ช้าก่อนคุณป๋อ! ครั้งนี้ขอเป็นรักสุดท้าย – ตอนที่ 133 ลูกไม้เดิมๆ น่ะ ฉันท่องได้หมดแล้ว / ตอนที่ 134 สาดหน้าเธอ

ตอนที่ 133 ลูกไม้เดิมๆ น่ะ ฉันท่องได้หมดแล้ว

 

 

คำพูดของเฉินฝานซิงทำเอาใบหน้าของเฉินเชียนโหรวซีดเผือด เธอขบริมฝีปากเบาๆ

 

 

“พี่คะ สิ่งที่ฉันพูดล้วนออกมาจากใจ วันนี้พี่สวยมากจริงๆ ใครๆ ก็คิดแบบนั้น”

 

 

มุมปากของเฉินฝานซิงแฝงไปด้วยความถากถาง

 

 

“ฝานซิง เชียนโหรวไม่ได้มีเจตนาร้าย แถมที่พูดนั่นก็ไม่มีอะไรผิด วันนี้เธอสวยมากจริงๆ”

 

 

ดวงตาของเฉินฝานซิงค่อยๆ เปิดขึ้น เธอกวาดมองซูเหิงด้วยสายตาที่เยือกเย็นเป็นน้ำแข็ง

 

 

สายตาไร้อารมณ์นั้นทำเอาหัวใจของซูเหิงค่อยๆ จมดิ่ง

 

 

“เธอมีหรือไม่มีเจตนาร้ายฉันรู้ดี ถ้านายจะคิดว่าเธอไม่เจตนา…แล้วสบายใจก็เชิญ คำพูดของเธอจริงไม่จริง ปลอมไม่ปลอมฉันไม่อยากรับรู้ นายเชื่อ…แล้วมีความสุขก็เชิญ วันนี้ฉันจะสวยหรือขี้เหร่ เธอรวมทั้งนายไม่มีสิทธิ์มาเสนอความคิดเห็น”

 

 

แม้จะดูเหมือนว่าเฉินฝานซิงจะพูดเหลือช่องว่างเอาไว้บ้าง แต่ความเป็นจริงในทุกถ้อยคำนั้นกลับถูกอัดแน่นไปด้วยความถากถางและไร้เยื่อใย

 

 

เฉินเชียนโหรวสูดหายใจเข้าเต็มปอด จากนั้นหยิบไวน์จากถาดของบริกรที่อยู่ข้างๆ ขึ้นมาหนึ่งแก้วแล้วเดินไปหยุดลงตรงหน้าเฉินฝานซิง

 

 

“ไม่ว่าจะยังไง คืนนี้การเต้นรำของพี่ก็สมกับเป็นการเต้นรำในราคาร้อยล้าน เราควรจะฉลองกันสักหน่อย ฉันดื่มให้พี่แก้วนึก!”

 

 

เฉินฝานซิงมองแก้วไวน์ที่ถูกยื่นมาตรงหน้า ริมฝีปากก็กระตุกขึ้นอย่างเยือกเย็น

 

 

เธอเงยหน้ามองซูเหิง ก่อนจะพบว่าซูเหิงเองก็กำลังมองเธอด้วยสีหน้าและสายตาที่รอคอยอยู่พอดี

 

 

จากนั้นเธอก็พยักหน้าให้แล้วยกแก้วของตัวเองขึ้นมาแล้วค่อยๆ ยื่นไปยังแก้วของเฉินเชียนโหรว

 

 

แกร๊ง เสียงภาชานะสีใสสองใบชนกัน

 

 

ในขณะที่เฉินฝานซิงยื่นแก้วออกมา แก้วในมือของเฉินเชียนโหรวก็เอียงลงเล็กน้อย แก้วที่กระทบซึ่งกันและกันอยู่นั้นได้ราดลงมาทางชุดราตรีของเฉินฝานซิง

 

 

“ฝานซิงระวัง!”

