ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ – ตอนที่ 1125 ปลุกคำสาป

จิ่วเยี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “แล้วจะทำไม?”

สุ่ยจิงอิ๋งกล่าวอย่างจนปัญญาว่า “เจ้ากับซีมาที่เผ่ามังกรเทพก็คงไม่คิดที่จะเปิดศึกต่อสู้ตั้งแต่เริ่มหรอกกระมัง! บรรยากาศในแดนมังกรก็ไม่เลวเลยนะ เจ้ากับซีก็ควรจะชมบรรยากาศสักหน่อย”

หากเปิดศึกออกมา เผ่ามังกรก็คงจะไม่สงบสุขแน่

สุ่ยจิงอิ๋งกลับพูดให้จิ่วเยี่ยรู้สึกตื่นเต้นเข้าแล้ว

สุ่ยจิงอิ๋งกล่าวต่อว่า “ข้าคือผู้เชี่ยวชาญในเรื่องมิติที่สุด ข้าสามารถพาพวกเจ้าเข้าไปได้โดยที่ไม่มีผู้ใดรู้ตัว ทั้งหมดนี้มอบให้เป็นหน้าที่ของข้าเถอะ!”

มู่เฉียนซีกล่าว “จิ่วเยี่ย มอบให้เป็นหน้าที่สุ่ยจิงอิ๋งจัดการเถอะ!”

สามารถจัดการได้อย่างเงียบ ๆ ก็ไม่จำเป็นต้องออกแรงมากมายถึงเพียงนั้น

อย่างไรเสีย จิ่วเยี่ยก็เพิ่งจะต่อสู้กับหมิงจีมา ก่อนจะเอาคัมภีร์หมื่นคำสาปมาได้ จะให้คำสาปของจิ่วเยี่ยกำเริบไม่ได้เด็ดขาด

ในเมื่อมู่เฉียนซีเอ่ยปากออกมาเช่นนี้แล้ว จิ่วเยี่ยก็ทำได้เพียงแค่ตอบตกลง

มุมปากของสุ่ยจิงอิ๋งยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย และแสงสีฟ้าแสงหนึ่งก็ได้เปิดทางให้กับพวกเขา

ปราการป้องกันดินแดนของแดนมังกรนั้นแข็งแกร่งอย่างที่ไม่มีสิ่งใดทำลายได้ แต่ก็ไม่สามารถขวางมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพนิรันดร์ดอกบัวหงส์เก้ากลีบอย่างสุ่ยจิงอิ๋งได้

สุ่ยจิงอิ๋งกล่าว “เยี่ย เจ้ากับซีเข้าไปได้แล้ว ข้าเปิดเส้นทางให้แล้ว”

จิ่วเยี่ยกอดมู่เฉียนซีเดินเข้าไปตามทางเดินของสุ่ยจิงอิ๋งอย่างไม่รีรอ ส่วนสุ่ยจิงอิ๋งก็กลับเข้ามาในร่างของมู่เฉียนซี

เมื่อเข้ามาในแดนมังกรแล้วก็เหมือนกับว่าได้เข้ามาในโลกอีกโลกหนึ่ง

พวกเขาปรากฏตัวอยู่กลางอากาศ บริเวณรอบ ๆ ห้อมล้อมไปด้วยเมฆหมอก

เมื่อมองไปด้านหน้าก็มีเกาะลอยอยู่ในอากาศนับไม่ถ้วน

บนเกาะเหล่านั้นมีต้นไม้ที่สูงตระหง่านมากมายหลายชนิด อีกทั้งยังมีเถาวัลย์นับหมื่นปีอยู่มากมาย

มู่เฉียนซีรู้สึกราวกับว่าตนเองได้เข้ามาอยู่ในฉากภาพยนตร์แฟนตาซีก็มิปาน

โฮกก! เสียงคำรามของมังกรดังสนั่นขึ้นทำให้นางรู้ว่าสิ่งเหล่านี้คือความจริง

ทันใดนั้นเอง แสงสีทองอร่ามก็ปรากฏขึ้นในม่านเมฆขาว หางมังกรอันมหึมาสีทองอร่ามได้เหวี่ยงไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ

เผ่ามังกรเหล่านี้ก็คิดไม่ถึงเช่นกันว่าแดนมังกรที่ปิดผนึกมานานหลายปีเช่นนี้จะมีคนนอกย่างกรายเข้ามาได้

แดนมังกรนี้ใหญ่กว่าที่ได้จินตนาการเอาไว้มาก กว้างใหญ่ไพศาลกว่าดินแดนสี่ทิศอย่างไม่อาจเทียบได้

มู่เฉียนซีกล่าวถามว่า “จิ่วเยี่ย แล้วเราจะหาที่อยู่ของคลังเก็บของล้ำค่าของเผ่ามังกรได้อย่างไรล่ะ”

จิ่วเยี่ยกล่าว “ไปที่เกาะราชามังกร ไปหาราชามังกร พวกเขาจะรู้ว่าคลังเก็บของล้ำค่าของเผ่ามังกรอยู่ที่ใด”

จิ่วเยี่ยกอดมู่เฉียนซีเดินทางอยู่กลางอากาศไปได้ไม่ไกลมากนัก ทันใดนั้นเองคำสาปในร่างกายที่หลับใหลอยู่ก็ดูเหมือนว่าจะตื่นขึ้นมาแล้ว อักขระสาปสีดำเริ่มปรากฏออกมาจากในร่างกายของเขา

แย่แล้ว!

ปฏิกิริยาแรกของจิ่วเยี่ยก็คือส่งมู่เฉียนซีออกไปให้ไกลเขามากที่สุด

ทว่า มู่เฉียนซีกลับกอดแขนเขาไว้ไม่ยอมปล่อย มู่เฉียนซีกล่าวเสียงต่ำว่า “จิ่วเยี่ย อย่าผลักข้าออกไป”

“เราอยู่ในอาณาเขตของคนอื่น คำสาปเจ้ากำเริบแล้วเจ้ายังจะผลักข้าออกไปเช่นนี้อีก เจ้าคิดว่าข้าจะวางใจอย่างนั้นเหรอ?”

ดูเหมือนว่าครั้งนี้คำสาปจะกำเริบออกมาโดยไม่มีสิ่งใดล่อลวง ระดับในการกำเริบนั้นยังคงอยู่ในขั้นที่จิ่วเยี่ยสามารถควบคุมได้

หลังจากที่คำสาปอันน่ากลัวนี้กำเริบออกมา แดนมังกรที่เดิมทีท้องฟ้าแจ่มใสปลอดโปร่ง ในตอนนี้ได้ถูกเมฆครึ้มอันหนาทึบมาปกคลุมแทนที่ราวกับว่าแดนมังกรของพวกเขากำลังจะพังทลายลงก็มิปาน

เหล่าบรรดายอดฝีมือแห่งแดนมังกรสีหน้าพลันเปลี่ยนไปทันที “นี่มันเกิดอันใดขึ้นกันแน่?”

“หรือว่าจุดจบของแดนมังกรของพวกเรามันจะมาถึงแล้ว?”

“……”

เมฆาเปรียบดั่งเตียง นภาเปรียบดั่งผ้าห่ม

ฉึก!

สัตว์ร้ายพุ่งออกมาจากร่างของจิ่วเยี่ย สีหน้าของมู่เฉียนซีเคร่งเครียดขึ้น

ดวงตาอันลึกล้ำดุจดั่งมหาสมุทรลึกคู่นั้นดูเหมือนจะสามารถท่วมผู้คนได้ก็มิปาน

การเข้ามาในเผ่ามังกร ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น กลับคิดไม่ถึงว่าคำสาปจะมากำเริบเช่นนี้

ร่องรอยบนร่างกายถูกผนึกอย่างไร้ความปรานี มู่เฉียนซีกล่าว “หวงจิ่วเยี่ย กินยาเข้าไปเยอะ ๆ เลย นี่ไม่ใช่เวลาที่เจ้าจะมาเล่นตลกนะ”

ริมฝีปากของจิ่วเยี่ยสัมผัสลงบนแก้มของมู่เฉียนซี ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงอันแหบแห้งว่า “ข้ารู้ตัวเอง เพียงครู่เดียวเท่านั้น…”

“เช่นนี้จะช่วยบรรเทาให้ข้าได้”

มู่เฉียนซีกัดฟันกรอดและกล่าวว่า “แต่ว่า เจ้าดูด้วยสิว่าที่นี่มันที่ไหน นี่…”

ถึงแม้ว่าจะอยู่กลางอากาศ แต่ก็อาจจะมีมังกรผ่านไปมาได้

แม้ร่างกายมีพลังเพียงพอที่จะทำให้พวกเขาลอยอยู่กลางอากาศได้ แต่หากทำเช่นนั้นมีหวังต้องร่วงตกลงไปแน่ เมื่อถึงตอนนั้นคงเละเป็นแน่!

ทว่า องค์ชายจิ่วเยี่ยอยากจะทำสิ่งใดก็ต้องทำให้ได้ ไม่ได้คำนึงถึงสิ่งใดมากนัก

“ซีวางใจได้ ไม่ตกลงไปแน่นอน ซีแค่ปลอบใจข้าดี ๆ ก็พอแล้ว”

ปลอบใจ? นั่นยิ่งทำให้เขาหุนหันพลันแล่นเสียมากกว่า!

สุดท้าย มู่เฉียนซีที่ไม่สามารถอดทนได้แล้วก็เอายาหัวใจโพธิ์ออกมาขวดหนึ่ง และเทยาลูกกลอนนั้นยัดเข้าปากจิ่วเยี่ย

“เจ้าสงบสติอารมณ์หน่อย ยับยั้งคำสาปเอาไว้ให้ได้”

จิ่วเยี่ยกอดมู่เฉียนซีแน่น และหลับตาลง!

เขากล่าวเสียงขรึมว่า “ข้าคิดไม่ถึงเลยว่าเมื่อเข้าใกล้คัมภีร์หมื่นคำสาป มันจะสามารถปลุกคำสาปที่ยับยั้งเอาไว้ขึ้นมาได้”

มู่เฉียนซีได้ยินเช่นนี้ก็ตกใจผงะไปครู่หนึ่ง “นึกไม่ถึงเลยว่าจะเป็นเพราะเหตุนี้”

“จะ เจ้า…ออกไปจากแดนมังกรก่อนดีหรือไม่” ผู้ที่เล่นงานจิ่วเยี่ย ผู้ที่ลงคำสาปจิ่วเยี่ยคงจะโกรธแค้นจิ่วเยี่ยถึงขั้นสุดจริง ๆ

คำสาปยากที่จะแก้ได้ คัมภีร์หมื่นคำสาปหายากแล้วยังไม่พอ นึกไม่ถึงเลยว่าเมื่อเข้าใกล้คัมภีร์หมื่นคำสาปแล้วจะเกิดเรื่องประหลาดเช่นนี้ขึ้นอีก บีบบังคับให้จิ่วเยี่ยหมดหนทางจริง ๆ

อยู่ที่นี่นานไม่ได้แล้ว!

“ข้าไม่เป็นไร ซีไม่ต้องเป็นห่วง เพียงแต่ว่า…”

จิ่วเยี่ยพยายามใช้พลังทั้งหมดที่มีอยู่ยับยั้งคำสาปเอาไว้ และร่างกายของเขาก็อ่อนแอลง

อักขระสาปสีดำบนใบหน้าได้หายไปแล้ว และจิ่วเยี่ยก็กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง

“เกรงว่าจะไปหาราชามังกรตรง ๆ ไม่ได้แล้ว”

สถานการณ์ในตอนนี้ พลังของคนคนเดียวไม่เพียงพอที่จะต้านทานกับเหล่าบรรดายอดฝีมือทั้งเผ่ามังกรได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งยังมีซีอยู่ด้วยเช่นนี้อีก เขาไม่ยอมเสี่ยงอันตรายเป็นอันขาด

“เจ้าไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว ไม่ควรดันทุรัง เราหาวิธีอื่นก็ได้”

ถึงแม้ว่าคำสาปจะได้กำเริบอย่างกะทันหัน แต่มู่เฉียนซีก็ไม่อยากให้จิ่วเยี่ยดันทุรังไป

เมื่อถึงตอนนั้น หากต่อสู้กันดุเดือดเกินไป และหากคำสาปกำเริบขึ้นอย่างสมบูรณ์ มันจะยิ่งอันตรายมากขึ้นไปอีก

อย่างไรเสีย เผ่ามังกรเทพก็เป็นหนึ่งในสามของเผ่าสัตว์เทพโบราณ พลังความแข็งแกร่งไม่อ่อนแออย่างแน่นอน

มู่เฉียนซีกล่าว “หาที่พักกันก่อนเถอะ แล้วค่อยสอดส่องดูสถานการณ์!”

“อืม! ข้าเชื่อซี”

ครั้นแล้วพวกเขาก็จรดตัวลงมาจากอากาศและหาที่พัก

นี่เป็นเกาะกลางอากาศที่เงียบสงบมากเกาะหนึ่ง ก็ไม่รู้ว่าเกาะนี้เป็นอาณาเขตของเผ่ามังกรชนิดใด

ตุบ! พวกเขาได้ลงมาบนเกาะลอยกลางอากาศ ในที่สุดก็มีความรู้สึกเท้าเหยียบพื้นดินสักที

ก่อนออกเดินทาง มู่เฉียนซีได้เอายาลูกกลอนออกมาขวดหนึ่ง นางกล่าว “กินยาลูกกลอนนี่เสียก่อน”

จิ่วเยี่ยรับมาและกินลงไปทันที หลังจากที่กินยาลูกกลอนนี้เสร็จ ร่างของมู่เฉียนซีกับจิ่วเยี่ยก็แผ่ซ่านกลิ่นอายของเผ่ามังกรออกมา

นี่คือยาลูกกลอนที่ปลอมตัวเป็นคนของเผ่ามังกร มิเช่นนั้นการที่พวกเขาทั้งสองที่เป็นคนต่างเผ่าเข้ามาในอาณาเขตของเผ่ามังกรก็คงจะถูกจับได้โดยเร็ว

หากตามแผนเดิมของจิ่วเยี่ย ไม่จำเป็นต้องวุ่นวายเช่นนั้น แต่ตอนนี้ไม่อาจมุทะลุได้แล้ว แน่นอนว่าต้องปลอมตัว

มู่เฉียนซียิ้มพลางกล่าว “หามังกรสักตัวแล้วถามไถ่สถานการณ์กันก่อนเถอะ แล้วเราค่อยหาตำแหน่งของเกาะราชามังกร” มู่เฉียนซีกับจิ่วเยี่ยเดินไปได้ไม่ไกลนักก็ได้ยินการเคลื่อนไหวมาจากด้านหน้า!

ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

Score 7.8
Status: Ongoing Artist: Native Language: Chinese
อ่านนิยายเรื่อง ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ นางคือหมอปีศาจผู้เหี้ยมโหดแต่กลับต้องมาอยู่ในร่างของหญิงอ่อนแอไร้ความสามารถที่ผู้คนพากันรังเกียจ ทว่าหลังทำพันธสัญญากับเทพอสูรโบราณ ฝึกฝนบำเพ็ญเคล็ดวิชาต้านสวรรค์จึงเปล่งประกายเจิดจรัสจนผู้คนต้องหลบตาไปตาม ๆ กัน ทั้งยังครอบครองพิษหลายแขนง ใครที่กล้ามารังแกนาง นับว่ารนหาที่ตาย! โอสถเก้าสรรพคุณน่ะหรือ นั่นมันถั่วเคลือบน้ำตาลไว้ให้สัตว์เลี้ยงแสนน่ารักของนางกินเล่นต่างหากเล่า ปรุงยาเป็นก็ต้องเอาแต่ใจอย่างนี้นี่ล่ะ! -------------------------- เขาคือเยี่ยอ๋องรูปงามผู้เย้ายวน ผู้คนต่างเข้าใจว่าเขาเหี้ยมโหดไร้ความปรานี แต่ทำไมกับนาง เขาถึงได้เอาแต่ตามติดจนสลัดไม่หลุดอย่างนี้นะ “ท่านจ้องข้าทำไม” “ข้ากำลังคิดอยู่ว่า เจ้าจะกลายมาเป็นสตรีของข้าอย่างถูกต้องเมื่อไหร่” ทันใดนั้น เข็มเล็กก็จ่อเข้าที่เอวของเขา นางเอื้อนเอ่ยอย่างยิ้มแย้ม “ท่านอ๋อง การหุนหันพลันแล่นเปรียบดั่งปีศาจร้าย หากพิษเข้าร่างเกรงว่าท่านคงจะต้องมีชะตาเยี่ยงขันทีไปชั่วชีวิต!”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset