จักรพรรดิมังกร – ตอนที่ 557 แผนการลึกเกิน

กู้เจี้ยนเจียงอิจฉาตาร้อนเป็นอย่างมากจริงๆ ถ้าหากสามารถได้คฤหาสน์ในราคาต้นทุนมาหลังหนึ่ง เก็บไว้สองปีค่อยขายออกไป ก็แค่ขึ้นตามราคาบ้านตามในปัจจุบัน ตราบใดที่ขายออกไปได้ก็สามารถที่จะหาเงินบำนาญครึ่งชีวิตหลังได้แล้ว!

หลี่โม่ยิ้มแล้วส่ายหน้า “อาสาม ผมไม่ได้มีเกียรติมากขนาดนั้นจริงๆ ผมได้มาในราคาทุน นั่นเป็นค่าไหว้ครูที่คุณชายใหญ่แห่งตระกูลคางให้ผม ถ้าอาอยากจะซื้อ อย่างมากสามารถลดให้อาได้ยี่สิบเปอร์เซ็นต์”

ส่วนลดยี่สิบเปอร์เซ็นต์สำหรับการซื้อบ้าน เป็นส่วนลดที่หาไม่ได้อีกแล้ว โดยทั่วไปต่อให้จะเห็นแก่ความสัมพันธ์ สามารถลดราคาได้สิบเปอร์เซ็นต์ก็ถือได้ว่าสุดยอดแล้ว

สำหรับพื้นที่ของบ้านที่ตารางวาหนึ่งนับหมื่น เงินที่ลดมาลงจากส่วนลดสิบเปอร์เซ็นต์ก็ไม่น้อยแล้ว นับประสาอะไรกับเงินที่ประหยัดจากส่วนลดยี่สิบเปอร์เซ็นต์

สีหน้าของกู้เจี้ยนเจียงทรุดลงในทันที ลดยี่สิบเปอร์เซ็นต์นั้นไม่สอดคล้องกับความคาดหวังในใจของเขา

“นี่ นี่น้อยไปหน่อยนะ ไม่ว่ายังไงก็ต้องลดห้าสิบเปอร์เซ็นต์ถึงจะได้ ไม่อย่างนั้นก็แสดงเกียรติของคุณชายใหญ่แห่งตระกูลคางออกมาไม่ได้ ก็ยิ่งแสดงเกียรติของนายอาจารย์ของคุณชายใหญ่แห่งตระกูลคางออกมาไม่ได้!”

กู้เจี้ยนเจียงพูดเหลวไหล ก็แต่อยากให้หลี่โม่พยายาม หาผลประโยชน์ให้กับตัวเองมากๆ

ตัวเองได้รับผลประโยชน์ ยังไงก็ดีมากกว่าติดตามกู้เจี้ยนกั๋วแล้วยุ่งทั้งวันจนไม่มีเวลา

“ผมรับประกันสิ่งนี้ไม่ได้ ต้องมีเวลาไปคุยกับคุณชายใหญ่แห่งตระกูลคาง แต่ลดราคาคฤหาสน์ห้าสิบเปอร์เซ็นต์ผมว่าเป็นไปไม่ได้ ในชุมชนที่ ตระกูลคาง พัฒนาใหม่ในเมืองฮ่าน เป็นไปได้ที่จะเอาให้อาสามหลังหนึ่ง”

ไม่ใช่ว่าจะไม่สามารถให้ผลประโยชน์กับกู้เจี้ยนเจียงได้ เพียงแต่หลี่โม่รู้สึกว่าไม่ควรให้ผลประโยชน์กับเขามากเกิน ช่วยเหลือมากเกินไปถ้าหยุดช่วยเหลือก็จะกลายเป็นทำให้เกลียดกัน

ให้ผลประโยชน์กับกู้เจี้ยนเจียงมากเกินไป ยากที่จะหลีกเลี่ยงทำให้เขารู้สึกว่าผลประโยชน์ทั้งหมดเป็นสิ่งที่เขาสมควรได้รับ ต้องรักษาระยะเขาไว้ เตือนเขาอย่างต่อเนื่อง ถึงจะสามารถทำให้เขารู้ตำแหน่งของตัวเอง

กู้เจี้ยนเจียงถอนหายใจอย่างเศร้าๆ แต่คิดดูแล้วมีก็ดีกว่าไม่มี ได้บ้านลดราคาห้าสิบเปอร์เซ็นต์มาหลังหนึ่ง ทำเงินได้หลายสิบล้านก็ยังง่ายอยู่

“งั้นก็ได้ นายก็ช่วยพยายามมากหน่อย ถ้ามีคฤหาสน์ ก็จะดีมาก เรื่องสำเร็จแล้ว ฉันจะให้อั่งเปากับนาย”

“เหอะๆ ต้องใช้อั่งเปาที่ไหนกัน อาสามนี่อากำลังดูถูกผมนะ”

หลี่โม่พูดอย่างราบเรียบ

กู้เจี้ยนเจียงหัวเราะอย่างละอายสองครั้ง ไตร่ตรองความหมายในคำพูดของหลี่โม่ รู้สึกว่าหลี่โม่เหมือนกับกำลังตักเตือนอะไรกับตัวเอง

“อะแฮ่ม”

คุณปู่กู้กระแอมสองครั้ง “หลี่โม่ นายจะกลายเป็นอาจารย์ของคุณชายใหญ่แห่งตระกูลคางได้อย่างไร นายสอนอะไรเขา?”

“คุณชายใหญ่แห่งตระกูลคางชอบขับรถ ระดับการขับรถของผมก็ยังถือได้ว่าดี ดังนั้นเขาก็ไหว้ผมเป็นอาจารย์ และเรียนรู้ทักษะการขับรถจากผม”

คุณปู่กู้ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง คำด่าหยาบคายนับไม่ถ้วนในใจก็ออกมา

เกิดอะไรขึ้นกับเรื่องบ้านี่?

ทักษะการขับรถของหลี่โม่จะดีแค่ไหนกันเชียว คุณชายใหญ่แห่งตระกูลคางต้องการขับรถเล่นจริงๆ ยอดฝีมือรถแข่งประเภทไหนที่เชิญมาเป็นอาจารย์ไม่ได้บ้าง จะไหว้หลี่โม่เป็นอาจารย์ได้อย่างไร!

ไม่ใช่คุณปู่กู้ไม่เข้าใจ แต่เรื่องราวทำให้คนล้มล้างอารมณ์ความคิดจริงๆ

ในเวลาเดียวกันกู้เจี้ยนเจียงก็คิดไม่ออก มองยังไงก็รู้สึกว่าทักษะการขับรถของหลี่โม่ไม่ได้ดีอย่างนั้น

“เหอะๆ มีความสามารถ หลี่โม่นายมีความสามารถจริงๆ ก่อนหน้านี้ทุกคนมองข้ามไป ไม่สังเกตเห็นว่าความสามารถของนายจะโดดเด่นขนาดนี้ นายก็ไม่บอกกับพวกเราก่อน”

กู้เจี้ยนเจียงกัดฟันประจบประแจง เรื่องซื้อบ้านราคาถูก ยังต้องพึ่งพาให้หลี่โม่ช่วยเหลือ

หลี่โม่กับคุณปู่กู้ และกู้เจี้ยนเจียงพูดคุยกัน ต่อจากนั้นก็บอกลาทั้งสองคนและจากไปพร้อมกับกู้เจี้ยนหมิน

หลังจากที่หลี่โม่และกู้เจี้ยนหมินกลับไป คุณปู่กู้ก็ค่อยๆหลับตาลง

“เจ้าสาม แกคิดยังไงกับหลี่โม่คนนี้? หมอนี่เปลี่ยนไปจนทำให้ฉันมองไม่ออก เปลี่ยนแปลงไปมากจริงๆ”

คุณปู่กู้รู้สึกว่าหลี่โม่ตอนนี้ เหมือนเปลี่ยนเป็นคนใหม่ ไม่ใช่เศษสวะที่ใครก็ข่มเหงรังแกได้แล้ว

“ผมก็มองเขาไม่ออก ดูจากสิ่งที่เขาพูดก่อนหน้า เขาน่าจะปิดบังตัวตนมาโดยตลอด แผนการของหมอนี่ลึกมาก”

คำพูดของกู้เจี้ยนเจียง ทำให้คุณปู่กู้เห็นด้วยอย่างมาก

“แผนการลึกจริงๆ ไม่ว่าเป็นเรื่องดีหรือหายนะของตระกูลพวกเรา ยังต้องระวังเขาไว้ด้วย ทางที่ดีเอาผลประโยชน์จากในมือของเขาบ้าง ต่อจากนั้นค่อยตัดขาดกับเขา ฉันมักจะรู้สึกว่าในอนาคตเขาจะทำสิ่งที่ก่อให้เกิดหายนะ”

“พูดถูก ผมก็รู้สึกว่าหลี่โม่ไม่น่าไว้ใจ และนำไปสู่หายนะในอนาคตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”

คุณปู่กู้และกู้เจี้ยนเจียงก็พึมพำอีกสองคำ ต่อจากนั้นทั้งสองคนก็เผยรอยยิ้มที่มีความสุขออกมา

……

หลี่โม่และกู้เจี้ยนหมินตรงกลับไปที่บ้านทันที ไม่นานกู้หยุนหลันและหวังฟางก็กลับมาแล้ว กู้หยุนหลันที่ยุ่งมาทั้งวันดูเหนื่อยเล็กน้อย

หวังฟางกลับตื่นเต้นเป็นอย่างมาก บุคคลที่มีชื่อเสียงมากมายในแวดวงธุรกิจประจบประแจงเธอเป็นอย่างมาก ทำให้หวังฟางมีประสบการณ์ชีวิตใหม่

ถึงขนาดหวังฟางอยากจะบันทึกวิดีโอในงานไว้ เพื่อที่จะง่ายในการส่งให้เพื่อนเก่าเหล่านั้นดู ให้ทุกคนรู้ว่าฐานะของเธอหวังฟางสูงศักดิ์มากแค่ไหน

“ภรรยา แม่ยาย พวกคุณกลับมาแล้ว รีบไปพักผ่อนเถอะ ผมจะชงชาให้พวกคุณ”

หลี่โม่ลุกขึ้นเสิร์ฟน้ำเสิร์ฟท่าด้วยตัวเอง หวังฟางที่อารมณ์ดีมากไม่ด่าตำหนิหลี่โม่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของวันนี้

กู้หยุนหลันกลับนั่งลงด้วยความกลุ้มใจ “พ่อค่ะ เกิดอะไรขึ้นกับคุณปู่?”

“อย่าพูดถึงเลย ลุงใหญ่ของลูกพูดจาเสี้ยม หลอกปู่ของลูกว่าจะขอการสั่งสินค้าให้กิจการในตระกูล หลี่โม่พูดคุยเหตุผลกับพวกเขาเป็นเวลานาน สุดท้ายก็พูดโน้มน้าวปู่ของลูกได้ ตอนนี้ไม่มีเรื่องอะไร”

“แต่กิจการในตระกูลตอนนี้มอบให้ลุงใหญ่ของลูกรับผิดชอบแล้ว ก็กลัวว่าเขาไม่พอใจแล้วทำอะไรบางอย่างออกมา ช่วงนี้ลูกก็ยังต้องระวังให้มากขึ้น และพยายามหลีกเลี่ยงการติดต่อกับลุงของลูก”

กู้เจี้ยนหมินพูดแนะนำ ด้วยความเข้าใจที่กู้เจี้ยนหมินมีต่อกู้เจี้ยนกั๋ว รู้สึกว่าพี่ชายคนโตของตัวเองจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ คงจะจงใจหาเรื่องอยู่เบื้องหลังอย่างแน่นอน

กู้หยุนหลันค่อยๆพยักหน้า ความไม่สบายใจก็หายกลับไปในที่สุด ตราบใดที่ทางด้านคุณปู่นั้นไม่สร้างปัญหาอีก กู้หยุนหลันก็รู้สึกว่าไม่น่ามีปัญหาอีก

“ทางด้านของคุณปู่นั้นไม่มีปัญหาก็ดีแล้ว ทางด้านของลุงใหญ่หนูจะระวังตัวอย่างแน่นอน ถ้าเขามาหาหนู หนูไม่เจอเขาก็พอแล้ว”

“อือ ไม่เพียงแต่ไม่เจอเท่านั้น โทรศัพท์ของเขาก็ห้ามรับ หลีกเลี่ยงเขาบันทึกเสียงอะไรพวกนี้ ถ้าเผยแพร่ออกไปจะส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของลูก”

กู้เจี้ยนหมินคิดสถานการณ์ได้รุนแรงมาก รู้สึกว่ายังต้องปกป้องสุดชีวิตอย่างเคร่งครัดต่อกู้เจี้ยนกั๋ว ไม่ควรปล่อยให้เขามีโอกาสใดๆ

หลี่โม่ยกน้ำชามาเทเสร็จเรียบร้อย และพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ภรรยา วันนี้คุณเหนื่อยมากใช่มั้ย”

“ก็ดี แค่การปฏิสัมพันธ์ในสังคมระหว่างบุคคลนั้นยากกว่าเล็กน้อย แต่ว่าจัดการบริหารกิจการก็เป็นเรื่องที่หลบหลีกไม่ได้”

กู้หยุนหลันมองไปที่หลี่โม่ด้วยใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ในใจเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง ถ้าไม่มีหลี่โม่ พระเจ้ารู้ว่าชีวิตตอนนี้ของตัวเองจะย่ำแย่ขนาดไหน

แค่คิดถึงสิ่งที่คนในตระกูลเคยทำก่อนหน้านี้ กู้หยุนหลันรู้สึกว่าไม่มีหลี่โม่ ชีวิตของเธอคงจะมืดมนมากอย่างแน่นอน

Comment

Options

not work with dark mode
Reset