ช้าก่อนคุณป๋อ! ครั้งนี้ขอเป็นรักสุดท้าย – ตอนที่ 55 ผู้หญิงของผมไม่จำเป็นต้องแสนดีขนาดนั้น (2)

เธออดยิ้มไม่ได้ “คุณแน่ใจเหรอว่าจะทำของพวกนี้จริงๆ”  

 

 

เขาหันมองเธออีกครั้ง “ทำไมเหรอ”  

 

 

เธอส่ายหน้าเดินไปตรงเคาท์เตอร์แล้วหยิบถุงสองใบที่เขาถือมาด้วยขึ้นมาดู  

 

 

ซื้อของมาเยอะจริงๆ  

 

 

“ถึงฉันไม่ได้สงสัยในฝีมือคุณ แต่คุณป๋อ อีกเดี๋ยวคุณต้องไปทำงานแล้ว ของที่คุณว่ามาแต่ละอย่างมันไม่ได้ทำเสร็จในชั่วโมงเดียวนะ”  

 

 

“…”  

 

 

เธอมองของในถุง สุดท้ายก็ผ่อนลมหายใจออกมา “หม้อไฟล่ะเป็นไง”  

 

 

ป๋อจิ่งชวนขมวดคิ้ว เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ค่อยเห็นด้วย  

 

 

“ไม่ได้กินตั้งนานแล้ว ฉันอยากกิน”  

 

 

“ตกลง งั้นก็หม้อไฟ” เขาพยักหน้า  

 

 

เธอนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนที่ความอบอุ่นจะเอ่อล้นขึ้นในหัวใจ  

 

 

หลังจากนั้นเธอก็เริ่มวุ่นวาย ป๋อจิ่งชวนยืนอยู่ในห้องครัวอยู่พักใหญ่ กะว่าจะคอยช่วยเหลือแต่ผลสุดท้ายกลับได้แค่ยืนมองไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน  

 

 

“ผมพอจะช่วยได้บ้าง”  

 

 

“อ้อ? คุณไม่ต้องช่วยอะไรค่ะ”  

 

 

“…” ป๋อจิ่งชวนนิ่งเงียบไป เฉินฝานซิงมองเห็นถึงความหดหู่จากคิ้วที่ขมวดเข้าหากันแน่นเช่นนั้น  

 

 

“จริงสิ คุณช่วยจัดถ้วยกับตะเกียบที่อยู่ในตู้ข้างๆ คุณให้หน่อยสิ”  

 

 

“ครับ” เขาตอบรับ ร่างสูงโน้มตัวลงหยิบถ้วยพร้อมตะเกียบออกมาสองชุด  

 

 

เฉินฝานซิงกำลังล้างผัก แล้วเหลือบมองเขา “ทำไมแค่สองชุดเอง แล้วผู้ช่วยอวี๋ล่ะ”  

 

 

“เขามีเรื่องอื่นที่ต้องทำ”  

 

 

เขาตอบอย่างเรียบเฉย ถือถ้วยและตะเกียบออกจากห้องไป  

 

 

–  

 

 

ไม่นานเฉินฝานซิงก็เดินถือตะกร้าผักออกมา  

 

 

“เรียบร้อย!”  

 

 

น้ำเสียงติดรีบร้อนดังขึ้น เฉินฝานซิงทิ้งตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามของป๋อจิ่งชวน ความเย็นชาห่างเหินที่เห็นมาตลอดได้หายไปแล้ว แต่กลับถูกแทนที่ด้วยความตื่นเต้นและตั้งหน้าตั้งตารอ  

 

 

ป๋อจิ่งชวนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามจ้องมองเธออย่างสนใจ  

 

 

ขณะที่เธอกำลังใส่ผักที่ล้างสะอาดแล้วลงไปในหม้อไฟที่กำลังเดือดปุดๆ ป๋อจิ่งชวนจึงหยิบแก้วไวท์ที่ตั้งอยู่ข้างๆ ขึ้นมา  

 

 

เฉินฝานซิงเองก็วางตะเกียบลงและหยิบขึ้นมาบ้าง  

 

 

“แด่อาหารมื้อแรกที่เราทานด้วยกัน และยินดีกับการที่คุณลาออกมาได้สำเร็จ”  

 

 

เธอยิ้มจางๆ “หม้อไฟต้องคู่กับไวท์ ดูเหมือนจะไม่ค่อยถูก”  

 

 

“จริงๆ แล้วไม่ควรเพิ่มรสชาติอื่นเข้ามา”  

 

 

ป๋อจิ่งชวนว่าต่อโดยการพูดความหมายที่แฝงอยู่ในถ้อยคำของเธอ  

 

 

ทั้งคู่ชนแก้วกันหนึ่งครั้ง  

 

 

เมื่อวางแก้วลง เฉินฝานซิงก็หันกลับมาสนใจหม้อไปที่กำลังเดือดได้ที่อีกครั้งอย่างไม่วางตา  

 

 

ป๋อจิ่งชวนเอ่ยเสียงเรียบ “หม้อไฟนี่เรียกความสนใจคุณได้ขนาดนี้เลย?”  

 

 

การกระทำของเธอชะงักลง แววตาวูบไหวเล็กน้อย  

 

 

“อาจเพราะ…ไม่เคยมีใครกินอะไรแบบนี้เป็นเพื่อนฉันที่บ้านเลย วันนี้เป็นครั้งแรกก็เลยรู้สึกแปลกใหม่…”  

 

 

หัวใจเขาสั่นเล็กน้อย ยื่นมือไปหยิบไวท์ที่ซื้อมารินใส่ลงในแก้วทั้งสองใบ จากนั้นดันแก้วใบนั้นไปหยุดอยู่ตรงหน้าเธออย่างสง่า  

 

 

“ต่อไปมีผมอยู่ด้วย จะกินอะไรจะทำอะไรผมก็จะคอยอยู่ข้างๆ คุณเอง”  

 

 

ประโยคนี้พูดขึ้นมาอย่างไม่สนเวลา สถานที่ หรือแม้แต่บรรยากาศ  

 

 

ยากที่ใครจะไม่ใจสั่น  

 

 

“เอาล่ะ ของสุกหมดแล้วกินกันเถอะ”  

 

 

“อืม”  

 

 

ป๋อจิ่งชวนคว้าตะเกียบขึ้นมาคีบอาหารด้วยท่วงท่าที่สง่าแล้วนำไปวางในถ้วยของเฉินฝานซิง  

 

 

เฉินฝานซิงจ้องมองปริมาณอาหารในถ้วยของเธอที่พูนขึ้นเรื่อยๆ อย่างทำอะไรไม่ถูก  

 

 

เธอลืมไปแล้วจริงๆ ว่า ครั้งล่าสุดที่มีคนคีบอาหารให้เธอมันผ่านมานานแค่ไหนแล้ว…  

 

 

ความฝาดเปรี้ยวแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ เธอผินหน้าขึ้นมองชายหนุ่มตรงหน้าที่นั่งหลังตรงลงมือทานอาหารด้วยท่วงท่าสง่า กำแพงที่ก่อขึ้นอย่างแน่นหน้าหัวใจค่อยๆ ทลายลงอย่างเงียบงัน  

ช้าก่อนคุณป๋อ! ครั้งนี้ขอเป็นรักสุดท้าย

ช้าก่อนคุณป๋อ! ครั้งนี้ขอเป็นรักสุดท้าย

หลังจากแม่ของเธอจากไป เฉินฝานซิง ก็ถูกพ่อและย่าแท้ๆ ของตัวเองขับไสไล่ส่งไปตายเอาดาบหน้าในประเทศต่างแดนอันแสนทุรกันดาร ทว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงเคี้ยวง่ายอย่างที่คิด ด้วยสมองและสองมือ ในที่สุดเฉินฝานซิงก็หนีกลับมาจากนรกขุมนั้นได้ เธอตัดสินใจแยกตัวออกมาจากครอบครัวสารพัดพิษและใช้ชีวิตอยู่ตามลำพัง คอยทุ่มเทพัฒนาบริษัทของคู่หมั้นที่เกือบจะต้องปิดตัวลงและบริษัทเล็กๆ ที่แม่ของเธอทิ้งไว้ กระนั้นความสัมพันธ์รักแปดปีกลับได้มาแค่ความเชื่อใจที่แสนเปราะบาง เพราะคู่หมั้นกลับไปหลงเชื่อคำโกหกของน้องสาวต่างแม่ที่ชอบตีสองหน้าของเธอเสียได้ ในขณะที่แผลใจจากคนรักเก่ายังไม่ทันหายดี ศรัทธาที่มีในชีวิตคู่ก็เริ่มถดถอย เธอเลือกหันหลังให้กับความรักโดยการขดตัวเป็นตัวเม่นและใช้หนามแหลมๆ นั้นปฏิเสธทุกคนที่เข้าหา ทว่าอยู่มาวันหนึ่ง ป๋อจิ่งชวน ผู้ชายจอมเผด็จการคนนั้นก็ก้าวเข้ามาพร้อมหยิบยื่นความรักครั้งใหม่ให้กับเธอโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ปฏิเสธมันเลยสักนิด! “การตัดสินใจจีบคุณคือเรื่องของผม สุดท้ายแล้วคุณจะปฏิเสธหรือไม่นั่นก็เรื่องของคุณ แต่ผมจะปฏิเสธคำปฏิเสธของคุณ!”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset