ตำนานศิษย์พี่เจ้าปฐพี – ตอนที่ 533 คานวังเทพ

เยี่ยนจ้าวเกอครุ่นคิดครู่หนึ่ง หันไปมองปลอกนิ้วมังกรที่อยู่ในมือของร่างแยกสมุทรสุดขอบโลก

สักพักต่อมา เยี่ยนจ้าวเกอค่อยแค่นเสียง จัดการให้ร่างแยกสมุทรสุดขอบโลกดูแลมัน เพื่อไม่ให้มันดิ้นหลุด

จากนั้นเขาก็ใช้มือซ้ายคลึงเสาระเบียงวังเทพที่หดเล็กลงอยู่ในลักษณะกระบองหิน ส่วนมือขวาถือกระบี่สั้น พลางสาวเท้าเข้าไปด้านในวังที่ดูธรรมดาแต่กลับน่าอัศจรรย์

วังนั้นสร้างจากก้อนหิน EG4YAup2hySgcimq8MkLuB6e34rNB2SF9h94LL1ryzzq พบว่าหินที่ใช้สร้างวังเป็นชนิดเดียวกับหินโสโครกที่อยู่ในโพรงหินด้านนอก

คล้ายกันจนถึงขั้นแยกจากกันไม่ได้ เหมือนกับว่าอาคารหิน ‘เติบโต’ ขึ้นมาจากในโพรงหิน

เยี่ยนจ้าวเกอเข้าไปในวัง เสาระเบียงวังเทพที่อยู่ในมือซ้ายพลันสั่นไหวอย่างรุนแรง

…คล้ายกับมีอะไรบางอย่างกำลังดึงดูดมันอยู่

เขาเงยหน้าขึ้นไปมอง เห็นคานที่อยู่เหนือเสาดูสะดุดตาเป็นพิเศษ

เป็นเพราะวัสดุของคานนั้นแตกต่างกับวัสดุของตัววัง มิได้เกิดจากโพรงหิน ดูไปไม่ใช่หิน ไม่ใช่ทอง ไม่ใช่ไม้ ทำให้คนแยกแยะไม่ออก

คานเปล่งประกายหลากสีสัน แสงสว่างอันลี้ลับหลายสายห้อยย้อยลงมาเหมือนกับเชือกผ้าไหมหลายเส้น

เยี่ยนจ้าวเกอมองคานนี้ พลันยิ้มขึ้นในทันใด

ผิวคานปรากฏลวดลายเปล่งแสงระยิบระยับหลายสาย ด้านในมีจิตของหลักการอันน่าอัศจรรย์ไหลออกมา

ชายหนุ่มหัวเราะขึ้น ‘เป็นคานของวังเทพในอดีตจริงๆ มิน่าเสาระเบียงวังเทพถึงได้มีปฏิกิริยา’

คานนั้นคล้ายกับได้รับผลกระทบจากเสาระเบียงวังเทพ เริ่มสั่นไหวรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งสองฝ่ายกำลังดึงดูดซึ่งกันและกัน

เขากระโดดมาอยู่ใต้คาน เพื่อสำรวจอย่างละเอียด ในใจค่อยๆ เข้าใจขึ้นมาบ้าง

‘ที่แท้วังทั้งวังเกิดจากคานวังเทพนี้’

เยี่ยนจ้าวเกอพลันเข้าใจ คานวังเทพหายมาอยู่ที่นี่ เนื่องจากพลังชีวิตของมัน หลังจากค่อยๆ หลอมรวมกับสภาพแวดล้อม ก็รวบรวมดินและก้อนหินที่อยู่รอบๆ มาประกอบกันกลายเป็นวังหินที่เรียบง่ายโดยมีตัวเองเป็นศูนย์กลาง

วังแห่งนี้ไม่เคยเปรอะเปื้อนด้วยมือคน เนื่องจากผู้ที่สร้างมันขึ้นก็คือคานนี้เอง

ชายหนุ่มมองคานวัง แล้วมองเสาระเบียงวังเทพในมือ ในใจรำพึงรำพันมากมาย

ในตอนนี้ เขารู้สึกว่าตนเหมือนกับลอยอยู่บนกระแสธารของเวลาอันยาวนาน กลับไปสู่ยุคก่อนมหาภัยพิบัติอีกครั้ง

นี่เป็นการสัมผัสทางจิตใจ ความคิดของเขาเหมือนกำลังได้รับผลกระทบจากเวลา

เขาระบายลมหายใจออกยาวๆ เพื่อสงบจิตใจของตัวเอง ให้ความตั้งมั่นสลัดหลุดออกมาจากสิ่งแวดล้อมที่สับสน

หลังจากตรวจสอบคานวังเทพอย่างละเอียด เขาเห็นแสงสว่างหลายสายที่กระจายออกมาจากผิวของมันค่อยๆ ประกอบกันกลายเป็นลวดลายอันวิจิตร

ลวดลายนั้นดูไปลี้ลับเป็นอย่างยิ่ง ยากจะทำความเข้าใจนัก แต่หลังจากเยี่ยนจ้าวเกอสำรวจมันสักพัก ในใจก็มั่นใจ ‘ใช้เคลื่อนย้ายมิติระยะสั้น’

เมื่อเข้าใจแล้วว่าเป็นอะไร ชายหนุ่มก็อดถอนใจไม่ได้

ตอนนี้เขารู้แล้วว่าเหตุใดปฏิกิริยาของกระบี่หยกถึงได้เบาบางลง นั่นเป็นเพราะตำแหน่งของสือจวินกับตนออกห่างกันอย่างรวดเร็ว

สือจวินน่าจะพบสถานที่แห่งนี้เช่นกัน EG4YAup2hySgcimq8MkLuB6e34rNB2SF9h94LL1ryzzq จากนั้นก็ถูกค่ายกลเคลื่อนย้ายไป

เยี่ยนจ้าวเกองอนิ้วดีดใส่คานไม้เบาๆ จากนั้นก็ยื่นนิ้วออกมาจิ้มใส่ลวดลายค่ายกลนั้น

แสงสว่างมากมายพลันรวมตัวกัน ม้วนเยี่ยนจ้าวเกอเข้าไป เขตแดนของมิติในตอนนี้เหมือนกำลังถูกลบทิ้ง

เขาพลันยิ้ม แทงเสาระเบียงวังเทพที่เหมือนกับกระบองสั้นหลังจากหดเล็กลงใส่คานนั้น

เสาระเบียงกับคานพลันสั่นไหวพร้อมกัน

ร่างแยกสมุทรสุดขอบโลกฉวยโอกาสออกแรง มือข้างหนึ่งจับปลอกนิ้วมังกร อีกข้างหนึ่งจับคานเอาไว้

คานสั่นสะเทือนเลือนลั่น แยกออกจากวังหิน หล่นลงในมือของร่างแยกสมุทรสุดขอบโลก

เมื่อค่ายกลที่ใช้เคลื่อนย้ายมิติสูญเสียคานที่เป็นฐานไป ก็พลันปั่นป่วนขึ้นมา แต่เยี่ยนจ้าวเกอฉวนโอกาสนี้พาร่างแยกสมุทรสุดขอบโลกหายไปกลางแสงสว่าง อาศัยการแสดงพลังครั้งสุดท้ายของค่ายกล ออกจากโพรงหินก้นทะเล

เพียงแต่ระหว่างที่เลื่อนย้ายมิติ ปราณวิญญาณหลายสายก็กระเพื่อมขึ้น พรั่งพรูออกมาจากคานหลังจากเสาระเบียงวังเทพสัมผัสเข้า

ในห้วงสมองของเยี่ยนจ้าวเกอพลันปรากฏภาพเงาแสงมากมาย

คล้ายกันกับตอนที่ตนเก็บเสาระเบียงวังเทพ ภาพเหล่านี้เหมือนกับบันทึกวันเวลาอันยาวนานที่คานวังเทพนี้ได้พบผ่านหลังจากวังเทพถูกทำลาย กลายเป็นเศษซาก หล่นลงจากท้องฟ้าในหายะครั้งนั้น

ภาพส่วนใหญ่เหมือนเดิม เพียงแต่สะท้อนให้เห็นว่าคานของวังเทพถูกฝังอยู่ใต้ก้นทะเลตาข่ายดาวบนโลกผืนสมุทร หลังจากพลังวิญญาณค่อยๆ เพิ่มขึ้น ก็เหนี่ยวนำให้พื้นดินรอบๆ เปลี่ยนแปลง สุดท้ายก็ก่อสร้างวังหินขึ้นโดยมีตัวเองเป็นศูนย์กลาง

นั่นเป็นกระบวนการที่ยาวนานนัก เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ใช้เวลาทุกหยาดหยด ทุกนาที ทุกวินาที

ในช่วงแรกเริ่ม ลักษณะของวังเทพยังหยาบกร้านกว่าตอนนี้นัก หลังจากเวลาผ่านไป ยิ่งมาก็ยิ่งวิจิตรขึ้น

เยี่ยนจ้าวเกอเชื่อว่า ถ้าหากวันนี้ตนไม่นำคานนี้ไป อีกหลายสิบปี หลายร้อยปี วังหินก้นทะเลแห่งนั้นจะงดงามกว่าเดิม พื้นผิวเหมือนกับมีช่างแกะสลักจำนวนนับไม่ถ้วนสร้างขึ้นด้วยความตั้งใจ

ในภาพมากมายที่บันทึกอยู่ในคานวังเทพนั้น ภาพที่ดึงดูดความสนใจของเยี่ยนจ้าวเกอคือ เมื่อหลายปีก่อนมีคนเคยมายังด้านในโพรงหินก้นทะเลแล้ว

ทว่านั่นมิใช่สตรีที่เกี่ยวข้องกับมงกุฎจันทรา แต่เป็นบุรุษวัยกลางคนในอาภรณ์สีดำผู้หนึ่ง

ผิวของเขาซีดขาว สีหน้าเย็นชา พลังฝึกปรือมิได้ล้ำลึกเหมือนสตรีนางนั้น ดูแล้วยังไม่ได้สำเร็จเป็นจอมยุทธ์ศักดิ์สิทธิ์ อยู่ในระดับมหาปรมาจารย์ขั้นรูปญาณ หรือไม่ก็เป็นมหาปรมาจารย์ขั้นบรรลุธรรมโดยประมาณ

ครั้นบุรุษวัยกลางคนผู้นี้เห็นคานวังเทพแล้ว เขาพลันรู้สึกประหลาดใจ จากนั้นก็เหม่อลอย

เขาคิดจะเก็บคานวังเทพ แต่ว่ากลับไม่สำเร็จ

บุรุษวัยกลางคนในอาภรณ์ดำสายตากระจ่างชัดขึ้นหลายส่วน พึมพำกับตัวเอง “ต้องใช่แน่ ต้องใช่แน่…นี่คือของวิเศษก่อนมหาภัยพิบัติ! ทั้งยังเป็นของวิเศษที่เยี่ยมยอดมาก! เป็นไปได้ว่าจะเกี่ยวข้องกับวังเทพสวรรค์ในตำนานแห่งนั้น!”

“ไม่แน่ว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของวังเทพสวรรค์! เสียดาย เสียดายนัก จะเอามันไปจากที่นี่ได้อย่างไร?”

เขาหยุดอยู่ที่นี่หลายวัน ทว่ายังคงจนปัญญา ไม่อาจนำคานวังเทพไปได้ สุดท้ายได้แต่ปล่อยวางอย่างหมดหนทาง

กระนั้นสีหน้าของเขาไม่เศร้าโศกแม้แต่น้อย “ช่างเถอะ ข้าไปตามหาแดนฝังกระดูกของฝูงมังกรลอดวารี ถ้าหากได้อะไรจากที่นั่นมาเพิ่มพลังตนเองได้มากพอ บางทีอาจจะกลับมาเอาคานไม้นี้ไปได้”

“ฮ่าๆ คิดไม่ถึงเลยว่าโลกผืนสมุทรเล็กๆ EG4YAup2hySgcimq8MkLuB6e34rNB2SF9h94LL1ryzzq ไม่เสียทีที่ข้าดั้นด้นลงมาถึง”

ท่ามกลางเสียงหัวเราะ บุรุษชุดดำหมุนกายออกจากโพรงหิน ภาพที่เกี่ยวข้องกับเขาจบลงเท่านี้

คนผู้นี้จากไปแล้วไม่กลับมา หลังจากนั้นก็มิได้ปรากฏตัวขึ้นอีก

เยี่ยนจ้าวเกอมองภาพนี้อย่างเงียบๆ สมองทำงานดุจสายฟ้า เกิดเป็นความคิดมากมายในชั่วพริบตา

ตำนานศิษย์พี่เจ้าปฐพี

ตำนานศิษย์พี่เจ้าปฐพี

Score 7.9
Status: Ongoing Artist: Native Language: Chinese
อ่านเรื่อง ตำนานศิษย์พี่เจ้าปฐพีชายหนุ่มข้ามมิติกาลเวลาครั้งแรกมาสู่ยุคสมัยที่อารยธรรมวรยุทธ์รุ่งเรืองจนถึงที่สุด มุมานะศึกษาและฝึกฝนคัมภีร์สุดยอดวิชาที่เก็บรวบรวมไว้ในวังเทพมากมาย แต่แล้วยุคสมัยอันรุ่งโรจน์ก็ต้องพบพานกับวิกฤติการณ์ครั้งใหญ่ ทุกสิ่งทุกอย่างพังทลายจนหมดสิ้น ทว่าชายหนุ่มผู้นั้นก็พาตนเองและสมองที่เปี่ยมไปด้วยความรู้ของสุดยอดวิชา ข้ามมิติกาลเวลาอีกครั้งไปสู่ยุคสมัยใหม่ ยุคสมัยนี้มีสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกขัดใจยิ่งนัก นั่นก็คือทุกอย่างช่างง่ายดายไปเสียหมด จนทำให้เขาได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสี่คุณชายแห่งยุค เหนือกว่าจอมยุทธ์รุ่นเยาว์ผู้ใดในบรรดาดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดในเวลาชั่วพริบตา กระนั้น แม้เขาจะยอดเยี่ยมอย่างไร เป็นที่น่าเคารพเลื่อมใสต่อศิษย์น้องในสำนักเพียงใด มีชื่อเสียงขจรไกลไปถึงหนแห่งไหน สุดท้ายแล้วก็ยังมีคนปากกล้าและอวดดี กังขาในความสามารถของเขาอยู่ตลอดเวลา ไม่รู้จักเจียมตัวก็แล้วไปเถอะ แต่จะหาเรื่องคนที่มีพลังแก่กล้ากว่าตนอยู่อักโขเช่นนี้ ก็คงต้องประมือกันสักตั้งแล้ว “หากชอบรนหาที่ตายนัก ข้าจะสนองให้พวกเจ้าเอง!”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset