ช้าก่อนคุณป๋อ! ครั้งนี้ขอเป็นรักสุดท้าย – ตอนที่ 179 งานเลี้ยงครบรอบ (10) / ตอนที่ 180 งานเลี้ยงครบรอบ (11)

ตอนที่ 179 งานเลี้ยงครบรอบ (10)

 

 

บรรดานักข่าวพากันรัวเก็บภาพบนหน้าจอนั้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งภาพสถานการณ์ของเฉินฝานซิง ซูเหิง เฉินเชียนโหรว และเจียงหรงหรงตอนอยู่บนเวทีอีกด้วย

 

 

ตอนนี้แม้แต่จะถามถึงปัญหานั้น พวกเขาก็ขี้เกียจจะถามถึงแล้ว

 

 

พวกเขายังต้องพูดอะไรอีกล่ะ

 

 

ก็ในเมื่อตอนนี้รูปเหล่านั้นได้เป็นเครื่องยืนยันทุกสิ่งแล้ว!

 

 

มิน่าล่ะ เมื่อกี้คุณหนูใหญ่ถึงได้ถามถึงเรื่องที่คุณชายติงเพิ่งจะกลับมาได้แค่ครึ่งปี ก่อนที่หลังจากนั้นจะไม่พูดอะไรขึ้นมาอีกเลย

 

 

อย่างนี้นี่เอง!

 

 

สุดท้ายนักข่าวที่มองความวุ่นวายอย่างไม่รู้ไม่ชี้อยู่นั้นก็ทนดูต่อไปไม่ไหว

 

 

“ไม่ต้องพูดว่าความสัมพันธ์ของคุณหนูใหญ่กับคุณชายติงของเหิงติ่งจะจริงไม่จริง ต่อให้จริง อย่างมากพวกเขาสองคนก็น่าจะเริ่มคบกันยังไม่ถึงครึ่งปี แต่สองคนนี้สิ ไปมาหาสู่กันสามปีกว่าแล้ว แถมตอนนี้ยังจะมาทำอะไรอีก”

 

 

“จริงด้วย พอมานึกๆ ดูเอาตอนนี้ ไอ้ท่าทีที่เฉินเชียนโหรวกระโดดขึ้นมาถามคุณหนูใหญ่เมื่อกี้โคตรน่าขำเลยอะ! นี่มันควรเรียกว่าอะไรดี สาดโคลนใส่คนอื่น? ตัวเองหน้าไม่อายเองแท้ๆ ยังจะบอกว่าคนอื่นไร้ยางอายอีก? ฉันล่ะโคตรจะนับถือเธอเลย! “

 

 

“อุ๊ย ก็จริง หนังหน้าของเธอ อาจจะหนากว่ากำแพงอีกนะ!”

 

 

ตอนนี้ในหัวของเฉินเชียนโหรวตื้อไปหมด เธอพยายามทำให้ตัวเองเย็นลงที่สุดแล้ว แต่คำพูดไม่เข้าหูจากด้านล่างเวทีนั้นกลับบั่นทอนความรู้สึกเธอทีละคำ ทีละประโยค

 

 

จนเธอไม่อาจสงบลงได้

 

 

เฉินฝานซิงดูปฏิกิริยาของคนทั้งงานแล้วคลี่ยิ้มกริ่ม

 

 

เธอยังคงยืนอยู่ตรงกลาง มือจับแผงควบคุมไว้ทั้งสองข้าง เสียงเย็นยังคงลอดผ่านไมโครโฟนออกมาด้วยโทนเสียงสม่ำเสมอ

 

 

“ถ้าหาก…”

 

 

แค่เสียงของเธอเอ่ยดังขึ้น ทุกสายตาก็ได้หันไปจับจ้องเธอ

 

 

ผมลอนธรรมชาติแผ่สยายบนลาดไหล่ขาวสะอาด นั่นคือความสง่างามที่มากล้น แม้ว่าใบหน้านั้นจะประดับด้วยรอยยิ้ม แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นรอยยิ้มที่ออกมาจากใจ

 

 

นัยน์ตาดั่งดวงดาราสีนิลคู่นั้นเปล่งประกาย แต่สายตากลับเยือกเย็นจับใจ

 

 

แสงไฟสีขาวสาดส่องลงมาทั่วร่างของเธอ ขับให้ความสูงส่งและงดงามบนใบหน้านั้นเด่นชัดยิ่งขึ้น

 

 

เสียงจอแจในงานเงียบลงทันตา หญิงสาวบนเวทีที่สะกดทุกสายตาให้จ้องมองมาที่เธออย่างง่ายดาย

 

 

เธอยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ดวงตาเย็นชาคู่นั้นค่อยๆ หรี่ลง ก่อนจะข่มตาปิดลงแล้วค่อยๆ เปิดมันขึ้นอีกครั้ง

 

 

เพียงแค่การกระทำอันเงียบงันที่บ่งบอกถึงความอ่อนใจของเธอในตอนนี้เผยให้เห็นความเจ็บปวดที่แม้จะปิดอย่างไรก็ปิดไม่มิด

 

 

ทำเอาเฉินเชียนโหรวหนังตากระตุกขึ้นมาทันควัน

 

 

เฉินฝานซิง เธอกำลังแสดงละครอยู่รึไง!

 

 

เธอนิ่งเงียบไปครู่เดียว รอยยิ้มเย็นก็ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากที่ค่อยๆ เผยอเอ่ยน้ำเสียงเรียบเฉยไม่รีบร้อน

 

 

“หากพวกเธอจริงใจมากกว่านี้ ไว้หน้ากันสักหน่อย มันก็คงไม่กลายเป็นแบบนี้…”

 

 

“ฉันไปเรียนต่างประเทศตั้งสามปี พวกคุณไม่ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันเลยสักคำ ฉันกลับประเทศมาสามปี พวกคุณก็ไม่เคยมีความใส่ใจให้ฉันเลย สกุลเฉินที่ยิ่งใหญ่ ฉันไปเหยียบมาไม่ถึงสามครั้งด้วยซ้ำ…คนใช่ต้นหญ้าตอไม้ ไม่อาจไร้รัก คุณย่า เป็นอย่างที่คุณว่า ฉันเป็นคนของสกุลเฉินมาตลอด ดังนั้นคุณอยากให้ฉันเห็นแก่ส่วนรวม ฉันถึงมาในวันนี้ ฉันก็ทำแล้ว…แต่พวกคุณ…ทุกๆ คน กลับเห็นฉันเป็นไอ้งั่ง…”

 

 

หลังจากที่ได้ฟังดังนั้น ใบหน้าที่ซีดอยู่ก่อนแล้วของเจียงหรงหรงก็ดูขุ่นมัวขึ้นทันตา!

 

 

เฉินเชียนโหรวโกรธจนเนื้อตัวสั่น ฟันของเธอขบเข้ากับกระพุ้งแก้มอย่างจัง รสเข้มของสนิมแผ่ซ่านออกมาในทันทีอย่างไม่รู้ตัว

 

 

แม้คำพูดนั้นของเฉินฝานซิงจะดูธรรมดา แต่ทว่าเมื่อคำพูดที่แฝงไปด้วยความหมายนั้นเพิ่งจะสิ้นสุดลง ผู้คนด้านล่างเวทีก็ตอบสนองขึ้นอย่างรวดเร็ว คำพูดที่เต็มไปด้วยความโมโหและชิงชังถูกเอ่ยขึ้นมาไม่ขาดสาย…

 

 

 

 

 

 

ตอนที่ 180 งานเลี้ยงครบรอบ (11)

 

 

“ก่อนหน้านี้ไม่ยักเคยเห็นคุณหนูใหญ่ของสกุลเฉินมาก่อน ไม่ว่าจะในงานประชุมบริษัทของหลานอวิ้น หรือว่างานรวมตัวอื่นๆ ตัวแทนบริษัทมักจะเป็นหลานสาวที่ชื่อว่าเฉินเชียนโหรวคนนี้! และพวกเขาเองก็ไม่เคยจะเอ่ยถึงคุณหนูใหญ่เลยสักครั้ง! ทำมาพูดว่าที่ส่งไปต่างประเทศเพราะหวังดี แต่หกปีมานี้ไม่เคยจะดูดำดูดี ตอนนี้พอถึงคราวจำเป็นก็เรียกให้เธอมาเป็นแพะรับบาป! ต่ำช้าไร้ยางอายที่สุด!”

 

 

“แพะรับบาป?”

 

 

“ก็ใช่น่ะสิ เมื่อกี้คุณหนูใหญ่พูดว่าสกุลเฉินขอให้เธอรับผิดชอบต่อส่วนรวมไม่ใช่รึไง นี่ยังไม่ชัดอีกเหรอ? คิดดูสิ ตอนนี้เฉินเชียนโหรวเป็นศิลปินที่กำลังมาแรง กระแสกำลังดี หากมีข่าวเรื่องเป็นเมียน้อยนี่เข้ามาแทรกนะ…”

 

 

“แม่เจ้า…คุณหนูใหญ่ที่ถูกน้องสาวตัวเองแย่งคู่หมั้นไป วันนี้ยังต้องมายืนที่นี่เพื่อประกาศว่าตัวเองเป็นคนถอนหมั้นซะเอง? เธอคิดอะไรอยู่ คู่หมั้นและน้องสาวหักหลังเธอทั้งคู่ เธอยังจะออกหน้ามาเป็นแพะรับบาปให้ทุกคนอีก สมองเธอมีปัญหาหรือว่าโง่กันแน่”

 

 

“เธอไม่ได้เต็มใจ มีคนบีบคั้นให้เธอต้องยอม! เมื่อกี้ในรูปแกไม่เห็นรึไง รูปในงานวันเกิดนั่นนะ นึกดูสิว่าในรูปนั้นมีใครอยู่บ้าง”

 

 

“…ซูเหิง เฉินเชียนโหรว คุณนายเฉิน คุณนายซู แล้วก็…ประธานเจียง!”

 

 

“ไม่จริงน่า! เธอรู้เรื่อความสัมพันธ์ของซูเหิงและเฉินเชียนโหรวตั้งแต่แรก แถมสกุลซูและสกุลเฉินยังยอมรับความสัมพันธ์ของทั้งคู่ได้อีก! ที่คุณหนูใหญ่พูดว่าประธานเจียงให้เธอรับผิดชอบต่อส่วนรวม! ตอนนี้สกุลเฉินขี้ขลาดตาขาวสุดๆ กลัวว่าเรื่องที่หลานสาวสุดรักของตัวเองล่มงานแต่งพี่สาวจะแดงจนกลายเป็นข่าวฉาว ให้หลานสาวที่ตัวเองชังมายอมรับว่าเป็นฝ่ายถอนหมั้นซะเอง ช่างดีเสียจริง!”

 

 

“เพราะงั้นคุณหนูใหญ่ก็เลยมา! แค่ถูกหักหลังก็เจ็บพออยู่แล้ว ยังจะต้องมาใส่ร้ายตัวเองเพื่อรับผิดชอบพวกเขาอีก…พระเจ้า คุณหนูใหญ่หนักแน่นกับความรู้สึกขนาดนี้ เธอออกหน้ารับผิดชอบแทนทุกคน ทำไมคนสกุลเฉินยังทำเรื่องเลวร้ายพวกนี้ออกมาได้ลงคอ!”

 

 

“ใช่แล้ว แถมเมื่อกี้ประธานเจียงยังถามถึงคุณชายติง ดูปฏิกิริยาของคุณหนูใหญ่สิ เธอไม่ได้สนิทชิดเชื้อกับคุณชายติงคนนี้ด้วยซ้ำ แม้แต่เรื่องที่คุณชายติงเพิ่งกลับประเทศมาได้แค่ครึ่งปีเธอยังไม่แน่ใจเลย ประทานเจียงกะจะถือโอกาสงานรวมตัวแบบนี้ผลักคุณหนูใหญ่ให้คุณชายติงชัดๆ เธอรู้อยู่แล้ว่าคุณหนูเฉินต้องรับผิดชอบต่อส่วนรวม คงไม่ฉีกหน้าเธอในโอกาสแบบนี้แน่ เลยใส่สีเพิ่มเข้าไปว่าคบซ้อน จุ๊ๆ …ถ้าฉันมีย่าใจไม้ไส้ระกำแบบนี้นะ คงจะบ้าตายแน่ๆ!”

 

 

“ถูกจริงๆ ที่ว่ากันว่ายิ่งอยู่นานยิ่งได้เห็น! ฉันไม่เคยเห็นหนังหน้าของใครที่ทั้งด้านทั้งหนาขนาดนี้มาก่อน!”

 

 

เพียงช่วงเวลาหนึ่ง ท่าทีของทุกคนที่มีต่อเฉินฝานซิงก็เปลี่ยนไปราวฟ้ากับเหว

 

 

เพราะเธอคือคนสกุลเฉิน เธอจึงถูกบีบบังคับให้ยอมรับทุกสิ่ง ออกหน้าพูดเรื่องขอถอนหมั้นอยู่ฝ่ายเดียว!

 

 

แต่สุดท้ายกลับถูกย่าตัวเองผลักเธอให้คุณชายติง ยัดข้อหาคนที่เป็นฝ่ายนอกใจก่อนให้กับเธอ

 

 

เมื่อการหมั้นหมายของสกุลซูและสกุลเฉิน มีเฉินฝานซิงเป็นฝ่ายนอกใจก่อน สกุลเฉินจึงรู้สึกผิดต่อสกุลซูจึงได้ยกหลานสาวที่รักปานดวงใจเพื่อเป็นการชดใช้ให้ซูเหิง แค่นี้ก็เป็นอันครบถ้วนกระบวนความ

 

 

ด้วยเหตุนี้เฉินเชียนโหรวก็จะกลายเป็นบุคคลที่เสียสละมากที่สุดของตระกูลเฉิน!

 

 

เมื่อลองคิดดูให้ดี เรื่องนี้ก็ชัดเจนมากอยู่แล้ว

 

 

จากนั้นทุกคนก็พากันหวนนึกทุกๆ ถ้อยคำที่เฉินฝานซิงได้เอ่ยบนเวที…

 

 

พวกเราเติบโตมาด้วยกัน คบเป็นเพื่อนกันมาสิบกว่าปี พออายุสิบแปดก็เริ่มต้นความสัมพันธ์แบบคนรัก จนกระทั่งความสัมพันธ์ย่างเข้าสู่ปีที่แปด…

 

 

ความสัมพันธ์ของฉันกับซูเหิงหมดหนทางจะไปต่อ การหมั้นครั้งนี้ก็เหมือนโซ่ตรวนที่ล่ามพวกเราเอาไว้ ฉันขอถอนหมั้นตามความต้องการของเขาและปลดปล่อยตัวฉันเอง…

 

 

พอมาคิดๆ ดูแล้ว แต่ละคำก็แทบจะร้องไห้เป็นสายเลือด!

 

 

ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นไปตามแผน!

 

 

แต่ดูเหมือนเฉินเชียนโหรวจะหนาวเหน็บไปทั้งตัว!

 

 

ที่แท้นังชั่วเฉินฝานซิงนั่นก็เสแสร้งมาตั้งแต่ต้น!

 

 

เธออดกลั้นมาตลอด!

 

 

ทุกอย่างนี่ ทุกๆ การกระทำของพวกอีกฝ่าย ดูเหมือนว่ามันจะเดินไปตามเกมที่เธอวางไว้ทุกอย่าง!

ช้าก่อนคุณป๋อ! ครั้งนี้ขอเป็นรักสุดท้าย

ช้าก่อนคุณป๋อ! ครั้งนี้ขอเป็นรักสุดท้าย

หลังจากแม่ของเธอจากไป เฉินฝานซิง ก็ถูกพ่อและย่าแท้ๆ ของตัวเองขับไสไล่ส่งไปตายเอาดาบหน้าในประเทศต่างแดนอันแสนทุรกันดาร ทว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงเคี้ยวง่ายอย่างที่คิด ด้วยสมองและสองมือ ในที่สุดเฉินฝานซิงก็หนีกลับมาจากนรกขุมนั้นได้ เธอตัดสินใจแยกตัวออกมาจากครอบครัวสารพัดพิษและใช้ชีวิตอยู่ตามลำพัง คอยทุ่มเทพัฒนาบริษัทของคู่หมั้นที่เกือบจะต้องปิดตัวลงและบริษัทเล็กๆ ที่แม่ของเธอทิ้งไว้ กระนั้นความสัมพันธ์รักแปดปีกลับได้มาแค่ความเชื่อใจที่แสนเปราะบาง เพราะคู่หมั้นกลับไปหลงเชื่อคำโกหกของน้องสาวต่างแม่ที่ชอบตีสองหน้าของเธอเสียได้ ในขณะที่แผลใจจากคนรักเก่ายังไม่ทันหายดี ศรัทธาที่มีในชีวิตคู่ก็เริ่มถดถอย เธอเลือกหันหลังให้กับความรักโดยการขดตัวเป็นตัวเม่นและใช้หนามแหลมๆ นั้นปฏิเสธทุกคนที่เข้าหา ทว่าอยู่มาวันหนึ่ง ป๋อจิ่งชวน ผู้ชายจอมเผด็จการคนนั้นก็ก้าวเข้ามาพร้อมหยิบยื่นความรักครั้งใหม่ให้กับเธอโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ปฏิเสธมันเลยสักนิด! “การตัดสินใจจีบคุณคือเรื่องของผม สุดท้ายแล้วคุณจะปฏิเสธหรือไม่นั่นก็เรื่องของคุณ แต่ผมจะปฏิเสธคำปฏิเสธของคุณ!”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset