คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ – ตอนที่ 752 รุมกระทืบ! เครื่องช็อต

ตอนที่ 752 รุมกระทืบ! เครื่องช็อต

พวกนักศึกษาระดับสูงของคณะชีววิทยาและพันธุศาสตร์เห็นท่าทางเอาเรื่องของอิ๋งจื่อจินก็พากันถอยหนึ่งก้าว

ไรอันยิ้ม “แน่นอนว่าแข่งต่อสู้ พละกำลังคือเครื่องวัดทุกสิ่ง”

พอได้ยินแบบนี้อิ๋งจื่อจินก็หันไป “เมื่อก่อนก็แข่งแบบนี้เหรอ”

เยี่ยซือชิงลังเล “ใช่ พวกเขาใช้พละกำลังตัวเอง พวกเราใช้เทคโนโลยี”

อิ๋งจื่อจินพยักหน้าเบาๆ “เข้าใจแล้ว”

ถ้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ใช้เทคโนโลยีแล้วยังเอาชนะคณะพันธุศาสตร์ไม่ได้ ในสายตาของสำนักผู้วิเศษ นี่ก็แสดงว่าคณะวิศวะไม่มีความจำเป็นต้องพัฒนาต่อแล้ว

“ส่งมาฝ่ายละหกคน” อาจารย์ที่รับหน้าที่ดำเนินการแข่งได้พูดขึ้น “อนุญาตให้ทางคณะวิศวะใช้แค่อาวุธระดับบีหรือต่ำกว่า”

“ส่วนคณะพันธุศาสตร์ให้แค่มนุษย์ดัดแปลงพันธุกรรมระดับบีหรือต่ำกว่า”

อาวุธประเภทเลเซอร์เป็นอาวุธระดับเอ อาวุธระดับบีคือปืนกับลูกกระสุน

ถึงแม้พลังทำลายล้างก็สูงมากเหมือนกัน แต่ก็แค่นั้น ถ้าเคลื่อนไหวเร็วมากพอก็สามารถหลบได้

แต่ถ้าเป็นมนุษย์ดัดแปลงพันธุกรรมระดับบี ความสามารถเทียบได้กับปรมาจารย์จอมยุทธ์

พลังต่อสู้ระดับนี้ อาจไม่ถึงขั้นรับลูกกระสุนได้ง่ายๆ แต่ก็ไม่ยากเกินไปแน่นอน

เดิมทีนี่ก็ไม่ใช่การแข่งขันที่ยุติธรรม

“แต่คณะวิศวะเลือกสิ่งประดิษฐ์ของคณะพันธุศาสตร์ได้หนึ่งอย่าง” อาจารย์พูดต่อ “คณะพันธุศาสตร์ก็เลือกสิ่งประดิษฐ์ของคณะวิศวะได้เหมือนกัน ถ้าทั้งสองฝ่ายพร้อมแล้วจะเริ่มแข่งอย่างเป็นทางการ ห้ามทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส”

สองฝั่งมีอุปกรณ์ที่เตรียมไว้ก่อนแล้ว

“พวกเราเลือกอันนี้แล้วกัน” ไรอันชี้หุ่นยนต์ห้าตัว “เท่ากับมีคนเพิ่มห้าคน”

นักศึกษาคนอื่นของคณะพันธุศาสตร์ก็เห็นด้วย

“พวกเราเลือก…” บิลเพิ่งพูดก็ถูกคนที่อยู่แถวนั้นขัดจังหวะ

“รุ่นน้องอิ๋งว่าเลือกอันไหนดี”

“นั่นสิรุ่นน้องอิ๋ง เธอความรู้สูง เธอเลือกแล้วกัน”

บิลสูดลมหายใจเข้าลึก น้ำตาคลอในดวงตา

พวกคนชั้นต่ำที่ขี้ประจบ!

ไว้ตระกูลเรนเกลเปลี่ยนหัวหน้าตระกูลเมื่อไร ก็ไม่รู้ว่าคนพวกนี้จะเหยียบย่ำอิ๋งจื่อจินยังไง

เธอต้องอดทนไว้

อิ๋งจื่อจินย่อตัวนั่งลง หยิบขวดสีขาวที่อยู่บนชั้นสุดท้าย “ยาอันตรธานแล้วกัน”

พอได้ยินคำนี้ คนของคณะพันธุศาสตร์ก็สีหน้าเปลี่ยนเล็กน้อย

ถ้ายาอันตรธานถูกร่างกายก็ไม่ต่างจากยาสลายศพ

บิลได้ฟังก็แสยะยิ้ม “ยาอันตรธานเหรอ รู้จักเลือกจริงนะ เธอมีความสามารถเอาไปหยดใส่ตัวคนอื่นได้หรือไง”

ถ้าเข้าไม่ถึงตัว ยาอันตรธานก็เป็นแค่ของไม่มีประโยชน์

“จำเป็นต้องให้เธอมาสอนเหรอ” เยี่ยซือชิงมองบิลอย่างเย็นชา “เธออยากลงด้วยไหม”

บิลหน้าขรึม “ฉันไม่ลงด้วยหรอก”

ให้เธอช่วยอิ๋งจื่อจิน อย่าแม้แต่จะคิด

อีกทั้งคณะพันธุศาสตร์เลือกหุ่นยนต์ เท่ากับว่าต้องเจอคู่ต่อสู้สิบเอ็ดคน

เธอไม่มีทางหาเรื่องใส่ตัว

“ขายหน้า” เยี่ยซือชิงไม่สนใจบิลอีก “รุ่นน้องอิ๋ง พี่จะลงกับเธอเอง”

“ฉันเอาด้วยนักศึกษาอิ๋ง”

“ฉันลงด้วยคน!”

พวกนักศึกษาพากันแย่งลง

“ไรอัน พวกเขาอยากมาตายกันตั้งหลายคนแน่ะ” นักศึกษาชายคนหนึ่งพูดดูถูก “ถึงจะทำให้เจ็บหนักไม่ได้ แต่แผลเล็กน้อยก็ต้องมีอยู่แล้ว พอถึงตอนนั้นเล่นตุกติกนิดหน่อยเอาให้พวกเขารักษาไม่หายไปตลอดชีวิต”

ไรอันกลับทำหน้าหนักใจ “อย่าประมาทจะดีกว่า”

เมื่อก่อนอิ๋งจื่อจินเป็นเพียงชาวเมืองธรรมดา ตอนนี้กลายเป็นคุณหนูใหญ่ตระกูลเรนเกลแล้ว

ไพ่ตายมีอยู่เท่าไร พวกเขาไม่รู้

อิ๋งจื่อจินหยิบเครื่องมือส่งข้อมูลออกมาห้าเครื่องแล้วยื่นให้พวกเยี่ยซือชิง “เล็งหุ่นยนต์ให้ดีแล้วกดปุ่มสีเขียว”

“ได้” เยี่ยซือชิงรับมา

“พวกรุ่นพี่เยี่ยสู้กับหุ่นยนต์ห้าตัวก็พอแล้วค่ะ” อิ๋งจื่อจินเงยหน้า วิเคราะห์สถานการณ์อย่างรวดเร็วพลางพูด “ไรอันนั่น ฉันจัดการเอง”

“ยังมีอีกตั้งห้าคนนะ”

“จะมีคนเล่นงานพวกเขา”

เยี่ยซือชิง “?”

ยังจะมีใครอีก

อิ๋งจื่อจินมัดผมหางม้าสูง เผยให้เห็นลำคอขาวนวล “รีบจัดการให้จบๆ”

“ไรอัน ลำบากนายหน่อยนะ” นักศึกษาชายยิ้ม “พวกเราสองรุมหนึ่ง เสร็จแล้วจะมาช่วยนาย”

ไรอันปฏิเสธ “ไม่ต้อง”

เขาผ่านการดัดแปลงพันธุกรรมมาแล้ว ถ้าผู้หญิงแค่คนเดียวยังเอาชนะไม่ได้ก็ขายหน้าแย่

“ทั้งสองฝ่ายพร้อมแล้วใช่ไหม” อาจารย์ดูเวลา “เริ่มได้!”

ครืนนน

หุ่นยนต์ทั้งห้าตัวเคลื่อนที่นำมาก่อน จากนั้นก็พุ่งเข้าโจมตีพวกเยี่ยซือชิงอย่างรวดเร็ว

นักศึกษาห้าคนไม่ขยับ รอพวกหุ่นยนต์ทำให้ได้เปรียบก่อน

“นักศึกษาอิ๋ง เจอกันอีกแล้วนะ” ไรอันทักทายอย่างเป็นมิตร “คุณเป็นผู้หญิง ผมจะยั้งๆ มือไว้บ้าง”

อิ๋งจื่อจินเหลือบตาขึ้น น้ำเสียงห่างเหิน “ไร้สาระ”

วินาทีถัดมาเธอก็เริ่มขยับ

เธอไม่ได้วาดลวดลายอะไร เข้าไปโจมตีที่เอวด้านหลังของไรอันทันที

ไรอันตะลึง รีบหลบ

บิลเห็นแล้วก็แค่อยากหัวเราะ

อิ๋งจื่อจินคงไม่ได้คิดจะสู้ตัวต่อตัวกับมนุษย์ดัดแปลงพันธุกรรมใช่ไหม

เยี่ยซือชิงจดจำคำพูดของอิ๋งจื่อจินอยู่ตลอด กดปุ่มสีเขียวอย่างแน่วแน่

ชั่วขณะนั้นเครื่องมือส่งข้อมูลก็ได้ส่งสัญญาณไป เริ่มแฮกเข้าระบบของหุ่นยนต์ห้าตัว

นักศึกษาคณะพันธุศาสตร์เห็นแบบนั้นก็สงสัย “พวกเขาทำอะไรอยู่ ทำไมไม่ขยับ”

คิดว่ามีหุ่นยนต์เป็นตัวช่วยแบบพวกเขาเหรอ

หนึ่งวินาที สองวินาที ทันใดนั้น…

ตึ๊ด!

ตึ๊ด!

ตึ๊ด!

หุ่นยนต์ห้าตัวที่ล้อมรอบพวกเยี่ยซือชิงอยู่เกิดช็อตในชั่วขณะ

หลังจากส่งเสียงร้อง ตึ๊ดๆ ไม่กี่ครั้ง ไฟที่ตัวหุ่นยนต์ทั้งห้าก็กะพริบไม่หยุด จากนั้นก็มุ่งหน้าเข้าไปโจมตีพวกนักศึกษาคณะพันธุศาสตร์

“สหาย” อยู่ๆ ก็กลับลำ พวกนักศึกษาคณะพันธุศาสตร์ไม่ทันตั้งตัว ถูกโจมตีอย่างแม่นยำ

ถูกจับกดลงพื้นทุกคน

ตุบตับ ตุบตับ!

เสียงดังต่อเนื่อง

เยี่ยซือชิงกับพวกนักศึกษาคนอื่นก็งงเหมือนกัน

พวกเขามองเครื่องมือส่งข้อมูลขนาดเล็กกะทัดรัดในมือ ชั่วขณะนั้นไม่ได้สติกลับมา

คะ แค่นี้ก็เสร็จแล้วเหรอ

ในเวลานี้เอง ฝ่ามือของอิ๋งจื่อจินสับไปที่คอของไรอัน

ห่างไปแค่นิ้วเดียวก็จะตัดเส้นเสียงของเขาได้

เหงื่อผุดเต็มหน้าผากไรอัน เขาไม่กล้าขยับ

ข้างตัวเขาก็คือยาอันตรธาน ถ้าเขาขยับก็จะแตะถูกยานั้น

“นี่น่ะเหรอฝีมือดัดแปลงพันธุกรรมของคณะพันธุศาสตร์” อิ๋งจื่อจินดึงมือกลับ ค่อยๆ ยืดตัวขึ้น “มองไม่ออกเลยนะว่าเก่ง”

“…”

เกิดความเงียบขึ้นรอบตัว

นักศึกษาของคณะชีววิทยาและพันธุศาสตร์ต่างสีหน้าเปลี่ยน สภาพย่ำแย่

เดิมทีพวกเขามาเพื่อมาข่มคณะวิศวกรรมศาสตร์ ปรากฏว่ากลับถูกอีกฝ่ายอัดเสียน่วม

“แกโกง!” นักศึกษาคนหนึ่งที่ยังถูกหุ่นยนต์ซ้อมได้ตะโกนขึ้น “พวกแกเล่นตุกติกที่หุ่นยนต์!”

ไม่อย่างนั้นทำไมหุ่นยนต์ถึงเล่นงานพวกเขาได้

“นี่ไม่ใช่การโกง” เยี่ยซือชิงโชว์เครื่องมือส่งข้อมูลให้ดู “ก็แค่ใส่โปรแกรมนิดหน่อย ไม่ใช่ว่าพวกนายไม่รู้จักเทคโนโลยีเลยนะ”

“ไม่ตั้งแม้แต่พาสเวิร์ด ไม่เท่ากับรอถูกแฮกเหรอ”

นักศึกษาคนนั้นพูดไม่ออก หน้าเขียวบวมเป่ง ร้องโวยวายด้วยความโกรธ

อาจารย์ประกาศทันที “คณะวิศวะชนะ! จะได้รับทรัพยากรหนึ่งเท่า”

“รุ่นน้องอิ๋ง!” เยี่ยซือชิงเรียกด้วยความดีใจ “รุ่นน้องอิ๋งเก่งมากเลยนะ”

“พวกเขาประมาทเอง” อิ๋งจื่อจินอธิบาย “ถ้าลงมือพร้อมหุ่นยนต์แต่แรก พวกเราก็ไม่มีทางชนะง่ายขนาดนี้หรอก”

ในสนามรบ การหยั่งเชิงดูท่าทีของอีกฝ่ายบางครั้งก็สำคัญกว่าฝีมือ

“ไอ๊หยาๆ เอาเป็นว่าเธอเก่งที่สุดแล้ว” เยี่ยซือชิงดีใจแทนเธอ “พรุ่งนี้ตอนไปพบผู้วิเศษ ผู้วิเศษต้องมีรางวัลให้เธอแน่นอน”

บิลก็คาดไม่ถึงว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะปิดฉากอย่างราบรื่นขนาดนี้

เธอมองพวกนักศึกษาที่ล้อมอิ๋งจื่อจินอยู่ เม้มริมฝีปาก เดินออกอย่างหน้าเสีย

สองคณะสู้กัน คณบดีนอร์แมนก็ย่อมมาดูด้วย

หลังจากเสร็จการแข่งขัน เขาก็ไปหาอิ๋งจื่อจินที่ห้องทดลองลับทันที

กลับรู้สึกเป็นห่วง “ลูกศิษย์ เธอจะถูกคนเจตนาไม่ดีจับจ้องไหม”

“วางใจได้ค่ะอาจารย์” อิ๋งจื่อจินเปิดขวดน้ำผลไม้ เลิกคิ้วพลางพูด “หนูออมแรงแล้ว ไม่ได้ใช้กำลังภายใน”

สาเหตุที่เธอเลือกยาอันตรธานเป็นเพราะต้องการปิดกั้นทางหนีของนักศึกษาคณะชีววิทยาและพันธุศาสตร์ บีบให้พวกเขาทำได้เพียงยอมแพ้

คณบดีนอร์แมนถูมือ “ลูกศิษย์ เมื่อไรอาจารย์จะมีฝีมือระดับเธอเหรอ”

ได้ยินว่าจอมยุทธ์ที่มีกำลังภายในขั้นสุดยอดจะเหาะไปได้หลายร้อยเมตร

อิ๋งจื่อจินลองคำนวณ “ฝึกอีกสักสองสามร้อยปีมั้งคะ”

คณบดีนอร์แมน “…”

ไม่สู้เขาตายดีกว่า

อีกด้านหนึ่ง

ภายในห้องทำงาน แววตาของคณบดีคณะพันธุศาสตร์ขรึมลง “สังเกตดีแล้วเหรอ”

“ท่านคณบดีครับ อิ๋งจื่อจินมาจากประเทศจีน เธอใช้วิชาต่อสู้ของประเทศจีนครับ” ผู้ช่วยยิ้ม “ในเมืองแห่งโลกมีบันทึกเกี่ยวกับประเทศจีนอยู่ไม่น้อย พวกเขาเป็นประเทศที่มีวิชาการต่อสู้มาตั้งแต่โบราณครับ”

“แต่ไม่มีทางเก่งถึงขั้นจอมยุทธ์โบราณแน่นอน คงพูดได้แค่ว่าเธอต่อสู้เก่งพอตัวครับ”

ถ้าอิ๋งจื่อจินมีวรยุทธ์ หมัดเดียวก็ชกหุ่นยนต์แหลกแล้ว

ยังจะต้องใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีมาช่วยอีกเหรอ

คณบดีคณะพันธุศาสตร์โล่งอกขึ้นมาบ้าง “ฉันก็คิดแบบนั้น”

ฝีมือการต่อสู้ของไรอันเก่งกว่าอิ๋งจื่อจินมาก

แต่เนื่องจากไม่กล้าแตะถูกยาอันตรธาน มีข้อจำกัดเยอะ ก็เลยถูกอิ๋งจื่อจินข่มได้

คณบดียิ้ม

เขาคิดมากเกินไปแล้ว

ได้ข่าวมาจากในเว็บดับบลิวว่าตระกูลเรนเกลรับอิ๋งจื่อจินมาจากตระกูลเศรษฐีที่ไม่สะดุดตาในประเทศจีน ตระกูลแบบนั้นไม่มีทางเกี่ยวข้องกับจอมยุทธ์

คณบดีปิดจอฉายภาพ

ในเมื่อเป็นแบบนี้ก็ไม่จำเป็นต้องรายงานไปที่สำนักผู้วิเศษแล้ว

เช้าวันต่อมา

สำนักผู้วิเศษส่งหน่วยอัศวินมารับคน

ตอนที่ไรอันกับนักศึกษาคณะชีววิทยาและพันธุศาสตร์อีกคนเห็นอิ๋งจื่อจิน ต่างก็อยู่ห่างๆ เหมือนหวาดกลัว

จนกระทั่งถึงสำนักผู้วิเศษ บิลยังคงสับสนอยู่ในใจ ไม่กล้ามองไปรอบๆ

จนมีคนเรียกเธอ

บิลเงยหน้า “อา…หก”

“ได้ยินว่าคณะพันธุศาสตร์กับคณะวิศวะสู้กันไปรอบนึง อิ๋งจื่อจินกับเพื่อนๆ ชนะเสียด้วย” ไชโลห์ก้มมองบิล “เธอก็ต้องเข้าพบผู้วิเศษเหมือนกัน ทำไมไม่เข้าร่วมล่ะ”

บิลกำมือแน่น “มันไม่ถึงขั้นที่หนูต้องลงค่ะ”

เธอยังรอดูอิ๋งจื่อจินพ่ายแพ้ด้วยซ้ำ ปรากฏว่าแค่สองสามทีการต่อสู้ก็จบแล้ว

คณะชีววิทยาและพันธุศาสตร์พ่ายแพ้

“อย่างนั้นเหรอ” ไชโลห์กอดอก ยิ้มพลางพูด “เป็นสมาชิกสายตรงของตระกูลเรนเกลเหมือนกัน แต่ทำไมเธอมันขยะแบบนี้”

บิลสีหน้าเปลี่ยนทันที เงยหน้าขึ้น โกรธจนตัวสั่น “อา…”

“ถูกยั่วยุอารมณ์ง่ายแบบนี้ ไม่แปลกหรอกที่ทำงานใหญ่ไม่ได้” ไชโลห์ยักไหล่ “ต่อให้ฉันไม่กลับมา ตำแหน่งหัวหน้าตระกูลก็ไม่มีทางตกถึงมือเธอหรอก”

บิลแสยะยิ้ม “เกี่ยวอะไรกับอาด้วยคะ อาคิดว่าตัวเองจะได้ตำแหน่งหัวหน้าตระกูลมาครอบครองเหรอ”

“ฉันน่ะเหรอ” ไชโลห์ยิ้มอีกครั้ง “หรือเธอไม่รู้ว่าพอถึงตอนสุดท้ายยังต้องให้ท่านผู้วิเศษประเมินด้วยนะ”

บิลสีหน้าเปลี่ยนอีกครั้ง

“เอาล่ะ ไม่คุยด้วยแล้ว” ไชโลห์ใช้คางชี้ “คนอื่นเดินไปนู่นแล้ว ยังไม่รีบตามไปอีก”

พอได้ยินแบบนี้บิลก็ไม่มีเวลามาเสียกับไชโลห์อีก เข้าลิฟต์ขึ้นไปทันที

อิ๋งจื่อจินมาถึงชั้นบนก่อนแล้ว เธอก้มหน้าเล็กน้อย

ฟู่อวิ๋นเซิน : [อยู่]

[เข้าใจแล้ว]

แต่ไหนแต่ไรมาทั้งสองคนไม่ต้องพูดอะไรมาก แค่ไม่กี่คำก็เข้าใจความคิดของอีกฝ่ายได้

สถานที่เข้าพบผู้วิเศษไม่ได้อยู่ชั้นบนสุด แต่เป็นชั้นที่สี่

ที่นี่เป็นห้องโถงขนาดใหญ่

สำนักผู้วิเศษเป็นอาคารเก่าแก่ สามารถไล่ย้อนประวัติไปได้ถึงก่อนคริสต์ศักราช

ไม่มีชาวเมืองคนไหนรู้ว่าทำไมสำนักผู้วิเศษถึงเป็นอาคารลอยฟ้า อีกทั้งยังไม่ต้องใช้อุปกรณ์ใดๆ ที่ช่วยเรื่องแรงดึงดูดด้วย

ซิวบอกว่า นี่ก็เป็นพลังพิเศษของผู้วิเศษคนหนึ่ง

ก็เหมือนกับที่เมืองแห่งโลกอยู่บนโลกเหมือนกัน แต่กลับเป็นการยากที่จะหาเจอ นอกจากอยู่กันคนละมิติแล้ว ยังเป็นเพราะซิวใช้พลังซ่อนเร้นเพื่อปกปิดเมืองแห่งโลกไว้

บิลรีบเข้าไป เห็นบนบัลลังก์ยังไม่มีคน

“ถวายบังคมท่านจักรพรรดินี”

เข้ามาสี่คน สามคนคุกเข่าลงไปแล้ว

มีเพียงอิ๋งจื่อจินที่ยังยืนอยู่ ราวกับกำลังชื่นชมจิตรกรรมฝาผนัง

“อิ๋งจื่อจิน ยังไม่คุกเข่าอีก!” บิลหน้าซีด “ที่นี่สำนักผู้วิเศษนะ!”

คิดว่าเป็นตระกูลเรนเกลหรือไง

ถ้าสำนักผู้วิเศษเอาเรื่องขึ้นมา ตระกูลเรนเกลจะซวยไปกันหมดด้วย

ไรอันก็หน้าถอดสี “นักศึกษาอิ๋ง!”

อัศวินที่อยู่ด้านหลังตวาดเสียงใส่ “เห็นท่านจักรพรรดินีแล้วยังไม่คุกเข่าลงอีก!”

เขายกเท้าขึ้นเตรียมถีบขาของอิ๋งจื่อจิน

คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ

คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ

Status: Ongoing
อ่านนิยาย คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ‘จื่อจิน ถึงเธอจะเป็นลูกสาวของพวกเรา แต่พวกเราเลี้ยงเสี่ยวเซวียนมาสิบห้าปี ผูกพันกับเสี่ยวเซวียนมาก เสี่ยวเซวียนถูกเลี้ยงมาอย่างคุณหนู ไม่เหมือนเธอที่ทนความลำบากที่บ้านนอกมาตลอด ดังนั้นคุณหนูใหญ่ของตระกูลอิ๋งก็ยังคงเป็นเสี่ยวเซวียน’ ‘เธอคงจะน้อยใจ แต่เธอจิตใจดีขนาดนี้ แม่รู้ว่าเธอไม่มีทางถือสาแน่นอน วางใจนะ อะไรที่เธอควรได้ก็จะไม่มีทางน้อยหน้า’ ‘อะไรนะ เธอเองก็อยากไปด้วยล้อเล่นหรือเปล่า ทางนั้นเขาต้องการคุณหนูไฮโซ เธอน่ะ แม้แต่เล่นเปียโนสักเพลงก็ยังไม่เป็น จะไปเล่าอะไรให้เขาฟังมีแต่จะทำขายหน้า’ ภายในความฝันเป็นเงาคนเต็มไปหมดกับคำพูดที่ตีกันยุ่งเหยิง

Comment

Options

not work with dark mode
Reset