ท่านประธานที่รัก – ตอนที่ 182 หวังดีแต่กลับทำเสียเรื่อง

“ไม่มีนะคะ เกิดเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ” ถึงแม้ป้าหลี่จะไม่ใช่คนฉลาดมาก แต่คุณชายถามขนาดนี้ ถึงจะโง่แค่ไหนก็น่าจะรู้ว่ามีอะไรแปลกๆ

ทันใดนั้น ป้าหลี่ก็นึกถึงเรื่องพริก

“คุณชาย กับข้าวตอนเที่ยงป้าใส่พริกลงไปด้วย เพราะเรื่องนี้หรือเปล่าคะ?” ป้าหลี่เอ่ยถามอย่างระมัดระวัง สายตาก็กังวลด้วย

เพราะรู้ว่าว่าที่ภรรยาของคุณชายทานพริกไม่ค่อยได้ เลยสับละเอียดแล้วผสมเข้าไป

“พริก?” พอซังหลินจวินได้ยินจึงขมวดคิ้ว

ก่อนมา เขาจำได้ว่าเคยบอกกับเถ้าแก่ว่าเฉินเฉียวกินพริกไม่ได้ เพราะฉะนั้นอาหารทุกจานอย่าใส่พริกเด็ดขาด

บวกกับประจำเดือนของเฉินเฉียวใกล้จะมาแล้ว ตอนที่อยู่จิ้งหย่วน ป้ามั่วไม่เคยทำกับข้าวอะไรที่เผ็ดเลย แล้วที่คุณแม่ด้วย เพราะอายุมากแล้ว ไม่ค่อยกินพริก เลยไม่ต้องเตือนอะไรมากก็จะไม่ใส่อยู่แล้ว

“ป้าหลี่ คุณพ่อไม่ได้บอกบอกป้าเหรอครับว่าอาหารวันนี้ไม่ต้องใส่พริก?” น้ำเสียงซังหลินจวินเข้มมาก สายตาก็กดดัน

ป้าหลี่สะดุ้งตกใจกับท่าทางคุณชาย พูดเสียงเบาเหมือนแมลงวันอย่างเกรงกลัว “คุณหญิงเคยบอกค่ะ แต่ว่า……”

ป้าหลี่นึกขึ้นได้ว่าตัวเองได้ยินคุณหญิงสองเตือน เลยใส่พริกลงไปในกับข้าว

แต่ว่าคุณหญิงสองกับคุณชายเป็นครอบครัวเดียวกัน ไม่มีทางทำร้ายเขาหรอก

อาจจะเพราะคุณหญิงสองหวังดี แต่ไม่ระวังแล้วทำเสียเรื่อง

พอนึกถึงความดูแลของคุณหญิงสองที่มีต่อตัวเอง สุดท้ายป้าหลี่ลังเลไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็กลืนคำพูดลงไป

ซังหลินจวินใส่ใจรายละเอียดมาก เลยสังเกตเห็นความผิดปกติชั่ววินาทีบนหน้าป้าหลี่

เธออาจจะรู้ว่าใครเป็นตัวการ แค่เธอไม่อยากพูด

ทั้งตระกูลซังนี้ คนที่ทำให้ป้าหลี่ปกป้องขนาดนี้ มีแค่คนเดียว

ซังหลินจวินรู้แล้วว่าใคร มองเห็นคนแก่ที่ใจอ่อนตรงหน้า ซังหลินจวินค่อยรู้ว่าบางครั้งความเมตตา ทำให้เสียเรื่องง่ายมาก

ถึงแม้เธอจะไม่ได้ตั้งใจก็ตาม

“ป้าหลี่ ป้าอายุก็มากแล้ว หลานของป้าน่าจะขึ้นมหาวิทยาลัยแล้วใช่ไหมครับ” ซังหลินจวินรีบเปลี่ยนประเด็นทันที

พอได้ยินแบบนี้ป้าหลี่ก็ร้อนรนใจมาก

ยังไงก็เป็นคนแก่ที่ทำงานในตระกูลซังมานาน คำพูดที่คุณชายพูดออกมาแบบนี้ ป้าหลี่ก็รู้เลยว่าคุณชายกำลังจะไล่เธอออก

ทันใดนั้น ไม่สนแล้วความสัมพันธ์ที่มีต่อคุณหญิงสอง เลยพูดเรื่องทั้งหมดออกมาทันที “คุณชาย ป้าไม่ปิดบังคุณแล้ว คุณหญิงสองเป็นคนให้ป้าใส่พริกลงไป เธอบอกว่าคุณชายชอบกิน ก็เลยให้ป้าใส่ลงไปด้วย”

ในใจป้าหลี่ก็มีความเห็นแก่ตัว

ทำงานในตระกูลซังมาตั้งนาน นอกจากทุกครั้งที่คุณชายกลับมาแล้วจะให้อะไรเธอ นอกนั้น เงินเดือนก็ไม่ได้สูงมาก

ที่บ้านเธอมีลูกชายสามคน จะเลี้ยงเด็กให้โต ให้เข้ามหาวิทยาลัย ต้องใช้เงินเยอะมาก

ถึงแม้เงินที่ตระกูลซังให้จะถือว่าสูงแล้ว แต่สำหรับเธอ ก็ยังไม่พออยู่ดี

เพราะยังไง นอกจากค่าเล่าเรียนที่ให้ลูกชาย ยังต้องออมให้พวกเขาใช้ตอนแต่งงานอีก

เพราะฉะนั้น เธอก็เลยอยากเอาใจคุณชาย แต่คิดไม่ถึงจริงๆว่าจะทำให้คุณชายอารมณ์เสีย

ทำงานในตระกูลซังมาทั้งกี่ปี ป้าหลี่ก็ต้องไม่อยากออกอยู่แล้ว

พอซังหลินจวินได้ยินที่ป้าหลี่พูด สีหน้าบนใบหน้าไม่แสดงออกเลยว่าเขาคิดอะไรอยู่

นิ้วมือเรียวยาวของเขาเคาะตู้เก็บของข้างๆ ทีละครั้ง ทีละครั้ง เหมือนกำลังเคาะบนหัวใจของใครบางคน

ป้าหลี่ที่ลุกขึ้นแล้วขาสั่น ตัวเซไปมา เหมือนหายใจไม่ออกเพราะความกดดันของคุณชาย จากนั้นก็ทรงตัวไม่อยู่แล้วล้มลงไป

ซังหลินจวินไม่ได้ไปพยุงตัวไว้ แต่หลังจากที่ป้าหลี่ล้มลงไปกับพื้น ค่อยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

“อวี้อัน ไปเลือกคนแก่จากบริษัทจัดหาแม่บ้านที่รอบคอบ ทำอาหารอร่อยมาที่คฤหาสน์ อีกอย่าง ที่ซังอวี้ ให้คนเฝ้าเขาไว้ ในเมื่ออยู่ในโรงพยาบาลแล้วยังกล้าก่อเรื่อง งั้นก็ใส่กรงให้เขา”

พอสั่งการกับอวี้อันเสร็จ ซังหลินจวินจึงตัดสาย

เขาเดินออกจากห้องครัว เห็นคนรับใช้ที่กำลังก้มทำความสะอาดอยู่ เลยเอ่ยกับเธอ “ป้าหลี่สลบในห้องครัว รีบส่งตัวไปโรงพยาบาลด้วย”

พอคนรับใช้ได้ยิน จึงรีบวิ่งไปทันที

รอจนเห็นกับตาว่าป้าหลี่ถูกส่งตัวไปโรงพยาบาล ซังหลินจวินค่อยก้าวไปหาเฉินเฉียว

แต่ประตูก็ยังปิดสนิทเหมือนตอนที่เขาจากไป

ซังหลินจวินยื่นมือไปเคาะ “เฉียวเฉียว เธอเสร็จหรือยัง? ถ้ายังปวดท้องอยู่ งั้นเราไปโรงพยาบาลกัน”

เฉินเฉียวที่เหงื่อตกอยู่ในห้องน้ำ กัดฟันแน่นแล้วพยายามเอ่ย “ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันก็เสร็จแล้ว นายอย่ายืนหน้าประตู นายทำแบบนี้ ฉันรู้สึกกดดัน”

เพราะคนที่ตัวเองชอบเห็นเหตุการณ์แบบนี้ นี่เลยกระทบกระเทือนจิตใจมาก

ซังหลินจวินเข้าใจเฉินเฉียว เลยไม่ได้อยู่หน้าประตูต่อ

เฉินเฉียวพิงอยู่บนชักโครก รู้สึกปวดท้องมาก

เธอไม่เข้าใจ เธอกินอะไรที่ไม่ควรกินลงไป เลยทรมานแบบนี้

คิดไปมา ยังไงก็คิดไม่ถึงว่าจะมีคนวางยาเธอ

เพราะยาที่ทำให้ปวดท้องแบบนี้ไม่ได้มีผลอะไรมากกับร่างกาย แต่ก็ทำให้ร่างกายอ่อนแอแน่นอน

“พี่ใหญ่ ได้ข่าวว่าหลินจวินจะแต่งงาน พวกพี่ทำไมไม่บอกพวกเราล่ะ ยังต้องให้ผมกับน้องเล็กได้ยินจากปากคนอื่น พวกพี่ไม่นับว่าเราเป็นญาติแล้วใช่ไหม”

ซังหลินจวินเพิ่งเดินมาจากข้างนอก จึงได้ยินเสียงบ่นที่คุ้นเคยนี้

ในใจรู้สึกไม่สบอารมณ์ แต่ไม่แสดงสีหน้าเลย ก้าวเดินไปลงนั่งอย่างสง่า

“คุณอาสามไปอิตาลีไม่ใช่เหรอครับ? คิดไม่ถึงจริงๆ อาสามกลับมาแล้วรีบมาหาพ่อผมที่นี่ ไม่กลัวว่าอาสาวจะหึงเหรอครับ”

ซังหลินจวินเอ่ยด้วยสีหน้าไร้ความ แต่กลับแทงใจซังเสี่ยนมาก

ใครไม่รู้ ภรรยาของซังเสี่ยนเจียงฉีเป็นแม่สิงโต หน้าตาธรรมดา แต่ชาติตระกูลสูงส่ง

ถ้าเอาตระกูลซังเทียบกับตระกูลเจียงของเจียงฉี คงด้อยกว่าไม่น้อย

แต่ตระกูลเจียงนี้ไม่ใช่ตระกูลของเจียงอี้ฟาน

แต่กลับเป็นตระกูลเจียงที่จิงซื่อ

ถึงแม้เป่ยเฉิงจะรุ่งเรือง ถ้าคงเทียบกับจิงซื่อไม่ได้

แล้วภูมิหลังสีเทาของตระกูลเจียงมั่นคงมาก ซังหลินจวินในตอนนี้คงโค่นไม่ได้

แล้วตอนนี้เขาก็ไม่คิดที่จะโค่นด้วย

ถึงแม้อาสามซังเสี่ยนจะแต่งงานกับคุณหนูใหญ่อย่างเจียงฉี แต่เขารู้นิสัยที่บ้ากามของอาสามดี ระยะสั้นคงแสร้งเป็นคนดีได้ แต่พอเวลานานเข้า ก็จะโป๊ะแตก ถ้าอย่างงั้นเขากับอาสาวคงอยู่ไม่เป็นสุขแน่

แล้วความจริงก็แสดงให้เห็นว่า เรื่องเป็นแบบนั้นจริงๆ

ท่านประธานที่รัก

ท่านประธานที่รัก

เฉินเฉียวต้องมานอนกับผู้ชายลึกลับคนหนึ่งอย่างไม่ได้ตั้งใจ เธอไม่รู้ ชื่อหรืออาชีพของเขา และไม่รู้เลยว่าเขานั้นได้แต่งานมาแล้ว แต่เขามักจะมาช่วยเธอให้หลุดพ้นจากความอับอายอยู่เสมอ อะไรนะ!!! ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดาอย่างที่เธอคิด แต่เขาเป็นถึงซังหลินจวินที่มีชื่อเสียงโด่งดังในเป่ยเฉิง และมีข่าวลือมาว่า ชายผู้มีอำนาจคนนี้ทั้งได้ผ่านการแต่งงานมาแล้วหลายครั้ง และมีลูกแล้วอีกด้วย และมีข่าวลือกอีกว่าชายคนนี้มีนิสัยเย็นชา………….

Comment

Options

not work with dark mode
Reset