 

 

ใช่ว่าสวี่ชิงจือที่ยื่นอยู่ข้างๆ นั้นจะเป็นคนไม่รอบคอบเสียที่ไหน พอสังเกตเห็นการกระทำของเฉินเชียนโหรว เธอก็รีบตะโกนขึ้นทันที

 

 

เฉินฝานซิงเพียงแค่เค้นยิ้มเย็นออกมาแล้วยกอีกมือขึ้นตบลงไปหนึ่งครั้งบนหลังมือ เพียะ ไวน์ที่ถูกสาดมาในอ้อมแขนของเธอถูกปัดตกไปอีกทาง

 

 

แก้วนั้นกระเด็นไปไกลเมตรกว่าๆ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงแตกกระจาย

 

 

ของเหลวสีแดงราวกับเลือดสดเมื่ออยู่ท่ามกลางแสงไฟ

 

 

ผู้คนต่างพากันหันมองดูทางนี้

 

 

เฉินเชียนโหรวกุมมือของตัวเองที่ถูกตบจนเจ็บ ใบหน้าอ่อนโยนในตอนนี้กัดริมฝีปากและมองไปยังเธออย่างน้อยใจ

 

 

“พี่คะ พี่…”

 

 

“ทำไมต้องทำแบบนี้ ทำไมต้องตีฉันด้วย แล้วทำไมต้องปัดแก้วไวน์ของฉันตกพื้น ฉันแค่อยากจะฉลองกับพี่จริงๆ ทำไมพี่ต้องทำแบบนี้กับฉันตลอดเลย ฉันเสียใจจริงๆ นะ มันเจ็บมาก!” … “เฉินเชียนโหรว ลูกไม้เดิมๆ น่ะ ฉันท่องได้หมดแล้ว”

 

 

เฉินเซียนโหรวมองเธออย่างตกใจ มองเฉินฝานซิงที่พูดขัดเธอขึ้นมา

 

 

เฉินฝานซิงแทบจะท่องคำพูดของเธอออกมาได้อย่างไม่ตกหล่น เป็นเวลาเนิ่นนานที่เธอไม่ได้โต้ตอบอะไร

 

 

เฉินฝานซิงยกยิ้มเย็นขึ้นแล้วเงยหน้ามองไปยังซูเหิงที่สีหน้าดูไม่ได้อยู่ข้างๆ เฉินเชียนโหรว มุมปากของเธอก็ยิ่งเพิ่มความเยาะเย้ยขึ้นไปอีก

 

 

“นอกจากฝีมือกระจอกๆ พวกนี้แล้ว เธอยังทำอะไรได้อีก อะไรที่แย่งได้ก็แย่ง อะไรที่แย่งไม่ได้ก็ทำลาย สิ่งที่เธอไม่ได้ก็อย่าคิดว่าใครจะได้ วันนี้ฉันทำแผนเต้นรำเปิดงานของเธอล่ม เธอก็เลยจะทำลายชุดราตรีฉัน? เฉินเชียนโหรวอา ลองคิดดูสิว่าลูกไม้ตื้นๆ นี่เธอใช้มากี่ครั้งกี่หนแล้ว”

 

 

เมื่อได้ยินเฉินฝานซิงพูดแบบนั้น เฉินเชียนโหรวก็รีบส่ายหน้าพัลวัน ใบหน้าเรียวเล็กนั้นเปลี่ยนเป็นซีดขาว

 

 

“ไม่ใช่นะ ฉันไม่ได้…”

 

 

“อ่อ ฉันรู้แล้ว เธอไม่ได้ตั้งใจ”

 

 

เป็นอีกครั้งที่เฉินฝานซิงแย่งพูด เฉินเชียนโหรวหน้าซีดเป็นไก่ต้ม เธอย่นไหล่มองอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นเยียบ

 

 

 

 

 

 

ตอนที่ 134 สาดหน้าเธอ

 

 

เป็นอีกครั้งที่โดนเฉินฝานซิงแย่งพูด เฉินเชียนโหรวหน้าซีดเป็นไก่ต้ม เธอย่นไหล่มองอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นเยียบ

 

 

“วันนี้ไวน์แก้วนั้นไม่ได้สาดมาโดนตัวฉัน แล้วถ้าโดนล่ะ เธอก็คงจะบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ จากนั้นเธอก็รอให้ฉันโมโห รอให้ฉันด่าเธอแล้วก็…อ๋อ ใช่ ก็เหมือนเธอตอนนี้ไงร้องห่มร้องไห้น่าสงสารน่าเอ็นดู อย่างกับว่าฉันผิดไปแล้วแต่ฉันไม่ได้ตั้งใจ…ต่อจากนั้นก็จะมีคนมาคอยเข้าข้างเธอ เอ็นดูเธอและยกโทษให้เธอเสมอ ทั้งยังหาว่าฉันนั้นไร้เหตุผล วันๆ จ้องแต่จะหาเรื่องรังแกเธอ…”

 

 

ขณะนั้นสายตาของเฉินฝานซิงก็เลื่อนไปหยุดอยู่ที่ซูเหิง เขาหน้าชาไปก่อนจะก้มลงไปมองเฉินเชียนโหรวด้วยสีหน้าที่หลากหลาย

 

 

สีหน้าของเธอเริ่มซีดลงเรื่อยๆ สิ่งที่เธอทำทุกอย่างโดนเฉินฝานซิงแฉออกมาจนหมดเปลือก ผู้คนที่เข้ามารายล้อมรอบๆ ก็ยิ่งเยอะขึ้นๆ แม้แต่ซูเหิงที่อยู่ข้างๆ ก็ไม่อยากเป็นคนโง่ที่ออกมายืนข้างเธออย่างที่เฉินฝานซิงพูดถึงคนนั้น

 

 

เธอถึงกับรู้สึกได้ว่าบรรยากาศรอบตัวของซูเหิงเปลี่ยนไปจนเห็นได้ชัด สายตาที่เคลื่อนลงมาเหนือศีรษะของเธอเต็มไปด้วยเคลือบแคลง

 

 

เธอกัดริมฝีปากแน่น สายตาละห้อยมองไปยังแก้วในมือของเฉินฝานซิง ก่อนที่อยู่ๆ เธอจะก้าวเข้ามาข้างหน้าแล้วยื่นมือข้างหนึ่งของเธอ

 

 

“พี่คะ เชื่อฉันนะ…ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ …”

 

 

เฉินฝานซิงยังคงหลบมือนั่นของเธอได้ราวกับรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าอย่างเช่นทุกครั้ง หลังจากที่นิ่งไปเธอก็ยกแก้วนั้นขึ้น ซ่า ไวน์ทั้งแก้วได้ถูกสาดเข้าหน้าเฉินเชียนโหรวเข้าเต็มๆ

 

 

เฉินเชียนโหรวโดนสาดหน้าเข้าจังๆ ไม่ทันตั้งตัว เฉินฝานซิงเองก็ออกแรงสุดกำลัง ของเหลวกระทบเข้ากับใบหน้าของเธอราวกับถูกตบไปหนึ่งฉาด

 

 

“คุณพระ…”

 

 

ทุกคนร้องอุทานขึ้นด้วยความตกใจเพราะนึกไม่ถึงว่าหญิงสาวเจ้าของน้ำเสียงอันราบเรียบเมื่อครู่ จู่ๆ จะทำอะไรแบบนี้ขึ้นมาได้

 

 

เฉินเชียนโหรวแสบตาจนลืมไม่ขึ้น แต่ร่างกายกลับสั่นขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่

 

 

“มุกที่เธอชอบเล่นประจำ! คือต้องให้เหล้าในมือของฉันสาดใส่เธอจากนั้นก็ทำหน้าตาน่าสงสารแล้วใส่ร้ายว่าฉันจงใจจะแกล้งเธอถูกไหม ไม่ขอแรงเธอ ฉันทำเอง! ฉันเคยบอกแล้วนี่ คนอย่างฉันเฉินฝานซิงถ้าคิดจะทำเรื่องเลวๆ แล้ว ฉันไม่ลักทำขโมยทำแน่นอน!”

 

 

ที่สาธารณะแบบนี้ดูเป็นภาพที่เสียมารยาทมากเลยทีเดียว

 

 

มองดูชุดราตรีสีอ่อนที่บัดนี้เปียกปอนเป็นแผ่นใหญ่อย่างเห็นได้ชัด เส้นผมยาวสลวยเองก็ถูกไวน์สาดใส่จนไม่เป็นทรง เครื่องสำอางบนใบหน้าก็ดูจางลงไปมาก แพขนตานั้นสั่นไหวเล็กน้อย และซีดไปทั้งตัว

 

 

ในตอนนั้นเองซูเหิงก็ทนต่อไปไม่ไหว

 

 

“เฉินฝานซิง เธอ….”

 

 

เพล้ง!

 

 

ตามมาด้วยเสียงแก้วแตกบาดแก้วหู แก้วในมือของเฉินฝานซิงตกกระแทกตรงเท้าของซูเหิง!

 

 

เท้าที่กำลังก้าวไปข้างหน้าของเขาชะงักกึก เขาเงยหน้าขึ้นมองไปยังใบหน้าเฉยชาของเฉินฝานซิง

 

 

“นายอยากพูดอะไร?!”

 

 

สายตาเย็นชาเช่นนั้น ไหนจะน้ำเสียงที่แข็งกร้าวนั่นอีก ทำให้ซูเหิงไม่กล้าเอ่ยคำไหนออกมาอีก

 

 

เมื่อเห็นว่าซูเหิงไม่เคลื่อนไหวอะไรอีก เฉินฝานซิงก็เคลื่อนสายตากลับมาอย่างเฉยเมย เธอหันไปมองสวี่ชิงจืออีกครั้งแล้วเอ่ยขึ้นเบาๆ

 

 

“ฉันจะไปห้องน้ำสักหน่อย”

 

 

สวี่ชิงจือยิ้มพร้อมพยักหน้ารับ “ให้ฉันไปเป็นเพื่อนไหม”

 

 

“ไม่ต้อง”

 

 

เป็นเวลานานกว่าที่เฉินเชียนโหรวจะเปิดตาออกมาได้ เธอไม่ทันรอให้ซูเหิงเข้ามาปกป้องดูแลก็พบว่าเขากำลังมองมาที่เธอด้วยสีหน้าเคร่งขรึม สายตาเย็นชาคู่นั้นกำลังจ้องมองมายังเธอ

 

 

ภายในใจของเธอรู้สึกลนลานขึ้นมาทันที เธอก้าวเข้าไปคว้าแขนของซูเหิงเอาไว้แน่นแล้วแหงนหน้าขึ้นมองเขาพร้อมกับนัยน์ตาที่เอ่อล้นด้วยความน้อยใจและหยาดน้ำตา

 

 

“พี่เหิง ฉันไม่ได้…”

 

 

“ไม่ได้อะไร”

 

 

ซูเหิงมองเธออย่างเฉยเมยแล้วเอื้อมมือมาแกะมือเธอที่เกาะแขนเขาเอาไว้แน่นออกไป

 

 

จากนั้นเขาคือยกมือขึ้นขวางบริกรสาวคนหนึ่งไว้ “ช่วยพาเธอไปแต่งตัวที”

ช้าก่อนคุณป๋อ! ครั้งนี้ขอเป็นรักสุดท้าย

ช้าก่อนคุณป๋อ! ครั้งนี้ขอเป็นรักสุดท้าย

หลังจากแม่ของเธอจากไป เฉินฝานซิง ก็ถูกพ่อและย่าแท้ๆ ของตัวเองขับไสไล่ส่งไปตายเอาดาบหน้าในประเทศต่างแดนอันแสนทุรกันดาร ทว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงเคี้ยวง่ายอย่างที่คิด ด้วยสมองและสองมือ ในที่สุดเฉินฝานซิงก็หนีกลับมาจากนรกขุมนั้นได้ เธอตัดสินใจแยกตัวออกมาจากครอบครัวสารพัดพิษและใช้ชีวิตอยู่ตามลำพัง คอยทุ่มเทพัฒนาบริษัทของคู่หมั้นที่เกือบจะต้องปิดตัวลงและบริษัทเล็กๆ ที่แม่ของเธอทิ้งไว้ กระนั้นความสัมพันธ์รักแปดปีกลับได้มาแค่ความเชื่อใจที่แสนเปราะบาง เพราะคู่หมั้นกลับไปหลงเชื่อคำโกหกของน้องสาวต่างแม่ที่ชอบตีสองหน้าของเธอเสียได้ ในขณะที่แผลใจจากคนรักเก่ายังไม่ทันหายดี ศรัทธาที่มีในชีวิตคู่ก็เริ่มถดถอย เธอเลือกหันหลังให้กับความรักโดยการขดตัวเป็นตัวเม่นและใช้หนามแหลมๆ นั้นปฏิเสธทุกคนที่เข้าหา ทว่าอยู่มาวันหนึ่ง ป๋อจิ่งชวน ผู้ชายจอมเผด็จการคนนั้นก็ก้าวเข้ามาพร้อมหยิบยื่นความรักครั้งใหม่ให้กับเธอโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ปฏิเสธมันเลยสักนิด! “การตัดสินใจจีบคุณคือเรื่องของผม สุดท้ายแล้วคุณจะปฏิเสธหรือไม่นั่นก็เรื่องของคุณ แต่ผมจะปฏิเสธคำปฏิเสธของคุณ!”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset