ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ – ตอนที่ 1149 โจมตีพวกเขาจนยอมจำนน

“พวกเจ้าอย่าได้โกหกพวกข้าเชียวนะ” มังกรดินเหล่านี้กล่าว

“แน่นอน”

ครั้นแล้วพวกเขาจึงเข้าไปยังเผ่ามังกรดินได้อย่างราบรื่น

มังกรดินทั่วไปมองไม่ออกว่ามู่เฉียนซีและพวกเป็นมนุษย์ แต่หัวหน้าเผ่ามังกรดินนั้นกลับมองออก

ตูม เปรี้ยง เปรี้ยง! ชั่วครู่หนึ่งบริเวณรอบ ๆ ก็ปรากฏกำแพงดินขึ้น และได้ห้อมล้อมมู่เฉียนซีและพวกเอาไว้

หัวหน้าเผ่ามังกรดินถลึงตาจ้องมองผู้อาวุโสสามมังกรอัคคี และกล่าวด้วยความโกรธเกรี้ยวว่า “นี่พวกเจ้าหมายความว่ายังไง นึกไม่ถึงเลยว่าพวกเจ้าจะพามนุษย์เหล่านี้มาในเผ่ามังกรดินของข้า”

ผู้อาวุโสสามมังกรอัคคีกล่าว “หัวหน้าเผ่ามังกรดินใจเย็น ๆ ก่อน ฟังข้าชี้แจงก่อน”

“ชี้แจง วาจาปลิ้นปล้อนของเจ้า ยังจะมีคำชี้แจงใดได้อีก! พวกเจ้าออกไปให้หมดเดี๋ยวนี้!”

พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของพวกเขาเริ่มสั่นสะเทือนขึ้นแล้ว หัวหน้าเผ่ามังกรดินต้องการจะโยนพวกเขาเหล่านี้ออกไปจากอาณาเขตของเผ่ามังกรดิน

ผู้อาวุโสสามมังกรอัคคีกระวนกระวายใจขึ้นแล้ว “พวกเจ้ามีเหตุผลสักหน่อยสิ! นี่เป็นมนุษย์ที่หัวหน้าเผ่ามังกรอัคคีของข้าไว้ใจนะ ตกลงพวกเจ้าจะไม่ฟังข้าชี้แจงใช่หรือไม่?”

“หึ! มนุษย์ที่หัวหน้าเผ่าของพวกเจ้าไว้ใจอย่างนั้นเหรอ แม้แต่หัวหน้าเผ่าของพวกเจ้า ข้าก็ไม่ไว้ใจ”

“สมองของพวกเจ้าล้วนมีแต่ดินทั้งสิ้นจริง ๆ ด้วย”

“พวกเจ้าคิดว่าเผ่ามังกรอัคคีของพวกเจ้าจะดีไปกว่าพวกข้าสักเพียงไหนกัน”

“……”

ผู้อาวุโสสามมังกรอัคคีกับหัวหน้าเผ่ามังกรดินเริ่มขัดแย้งกันแล้ว มุมปากของมู่เฉียนซีกระตุกขึ้นเล็กน้อย

นางเคยได้ยินมาว่าน้ำกับไฟนั้นมักจะขัดแย้งกันเสมอ นึกไม่ถึงเลยว่าความสัมพันธ์ของมังกรอัคคีกับมังกรดินนั้นก็จะขัดแย้งเช่นกัน แถมยังเลวร้ายถึงเพียงนี้

มู่เฉียนซีกล่าวอย่างจนปัญญาว่า “ไม่มีวิธีแล้ว ผู้อาวุโสสาม ในเมื่อพวกเขาไม่เชื่อพวกเรา ก็สู้กับพวกเขานี่แหละ พวกเขาจะต้องเชื่อแน่นอน”

จิ่วเยี่ยกล่าว “ซี ที่นี่มอบให้เป็นหน้าที่ข้า”

“เผ่ามังกรดินมีการป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุด ฝีมือความสามารถก็ดีกว่าเผ่ามังกรไม้มาก” เขากลัวว่ามู่เฉียนซีจะคำนึงถึงร่างกายของเขา เขาจึงชี้แจงให้ฟัง

มู่เฉียนซีกล่าว “ลงมือด้วยกันเถอะ!”

ทันทีที่มู่เฉียนซีกล่าวจบ พลังวิญญาณธาตุวารีก็เต็มมิติกักขังของพลังธาตุดิน

“ผนึกมังกรวารี!”

พลังมืดอันเย็นยะเยือกได้กลืนกินทุกอย่างไว้

หัวหน้าเผ่ามังกรดินกล่าวด้วยความแปลกใจว่า “ข้าคิดอยู่แล้วเชียวว่ามนุษย์อย่างพวกเจ้ามันมีเจตนาร้าย พวกมนุษย์อย่างเจ้ามันเจ้าเล่ห์ที่สุดแล้ว จับพวกมันโยนออกไปเดี๋ยวนี้”

เนื่องจากเป็นคนที่เผ่ามังกรอัคคีส่งมา เขาจึงไม่สามารถฆ่าได้ แต่ก็ไม่สามารถให้พวกเขาอยู่ที่นี่ได้

เผ่ามังกรดินมีป้อมปราการที่สมบูรณ์แบบที่สุด สิ่งนี้ทำให้จิ่วเยี่ยมีสภาพแวดล้อมในการแสดงฝีมือได้ดี!

ตูม เปรี้ยง! เปรี้ยง! จิ่วเยี่ยลงมืออย่างไร้ซึ่งความกังวลใด ๆ ทำให้มังกรทั้งเผ่ามังกรดินล้วนแต่สั่นสะท้านขึ้น

พวกเขากล่าวด้วยความประหลาดใจว่า “นี่ นี่มันไม่ใช่มนุษย์แล้ว!”

“พระเจ้า! เหตุใดถึงได้มีมนุษย์ที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ได้”

“……”

ผู้อาวุโสสามมังกรอัคคีก็ตกใจจนตาค้างขณะมองไปที่เงาดำนั้น พวกเขารู้ว่าท่านจิ่วเยี่ยนั้นแข็งแกร่งมาก แต่กลับคิดไม่ถึงเลยว่าจะแข็งแกร่งถึงขั้นนี้

หัวหน้าเผ่าตัดสินใจถูกแล้ว มีท่านจิ่วเยี่ยอยู่เช่นนี้ หากเผชิญกับสัตว์ประหลาดที่เกาะราชามังกรพวกเขาอาจจะชนะได้

ปัง ปัง ปัง!

มังกรหลายตัวได้กระเด็นลอยออกไป ถึงแม้ว่าจิ่วเยี่ยจะลงมือหนัก แต่กลับไม่ได้ทำให้มังกรดินเหล่านี้กลายเป็นโครงกระดูกขาว

“นี่ นี่มันพลังอันใดกัน!”

ถึงแม้ว่าการป้องกันของเผ่ามังกรดินจะแข็งแกร่งที่สุด แต่พวกเขาที่ต้องเผชิญหน้ากับพลังมืดอันแข็งแกร่งนั้นกลับป้องกันไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

การป้องกันใด ๆ ที่อยู่ตรงหน้าบุรุษผู้ดุจดั่งเทพมารนี้ล้วนไร้ผลทั้งสิ้น

มู่เฉียนซีก็รู้สึกจนปัญญาเช่นกัน ตกลงกันแล้วว่าจะลงมือด้วยกัน แต่สุดท้ายเพียงแค่กระบวนท่าเดียว นางยังไม่ได้ขยับเขยื้อนร่างกายเลย จิ่วเยี่ยก็จัดการคนเหล่านี้แล้ว

ถึงแม้ว่านางจะเลื่อนขั้นพลังวิญญาณจนถึงขั้นจักรพรรดิแห่งภูตแล้ว แต่ระหว่างพวกเขาสองคนความห่างชั้นนั้นยังคงไกลมาก จิ่วเยี่ยผู้นี้ช่างน่าทึ่งเกินไปแล้ว

หัวหน้าเผ่ามังกรดินก็รู้ดีว่าพลังของพวกเขานั้นแตกต่างกันมาก เขาพึมพำว่า “ไม่สู้แล้ว! พวกเราไม่สู้แล้ว”

ผู้อาวุโสสามมังกรอัคคีกล่าวอย่างทอดถอนใจว่า “หากรู้ว่าเป็นเช่นนี้ ก็คงจะไม่ทำตั้งแต่แรก!”

“เจ้า…” หัวหน้าเผ่ามังกรดินมองผู้อาวุโสสามมังกรอัคคี และเกือบจะมีเรื่องกับเขาอีกครั้ง

เผ่าสัตว์เทพเคารพเลื่อมใสผู้แข็งแกร่งมาก ไม่ว่าผู้แข็งแกร่งผู้นี้จะเป็นเผ่าใด ตราบใดที่สามารถเอาชนะพวกเขาได้พวกเขาก็จะเคารพเลื่อมใส

เห็นได้ชัดว่าจิ่วเยี่ยยังคงปราบพวกเขาไปได้อย่างสมบูรณ์

“ท่าน เชิญไปคุยกันด้านในเถิด!”

หลังจากที่ยอมจำนนแล้ว เผ่ามังกรดินก็สงบลงมาก

หัวหน้าเผ่ามังกรดินกล่าวถามว่า “ไม่ทราบว่าท่านมาที่เผ่ามังกรดินของพวกข้า มีเรื่องอันใด?”

“เรื่องนี้ให้ข้าเป็นคนพูดเองเถอะ!” เฮยเย้าที่เงียบมาโดยตลอดในตอนนี้ก็ได้ปริปากเอ่ยขึ้นแล้ว

“เจ้า…” หัวหน้าเผ่ามังกรดินตกใจผงะไปพลางมองไปที่เด็กในชุดคลุมสีดำนั้น

เด็กผู้นี้เป็นมังกรของเผ่ามังกร ไม่ใช่มนุษย์ เขาสามารถรับรู้ได้ เพียงแต่ไม่รู้ว่าเขาเป็นมังกรเผ่าใด

ดวงตาของเฮยเย้าพลันเปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามขึ้น

เมื่อเห็นดวงตาสีทองอร่ามอันงดงามคู่นั้น หัวหน้าเผ่ามังกรดินก็เข้าใจได้ทันที

“เจ้าคือมังกรทอง สายเลือดเผ่าราชา”

เฮยเย้าตอบ “ใช่!”

“เช่นนั้นที่เจ้ามาที่เผ่ามังกรดินของข้าก็เพื่อที่จะขอความช่วยเหลือให้เผ่ามังกรดินของข้าเปิดผนึกเกาะราชามังกรให้ใช่หรือไม่?” หัวหน้าเผ่ามังกรดินถามต่อ

เฮยเย้ากล่าวอย่างไม่ลังเลว่า “ใช่!”

“หัวหน้าเผ่ามังกรดินโปรดตอบตกลงคำขอของข้าด้วย”

“เช่นนั้น เด็กน้อย เจ้ารู้หรือไม่ว่าบนเกาะราชามังกรในตอนนี้นั้นมีสิ่งใดอยู่?”

ผู้อาวุโสสามมังกรอัคคียิ้มพลางกล่าวว่า “เรื่องนี้ หัวหน้าเผ่ามังกรของข้ากับหัวหน้าเผ่ามังกรไม้ได้บอกไปตั้งนานแล้ว และพวกเขาก็ได้ตัดสินใจแล้ว หากพวกเจ้าไม่กลัวว่าจะต้องถูกโจมตีจนพ่ายแพ้อีกละก็ รีบมอบป้ายคำสั่งมาเถอะ!”

หัวหน้าเผ่ามังกรดินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยจะดีนักว่า “เผ่ามังกรดินอันสง่าผ่าเผยของข้า จะกลัวถูกโจมตีจนพ่ายแพ้ได้อย่างไรกัน?”

จากนั้นเขาก็รับรู้ได้ถึงกลิ่นอายอันตรายกลิ่นอายหนึ่งที่ตกลงมาบนร่างของเขา หัวหน้าเผ่ามังกรดินจึงฝืนยิ้มเจื่อน ๆ ออกมา

“เพียงแต่ว่า ในเมื่อมันเป็นคำขอของทายาทแห่งเผ่ามังกรทอง พวกข้าก็ไม่มีเหตุผลใดที่จะปฏิเสธ”

หัวหน้าเผ่ามังกรดินเอาป้ายคำสั่งออกมาแต่โดยดี และนี่เป็นการได้มาที่ราบรื่นที่สุดแล้ว

เมื่อเอาป้ายคำสั่งออกมาแล้ว หัวหน้าเผ่ามังกรดินก็กล่าวอย่างทอดถอนใจว่า “แต่ทางด้านของเผ่ามังกรวารี พวกเขาคงจะไม่ยอมมอบป้ายคำสั่งออกมาแต่โดยดีเป็นแน่ ใช้ไม้แข็งไม่ได้ ใช้ไม้อ่อนก็คาดว่าจะไม่ง่าย”

มู่เฉียนซีตอบ “ไม่ว่ายังไงก็ต้องลองดูถึงจะรู้”

“เช่นนั้นข้าก็ขอให้พวกเจ้าทำสำเร็จก็แล้วกัน”

“เอ่อ…” ในตอนนี้เอง ผู้อาวุโสสามมังกรอัคคีก็ได้กล่าวขึ้น

“เช่นนั้นหัวหน้ามังกรดิน ท่านจะส่งผู้อาวุโสไปสักคนเพื่อไปส่งท่านมู่และพวกไปที่เกาะมังกรวารีได้หรือไม่? ที่นั่นพลังธาตุวารีเข้มข้นมากเกินไป ข้าไม่ชอบเอาซะเลย!”

หัวหน้าเผ่ามังกรดินกล่าว “ชิ! ความคิดเจ้าช่างโลกสวยเกินไปแล้ว เจ้าเอาคนของเจ้าไปส่งเถอะ!”

“ข้าว่าอยู่แล้วเชียวว่าเผ่ามังกรดินของพวกเจ้ามันตระหนี่ถี่เหนียว!”

“พวกเผ่ามังกรอัคคีอย่างพวกเจ้าก็ดีแต่ใช้กำลัง ก็ไม่ได้ดีไปกว่าพวกข้ามากนักหรอก”

“……”

เมื่อเห็นว่าทั้งสองกำลังต่อล้อต่อเถียงกันอย่างไม่รู้จบเช่นนี้ มู่เฉียนซีก็กล่าวว่า “ผู้อาวุโสสามมังกรอัคคี! พวกเราควรออกเดินทางได้แล้ว รีบเอาป้ายคำสั่งทั้งสี่เผ่ามาให้ได้แล้วรีบเปิดเกาะราชามังกรเถอะ”

ผู้อาวุโสสามมังกรอัคคีทำได้เพียงแค่ตอบรับ “ขอรับท่านมู่!”

เกาะของเผ่ามังกรวารีมีพื้นที่ถึงเก้าสิบส่วนร้อย ล้วนแต่มีแหล่งน้ำใสสะอาดบริสุทธิ์อย่างไม่อาจเทียบได้

เมื่อได้เข้าสู่อาณาเขตของเผ่ามังกรวารี มู่เฉียนซีก็รับรู้ได้ถึงพลังธาตุวารีอันบริสุทธิ์ที่อยู่ทั่วทั้งเกาะมังกรวารีแห่งนี้ นางรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง เพียงแค่ตื่นเต้นเท่านั้นยังไม่พอ แต่พลังธาตุวารีเหล่านี้ก็ยังหลั่งไหลเข้าสู่ร่างของนางอย่างบ้าคลั่งอีกด้วย

ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

Score 7.8
Status: Ongoing Artist: Native Language: Chinese
อ่านนิยายเรื่อง ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ นางคือหมอปีศาจผู้เหี้ยมโหดแต่กลับต้องมาอยู่ในร่างของหญิงอ่อนแอไร้ความสามารถที่ผู้คนพากันรังเกียจ ทว่าหลังทำพันธสัญญากับเทพอสูรโบราณ ฝึกฝนบำเพ็ญเคล็ดวิชาต้านสวรรค์จึงเปล่งประกายเจิดจรัสจนผู้คนต้องหลบตาไปตาม ๆ กัน ทั้งยังครอบครองพิษหลายแขนง ใครที่กล้ามารังแกนาง นับว่ารนหาที่ตาย! โอสถเก้าสรรพคุณน่ะหรือ นั่นมันถั่วเคลือบน้ำตาลไว้ให้สัตว์เลี้ยงแสนน่ารักของนางกินเล่นต่างหากเล่า ปรุงยาเป็นก็ต้องเอาแต่ใจอย่างนี้นี่ล่ะ! -------------------------- เขาคือเยี่ยอ๋องรูปงามผู้เย้ายวน ผู้คนต่างเข้าใจว่าเขาเหี้ยมโหดไร้ความปรานี แต่ทำไมกับนาง เขาถึงได้เอาแต่ตามติดจนสลัดไม่หลุดอย่างนี้นะ “ท่านจ้องข้าทำไม” “ข้ากำลังคิดอยู่ว่า เจ้าจะกลายมาเป็นสตรีของข้าอย่างถูกต้องเมื่อไหร่” ทันใดนั้น เข็มเล็กก็จ่อเข้าที่เอวของเขา นางเอื้อนเอ่ยอย่างยิ้มแย้ม “ท่านอ๋อง การหุนหันพลันแล่นเปรียบดั่งปีศาจร้าย หากพิษเข้าร่างเกรงว่าท่านคงจะต้องมีชะตาเยี่ยงขันทีไปชั่วชีวิต!”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset