จักรพรรดิมังกร – ตอนที่ 482ไม่ต้องให้แกมาอบรม

“คุณชายครับ อย่าทำให้ผมตกใจเล่นสิครับ ผมก็ไม่ได้อำนะครับ ที่ผมพูดเมื่อกี้ก็มีเหตุมีผล ถ้าไม่เชื่อลองถามซินแสฮวงจุ้ยสิครับ คำพูดพวกนี้เขาพูดเองกับปาก”

ผู้จัดการหวังคอเชิด แทบจะไม่ยอมรามือ

หลี่โม่ยิ้มแล้วพูด“เหวินซิง อย่าหุนหันพลันแล่นแบบนี้สิ ผู้จัดการหวังท่านนี้พูดไม่ผิด คนที่บารมีไม่ถึง ก็อยู่ฮวงจุ้ยดีๆไม่ได้”

คางเหวินซิงยิ้มแฉ่งพูด“สิ่งที่อาจารย์พูด อาจารย์ก็แค่อาศัยบารมีตัวเอง กับการกดดัน ถ้าเราลองดูดีๆ ที่นี่ล้วนตกแต่งประณีต แค่หิ้วกระเป๋าก็เข้าอยู่ได้ คุณก็ดูเอาแล้วกันว่าคฤหาสน์นี้ถูกใจมั้ย”

เห็นทีท่าที่คางเหวินซิงเอาใจหลี่โม่ ผู้จัดการหวังก็เกิดสงสัยขึ้นมา หรือว่าตัวเองดูผิด

ผู้ชายที่สวมชุดแบกะดิน คือคุณชายที่จะมาทดลองชีวิตหรูหรางั้นหรือ

ไม่งั้นคุณชายบ้านเราจะไปเอาใจเขาขนาดนั้นได้อย่างไร

“คุณชาย นี่คืออาจารย์ของคุณชายหรือ”

ผู้จัดการหวังถามอย่างสงสัย

“นี่คืออาจารย์ของผมหลี่โม่ คุณเกรงใจอาจารย์ผมหน่อย ไม่งั้นอย่าหาว่าผมลงมือ”

คางเหวินซิงพูดเสียงเย็น

“ไม่ทราบว่าอาจารย์ท่านนี้สอนอะไรหรือครับ ไม่เคยได้ยินว่าคุณชายมีอาจารย์”

“สอนอะไรจะต้องบอกคุณด้วยหรือไง คุณเป็นใคร เป็นญาติผมฝ่ายไหน!”

ผู้จัดการหวังรู้ว่าตัวเองใช้วาจาผิดไป จึงรีบพยักหน้ารับผิด“ไม่ต้องบอกผมหรอกครับ ผมแค่อยากรู้ สำหรับอาจารย์ผมต้องให้ความเคารพอยู่แล้ว สบายใจเถอะครับ”

“ไม่ต้องพล่ามให้มากนักหรอก รีบแนะนำคฤหาสน์สิ แล้วอะไรนั่น รีบบอกราคาต้นทุนมา ให้อาจารย์ดูหน่อยว่าคุ้มมั้ย”

คางเหวินซิงเร่งเร้า

ผู้จัดการหวังอยากจะร้องไห้แทบคลั่ง ราคาต้นทุนก็ยังต้องเปรียบอีก

ขอแค่คนที่สมองไม่ได้เป็นตะคริว แค่ได้ยินราคาก็แทบอยากจะไปขายไตแล้วล่ะ!

มือหยิบPADในกระเป๋าด้วยอาการสั่นเทา ผู้จัดการหวังหยิบตารางต้นทุนออกมา ให้คางเหวินซิงดูทีหนึ่ง

“คุณชาย ลองดูก่อนครับ พอผมบอกราคาไปจะได้ไม่หาว่าผมโกง นี่เป็นราคาและรูปภาพของคฤหาสน์หลังสร้างเสร็จครับ”

คางเหวินซิงดูทีหนึ่ง พยักหน้าอย่างพอใจ จากนั้นจึงส่งPADให้แก่หลี่โม่

“อาจารย์ดูนี่ครับ ที่เป็นราคาทุน ทั้งหมดสองล้านสองแสนเจ็ด ตอนซื้อที่ยังเป็นที่รกร้างเลยราคาถูก โดยมากเป็นค่าใช้จ่ายการก่อสร้างกับการตกแต่ง”

กู้หยุนหลันกับเฉินเสี่ยวถงตกใจกับราคาอันแสนถูกนี้ ตอนแรกคิดว่าราคาต้นทุนที่คางเหวินซิงพูด ก็เป็นแค่ราคาส่วนลดเท่านั้น แต่ตอนนี้เห็นแล้วว่าเป็นราคาต้นทุนจริงๆเลย

คิดๆดูบ้านราคาเป็นสิบล้าน ขอแค่ราคาหนึ่งในสิบก็ซื้อมาได้แล้ว กู้หยุนหลันรู้สึกตื่นเต้น

แม้ว่าสองล้านสองแสนเจ็ดจะไม่น้อย แต่ถ้ากู้เงินผ่อน ก็ใช่ว่าจะรับไม่ได้

หลี่โม่พยักหน้าอย่างพึงใจ“เหวินซิงราคานี้สุดๆไปเลย สภาพแวดล้อมคฤหาสน์ไม่เลว การตกแต่งใช้ได้ ผมว่าไม่ต้องดูละเอียดหรอก เซ็นสัญญาจ่ายเงินไปเลย”

ผู้จัดการหวังแสดงสีหน้าว่ารู้อยู่แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้ ในใจคิดว่าพี่หย่งเฉียนเอ๊ย ไม่ใช่ว่าผมจะไม่ถ่วงเวลาให้นะ แต่ถ่วงไม่ได้จริงๆ ไหนๆก็ช่วยแล้ว แต่ถ้ามาไม่ทันเองก็ช่วยไม่ได้นะ

“อืมอืม เซ็นสัญญาไปเลย จ่ายเงิน……ทำเรื่องผ่อนได้ไหม”

กู้หยุนหลันถามยึกยัก

หลี่โม่ตบบ่ากู้หยุนหลัน ยิ้มแล้วพูด“ไม่ต้องทำเรื่องกู้หรอก จ่ายสด”

กู้หยุนหลันมองหลี่โม่อย่างงุนงง เห็นหลี่โม่กระพริบตา เลยไม่พูดอะไร เก็บงำความสงสัยไว้ในใจ

ผู้จัดการหวังกวักมือเรียกหญิงสาวในตึกขาย หญิงสาวนั้นสาวเท้ามาอย่างเร็ว

“ผู้จัดการหวังคะ นี่คือหนังสือสัญญาคฤหาสน์ยอดเขาค่ะ แต่ว่าราคานี้……”

สีหน้าพนักงานขายดูลำบากใจ ขายคฤหาสน์ออกไปในราคาต้นทุน เท่ากับไม่ได้อะไรเลย!

ก่อนหน้าเศรษฐีเมืองฮ่านหลายคนต่างถูกใจคฤหาสน์หลังนี้ แต่เนื่องจากถูกปิดกั้น ก็เลยไม่ได้ขายจริงๆจังๆสักที

เดิมทีหลังจากที่พวกพนักงานสาวจะเปิดการขาย คิดว่าจะได้กำไรงามๆจากคฤหาสน์หลังนี้สักหน่อย แต่ตอนนี้คงฝันสลายแล้ว

“พวกเธอมีสิทธิ์พูดด้วยเหรอ นี่เป็นการตัดสินใจของคุณชาย!”

ผู้จัดการหวังปัดมือไล่พนักงานสาว

พนักงานสาวยักไหล่ หุบปากไม่กล้าพูดอะไร

ผู้จัดการหวังเปิดหนังสือสัญญาอ่าน หลังจากที่ยืนยันว่าไม่มีข้อผิดพลาด จึงถือหนังสือสัญญาไปหาหลี่โม่

“ลองดูสัญญาก่อนครับ ถ้าไม่มีปัญหาแล้ว พวกเราไปเซ็นที่สำนักงานกันครับ ตราประทับหยิบออกมาโดยพลการไม่ได้ ขออภัยด้วยนะครับ”

ตอนที่หลี่โม่จะรับหนังสือสัญญามา มีเสียงคำรามลอดออกมาจากคฤหาสน์“ช้าก่อน !ใครบอกว่าคฤหาสน์นี้ขายได้!นี่เป็นคฤหาสน์กู!”

พวกคางหย่งเฉียนกับศิษย์พี่เกิ่งพุ่งเข้ามาอย่างดุเดือด เดินก้าวฉับๆมาหยุดตรงหน้าหลี่โม่

สีหน้าคางเหวินซิงง้ำลง พูดอย่างไม่พอใจ“คุณอา เพื่อนผมจะเอาก่อนนะครับ คุณอาอย่าหาเรื่องวิวาทเลย”

“ไอ้เด็กบ้าแกอย่างต่อกรใช่มั้ย!ยังบอกว่าฉันหาเรื่องวิวาท ผู้จัดการหวังไม่ได้บอกแกหรือไง ว่าฉันจองไว้ก่อน!”

คางหย่งเฉียนจ้องเขม็งคำราม

“ผู้จัดการหวังบอกแล้ว แต่ไม่ได้บอกว่าคฤหาสน์มีการจองนี่ ไม่งั้นก็เซ็นสัญญาจ่ายสด ไม่งั้นก็อย่าแตะ แกคิดว่าแค่พูดก็ได้แล้วเหรอ งั้นธุรกิจตระกูลคางยังต้องทำอีกไหม!”

คางเหวินซิงเลือดร้อนขึ้นหน้า เขาอยากจะโชว์พาวต่อหน้าหลี่โม่ จึงแข็งข้อกับคางหย่งเฉียน

ศิษย์พี่เกิ่งพับแขนเสื้อ ยิ้มเย็นพูด“น้องหย่งเฉียน หลานชายคนนี้เห็นทีต้องสั่งสอนหน่อย ให้ผมสั่งสอนแทนไหม รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี!”

“แกคิดว่าแกเป็นใครวะ เรื่องราวในตระกูลคาง เสือกอะไร!”

คางเหวินซิงตะคอกใส่ศิษย์พี่เกิ่งอย่างไม่เกรงใจ

ศิษย์พี่เกิ่งคิ้วกระตุก มองคางเหวินซิงอย่างโกรธพูดว่า“ไอ้เด็กบ้ากล้าว่าข้าคิดว่าข้าเป็นใครเหรอ วันนี้จะให้แกรู้ว่าข้าเป็นใครกันแน่!”

ศิษย์พี่เกิ่งพูดจบโบกมือขวา หันหน้าไปทางคางเหวินซิง

คางเหวินซิงตกใจจนกระโดดหลบ แต่ฝ่ามือศิษย์พี่เกิ่งเร็วประดุจเงา ทำให้คางเหวินซิงไม่สามารถแม้แต่จะหลบ

ผัวะ!

ฝ่ามือปะทะกับสายลม เมื่อเห็นฝ่ามือปะทะลงใบหน้าตน คางเหวินซิงจึงหลับตาแน่น รู้สึกเสียหน้าเหลือเกินวันนี้

ศิษย์พี่เกิ่งยิ้มเจ้าเล่ห์ พูดอย่างลำพอง“หึ !กลัวเป็นด้วยเหรอ จะตบให้กลายเป็นหมูเลย ให้รู้ซะบ้างว่าหญ้ารากไหน!”

ในขณะที่ศิษย์พี่เกิ่งปะทะฝ่ามือลงบนหน้าคางเหวินซิง มือของหลี่โม่ก็คว้าข้อมือศิษย์พี่เกิ่งไว้ ขัดขวางฝ่ามือแสนโหดของศิษย์พี่เกิ่ง

“ลูกศิษย์ผม คุณไม่ต้องมาสั่งสอน”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset