ช้าก่อนคุณป๋อ! ครั้งนี้ขอเป็นรักสุดท้าย – ตอนที่ 97 เชียนโหรวชอบ เธอก็ยกให้น้องซะสิ… / ตอนที่ 98 เธอทำเกินไปแล้ว!

ตอนที่ 97 เชียนโหรวชอบ เธอก็ยกให้น้องซะสิ…  

 

 

คู่ควรกับคนที่ดีกว่า?  

 

 

แม้แต่ซูเหิงเธอยังคว้าไว้ไม่ได้ แล้วใครที่ว่าดีกว่าคนนั้นเธอจะคว้าไว้ได้ยังไงกัน  

 

 

แม้จะรู้ว่าในประโยคนั้นเต็มไปด้วยการปลอบใจแต่ก็ทำให้หัวใจของเธอสั่นไหวอยู่ดี  

 

 

พลันภาพใบหน้าของใครบางคนได้แล่นเข้ามาในหัวสมองแทบจะเดี๋ยวนั้น  

 

 

นึกไปถึงรอยจูบริมทะเลสาบเมื่อวานที่ยังจำได้ไม่ลืม ราวกับริมฝีปากของเธอยังคงรู้สึกอุ่นร้อน ลมหายใจที่รดลงบนพวงแก้มของเธอแผ่วเบาราวกับสายลม ร้อนผ่าว ที่แผดเผา  

 

 

แพขนตาของเธอสั่นระริก เธอเก็บคางเล็กน้อยเพื่อแอบซ่อนใบหน้าที่ขึ้นสีระเรื่อ  

 

 

ตาคมกริบมองความเขินอายที่ผิดสังเกตของเด็กสาวอย่างสำรวจ เขาเคลื่อนสายตาขึ้นเล็กน้อย  

 

 

“เด็กน้อย มีคนในใจอยู่แล้วใช่มั้ย…”  

 

 

ไม่ทันได้พูดจบ  พรึ่บ  เสียงม่านในห้องที่ถูกเปิดออกก็ดังขึ้น เผยให้เห็นภาพของเฉินเชียนโหรวที่กำลังประคองเจียงหรงหรงอยู่ตรงหน้าประตู สายตาของบุคคลทั้งสองมองตรงมายังข้างเตียง  

 

 

“คุณปู่คะ วันนี้สีหน้าดูสดใสขึ้นนะคะ!”  

 

 

เฉินเชียนโหรวมองไปยังใบหน้าของเฉินซั่งหวาที่ประดับด้วยรอยยิ้มจางๆ พลางพูดอย่างดีอกดีใจด้วยน้ำเสียงหวานน่าเอ็นดู  

 

 

“ฝานซิงกลับมาหาปู่ ปู่ก็ต้องมีความสุขเป็นธรรมดา” เฉินซั่งหวาเอ่ยเรียบๆ ใบหน้าแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มจางๆ แสดงให้เฉินเชียนโหรวเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเขาไม่ได้มีการขัดแย้งใดๆ  

 

 

เฉินฝานซิงเม้มริมฝีปากอย่างเงียบๆ  

 

 

“พี่คะ!”  

 

 

จู่ๆ เฉินเชียนโหรวก็ร้องเรียกเธอขึ้นมา เธอคลายมือออกจากแขนของเจียงหรงหรงแล้วประคองกล่องในมือเดินไปยังด้านหน้าของเตียง  

 

 

“นี่คือชุดราตรีที่คุณย่าออกปากขอฉันเป็นพิเศษเพื่อที่จะยกมันให้พี่!”  

 

 

ออกปากขอเฉินเชียนโหรวให้เธอ…  

 

 

มุมปากของเธอแข็งไปเล็กน้อย หัวใจของเธอหยุดความเจ็บช้ำที่กำลังเอ่อล้นขึ้นมาเอาไว้ไม่อยู่  

 

 

ฝานซิง เชียนโหรวชอบสร้อยที่เธอใส่อยู่ ยกให้น้องซะสิ  

 

 

ฝานซิง เชียนโหรวชอบกระโปรงตัวนั้นที่อยู่ในตู้เสื้อผ้าของเธอ ยกให้น้องซะสิ  

 

 

ฝานซิง เชียนโหรวชอบเล่นเปียโน งั้นเธอก็ไม่ต้องไปงานแข่งเปียโนอะไรนั่นแล้วนะ  

 

 

