอมีคำสั่งของเซ่าอวิ๋นก็ยิ่งเพิ่มความเข้มงวดทั้งชั้นนอกและชั้นใน

คุณนายผู้เฒ่าอวี้ถูกกักบริเวณไว้แบบนี้ แม้แต่จะลงไปข้างล่างก็ยังทำไม่ได้

เธอจะใช้วิธีอดอาหารประท้วงก็ไม่ได้เช่นกัน

ถ้าเธอไม่กินข้าว สาวใช้ก็จะทำตามคำสั่งของเซ่าอวิ๋น เอาเม็ดอาหารเสริมใส่ลงในน้ำให้เธอดื่ม

เม็ดอาหารเสริมแบบนี้คิดค้นโดยสำนักวิจัยที่อยู่ในสังกัดสำนักผู้วิเศษ กินเม็ดเดียวก็อยู่ได้สามวันโดยไม่ต้องกินข้าว

คุณนายผู้เฒ่าอวี้จำต้องยอมรับว่ามันผิดแผนไปหมด

เธอเองก็ไม่รู้ว่าตอนนั้นฟู่หลิวอิ๋งยังตั้งท้องด้วย

ถ้ารู้เธอจะขังฟู่หลิวอิ๋งไว้ก่อน

รอคลอดเด็กเมื่อไรก็จะให้เป็นลูกของจูซา จากนั้นค่อยไล่ฟู่หลิวอิ๋งออกไป คงไม่มีทางเป็นเรื่องอย่างทุกวันนี้

เพราะถ้าไม่มีคนในเมืองพามา คนของเจ็ดทวีปสี่มหาสมุทรก็ไม่มีทางหาทางเข้าเมืองแห่งโลกเจอ

เธอกับผู้เฒ่าอวี้จับตาดูอวี้เซ่าอวิ๋นไว้อย่างดี เขาอย่าได้คิดจะออกจากเมืองแห่งโลกแม้เพียงครึ่งก้าว

จูซายกถ้วยชา “คุณแม่ใจเย็นๆ ค่ะ โกรธไปจะไม่ดีต่อสุขภาพ ได้ไม่คุ้มเสีย”

“ซาเอ๋อร์ มีแค่เธอที่เอาใจใส่แม่” คุณนายผู้เฒ่าอวี้รับมาดื่ม แต่ก็ยังโกรธไม่หาย “แม่ดูนะ หัวใจของเขาถูกนังจิ้งจอกคนนั้นครอบงำไปหมดแล้ว ทำไมตอนนั้นแม่ถึงไม่ห้ามไว้นะ”

นานมาแล้วก่อนที่อวี้เซ่าอวิ๋นจะเกิด ตระกูลอวี้ได้มีการหมั้นหมายไว้ให้เขาก่อนแล้ว

รอเขาอายุครบยี่สิบสี่ปีก็จะจัดงานแต่งงานอย่างเป็นทางการ

ใครจะไปรู้ว่าอยู่ๆ ก็มีฟู่หลิวอิ๋งโผล่มา

“คุณแม่คะ หัวใจของท่านหัวหน้าตระกูลมีเลือดเนื้อ” จูซายิ้มอย่างอ่อนโยน “นั่นเป็นลูกคนแรกของอาอวิ๋น คุณแม่จะให้เขาทิ้งลูกตัวเองไว้บนโลกนั้นไม่ได้นะคะ”

คุณนายผู้เฒ่าอวี้แสยะยิ้ม “เขามันโง่ ไม่รู้ว่าใครดีกับเขา คนเป็นแม่มีเหรอจะปล่อยให้เขาสมองตาย แต่ลูกชายเขาสักวันจะมาเอาชีวิตเขา”

จูซารินน้ำชาอีกหนึ่งถ้วย “คุณแม่อย่ามองโลกในแง่ร้ายแบบนั้นสิคะ อาอวิ๋นบอกหนูว่า เด็กคนนั้นเก่งพอสมควร เป็นถึงประธานใหญ่ของเครือบริษัทอันดับหนึ่งของโลกนั้นเลยนะคะ”

คุณนายผู้เฒ่าอวี้แสยะยิ้มอีกครั้ง “โลกนั้นเหรอ ซาเอ๋อร์ แม่ก็อยากจะรอดูนะว่า ไม่พูดถึงพวกคนที่บังเอิญพลัดหลงเข้ามา ต่อให้เป็นอัจฉริยะที่สำนักผู้วิเศษรับเข้ามาเอง มีคนไหนบ้างที่สู้คนท้องถิ่นได้”

จุดนี้จูซาไม่เถียง เธอแค่ยิ้ม

เทคโนโลยีของเมืองแห่งโลกล้ำหน้ากว่าบนโลกไปถึงสองศตวรรษกว่า

นี่ยังไม่นับที่มีคนของเมืองแห่งโลกจำนวนไม่น้อยตัดสินใจไปบนโลกแล้วเอาเทคโนโลยีไปด้วย

วิชาเล่นแร่แปรธาตุตอนนั้นก็ใช่ ไซมอน แกรนด์ก็ด้วย

จูซานั่งเป็นเพื่อนคุณนายผู้เฒ่าอวี้อยู่สักพัก

หลังจากคุณนายผู้เฒ่าอวี้หลับแล้วเธอถึงออกไป

จูซาเดินไปที่ประตูใหญ่ หันมองเซ่าอวิ๋นที่เดินออกไปพร้อมคนคุ้มกัน

สีหน้าของเขาดุดัน บุคลิกเอาเรื่อง

จูซาก้มหน้าครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่แล้วเรียกพ่อบ้านมา “ท่านหัวหน้าตระกูลจะออกจากเมืองวันนี้เหรอ”

“ครับคุณนายใหญ่” พ่อบ้านตอบอย่างนอบน้อม “ท่านหัวหน้าตระกูลพาคนไปด้วยค่อนข้างเยอะ อีกทั้งยังเป็นอัศวินที่ฝีมือต่อสู้สูงมาก วันนี้สำนักผู้วิเศษเพิ่งอนุมัติครับ”

เรื่องของอวี้เซ่าอวิ๋นกับฟู่หลิวอิ๋งไม่ถือเป็นความลับอะไรสำหรับสำนักผู้วิเศษ

“อย่างนั้นเหรอ” จูซายิ้ม “ความต้องการของคุณนายผู้เฒ่าคือ ท่านหัวหน้าตระกูลเพิ่งรับตำแหน่งยังไม่ถึงปี เรื่องบางอย่างยังตัดสินใจอย่างแม่นยำไม่ได้”

เธอพูดแฝงความนัย “ดังนั้นให้ส่งคนไปอีกกลุ่มตามท่านหัวหน้าตระกูลไปด้วย”

พ่อบ้านสีหน้าเปลี่ยน “คุณนายใหญ่ ขัดคำสั่งของท่านหัวหน้าตระกูลไม่ได้นะครับ!”

“นี่จะเป็นการขัดคำสั่งได้ยังไง ฉันส่งคนไปปกป้องเขา” จูซายิ้ม “พ่อบ้านก็เห็นเซ่าอวิ๋นมาตั้งแต่เด็ก คงไม่อยากเห็นเขาถูกหลอกอีกใช่ไหม”

พ่อบ้านนึกถึงฟู่หลิวอิ๋งที่ทำให้อวี้เซ่าอวิ๋นต้องหมดสติไปนานถึงสามปี

ทั้งยังต่อต้านคนในตระกูลด้วยการอดอาหาร สุดท้ายถูกผู้เฒ่าอวี้บังคับเข้าโบสถ์แต่งงาน และยังจับกินยาของสำนักวิจัย

กว่าจะกลับมาอยู่กับร่องกับรอยไม่ใช่ง่ายๆ แต่กลับจะถูกหลอกไปอีกแล้ว

พ่อบ้านใจเย็นลงมาก “ครับคุณนายใหญ่ แต่จะส่ง…”

“พ่อบ้านไปที่สำนักผู้วิเศษ หาคนคุ้มกันของจักรพรรดินี” จูซาถอดกำไลออก “เธอจะอนุมัติ”

พ่อบ้านนอบน้อม “ครับคุณนายใหญ่”

จูซามองพ่อบ้านเดินออกไป ยิ้มอย่างอ่อนโยน ท่าทางใจดีเหมือนยามปกติ

อีกด้านหนึ่งที่เมืองฟลอเรนซ์

อิ๋งจื่อจินยังจัดการธุระไม่เสร็จ เธอจึงไม่ได้กลับจีน

ทางด้านโรงพยาบาลเซ่าเหรินได้เชิญผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรควบคุมความปลอดภัยทางด้านสุขอนามัยมาเพื่อให้ตรวจสอบไปพร้อมกับเธอ

อิ๋งจื่อจินเคยตรวจคนไข้ไม่เยอะมาก คนในประเทศจีนมีไม่กี่คนที่รู้สถานะนี้ของเธอ

รวมถึงผู้เชี่ยวชาญต่างๆ

“คุณอิ๋ง!” ผู้เชี่ยวชาญตะลึง พูดไม่ถูกไปชั่วขณะ “คะ…คะคุณก็คือหมอเทวดาเหรอครับ”

ไม่ว่าอย่างไรพวกเขาก็คาดไม่ถึงว่าหมอเทวดาที่โด่งดังไปทั้งประเทศของโรงพยาบาลเซ่าเหรินจะเป็นอิ๋งจื่อจิน!

นักศึกษาอัจฉริยะของมหาวิทยาลัยตี้ตู เศรษฐินีแห่งวงการบันเทิง แถมยังเป็นหมอเทวดาด้วยเหรอ

นี่มันโลกแฟนตาซีอะไรกัน

ผู้เชี่ยวชาญจำเธอได้ดี เพราะลูกสาวของเขาอยู่มหาวิทยาลัยตี้ตู ชอบกลับมาเล่าให้ฟังทุกวันว่าเทพอิ๋งเก่งอย่างนั้นอย่างนี้

นี่มันเกินคำว่าเก่งไปมากแล้ว

“สวัสดีค่ะ” อิ๋งจื่อจินทักทายอย่างสุภาพ “รบกวนพวกคุณให้มากันตั้งไกลแล้วค่ะ”

“ไม่ๆๆ ไม่รบกวนครับ” ผู้เชี่ยวชาญกระแอมเสียง ยื่นกระดาษให้ใบหนึ่งด้วยมือที่สั่น “ขอลายเซ็นให้ลูกสาวได้ไหมครับ”

“…”

ชูกวงมีเดียรับหน้าที่ถ่ายทอดสด

เลขาสาวสงสัยเรื่องนี้ “บอสคะ บอสไปยุ่งเรื่องด้านการแพทย์ได้ยังไงคะ”

อิ๋งจื่อจินถือโทรศัพท์ “หืม ฉันไม่เคยบอกเหรอว่าถือว่าฉันเป็นเจ้าของโรงพยาบาลนี้ด้วย”

เลขาสาวเงียบก่อน ต่อมาก็กลุ้ม แอบบ่น “…บอส แอบมีคนอื่นลับหลังฉัน”

นี่เธอไม่ได้เป็นเลขาเพียงคนเดียวเหรอ

อิ๋งจื่อจิน “…”

ราวกับเธอได้เจอซีซาร์ ลอเรนท์ เวอร์ชันผู้หญิง

ในเมื่อเป็นเรื่องของบอสตัวเอง เลขาสาวก็เต็มที่ เตรียมไลฟ์สดให้ทันที

บรรดาชาวเน็ตที่เฝ้ารอกันมานานย่อมสังเกตเห็นสถานที่ที่แปลกตาจากสไตล์อาคาร

[ทำไมสถานที่ไลฟ์สดเป็นที่ฟลอเรนซ์ล่ะ]

[หมอเทวดาไม่อยู่ในจีนเหรอ เป็นคนต่างชาติเหรอ คนต่างชาติเรียนแพทย์แผนจีน ตลกน่า]

ผู้เชี่ยวชาญยังไม่หายตื่นเต้น

เขามองกล้อง ผ่อนลมหายใจแล้วถึงพูดขึ้น “การไลฟ์สดในวันนี้ พวกเราจะตรวจสอบส่วนผสมพร้อมทั้งทำผลิตภัณฑ์บำรุงผิวในขณะไลฟ์สด คุณหมอเทวดาจะเป็นผู้ทดลองใช้ด้วยตัวเอง เพื่อยืนยันกับทุกคนว่าทางโรงพยาบาลเซ่าเหรินไม่มีทางทำของปลอมครับ”

[อื้อหือ ฟลอเรนซ์! อยู่ๆ ฉันก็กล้าคิดอะไรบางอย่าง… ]

[ขอยกมือแบบแอบๆ ฉันก็เหมือนกัน]

[ฉันไม่สนหรอกว่าหมอเทวดาคือใคร ขอถามหน่อยว่าทำไมมีคนแพ้ตั้งเยอะขนาดนั้น จะปฏิเสธเหรอ เอาอย่างเทพอิ๋งบ้างได้หรือเปล่า ผิดก็ปรับปรุง]

[อย่าเอะอะก็เทียบกับเทพอิ๋งได้มะ]

“ทุกคนช่วยกันจับตาดูนะครับ” ผู้เชี่ยวชาญพูดจบก็ถอยหลังหนึ่งก้าว สวมถุงมือสำหรับใช้ทางการแพทย์

ในที่สุดกล้องก็จับไปที่อีกด้าน

เสียงทุกอย่างหยุดลงในเวลานี้

ข้อความเลื่อนบนหน้าจอก็หายไปไม่มีเหลือ

คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ

คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ

Status: Ongoing
อ่านนิยาย คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ‘จื่อจิน ถึงเธอจะเป็นลูกสาวของพวกเรา แต่พวกเราเลี้ยงเสี่ยวเซวียนมาสิบห้าปี ผูกพันกับเสี่ยวเซวียนมาก เสี่ยวเซวียนถูกเลี้ยงมาอย่างคุณหนู ไม่เหมือนเธอที่ทนความลำบากที่บ้านนอกมาตลอด ดังนั้นคุณหนูใหญ่ของตระกูลอิ๋งก็ยังคงเป็นเสี่ยวเซวียน’ ‘เธอคงจะน้อยใจ แต่เธอจิตใจดีขนาดนี้ แม่รู้ว่าเธอไม่มีทางถือสาแน่นอน วางใจนะ อะไรที่เธอควรได้ก็จะไม่มีทางน้อยหน้า’ ‘อะไรนะ เธอเองก็อยากไปด้วยล้อเล่นหรือเปล่า ทางนั้นเขาต้องการคุณหนูไฮโซ เธอน่ะ แม้แต่เล่นเปียโนสักเพลงก็ยังไม่เป็น จะไปเล่าอะไรให้เขาฟังมีแต่จะทำขายหน้า’ ภายในความฝันเป็นเงาคนเต็มไปหมดกับคำพูดที่ตีกันยุ่งเหยิง

Comment

Options

not work with dark mode
Reset