ตำนานศิษย์พี่เจ้าปฐพี – บทที่ 1159 คนอื่นไม่ต้องการฆ่าคนชราเช่นท่าน แต่ข้าต้องการ!

“เพราะคิดจะเก็บเศษศิลาฟ้ากำเนิดไว้ หมายความว่าประมุขปฐวีท่านทราบถึงความสำคัญของมันเช่นกัน” เยี่ยนจ้าวเกอมองหวังเจิ้งเฉิง

หวังเจิ้งเฉิงเงียบงันเล็กน้อย จากนั้นก็กล่าวว่า “สามารถทำให้เทวกษัตริย์ไร้ประมาณให้ความสำคัญขนาดนี้ได้ ไม่อาจมองข้ามเด็ดขาด ถึงแม้จะยังไม่อาจยืนยันถึงประสิทธิผลที่เป็นรูปธรรมของมัน แต่ก็ยึดถือเป็นของวิเศษที่สำคัญ”

เยี่ยนจ้าวเกอกล่าวอย่างเย็นชา “หากเป็นไปตามคำพูดของจักรพรรดิประกายกาฬ เช่นนั้นเขามีคุณูปการไร้สิ้นสุด แต่การกระทำของพวกท่านช่างไร้น้ำใจนัก

“ถ้าหากว่าเทวกษัตริย์ไร้ประมาณได้เศษศิลาฟ้ากำเนิดไปจริงๆ แม้แต่ยอดฝีมือระดับเซียนของสำนักเต๋าเรายังชำระล้างได้ เช่นนั้นการกระทำของจักรพรรดิประกายกาฬก็มีคุณูปการมากมายจริงๆ” หวังเจิ้งเฉิงกล่าวพลางพยักหน้า “แต่ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น ทุกสิ่งที่ตามมาก็เป็นเรื่องที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้”

หวังเจิ้งเฉิงเอ่ยอย่างสงบนิ่งว่า “ถึงอย่างไรสภาวะก็เหนือกว่าคน เทวกษัตริย์ไร้ประมาณเมื่อสูญเสียเศษศิลาฟ้ากำเนิด ก็เพียงทำให้เขาไม่อาจนำพวกเราไปมากกว่าเดิมได้ ได้ชะลอก้าวย่างของเขาลง เต๋าสายหลักของพวกเราถ้าจะพัฒนาให้เร็วที่สุด ยังคงจำเป็นต้องใช้เวลา บางทีอาจเป็นเรื่องที่ไม่คำนึงถึงน้ำใจผู้คน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ทางหนึ่งเป็นคนไม่กี่คน ทางหนึ่งเป็นโลกซ้อนโลกทั้งใบ ข้าไม่มีตัวเลือก”

เขาเอ่ยต่อ “เพื่อช่วงชิงเวลา เพื่อสะกดความวุ่นวายในตอนท้าย มีข้อแลกเปลี่ยนบางอย่างที่พวกเราได้แต่ต้องจ่าย”

เยี่ยนจ้าวเกอยกกระบี่เปิดกำเนิดในมือขึ้น กล่าวอย่างเฉื่อยชา “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ขอให้ประมุขปฐวีท่านจ่ายข้อแลกเปลี่ยนนี้แล้วกัน”

“ถ้าจำเป็นต้องให้ข้าทิ้งกายสังขารนี้ ข้ากลับยินดียิ่ง น่าเสียดายที่สิ่งที่โถงเซียนต้องการไม่ใช่คนชราอย่างข้า” หวังเจิ้งเฉิงสีหน้าสงบนิ่ง

เยี่ยนจ้าวเกอชี้จมูกของตัวเอง “ท่านแม่ข้าเป็นผู้สืบทอดของจักรพรรดิเจิดจรัส และไม่ใช่เพียงเท่านั้น ดูเหมือนนางจะถูกมองเป็นผู้สืบทอดของจักรพรรดิประกายกาฬด้วย”

“มีสุขย่อมมีทุกข์ มีทุกข์ย่อมมีสุข” หวังเจิ้งเฉิงกล่าวขึ้นหลังจากเงียบงันไปเล็กน้อย “บางครั้งวาสนาก็เป็นคราเคราะห์ เซียนผู้ถูกเนรเทศเจ้าตอนแรกไม่สมควรละโมบมรดกของจักรพรรดิประกายกาฬจริงๆ”

“ข้าจะทำอะไร ต่อจากนี้ประมุขปฐวีไม่ต้องกังวลสนใจแล้ว เป็นห่วงตัวเองเถอะ” เยี่ยนจ้าวเกอกล่าวอย่างเย็นชา “โถงเซียนไม่ต้องการคนชราเช่นท่าน…ข้าต้องการ!”

