ช้าก่อนคุณป๋อ! ครั้งนี้ขอเป็นรักสุดท้าย – ตอนที่ 10 จะไม่ให้เย็นชาไม่ให้เข้มแข็งได้ยังไง!

จนถึงวันนี้ ช่วงเวลาสามปีที่เธอคอยอยู่เคียงข้างซูเหิงในช่วงเวลาที่ยากลำบาก ผ่านมันมาด้วยกันทีละก้าวทีละก้าว จนสกุลซูกลับมาตั้งต้นใหม่ได้อีกครั้ง  

 

 

แล้วสุดท้ายสิ่งเธอได้รับอะไร  

 

 

คือการที่ถูกคนรักหักหลังยังไงล่ะ  

 

 

คือประโยคที่ว่า ‘เธอเย็นชาและเข้มแข็งเกินไป’ …  

 

 

หากเธอไม่มีความเย็นชาและความเข้มแข็งไว้ป้องกันตัว จะรับมือกับหมาป่าที่ดักอยู่ข้างหน้ากับเสือที่ย่องมาข้างหลังได้ยังไง  

 

 

หากเธอไม่มีความเย็นชาและความเข้มแข็งไว้ป้องกันตัว ตอนนี้เธอคงไม่มีวันรู้ว่าโดนผู้ชายคนนั้นเหยียดหยามไปแล้วตั้งเท่าไหร่  

 

 

หากเธอไม่มีความเย็นชาและความเข้มแข็งไว้ป้องกันตัว หากเกิดอะไรขึ้นมาหรือซูเหิงเกิดฟุ้งซ่านเธอก็จะฉลาดพอที่จะไม่ทำตัวให้เป็นภาระของเขา!  

 

 

แต่ทว่า ผลสุดท้ายเขากลับทำให้เธอทุกข์หนักกว่าเดิมจนน่าขำ  

 

 

เธอก็ไม่อยากเย็นชาและเข้มแข็ง เธอเองก็อยากใช้ชีวิตให้เหมือนๆ กับผู้หญิงทั่วๆ ไป  

 

 

เป็นมนุษย์เงินเดือนธรรมดาๆ ได้แต่งหัวสวยๆ ชวนเพื่อนสนิทไปช้อปปิ้ง กินอาหาร จัดปาร์ตี้แล้วก็ไปเที่ยว…  

 

 

แล้วเธอทำได้เหรอ?  

 

 

เธอทำไม่ได้  

 

 

เมื่อก่อนไม่ได้ ตอนนี้ก็ยิ่งไม่ได้  

 

 

เพราะครั้งนี้เธอเหลือตัวคนเดียวอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว  

 

 

ไม่เข้มแข็งไว้แล้วใครจะมาปกป้องเธอล่ะ  

 

 

เฉินฝานซิงพ่นลมหายใจออกมาอีกครั้งเงียบๆ คนเดียวในห้องผู้ป่วย  

 

 

ในขณะที่ในห้องผู้ป่วยของเฉินฝานซิงช่างดูเงียบเหงา ในเวลาเดียวกันห้องผู้ป่วยของเฉินเชียนโหรวที่อยู่ห้องถัดมากลับมีผู้คนที่มาเยี่ยมเธออย่างอุ่นหนาฝาคั่ง  

 

 

ผู้อาวุโสของบ้านสกุลเฉินเจียหรงหรง เฉินเต๋อฝานผู้เป็นพ่อ หยางลี่เวยผู้เป็นแม่ ซูเหิงและเว่ยจื่อเซี่ยนที่เป็นคนลงไปช่วยเฉินเชียนโหรวขึ้นมาด้วยกันกับซูเหิงและเพื่อนๆ ร่วมห้องของเฉินเชียนโหรงที่ไปร่วมงานเลี้ยงในคืนนั้นด้วยอีกมากมาย  

 

 

“พี่เธอนี่ชักจะเกินไปแล้วนะ เธอขอโทษไปแล้วแท้ๆ ยังจะเอาน้ำร้อนราดใส่เธออีก?”  

 

 

“เชียนโหรว คราวหน้าคราวหลังก็อยู่ให้ห่างๆ พี่สาวเธอเอาไว้ล่ะ แค่ฉันมองสีหน้าเยือกเย็นแบบนั้นของพี่สาวเธอก็ขนลุกแล้ว เวลาเธออยู่ต่อหน้าเขาเธอคงโดนไม่ใช่น้อยๆ!”  

 

 

“ใช่ๆ ดูยังไงๆ พี่สาวเธอก็แค่ผู้หญิงคนหนึ่ง แต่ใส่เสื้อผ้าสีทึบๆ ดูหม่นหมองทั้งวันแบบนั้นเล่นเอาคนที่เห็นรู้สึกอึดอัดไปด้วยเลย ได้ยินว่าตอนเธอทำงานที่บริษัทของรุ่นพี่ซูไม่มีผู้ชายคนไหนสู้เธอได้สักคน นั่นเรียกว่าผู้หญิงเหรอ ถึกจริงๆ เลย…”  

 

 

เมื่อซูเหิงที่อยู่อีกด้านได้ยินดังนั้น หัวคิ้วก็ขมวดสีหน้าเคร่งขรึม  

 

 

เฉินเชียนโหรวรับรู้ได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของอีกฝ่ายได้อย่างทันที คิ้วกระตุก ใบหน้าเล็กๆ ที่ปราศจากการเติมแต่งด้วยเครื่องสำอางแสดงให้เห็นถึงความเสียใจ  

 

 

“ยังไงซะเธอก็เป็นพี่สามของฉัน ถึงแม้เธอจะดูเย็นชา เข้ากับคนอื่นได้ยาก แต่จริงๆ แล้วเธอไม่เคยทำอะไรที่เกินกว่าเหตุ…”  

 

 

เพื่อนสนิทที่สุดของเฉินเชียนโหรวชื่อหลินเฟยเฟยพูดขึ้นอย่างใส่อารมณ์:  

 

 

“ไม่ทำอะไรที่เกินไป? เชียนโหรว เธอดีเกินไปแล้ว ฉันเคยบอกกับเธอตั้งนานแล้วว่าคนสมัยนี้น่ะดีเกินไปจะเป็นภัยกับตัว! เรื่องที่พี่เธอทำไว้กับเธอ คนเขารู้กันทั่ว! ถ้าไม่ใช่เพราะเขาตอนนี้เธอ…”  

 

 

“พอได้แล้ว!”  

 

 

จู่ๆ หญิงเจียหรงหรงที่นั่งเงียบอยู่อีกด้านหนึ่งก็ได้เอ่ยขึ้นอย่างข่มอารมณ์ เธอลุกขึ้นมาด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์นัก  

 

 

รูปร่างของเจียงหรงหรงไม่สูงมาก ประมาณ160เซนติเมตร ผมขาวโพลนทั้งศีรษะ เกล้าผมไว้ดูทะมัดทะแมง ใบหน้าที่ไม่อาจซ่อนริ้วรอยแห่งกาลเวลาแต่ทว่าดวงตายังคงมีพลังและมีชีวิตชีวา  

 

 

เห็นได้ชัดว่าตอนสาวๆ หญิงชราคนนี้คงไม่ใช่คนที่ใครจะมาต่อกรด้วยง่ายๆ  

 

 

เพียงแค่น้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความน่าเกรงขามดังขึ้น เสียงดังเอะอะในห้องผู้ป่วยก็ได้เงียบลง  

 

 

เจ้าของใบหน้าเคร่งขรึมเดินไปหยุดลงตรงหน้าหลานสาว มองดูเฉินเชียนโหรวที่มองเธออย่างตกตะลึง ท่าทางอ่อนแอน่าสงสารและน่าเห็นใจทำให้เจียหรงหรงผ่อนความเคร่งขรึมลง  

 

 

ก่อนจะเอ่ยขึ้น “ที่ตัดสินใจไม่แพร่งพรายเรื่องนี้ให้สื่อได้รู้นะถูกแล้ว ยังไงซะมัน…ก็เป็นคนของสกุลเฉิน เกิดแพร่ออกไปละก็คงจากพาเรื่องปวดหัวมาให้เปล่าๆ!”  

 

 

ขณะที่เจียนหรงหรงหยุดไป แววตาก็ได้ทอประกายความเกลียดชังอย่างเห็นได้ชัด ราวกับว่าการเอ่ยถึง ‘มัน’ เป็นเรื่องที่น่าอับอายขายขี้หน้า  

 

 

ใบหน้าอ่อนแอแฝงไปด้วยความกลุ้มใจ พยักหน้ารับอย่างว่าง่าย “ทราบแล้วค่ะคุณย่า จริงๆ แล้วหนูแค่ไปขอโทษพี่เขาแล้วก็โดนพี่เขาโมโหใส่ มันก็สมควรแล้ว จะว่าไปหนูก็ไม่ระวังเอง…”  

 

 

ได้ยินคำพูดของหลานสาว เจียหรงหรงถึงกับนึกบางอย่างขึ้นมาได้ ความเกลียดชังในแววตาก่อนหน้าขึ้นสีเข้มขึ้น  

 

 

“เอาเถอะเลิกพูดถึงมันได้แล้ว! ศุกร์หน้าตอนบ่าย สมาคมสกุลป๋อจะจัดพิธีการแต่งตั้งกรรมการหนุ่มขึ้นดำรงตำแหน่งประธานสูงสุดที่โรงแรมเพยซื่อ ถึงเวลานั้นเธอจะต้องไปด้วย!”  

ช้าก่อนคุณป๋อ! ครั้งนี้ขอเป็นรักสุดท้าย

ช้าก่อนคุณป๋อ! ครั้งนี้ขอเป็นรักสุดท้าย

หลังจากแม่ของเธอจากไป เฉินฝานซิง ก็ถูกพ่อและย่าแท้ๆ ของตัวเองขับไสไล่ส่งไปตายเอาดาบหน้าในประเทศต่างแดนอันแสนทุรกันดาร ทว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงเคี้ยวง่ายอย่างที่คิด ด้วยสมองและสองมือ ในที่สุดเฉินฝานซิงก็หนีกลับมาจากนรกขุมนั้นได้ เธอตัดสินใจแยกตัวออกมาจากครอบครัวสารพัดพิษและใช้ชีวิตอยู่ตามลำพัง คอยทุ่มเทพัฒนาบริษัทของคู่หมั้นที่เกือบจะต้องปิดตัวลงและบริษัทเล็กๆ ที่แม่ของเธอทิ้งไว้ กระนั้นความสัมพันธ์รักแปดปีกลับได้มาแค่ความเชื่อใจที่แสนเปราะบาง เพราะคู่หมั้นกลับไปหลงเชื่อคำโกหกของน้องสาวต่างแม่ที่ชอบตีสองหน้าของเธอเสียได้ ในขณะที่แผลใจจากคนรักเก่ายังไม่ทันหายดี ศรัทธาที่มีในชีวิตคู่ก็เริ่มถดถอย เธอเลือกหันหลังให้กับความรักโดยการขดตัวเป็นตัวเม่นและใช้หนามแหลมๆ นั้นปฏิเสธทุกคนที่เข้าหา ทว่าอยู่มาวันหนึ่ง ป๋อจิ่งชวน ผู้ชายจอมเผด็จการคนนั้นก็ก้าวเข้ามาพร้อมหยิบยื่นความรักครั้งใหม่ให้กับเธอโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ปฏิเสธมันเลยสักนิด! “การตัดสินใจจีบคุณคือเรื่องของผม สุดท้ายแล้วคุณจะปฏิเสธหรือไม่นั่นก็เรื่องของคุณ แต่ผมจะปฏิเสธคำปฏิเสธของคุณ!”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset