ตำนานเซียนปีศาจสะท้านภพ – ตอนที่ 168 ไอปีศาจบริสุทธิ์พลังน้ำเงินอันดับเจ็ด

ตอนที่ 168 ไอปีศาจบริสุทธิ์พลังน้ำเงินอันดับเจ็ด

หลิ่วหมิงยื่นมือไปรับอย่างไม่เกรงใจ หลังจากที่กวาดสายตามองไปสองสามทีก็กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม

“นี่คือข้อเสนอที่ตระกูลไป๋เอามาทำข้อตกลงหรือ? สิ่งของทั้งหมดนี้รวมกันมีค่าเท่ากับหินจิตวิญญาณไม่กี่พันก้อนเท่านั้น พวกท่านคิดว่าข้ายอมหาเรื่องใส่ตัวเพียงเพราะหินจิตวิญญาณอันน้อยนิดนี่หรือ?”

“ข้ารู้ว่าของเหล่านี้อาจน้อยเกินไปสำหรับคุณชาย แต่ตระกูลไป๋เราไม่อาจเทียบกับตระกูลใหญ่ที่มีชื่อเสียงได้ และในช่วงระยะเวลาสั้นๆ พวกเราไม่สามารถสะสมทรัพยากรได้มาก แต่ตระกูลไป๋รับปากคุณชายได้ว่าอีกครึ่งปีพวกเราจะเพิ่มเติมให้อีกเท่าหนึ่งของสิ่งที่มีในตอนนี้” ไป๋ซิงหลิวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วพูดอย่างเด็ดเดี่ยว

“อะไรกันพี่ใหญ่ จะทำแบบนั้นได้อย่างไร!” รองนายท่านที่ยืนอยู่ด้านข้างได้ยินเช่นนี้ก็กล่าวขึ้นมาอย่างร้อนใจ

“ถ้าตระกูลไป๋ไม่สามารถรักษาตำแหน่งในตอนนี้ไว้ได้ ต่อให้มีทรัพยากรมากแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์” นายท่านตระกูลไป๋โบกมือก่อนที่จะกล่าวออกมา

“ต้องขออภัย! หากมีข้อเสนอเพียงเท่านี้ ข้าไม่สนใจที่จะทำข้อตกลงด้วย” ยังไม่ทันที่สองพี่น้องตระกูลไป๋จะได้โต้แย้งกัน หลิ่วหมิงก็ส่ายศีรษะแล้วชิงพูดขึ้นมาก่อน

พอได้ยินเช่นนี้สองพี่น้องตระกูลไป๋ก็หน้าเปลี่ยนสีอย่างช่วยไม่ได้

“พี่หลิ่ว มันจะไม่มากไปหรอกหรือ? ถ้าหากรวมทรัพยากรสองชุดนี้เข้าด้วยกัน มันคงมีมูลค่าเทียบเท่ากับหินจิตวิญญาณเกือบหมื่นก้อน และตระกูลไป๋ก็เพียงแค่ยืมชื่อเสียงของท่านใช้เท่านั้น ท่านไม่ได้เสียหายอะไรสักหน่อย” ในที่สุดไป๋เยียนเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ด้านข้างก็เอ่ยปากออกมา

“หากแค่ยืมชื่อเสียงชื่อของข้าจริงๆ ล่ะก็ ทรัพยากรเหล่านี้ก็เพียงพอแล้ว แต่ข้าไม่เชื่อว่าถ้าตระกูลไป๋เจอกับปัญหาใดๆ แล้วมันจะไม่พัวพันถึงข้า เพราะถ้าข้ายอมรับข้อตกลงนี้ ข้าก็ต้องเป็น ‘ไป๋ชงเทียน’ ต่อไป หากตระกูลผู้ฝึกปราณอื่นอยากจัดการตระกูลไป๋ล่ะก็ เกรงว่าคนแรกที่พวกเขาต้องจัดการก็คือข้า มิเช่นนั้นพวกเขาจะลงมือกับตระกูลไป๋ได้อย่างไร นี่ไม่ใช่เรื่องที่จะสามารถรับปากได้โดยง่าย” หลิ่วหมิงกล่าวอย่างไม่เกรงใจ

นายท่านและรองนายท่านตระกูลไป๋ได้ยินหลิ่วหมิงกล่าวเช่นนี้ ก็อดที่จะมองหน้ากันไม่ได้

เหตุผลนี้พวกเขาทั้งสองย่อมรู้อยู่แก่ใจดี แต่ตอนนี้ถูกหลิ่วหมิงเปิดโปงออกมาจึงทำให้ทั้งสองรู้สึกเก้อเขินมาก

พอไป๋เยียนเอ๋อร์ได้ยินแล้ว ถึงแม้จะไม่ได้กล่าวอะไรออกมาแต่สีหน้าของนางก็เปลี่ยนไป

หลิ่วหมิงกลับยังยืนอยู่ที่เดิม ปล่อยให้ทั้งสามคิดอะไรในใจอยู่เงียบๆ

“เยียนเอ๋อร์ เจ้า…”

“เอาล่ะ! อารอง ข้าเข้าใจความหมายของท่าน แต่ข้อเสนอนี้ไม่ได้ผลหรอก”

รองนายท่านตระกูลไป๋มองดูหลิ่วหมิงทีหนึ่ง และกำลังคิดที่จะกล่าวอะไรออกมา แต่โดนนางขัดคอไว้ก่อน

“เจ้าไม่ลองแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าคุณชายไม่ยินยอม” รองนายท่านตระกูลไป๋กล่าวพึมพำ

หลิ่วหมิงเห็นเช่นนี้ ถึงแม้จะมีสีหน้าปกติแต่ก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย

“เอาเถอะ! สหายหลิ่ว นอกจากทรัพยากรเหล่านี้แล้ว หากบวกข้าเข้าไปด้วยอีกคนล่ะ! ถ้าข้ายอมแต่งกับเจ้า เจ้าจะยอมช่วยตระกูลไป๋เราให้ผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้ไหม” ไปเยียนเอ๋อร์ถอนหายใจ และกล่าวกับหลิ่วหมิงอย่างไม่ใส่ใจ

“สหายไป๋ล้อข้าเล่นแล้ว” หลิ่วหมิงได้ยินเช่นนี้กลับรู้สึกอึ้งขึ้นมา

“ข้าไป๋เยียนเอ๋อร์ ถึงแม้จะเป็นแค่ศิษย์จิตวิญญาณระดับต้น แต่ก็เป็นศิษย์จิตวิญญาณเพียงหนึ่งเดียวของตระกูลไป๋ เพียงแค่เจ้ายอมแต่งกับข้า ข้าก็จะยอมแต่งกับเจ้า” ไป๋เยียนเอ๋อร์ยิ้มให้กับหลิ่วหมิงแล้วกล่าวอย่างไม่รีบร้อน

“แม่นางไป๋รูปโฉมงดงามยากที่ชายใดจะปฏิเสธได้ แต่ข้าตัดสินใจเลือกเส้นทางการฝึกฝน หวังว่าจะมีสักวันที่สามารถเข้าสู่ระดับของเหลวได้ ตอนนี้ยังไม่คิดที่จะหาคู่รักฝึกฝนแต่อย่างใด” หลิ่วหมิงลังเลเล็กน้อยก่อนที่จะมองใบหน้างดงามของไป๋เยียนเอ๋อร์อยู่ครู่หนึ่ง และกล่าวด้วยความรู้สึกเสียใจ

ได้ยินหลิ่วหมิงกล่าวเช่นนี้ ไป๋เยียนเอ๋อร์ก็ได้แต่ยิ้มไม่พูดอะไรออกมา

สองพี่น้องตระกูลไป๋ที่อยู่ด้านข้างรู้สึกผิดหวังขึ้นมาพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย แต่ตอนนี้พวกเขาก็ไม่รู้จะหาข้อเสนออะไรมาโน้มน้าวใจชายหนุ่มตรงหน้านี้ได้

หลิ่วหมิงเห็นเช่นนี้ ก็ไม่อยากรออีกต่อไปจึงกล่าวออกมาอย่างราบเรียบ

“ถ้าตระกูลไป๋แสดงความจริงใจออกมาได้เพียงแค่นี้ ข้าก็ไม่ขอเล่นด้วยแล้ว ข้ายังมีเรื่องอื่นที่ต้องทำ ขอตัวก่อน”

พอเขากล่าวจบก็ประสานมือขอโทษไป๋เยียนเอ๋อร์ จากนั้นก็ก้าวยาวๆ ออกไปนอกประตู

สองพี่น้องตระกูลไป๋เห็นเช่นนี้ก็หน้าเปลี่ยนสีอย่างช่วยไม่ได้

ไป๋เยียนเอ๋อร์ก็คิ้วขมวดขึ้นมา

และขณะนั้นเอง ก็พลันมีเสียงแหบๆ ตะโกนมาจากนอกประตู

“ดูท่าข้อเสนอธรรมดา ไม่อาจผูกมัดคุณชายหลิ่วกับตระกูลเราไว้ได้จริงๆ แต่ในเมื่อคุณชายคิดที่จะกลายเป็นอาจารย์จิตวิญญาณ ตัวข้าก็มีสิ่งของอย่างหนึ่งจะให้ดู บางทีมันอาจทำให้คุณชายพอใจก็ได้”

เสียงเพิ่งจะสิ้นสุดก็พลันมีเงาร่างปรากฏขึ้นตรงหน้าประตู หญิงชราถือไม้เท้าทองสัมฤทธิ์โผล่ออกมาโดยไร้สุ้มไร้เสียง

“ท่านแม่”

“ท่านย่า”

“ที่แท้ก็เป็นผู้อาวุโสไป๋ ท่านแอบฟังมานานขนาดนี้ ข้าน้อยคิดว่าท่านจะไม่มาปรากฏตัวซะแล้ว” หลิ่วหมิงไม่รู้สึกแปลกใจเลยแม้แต่น้อย แต่กลับโค้งตัวกล่าวกับหญิงชรา

“ที่แท้คุณชายไป๋ก็รู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าข้าแอบอยู่ข้างนอก จุ๊ๆ! คุณชายช่างสมกับเป็นหนึ่งในสิบศิษย์แกนนำของนิกายปีศาจ ข้าเคยฝึกฝนเคล็ดวิชาผนึกลมปราณ พอแสดงมันออกมา ศิษย์จิตวิญญาณทั่วไปไม่สามารถค้นพบได้” หญิงชราได้ยินก็แสดงสีหน้าแปลกใจออกมา

หลิ่วหมิวยิ้มบางๆ โดยที่ไม่กล่าวอะไรออกมา

ด้วยพลังจิตของเขาในตอนนี้ มันไม่ได้ด้อยไปกว่าพลังจิตของอาจารย์จิตวิญญาณเลย ต่อให้เคล็ดวิชาผนึกลมปราณของหญิงชราจะลี้ลับมหัศจรรย์สักเพียงใด ก็ไม่อาจรอดพ้นการรับรู้ของเขาไปได้

“พวกเจ้าทั้งสามออกไปให้หมด ข้าจะพูดคุยกับคุณชายหลิ่วเพียงลำพัง” หญิงชราเห็นเช่นนี้ก็ไม่ถามอะไรต่อ แต่กลับหันไปสั่งสองพี่น้องตระกูลไป๋กับไป๋เยียนเอ๋อร์

“ทราบ! ท่านแม่” สองพี่น้องตระกูลไป๋รีบตอบรับในทันที

“ท่านย่า แม้แต่ข้าก็ไม่สามารถอยู่ด้วยได้หรือ?” ไป๋เยียนเอ๋อร์กล่าวด้วยความงุนงง

“เรื่องที่ข้าจะพูดกับคุณชายหลิ่ว เจ้าฟังไปก็มีแต่ผลเสียไม่มีประโยชน์ สู้ไม่ฟังจะดีกว่า” หญิงชราลังเลเล็กน้อยแล้วกล่าวออกมา

ถึงแม้ไป๋เยียนเอ๋อร์จะรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็ได้แต่ตอบรับและถอยออกไป

เมื่อประตูถูกปิดลงแล้ว ในห้องก็เหลือเพียงหลิ่วหมิงกับหญิงชราเพียงสองคนเท่านั้น

“ท่านผู้อาวุโส ท่านมีอะไรก็พูดมาเถอะ!” หลิ่วหมิงจ้องมองหญิงชราแล้วค่อยๆ กล่าวออกมา

“คุณชายหลิ่วใยต้องรีบร้อนด้วยเล่า ข้ามีของอย่างหนึ่ง เจ้าดูเสร็จแล้วค่อยว่ากัน” หญิงชรายิ้มเล็กน้อยก่อนที่จะหยิบขวดสีฟ้าออกมาจากแขนเสื้อ หลังจากที่นางจ้องมองอย่างเสียดายแล้วก็ส่งให้หลิ่วหมิง

หลิ่วหมิงกลับไม่กลัวว่าหญิงชราจะทำอะไรกับขวดไว้หรือเปล่า หลังจากที่รับมันมาแล้วก็เขย่ามันเบาๆ ก่อนที่จะเปิดจุกออกมา แต่พอมองเข้าไปข้างในขวด เขากลับต้องหลุดปากออกมา

“ไอปีศาจบริสุทธิ์ ไม่คิดว่าตระกูลไป๋ของพวกท่านจะมีของสิ่งนี้ด้วย แต่ปริมาณมันค่อนข้างน้อยไปหน่อย มีแค่หนึ่งในสามส่วนของหนึ่งชุดเท่านั้น” หลิ่วหมิงรู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างมาก

“เฮ่อๆ! คุณชายหลิ่วช่างรอบรู้ยิ่งนัก สิ่งที่อยู่ในขวดนี้ไม่ได้เป็นแค่ไอปีศาจบริสุทธิ์ แต่ยังเป็นไอปีศาจบริสุทธิ์พลังน้ำเงินอันดับเจ็ดที่ค่อยข้างมีชื่อเสียง บรรพบุรุษของพวกเราได้มันมาโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่ก็มีปริมาณแค่หนึ่งในสามส่วนเท่านั้น” หญิงชรากล่าวด้วยท่าทีที่เคร่งขรึม

“หากเป็นไอปีศาจบริสุทธิ์พลังสีน้ำเงินอันดับเจ็ดจริง มันจะเป็นสิ่งที่ล้ำค่าและหาได้ยากยิ่ง แต่ถ้ามีแค่หนึ่งในสามล่ะก็ข้าจะเอาไปใช้ประโยชน์อันใดได้?” หลิ่วหมิงจ้องมองขวดเล็กในมือครู่หนึ่งแล้วจึงขมวดคิ้วกล่าวออกมา

“เรื่องนี้ขอให้คุณชายหลิ่ววางใจได้ หนึ่งในสามของไอปีศาจบริสุทธิ์พลังน้ำเงินอันดับเจ็ดนี้เป็นสิ่งที่ทดรองจ่ายให้ล่วงหน้า และเรียกความไว้วางใจจากคุณชายก่อนเท่านั้น ขอเพียงแค่คุณชายยินยอมปกป้องตระกูลไป๋ของพวกเราตั้งแต่นี้ไปอีกหลายปี ข้าจะยอมบอกสถานที่ของหลุมปีศาจที่บรรพบุรุษของตระกูลไป๋ได้ไอปีศาจบริสุทธิ์นี้มาในตอนนั้น ตามที่บรรพบุรุษของข้าได้กล่าวไว้ก่อนตาย ถึงแม้หลุมปีศาจนั้นจะเล็กและลับตาคน แต่มันก็เหลือเฟือที่จะรวบรวมเป็นไอปีศาจบริสุทธิ์พลังน้ำเงินอันดับเจ็ดหนึ่งชุด” หญิงชรากล่าวอย่างไม่รีบร้อน

“ฮึ! ถ้าหากเป็นเช่นนี้จริง ตระกูลไป๋ของพวกเจ้าไม่ไปเอาไอปีศาจบริสุทธิ์จนหมดแล้วหรือ จะมีเหลือถึงตอนนี้ได้อย่างไร?” หลิ่วหมิงคิดใคร่ครวญเล็กน้อยแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงฮึดฮัด

“คุณชายหลิ่วไม่รู้อะไร ตำแหน่งของหลุมปีศาจนั้นไม่เพียงแต่จะหายาก แต่ยังอยู่ในสถานที่ที่อันตรายเป็นอย่างมาก ในตอนนั้นบรรพบุรุษของตระกูลไป๋ที่ไปพบหลุมปีศาจนี้เป็นเพียงแค่ศิษย์จิตวิญญาณขั้นปลายคนหนึ่ง ท่านบุกเข้าไปที่นั่นโดยไม่ได้ตั้งใจ และเสี่ยงอันตรายเป็นอย่างมากถึงได้ไอปีศาจบริสุทธิ์นี้มา ต่อมาถึงแม้ตระกูลไป๋เราจะเคยส่งศิษย์จิตวิญญาณไปที่นั่นเพื่อเอาไอปีศาจที่เหลือ แต่ก็ไม่สามารถไปถึงหลุมปีศาจนั้นได้ และต่างก็เผชิญกับอันตรายจนค่อยๆ เสียชีวิตไประหว่างทาง และก็ด้วยเหตุนี้ตระกูลไป๋ที่เคยเฟื่องฟูอยู่ระยะหนึ่ง ต้องขาดแคลนศิษย์จิตวิญญาจนตกต่ำมาจนถึงทุกวันนี้ ต่อมาจึงไม่กล้าส่งคนไปหาหลุมปีศาจนั่นอีก เรื่องนี้ถือเป็นความลับสุดยอดของตระกูลไป๋เลยทีเดียว” หญิงชรากล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มอันขมขื่น

“ดูท่าสถานที่แห่งนั้นคงจะอันตรายมากจริงๆ ถ้าอย่างนั้นความหมายของผู้อาวุโสก็คือ…” เมื่อหลิ่วหมิงฟังถึงจุดนี้ เขาก็กล่าวด้วยตาที่เป็นประกาย

“ง่ายมาก! เพียงแค่คุณชายหลิ่วรับปากปกป้องตระกูลไป๋ของพวกเราให้ปลอดภัยภายในระยะเวลาห้าปี พอครบระยะเวลาห้าปีแล้วข้าจะนำแผนที่หลุมปีศาจมอบให้คุณชาย แน่นอนว่าสถานที่แห่งนั้นอันตรายเป็นอย่างมาก ถ้าคุณชายไปแล้วข้าก็ไม่อาจรับรองว่าจะกลับมาได้อย่างปลอดภัย ดังนั้นข้อตกลงนี้คุณชายจะทำหรือไม่ก็แล้วแต่คุณชายเลย แต่ตระกูลไป๋ก็ไม่สามารถหาข้อเสนออื่นมาได้แล้วจริงๆ แน่นอนงถ้าคุณชายรับปากล่ะก็ ทรัพยากรที่ลูกชายข้าเคยพูดถึงในก่อนหน้านั้นก็นับรวมอยู่ในนี้ด้วย” หญิงชรากล่าวอย่างไม่ลังเล

“เฮ่อๆ! อันตรายหรือ! ขอเพียงแค่บรรพบุรุษตระกูลไป๋ที่ไปเอาไอปีศาจบริสุทธิ์พลังน้ำเงินอันดับเจ็ดในตอนนั้นเป็นศิษย์จิตวิญญาณขั้นปลายจริงๆ ข้าก็ย่อมไม่หวาดกลัวสิ่งใด ได้! ข้อเสนอนี้ข้าจะรับไว้ แต่ข้าจะเป็นไป๋ชงเทียนแค่สี่ปีเท่านั้น เลยไปหนึ่งวันก็ไม่ได้” หลิ่วหมิงมองหญิงชรากับขวดเล็กสีฟ้า และหัวเราะอย่างเยือกเย็นก่อนที่จะกล่าวออกมา

“สีปีก็พอจะถูไถให้ตระกูลไป๋ของพวกเรากลายเป็นตระกูลอันดับต้นๆ ได้อย่างมั่นคงได้ ได้! งั้นเอาตามนี้” หญิงชราลังเลเล็กน้อยแล้วก็กัดฟันรับปาก จากนั้นก็ยื่นมือผอมแห้งที่สั่นเทาออกไป

ตอนแรกหลิ่วหมิงรู้สึกตกตะลึง แต่ก็เข้าใจได้ในทันที เขาฉีกยิ้มและยื่นมือไปตบเบาๆ

……………………………………….

ตำนานเซียนปีศาจสะท้านภพ

ตำนานเซียนปีศาจสะท้านภพ

เด็กหนุ่มที่เติบโตท่ามกลางนักโทษบนเกาะมฤตยู หลังหนีออกจากที่คุมขังสำเร็จก็จับพลัดจับผลูเข้าไปในนิกายปีศาจ และกลายเป็นการเปิดประตูเข้าสู่พิภพอันกว้างใหญ่อย่างที่เขาคาดไม่ถึง ทว่าภายใต้ความบังเอิญนี้ เขากลับต้องเผชิญหน้ากับวิกฤตถึงชีวิต ที่อาจจะสูญเสียตัวตนกลายเป็นจอมปีศาจอยู่ตลอดเวลา…

Comment

Options

not work with dark mode
Reset