ประกายกระบี่ยิ่งใหญ่พุ่งลงจากฟ้า ทะลวงดินวิญญาณโบ่วกี้หลายชั้น ฟันลงไปหาหวังเจิ้งเฉิง

หวังเจิ้งเฉิงไม่งอมือรอความตาย ม้วนรูปภูผาธาราโบ่วกี้ ยังคงต้องการหนีไปยังเขาคุนหลุน ขอแค่กลับผากิเลนได้ ที่นั่นจะมีผนึกที่กษัตริย์ดินเทิ้งไว้ เขาจะปลอดภัยในทันที

แต่ว่าวินาทีนี้ ประกายกระบี่ของเยี่ยนจ้าวเกอเปลี่ยนจากรุนแรงเป็นปราดเปรียว เคลื่อนไหวในดินโคลน

จากนั้นในประกายกระบี่ก็มีปราณสีขาวหลายสายปรากฏขึ้น!

กลิ่นอายอันน่ากลัวของการทำลายทุกสรรพวัตถุ!

“กระบี่สังหารเซียน! เจ้าใช้วิชากระบี่สายเหนือพิสุทธิ์ได้จริงๆ!” หวังเจิ้งเฉิงแตกตื่น เห็นดินวิญญาณหลายชั้นเริ่มแหลกสลายเพราะการเข่นฆ่าของปราณขาว

เยี่ยนจ้าวเกอตวาดขึ้น ประกายกระบี่หลุดออกจากมือ วนเวียนอยู่กลางอากาศรอบหนึ่ง จากนั้นก็แยกหวังเจิ้งเฉิงออกจากรูปภูผาธาราโบ่วกี้!

สุดท้ายเขากระทืบเท้ารอบหนึ่ง ฟาดรอยตราพลิกนภาลงไป

หวังเจิ้งเฉิงยันสองมือขึ้นป้องกัน แต่เขาที่ไม่มีรูปภูผาธาราโบ่วกี้จะต้านทานรอยตราพลิกนภาของเยี่ยนจ้าวเกอได้อย่างไร จึงถูกฝ่ามือกระแทกกระเด็นออกไปทันที

เยี่ยนจ้าวเกอไม่สนใจรูปภูผาธาราโบ่วกี้ที่กำลังพันตูกับกระบี่เปิดกำเนิด เท้าไม่หยุดลง บรรลุถึงด้านหน้าหวังเจิ้งเฉิงอีกครา

“ตอนหนุ่มไม่พากเพียร ชรามาคับแค้นใจ” หวังเจิ้งเฉิงสองแขนขาดสะบั้น มุมปากมีโลหิตไหลซึมออกมา กระแอมไอติดต่อกัน “เพียงแต่เสียดายความสามารถของเซียนผู้ถูกเนรเทศเจ้า ต้องเสียเปล่าเพราะ…อั่ก!”

เขายังพูดไม่ทันจบ เยี่ยนจ้าวเกอก็ต่อยหมัดหนึ่งออก โดนทรวงอกของเขาอย่างจัง!

พลังทำลายล้างอันน่ากลัวของหมัดบดขยี้แสงสว่างทำลายเลือดเนื้อของหวังเจิ้งเฉิง

หมัดของเยี่ยนจ้าวเกอเจาะทะลุทรวงอกของหวังเจิ้งเฉิงเหมือนกับคมหอกใหญ่ที่คมกริบ!

ทั้งหมดอาศัยความยิ่งใหญ่ หนักแน่น และการป้องกันอันรัดกุมในวรยุทธ์ของผากิเลน แม้หวังเจิ้งเฉิงจะถูกเจาะหน้าอก ทว่าเขาก็ยังคงไม่ตาย

แต่ถึงจะเป็นเช่นนี้ ด้วยพลังฝึกปรือและความทนทานของเลือดเนื้อ ตอนนี้เขาไม่อาจกระดิกกระเดี้ย เลือดไหลออกจากปากและจมูกอย่างต่อเนื่อง ลมหายใจเข้าน้อยลง ลมหายใจออกมากขึ้น

“ข้ามีความสามารถหรือไม่เป็นเรื่องของข้า ต่อให้ต้องเสียเปล่า แต่ก็ไม่ใช่เสียเปล่าเพราะท่าน ประมุขปฐวีอย่าเป็นห่วงเรื่องนี้จะดีกว่า” เยี่ยนจ้าวเกอกล่าวอย่างเฉื่อยชา “กลับเป็นท่าน กังวลถึงตัวเองเถอะ สถานการณ์ในตอนนี้เกี่ยวกับ ‘ใจ’ ท่านจริงๆ”

หวังเจิ้งเฉิงแทบพูดอะไรไม่ออก แต่เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าหัวใจของตนถูกคนบีบไว้ในมือ!

ทรวงอกของเขาถูกเยี่ยนจ้าวเกอเจาะทะลุ เกิดเป็นรูโหว่วขนาดใหญ่

มองจากข้างหน้า แขนของเยี่ยนจ้าวเกอเสียบอยู่ในอกของเขาอย่างน่าสะพรึง

ดูจากข้างหลัง เห็นแต่ในเลือดเนื้อเลอะเลือนกลางหลังของหวังเจิ้งเฉิง ปรากฏมือของเยี่ยนจ้าวเกอ กำหัวใจที่กำลังเต้นดวงหนึ่งไว้!

พร้อมกับที่เยี่ยนจ้าวเกอหุบนิ้ว สีหน้าของหวังเจิ้งเฉิงพลันเปลี่ยนจากซีดขาวเป็นแดงก่ำ!

“โปรดยั้งไมตรี!”

ครั้งนี้มีเสียงร้องดังมาจากที่ไกล มีคนจากเขาคุนหลุนรีบร้อนเข้าใกล้

จักรพรรดิสรรพสิ่งไร้จำกัด!

“เซียนผู้ถูกเนรเทศโปรดยั้งไมตรี อย่าวู่วาม!” จักรพรรดิแพรคิดจะเข้าใกล้ แต่เยี่ยนจ้าวเกอเพิ่มแรงห้านิ้ว สีหน้าของหวังเจิ้งเฉิงพลันแทบเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ

จักรพรรดิไร้จำกัดจนปัญญา ได้แต่หยุดเคลื่อนไหว พูดด้วยน้ำเสียงเร่งร้อน “เซียนผู้ถูกเนรเทศอย่าเพิ่งวู่วาม ไม่อย่างนั้นเรื่องราวจะไม่อาจจัดการได้!”

เยี่ยนจ้าวเกอสีหน้าเฉื่อยชา “จักรพรรดิไร้จำกัดมาถึง อภัยที่ข้าผู้แซ่เยี่ยนตอนนี้ไม่สะดวกคารวะท่าน”

“เรื่องเหล่านั้นไม่ต้องเอ่ยถึงแล้ว” จักรพรรดิไร้จำกัดยิ้มอย่างลำบากใจ เปลี่ยนเป็นพูดด้วยน้ำเสียงเร่งร้อน “เจ้าปล่อยประมุขปฐวีก่อนค่อยว่ากล่าว ตอนนี้เขาบาดเจ็บปานนี้ ถ้าหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ย่อมต้องเป็นอันตรายถึงชีวิตแน่นอน!”

ใบหน้าของเยี่ยนจ้าวเกอฉายแววประหลาดใจเหลือแสน “ข้าเดิมทีเตรียมฆ่าเขาอยู่แล้ว”

“เซียนผู้ถูกเนรเทศเจ้ามีอนาคตยาวไกล อย่าทำร้ายตัวเองเลย” จักรพรรดิไร้จำกัดกล่าวเสียงทุ้ม “ข้าทราบเรื่องก่อนหน้าแล้ว เรื่องราวไม่ใช่ไม่อาจประนีประนอม แต่ถ้าหากว่าประมุขปฐวีตายในมือเจ้า สถานการณ์จะบานปลายจริงๆ แล้ว”

“ความปลอดภัยในตอนนี้ของท่านแม่ ข้ายังไม่แน่ใจนัก” เยี่ยนจ้าวเกอเอ่ยอย่างราบเรียบ “ถ้าหากท่านแม่ประสบอันตราย เช่นนั้นเรื่องราวก็บานปลายแล้วเช่นกัน”

จักรพรรดิไร้จำกัดว่า “เรื่องราวยังมีโอกาสแก้ไข แต่ถ้าประมุขปฐวีตายด้วยมือเจ้า กษัตริย์กระบี่ก็ไม่อาจปกป้องเจ้าได้อีกแล้ว!”

เยี่ยนจ้าวเกอมองจักรพรรดิสรรพสิ่งไร้จำกัดเงียบๆ มุมปากแสยะเป็นรอยยิ้มหลายส่วน “ถ้าจักรพรรดิไร้จำกัดคิดจะเกลี้ยกล่อมให้หยุด ไฉนจึงไม่เกลี้ยมกล่อมประมุขปฐวีกับจักรพรรดิเอกภพแต่แรกเล่า ตอนที่พวกเขาหยุดข้ากับท่านพ่อข้า คิดจะไล่สังหารท่านแม่ข้า จักรพรรดิไร้จำกัดท่านทำอะไรอยู่หรือ”

จักพรรดิสรรพสิ่งไร้จำกัดเงียบงัน

“ข้าเข้าใจแล้ว ถ้าหากสามารถไล่สังหารท่านแม่ข้าเงียบๆ ทำให้ข้ากับท่านพ่อข้าไม่รู้สึกตัวได้ ท่านความจริงก็เห็นด้วย” เยี่ยนจ้าวเกอกล่าวอย่างราบเรียบ “แต่ถ้าพวกข้ารู้สึกตัว ท่านก็ไม่อยากให้พวกหวังเจิ้งเฉิงทำสำเร็จ จนเป็นเหตุให้สองฝ่ายขัดแย้งกันจริงๆ”

จักรพรรดิสรรพสิ่งไร้จำกัดคิดจะเอ่ยปาก แต่เยี่ยนจ้าเวกอพลันเอ่ยด้วยรอยยิ้มเสียก่อน “ข้าควรขอบคุณท่าน เป็นเพราะท่าน ข้าถึงได้รู้เรื่องหนึ่ง ดูจากทิศทางจากเขาคุนหลุนที่ท่านมา ไม่ใช่ถ้ำหมื่นลักษณ์ยอดเขาปัญญาพร้อมซึ่งเป็นนิวาสสถานของท่าน ท่านมาจากหุบเขาเซียนเร้นกายของกษัตริย์เร้นลับกระมัง”

จักรพรรดิไร้จำกัดได้ยินดังนั้น สีหน้าก็เปลี่ยนแปลงเล็กน้อย

“ดูเหมือนกษัตริย์เร้นลับยังคงไม่ออกฌานจริงๆ” เยี่ยนจ้าวเกอหันไปมองหวังเจิ้งเฉิง รอยยิ้มเฉิดฉันกว่าเดิม เผยให้เห็นฟันขาวทั้งปาก “ดูเหมือนท่านจะโชคไม่ดีพอ”

เขาเพิ่มแรงให้แก่ห้านิ้ว หัวใจของหวังเจิ้งเฉิงพลันกลายเป็นละอองเลือดกลุ่มหนึ่ง!

พลังเดินไปตามเส้นเลือดหัวใจ ทำลายอวัยวะภายในของหวังเจิ้งเฉิงจนหมดสิ้นเหมือนกับสายฟ้าระเบิด จากนั้นก็เป็นเลือดเนื้อและกระดูกทั่วร่าง!

สุดท้ายแม้แต่วิญญาณก็แตกร้าวไปด้วย!

………………..

ตำนานศิษย์พี่เจ้าปฐพี

ตำนานศิษย์พี่เจ้าปฐพี

Score 7.9
Status: Ongoing Artist: Native Language: Chinese
อ่านเรื่อง ตำนานศิษย์พี่เจ้าปฐพีชายหนุ่มข้ามมิติกาลเวลาครั้งแรกมาสู่ยุคสมัยที่อารยธรรมวรยุทธ์รุ่งเรืองจนถึงที่สุด มุมานะศึกษาและฝึกฝนคัมภีร์สุดยอดวิชาที่เก็บรวบรวมไว้ในวังเทพมากมาย แต่แล้วยุคสมัยอันรุ่งโรจน์ก็ต้องพบพานกับวิกฤติการณ์ครั้งใหญ่ ทุกสิ่งทุกอย่างพังทลายจนหมดสิ้น ทว่าชายหนุ่มผู้นั้นก็พาตนเองและสมองที่เปี่ยมไปด้วยความรู้ของสุดยอดวิชา ข้ามมิติกาลเวลาอีกครั้งไปสู่ยุคสมัยใหม่ ยุคสมัยนี้มีสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกขัดใจยิ่งนัก นั่นก็คือทุกอย่างช่างง่ายดายไปเสียหมด จนทำให้เขาได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสี่คุณชายแห่งยุค เหนือกว่าจอมยุทธ์รุ่นเยาว์ผู้ใดในบรรดาดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดในเวลาชั่วพริบตา กระนั้น แม้เขาจะยอดเยี่ยมอย่างไร เป็นที่น่าเคารพเลื่อมใสต่อศิษย์น้องในสำนักเพียงใด มีชื่อเสียงขจรไกลไปถึงหนแห่งไหน สุดท้ายแล้วก็ยังมีคนปากกล้าและอวดดี กังขาในความสามารถของเขาอยู่ตลอดเวลา ไม่รู้จักเจียมตัวก็แล้วไปเถอะ แต่จะหาเรื่องคนที่มีพลังแก่กล้ากว่าตนอยู่อักโขเช่นนี้ ก็คงต้องประมือกันสักตั้งแล้ว “หากชอบรนหาที่ตายนัก ข้าจะสนองให้พวกเจ้าเอง!”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset