คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ – ตอนที่ 816 สงครามศักดิ์สิทธิ์!

ตอนที่ 816 สงครามศักดิ์สิทธิ์!

“บอกไปแล้วงั้นนายก็ควรไปได้แล้ว” เธอวางแอสโตรแลบลง หยิบหนังสือกลับขึ้นมาอีกครั้ง “อย่ารบกวนการอ่านหนังสือของฉัน”

“เธออ่านหนังสือเล่มนี้มาหลายสิบปีแล้วใช่ไหม ปกหนังสือเปื่อยหมดแล้ว” เขากวาดตามอง ลูบศีรษะเธออีกรอบ “ชอบอ่านหนังสือขนาดนี้ ฉันออกไปครั้งนี้จะขนกลับมาให้หน่อยดีไหม”

เนื่องจากสุขภาพของวงล้อแห่งโชคชะตาแย่มาก แม้แต่ผู้โง่เขลาก็ไม่อนุญาตให้เธอออกนอกเมืองแห่งโลก

ความบันเทิงเพียงอย่างเดียวของเธอก็คืออ่านหนังสือ

เธอเหล่มองเขา ไม่พูดอะไร

เห็นแก่ที่เขาจะขนหนังสือมาให้ เธอจะไม่ถือสาที่เขาลูบหัวเธอแล้วกัน

แต่ในเวลานี้เอง ทันใดนั้นเขาก็โน้มตัวลง จับมือเธอไว้

ดวงตาดอกท้อโค้งมน เต็มไปด้วยรอยยิ้ม

ในดวงตาสะท้อนแค่เงาของเธอคนเดียว

“คุณอิ๋งชักชอบฉันขึ้นมาแล้วใช่ไหม”

“…”

ครั้งนี้ก็ยังคงจบลงที่เขาถูกถีบตกเขา

ต่อมาเขาไปหาเธอเจ็ดวันก็ถูกปฏิเสธด้วยเหตุผลสารพัด ไม่ให้เจอหน้า

เขาคิด ผู้หญิงคนนี้เจ้าคิดเจ้าแค้นจริงๆ

เขาไม่เคยคิดเรื่องง้อคน แค่ทำตามความรู้สึก

แต่เรื่องง้อเธอ ต่อให้ยากกว่านี้เขาก็ยินดีทำไม่มีเหนื่อย

ผู้วิเศษคนอื่นไม่รู้เรื่องการติดต่อระหว่างพวกเขา รวมถึงซิวด้วย

แต่ไหนแต่ไรมาพวกผู้วิเศษรวมตัวกันน้อย ส่วนใหญ่จะแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ตามที่ต่างๆ ของโลก

เขาแค่มาหาเธอเป็นการส่วนตัว ไม่อยากให้คนอื่นมารบกวน

แต่ไม่รวมถึงผู้วิเศษผู้โง่เขลา

เขาเป็นชายชราที่ฉลาดมีไหวพริบ ไม่มีอะไรที่เล็ดรอดสายตาของเขาไปได้

บางครั้งบางคราวเขาก็จะยิ้มมองสองคนนี้เถียงกัน ชงน้ำชาอยู่ข้างๆ

“ร่างกายของฉันแก่ชรามากแล้ว ไม่มีเรี่ยวแรงแบบหนุ่มสาวอย่างพวกเธอ” ชายชราถอนหายใจ “อายุน้อยนี่ดีจริงๆ ปู่ไปแล้วนะ พรุ่งนี้เจอกัน”

ภัยพิบัติครั้งนี้ใหญ่มาก สองผู้วิเศษผู้โง่เขลากับผู้วิเศษเทวทูตที่อายุเยอะที่สุดจึงออกไปช่วยกันต้านทาน

แต่ทว่าครั้งนี้ผู้วิเศษผู้โง่เขลากับผู้วิเศษเทวทูตต่างไม่ได้กลับมาอีก

พวกเขาดับสูญในภัยพิบัติใหญ่ครั้งนี้ พลีชีพในหน้าที่

ตอนที่เขามาหาเธอ เห็นเธอนั่งเงียบอยู่หน้าแอสโตรแลบ ไม่พูดอะไรสักคำ

“ท่านปู่ผู้โง่เขลาไปแล้ว พี่เทวทูตก็ไม่อยู่แล้ว” นานมากกว่าเธอจะพูด “พวกเขาดับสูญอย่างสิ้นเชิงแล้ว ไม่อยู่อีกต่อไป”

สีหน้าของเธอยังคงไม่แสดงอารมณ์ เย็นชาไร้เยื่อใย

น้ำเสียงก็ราบเรียบ

แต่เขารู้สึกได้ถึงความโศกเศร้าของเธอ มันหนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก

“คุณอิ๋ง วันที่พวกเขากลายเป็นผู้วิเศษ ชีวิตก็ไม่ใช่ของตัวเองอีกต่อไป” เขานั่งลงข้างเธอ ยกมือกอดเธอไว้ “สักวันหนึ่งในอนาคตฉันก็จะตาย ซิวก็ต้องตาย”

“แต่โลกใบนี้นับวันจะดียิ่งขึ้นเมื่อพวกเราจากไป”

พอได้ยินแบบนี้ทันใดนั้นเธอก็เงยหน้าขึ้น ดวงตาหงส์ฉายแววโกรธ “พวกนายไม่มีทางตาย”

“โกรธเหรอ” เขายิ้มพลางหยิกแก้มเธอ “นานๆ จะได้เห็นเธอแสดงอารมณ์ น่ารักดีนะ”

ครั้งนี้เธอไม่พูดอะไร เอาแต่เงียบ

เขาหัวเราะเบาๆ “ต่อไปถ้าโลกสงบสุขแล้ว รบกวนคุณอิ๋งช่วยยิ้มบ่อยๆ ด้วย”

ต่อมาก็ไม่ได้เกิดภัยพิบัติระดับทำลายล้างโลกอีก ภัยพิบัติก็ลดน้อยลงเรื่อยๆ

เขาคิด แผนบางอย่างก็ถึงเวลาที่ต้องเริ่มปฏิบัติการแล้ว

เพราะร่างกายของเธออ่อนแอ เขากับเธอจะไปร่วมกันต้านภัยพิบัติแบบผู้วิเศษพระจันทร์กับผู้วิเศษพระอาทิตย์ก็ไม่ได้

นี่คือความเสียดายของเขา

แต่เมื่อทุกอย่างสงบสุข เขาไม่จำเป็นต้องออกไปแล้ว ก็จะมาอยู่กับเธอได้มากหน่อย

แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ทำอะไร เธอก็มาหาเขาด้วยตัวเองเป็นครั้งแรก

มาถึงก็เข้าธุระทันที

“ฉันเห็นปีคริสต์ศักราชที่ 20XX”

เขาอึ้ง “ปีคริสต์ศักราชที่ 20XXเหรอ”

เขาไม่เคยได้ยินการนับปีแบบนี้

“เป็นการนับปีแบบหนึ่งในอนาคต ห่างจากตอนนี้อีกสี่พันปี ปีคริสต์ศักราชที่ 20XX จะไม่เหลืออะไรเลย” เธอพูดเสียงเบามาก “ฉันมองไม่เห็นอะไรเลย เห็นเพียงซากปรักหักพัง”

สีหน้าของเขาเปลี่ยนเล็กน้อย “เกิดอะไรขึ้น”

บนโลกนี้ยังไม่เคยมีเรื่องอะไรที่วงล้อแห่งโชคชะตาทำนายไม่ได้

“นี่ก็แสดงว่าก่อนที่ปี 20XX จะมาถึง พวกเราทุกคนตายหมดแล้ว” เธอเงียบไปชั่วขณะ “มันคือวันสิ้นโลก วันสิ้นโลกที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลง”

เขาถามต่อ “ผู้วิเศษก็ขวางไม่อยู่เหรอ”

“ขวางไม่อยู่ ผู้วิเศษทุกคนจะต้องตาย รวมถึงนาย รวมถึงฉัน” เธอส่ายหน้าเล็กน้อย ดวงตาของเธอเปล่งประกาย “แต่ฉันหาวิธีแก้ไขได้แล้ว”

เขาขมวดคิ้ว “วิธีอะไร”

“ฉันพยากรณ์เจออีกจักรวาลหนึ่ง” เธอพูด “จักรวาลนั้นเคยผ่านวันสูญสิ้นมาแล้วก็เลยมั่นคงมาก และคนที่นั่นก็เก่งกว่าพวกเรา”

“คุณเด ฟังให้ดีนะ นายเป็นผู้วิเศษที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาพวกเรา ฉันจะช่วยนายเปิดเส้นทางไปสู่จักรวาลนั้น”

“จักรวาลนั้นแตกต่างจากที่นี่ของพวกเราอย่างสิ้นเชิง พวกเขาฝึกฝนร่างกายและจิตวิญญาณได้ ยังมีเรื่องของพลังจิตอะไรพวกนี้ด้วย”

“คนที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาพวกเขาถึงขั้นที่ท่องไปในจักรวาลได้โดยไม่ต้องอาศัยสื่อกลางใดๆ”

เขาก็ไม่เคยได้ยินเรื่องพวกนี้มาก่อน

สายตาของเขาจับจ้องที่เธอ “เธออยากพูดอะไร”

“ดังนั้นหลังจากฉันส่งนายไปแล้ว นายก็จะได้ฝึกฝนอยู่ที่จักรวาลนั้น” เธอเองก็มองเขา “แบบนั้นสักวันหนึ่งนายก็จะกลับมาพร้อมความสามารถที่แข็งแกร่งกว่าเดิม เมื่อถึงตอนนั้นนายจะช่วยทุกคนไว้ได้”

จักรวาลกว้างใหญ่ไพศาล

ในจักรวาลไม่ได้มีแค่โลก ไม่ใช่แค่ระบบสุริยะ ไม่ได้มีแค่อารยธรรมเดียว

อารยธรรมอื่นก็มีผู้ปกป้องแบบพวกเขา

แน่นอนว่าก็ไม่ได้มีแค่จักรวาลเดียว

เรื่องพวกนี้เขารู้

แต่เปิดเส้นทางระหว่างสองจักรวาลงั้นเหรอ

นี่เป็นเรื่องที่แม้แต่ผู้วิเศษผู้โง่เขลากับผู้วิเศษเทวทูตสองผู้อาวุโสยังไม่กล้าคิดเลยด้วยซ้ำ

“เปิดเส้นทางจักรวาลเหรอ” เขาไม่ได้รับปากทันที ถามต่อ “เปิดยังไง แล้วทำไมเธอไม่ไปเอง”

เธออึ้งแบบที่เห็นได้ยาก กอดขา เอาหน้าซุก “ร่างกายฉันอ่อนแอ ได้แค่คอยชี้แนะพวกนายอยู่เบื้องหลัง”

“ถ้าฉันไป ต่อให้ยกระดับความสามารถได้ก็ไม่ได้เก่งขึ้นเท่าไรหรอก ช่วยอะไรไม่ได้มาก แต่นายทำได้ นายช่วยทุกคนได้”

“คุณอิ๋ง ฟังให้ดีนะ เธอไม่ได้อ่อนแอ” เขาจับบ่าเธอ “ความสามารถของเธอเก่งที่สุดในบรรดาผู้วิเศษทั้งหมด ถ้าไม่มีเธอ คนเจ็บคนตายจะไม่ได้มีแค่นี้”

“แต่ฉันไปสู้กับภัยพิบัติโดยตรงแบบพวกนายไม่ได้นะ” เธอคว้ามือเขาแล้วพูดอย่างแน่วแน่ “คุณเด ท่านปู่ผู้โง่เขลาจากไปแล้ว ในบรรดาผู้วิเศษจำนวนมากฉันไว้ใจแค่นาย ห้ามเอาเรื่องนี้ไปบอกคนอื่นเด็ดขาด”

สายตาของเขาจับจ้องในทันที

คำพูดนี้ของเธอหมายความว่า ในบรรดาผู้วิเศษเกิดการหักหลังกันแล้ว

“ใคร”

“เพราะวันสิ้นโลกกำลังจะมาถึง มองไม่เห็นทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว ดังนั้นพวกเราต้องเปลี่ยนแปลงอนาคตนี้”

เขาก็ยังคงไม่วางใจ “เปิดเส้นทางจักรวาล ต้องทำยังไง”

“ไม่ต้องทำอะไร แค่เป็นวันที่กำหนดขึ้นเป็นพิเศษก็พอแล้ว” เธอเท้าคาง เลิกคิ้ว “คุณเดคงไม่ได้กลัวแล้วหรอกนะ”

“ได้” สุดท้ายเขาก็รับปาก “รอฉันกลับมา เธอต้องรอฉันกลับมานะ”

“อืม” เธอเงยหน้ามองท้องฟ้า ยิ้มเป็นครั้งแรก งดงามเหลือเกิน “วันที่หนึ่งธันวาคม ฉันจะส่งนายไป”

“ฉันคิดว่าอย่างช้าสุดนายน่าจะกลับมาตอนปลายปีสองพันยี่สิบสอง เวลายังทัน”

“วันที่หนึ่งธันวาคม” ฟังฟู่อวิ๋นเซินพูดถึงตรงนี้ ฉินหลิงอวี๋กับอวี้เสวี่ยเซิงก็มองหน้ากัน “วันที่เกิดสงครามศักดิ์สิทธิ์ก็คือตอนที่เส้นทางจักรวาลเปิดเหรอ”

“อืม” ฟู่อวิ๋นเซินจุดบุหรี่ แต่ไม่ได้สูบ “แต่สุดท้ายเธอก็โกหกฉัน”

เขาน่าจะรู้ว่าเปิดเส้นทางของสองจักรวาลมันยากขนาดไหน

แต่เธอคือวงล้อแห่งโชคชะตา วงล้อแห่งโชคชะตาที่เป็นเทพแห่งการพยากรณ์

เดิมทีเขาคิดว่าเธอไม่มีทางทำแบบนั้น

แต่เธอก็ยังคงมองข้ามความปลอดภัยของตัวเองเสมอ

ซิวกลืนน้ำลายอึกใหญ่ พูดอย่างยากลำบาก “เธอดับสูญเพราะแบบนี้เหรอ”

“สุดท้ายเส้นทางจักรวาลก็เปิด ฉันห้ามเธอไว้ไม่ทัน” ฟู่อวิ๋นเซินเงยหน้าเล็กน้อย “ระหว่างนั้นตอนที่การป้องกันของเธออ่อนแอที่สุดได้ถูกพวกอัศวินลอบโจมตี ฉันไม่มีแม้แต่พลังจะช่วยเธอ ได้แต่มองเธอ…”

เขาไม่พูดต่อ นิ้วค่อยๆ สอดประสาน

ทุกคนต่างอยู่ในความเงียบ

เปิดเส้นทางของสองจักรวาล นี่เป็นเรื่องที่ไม่มีใครกล้าคิด

แต่วงล้อแห่งโชคชะตาคิดและทำมันแล้ว

แต่สิ่งที่ต้องแลกคือ…

ชีวิตของเธอ

เรื่องหลังจากนั้น ฉินหลิงอวี๋ไม่ต้องถามก็สามารถเดาออกมาได้

ไม่รู้ว่าฟู่อวิ๋นเซินใช้วิธีอะไรส่งอิ๋งจื่อจินไปจักรวาลอื่น ให้เธอไปเพิ่มระดับความสามารถ

เกรงว่าเขาก็ต้องแลกด้วยชีวิตเหมือนกัน

มิฉะนั้นเดวิลที่พลังต่อสู้แข็งแกร่งที่สุดมีเหรอจะดับสูญในสถานการณ์ที่ไม่ใช่ภัยพิบัติระดับสิ้นโลก

หลังจากที่เงียบกันไปนานมาก ฟู่อวิ๋นเซินก็ยิ้มพลางพูด “พวกนายรู้ไหมว่าคำพูดสุดท้ายที่เธอทิ้งไว้ให้ฉันคืออะไร”

“เธอบอกว่า…” ฟู่อวิ๋นเซินดับบุหรี่ แสงทั้งหมดดับลง เหลือเพียงดวงตาของเขาที่สว่างจนน่าตกใจ “แต่ฉันแค่อยากให้นายมีชีวิตอยู่ต่อ”

แต่ฉันแค่อยากให้นายมีชีวิตอยู่ต่อ

จากนั้นก็คือการส่งตัวเองไปตาย

คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ

คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ

Status: Ongoing
อ่านนิยาย คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ‘จื่อจิน ถึงเธอจะเป็นลูกสาวของพวกเรา แต่พวกเราเลี้ยงเสี่ยวเซวียนมาสิบห้าปี ผูกพันกับเสี่ยวเซวียนมาก เสี่ยวเซวียนถูกเลี้ยงมาอย่างคุณหนู ไม่เหมือนเธอที่ทนความลำบากที่บ้านนอกมาตลอด ดังนั้นคุณหนูใหญ่ของตระกูลอิ๋งก็ยังคงเป็นเสี่ยวเซวียน’ ‘เธอคงจะน้อยใจ แต่เธอจิตใจดีขนาดนี้ แม่รู้ว่าเธอไม่มีทางถือสาแน่นอน วางใจนะ อะไรที่เธอควรได้ก็จะไม่มีทางน้อยหน้า’ ‘อะไรนะ เธอเองก็อยากไปด้วยล้อเล่นหรือเปล่า ทางนั้นเขาต้องการคุณหนูไฮโซ เธอน่ะ แม้แต่เล่นเปียโนสักเพลงก็ยังไม่เป็น จะไปเล่าอะไรให้เขาฟังมีแต่จะทำขายหน้า’ ภายในความฝันเป็นเงาคนเต็มไปหมดกับคำพูดที่ตีกันยุ่งเหยิง

Comment

Options

not work with dark mode
Reset