ฝานซิง เชียนโหรวกับซูเหิงมีใจให้กัน อะไรที่ไม่ใช่ฝืนไปก็เท่านั้น คิดเสียว่าช่วยๆ กัน  

 

 

ความอดกลั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าของเธอยิ่งทำให้คนพวกนั้นกำเริบเสิบสาน จนกระทั่งพวกเขาคิดว่าเรื่องทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ถูกต้อง  

 

 

จนในที่สุดเมื่อเธอถูกขูดรีดจนหมดสิ้นแล้วทุกอย่าง  

 

 

เธอกลับกลายเป็นฝ่ายที่ได้รับส่วนบุญจากพวกเขา  

 

 

เยอะเย้ยกันดีเหลือเกิน…  

 

 

“ชุดนี้ฉันซื้อมายังไม่เคยใส่สักครั้ง คุณย่าบอกให้ฉันยกให้พี่ พี่คะ งานเลี้ยงคืนวันเสาร์นี้เราไปด้วยกันไหม ดูสิคะ เข้ากับพี่มากเลยนะว่างั้นไหม”  

 

 

เฉินเชียนโหรวเอ่ยขึ้นอย่างเริงร่าพลางเปิดกล่องในมือของเธอออกแล้วหยิบชุดราตรีในนั้นออกมา  

 

 

ชุดราตรียาวสีดำชุดหนึ่ง  

 

 

ช่วงล่างเป็นระบายสีดำฟูฟ่อง ส่วนช่วงบน…  

 

 

ดีไซน์ปักเลื่อมแบบเปิดไหล่ ตรงส่วนเอวดีไซน์แบบรัดเอวและปักเลื่อมเช่นเดียวกันทั้งยังห้อยอยู่บนผ้าตาข่ายละเอียดบางๆ ที่สามารถมองทะลุได้ จนแทบจะเห็นตั้งแต่ไหปลาร้าไปจนถึงวิวที่อยู่ใต้หน้าอก  

 

 

ไร้สีสัน ไม่สำรวม ไม่มีส่วนไหนที่เข้ากัน  

 

 

เธอล่ะอยากจะรู้จริงๆ ว่าเฉินเชียนโหรวได้ชุดราตรีชุดนี้มาได้ยังไง  

 

 

เตรียมมาทำให้เธอขายหน้าตั้งแต่แรกแล้วงั้นเหรอ  

 

 

เอาไปตั้งไว้ในตลาดกลางคืนก็คงเป็นชุดที่ไม่มีใครเลือกซื้อ เธอคว้ามันขึ้นมาอย่างไว ในขณะที่ผู้เป็นปู่และย่ากำลังดีใจเพราะคิดว่าตัวเองได้ทำในสิ่งที่วิเศษสุด  

 

 

เมื่อเทียบกับชุดราตรีที่ซูเหิงควักเงินซื้อให้เธอไปสามล้านเมื่อวันก่อนที่จัตุรัสซินซื่อเจี้ยนั้น  

 

 

เหอะ หากเทียบกัน ถ้าเธอยอมรับชุดๆ นี้ แล้วไปร่วมงานเลี้ยงจริงๆ เธอไม่เพียงจะไม่เหมือนดอกสักดอกแถมยังคงถูกหัวเราะเยาะอีกด้วย  

 

 

มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นของราคาถูกแบบนี้ ดูก็รู้ว่าในงานวันนั้นจะต้องน่าขันขนาดไหน  

 

 

เฉินเชียนโหรวช่างขยันยั่วโมโหเธอได้ทุกเวล่ำเวลาจริงๆ  

 

 

แววตาของเธอเต็มไปด้วยความถากถาง เธอลุกขึ้นยืนแล้วปัดเสื้อที่เฉินเชียนโหรวยื่นให้ไปให้พ้นทาง  

 

 

“เก็บ ‘น้ำใจ’ เธอกลับไปเถอะ! ฉันไม่เคยบอกสักคำว่าจะไปด้วย”  

 

 

 

 

 

 

 

 

ตอนที่ 98 เธอทำเกินไปแล้ว!   

 

 

“พี่คะ…”  

 

 

ได้ฟังเฉินฝานซิงเอ่ยเช่นนั้นเฉินเชียนโหรวถึงกับชะงักกึกไปพร้อมกับความโศกเศร้าและบอบบางที่ปรากฏอยู่บนใบหน้า  

 

 

เธอหันไปมองเจียงหรงหรงอย่างทำตัวไม่ถูก จากนั้นจึงพูดขึ้นว่า “พี่ไม่ชอบชุดนี้เหรอ ไม่เป็นไรฉันยังมีชุดอื่นอีกนะ…คุณย่าอุตส่าห์ตามพี่มาถึงนี่แล้วพี่จะทำให้ท่านผิดหวังได้ลงคอเลยเหรอ”  

 

 

เฉินเชียนโหรวพูดอย่างยำเกรงกลับทำให้เจียงหรงหรงยิ่งมีสีหน้าเคร่งขรึมมากขึ้น  

 

 

“ฝานซิง แกจะขัดใจฉันไปถึงไหน แค่จะให้แกไปร่วมงานเลี้ยงสักงานจะต้องให้คุกเข่าอ้อนวอนกันเลยไหม”  

 

 

ในดวงตาของเฉินฝานซิงนั้นเต็มไปด้วยความเหน็บแนมและเย้ยหยัน  

 

 

“ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน หกปีก่อนไม่เห็นจะเคยให้ฉันได้ออกงานในนามสกุลเฉินเลย! แล้วมาวันนี้มันเกิดอะไรขึ้น จู่ๆ ถึงได้ยอมพูดแม้กระทั่งจะคุกเข่าเพื่อให้ฉันไปร่วมงานสังสรรค์”  

 

 

“แก…แกมันไร้สามัญสำนึก!” เจียงหรงหรงเอ่ยขึ้นเสียงกร้าว ดวงตาที่โรยราทว่าเฉียบคมลุกโชนไปด้วยไฟโทสะ!  

 

 

“พอแล้วๆ!”  

 

 

เฉินซั่งหวาพูดแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศที่เปลี่ยนไปอย่างฉับพลันด้วยความเหนื่อยหน่าย เมื่อสงบลงได้สักพักเขาจึงหันไปมองยังเฉินฝานซิง  

 

 

“ช่างเป็นโอกาสที่หาได้ยากอะไรเช่นนี้ อยู่บ้านเฉยๆ ก็ไม่ได้อะไรสู้ออกไปเปิดหูเปิดตาสักหน่อยจะไม่ดีกว่าเหรอ”  

 

 

“หลานน่ะ วันๆ เอาแต่ขลุกอยู่กับงาน…งานเลี้ยงครั้งนี้จัดขึ้นไม่ใช่เล็กๆ คิดเอาสิ เป็นเครือสกุลป๋อเชียวนะ ไม่แน่มันอาจจะดีกับหน้าที่การงานของหลานก็ได้…”  

 

 

“ใช่ค่ะพี่ งานเลี้ยงของสมาคมสกุลป๋อไม่ใช่ว่าใครก็จะเข้าไปได้…”  

 

 

“ฉันก็ไม่ได้บอกนี่ว่าจะไม่ไป!”  

 

 

เธอขัดจังหวะเฉินเชียนโหรวอย่างติดรำคาญในน้ำคำอันเสแสร้งของเธอ  

 

 

“ฉันก็แค่ไม่อยากจะไปกับเธอเท่านั้นเอง! คุณปู่คะหนูไม่รบกวนเวลาพักผ่อนของคุณปู่แล้วค่ะ ไว้คราวหน้าถ้ามีเวลาจะแวะมาหาใหม่นะคะ”  

 

 

เธอพูดจบก็สาวเท้าเดินออกไปโดยไม่มีการชายตาแลคนในห้องนั้นแม้แต่น้อย  

 

 

“พี่คะ!”  

 

 

“พอแล้ว! ไม่ต้องตามไปแล้ว!”  

 

 

เฉินเชียนโหรวยังดื้อดึงที่ตามเธอ ทำให้เจียงหรงหรงปรามขึ้นด้วยเสียงต่ำ  

 

 

“แต่คุณย่าคะ พี่เขา…”  

 

 

เจียงหรงหรงจ้องเธอเขม็ง “ไปซะได้ก็ดี! ถึงวันนั้นฉันจะส่งคนไปดักเธอเอาไว้ที่หน้าประตู พวกเธอกับซูเหิงทั้งสามคนเดินเข้าไปด้วยกันคนอื่นจะได้ไม่ผิดสังเกต!”  

 

 

เฉินเชียนโหรวผ่อนลมหายใจออกน้อยๆ “หนูจะไปส่งพี่สาวสักหน่อย!”  

 

 

ว่าพลางก็จับชุดราตรีชุดนั้นยัดกลับเข้าไปในกล่องอย่างลวกๆ แล้วยกมันขึ้นมากอดเอาไว้ก่อนวิ่งออกไปอย่างรีบร้อน  

 

 

เจียงหรงหรงเม้มริมฝีปากเข้าหากันแต่ก็ยอมปล่อยให้เธอไป!  

 

 

ใจจริงกะว่าสองสามวันนี้จะนัดพ่อแม่ของซูเหิงมาทานอาหารร่วมกันเพื่อนัดวันหมั้นหมายของเฉินเชียนโหรวและซูเหิง แต่หลานอวิ้นดันมาเกิดเรื่องแบบนี้ เชียนโหรวเองก็โดนกดดันในเวลาเดียวกันจนไม่มีพละกำลังพอที่จะไปจัดการ!  

 

 

ตอนนี้ใครๆ ก็คิดว่าคู่หมั้นของซูเหิงคือเฉินฝานซิงกันทั้งนั้น!  

 

 

หากปล่อยให้ซูเหิงและเชียนโหรวแนบชิดสนิทสนมกันกลางงานจนทำให้นักข่าวพวกนั้นได้กลิ่นตุๆ เกิดเรื่องแดงขึ้นมาคงไม่ดีกับชื่อเสียงของเฉินเชียนโหรวแน่!  

 

 

หลานอวิ้นจะพลาดอีกไม่ได้เป็นอันขาด เธอจะต้องระวังให้มากถึงมากที่สุด!  

 

 

“เจียงหรงหรง เธอ…”  

 

 

จู่ๆ เฉินซั่งหวาที่พูดอยู่อีกด้านหนึ่งก็ส่งเสียงไอหนักขึ้นมา!  

 

 

“เธอทำเกินไปแล้ว! เหตุผลที่ให้เฉินฝานซิงไปงานเลี้ยงเพราะอยากให้ไปบังหน้าให้กับซูเหิงและเชียนโหรว?! เธอ…ฝานซิงก็เป็นหลานในไส้เธอเหมือนกันนะ! เธอยังมีหัวใจอยู่รึเปล่า!”  

 

 

“ก็ในเมื่อมันเป็นหลานของฉันก็ต้องรู้เรื่องรู้ราวกว่านี้! ก็แค่ให้พวกเขาสามคนเดินเข้างานไปพร้อมกันไม่เห็นจะเกินไปตรงไหน!”  

ช้าก่อนคุณป๋อ! ครั้งนี้ขอเป็นรักสุดท้าย

ช้าก่อนคุณป๋อ! ครั้งนี้ขอเป็นรักสุดท้าย

หลังจากแม่ของเธอจากไป เฉินฝานซิง ก็ถูกพ่อและย่าแท้ๆ ของตัวเองขับไสไล่ส่งไปตายเอาดาบหน้าในประเทศต่างแดนอันแสนทุรกันดาร ทว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงเคี้ยวง่ายอย่างที่คิด ด้วยสมองและสองมือ ในที่สุดเฉินฝานซิงก็หนีกลับมาจากนรกขุมนั้นได้ เธอตัดสินใจแยกตัวออกมาจากครอบครัวสารพัดพิษและใช้ชีวิตอยู่ตามลำพัง คอยทุ่มเทพัฒนาบริษัทของคู่หมั้นที่เกือบจะต้องปิดตัวลงและบริษัทเล็กๆ ที่แม่ของเธอทิ้งไว้ กระนั้นความสัมพันธ์รักแปดปีกลับได้มาแค่ความเชื่อใจที่แสนเปราะบาง เพราะคู่หมั้นกลับไปหลงเชื่อคำโกหกของน้องสาวต่างแม่ที่ชอบตีสองหน้าของเธอเสียได้ ในขณะที่แผลใจจากคนรักเก่ายังไม่ทันหายดี ศรัทธาที่มีในชีวิตคู่ก็เริ่มถดถอย เธอเลือกหันหลังให้กับความรักโดยการขดตัวเป็นตัวเม่นและใช้หนามแหลมๆ นั้นปฏิเสธทุกคนที่เข้าหา ทว่าอยู่มาวันหนึ่ง ป๋อจิ่งชวน ผู้ชายจอมเผด็จการคนนั้นก็ก้าวเข้ามาพร้อมหยิบยื่นความรักครั้งใหม่ให้กับเธอโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ปฏิเสธมันเลยสักนิด! “การตัดสินใจจีบคุณคือเรื่องของผม สุดท้ายแล้วคุณจะปฏิเสธหรือไม่นั่นก็เรื่องของคุณ แต่ผมจะปฏิเสธคำปฏิเสธของคุณ!”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset