ท้าทายลิขิตสวรรค์ – ตอนที่ 5 จุดสีแดง

ตอนที่ 5 จุดสีแดง

“คนเก่ง…เอาแผลที่หน้าผากมาให้แม่ดูหน่อยสิว่าจะต้องทำความสะอาดหรือเปล่า?”

มารดาเอื้อมมือไปปลดผ้าพันแผลสีขาวเพื่อตรวจดูบาดแผล ขณะที่มีอาการสะดุ้งเล็กน้อยด้วยความรู้ความรู้สึกตกใจ

“นี่มันจะกลายเป็นแผลเป็นรึหรือเปล่าเนี่ย?“

“ตอนแรกเห็นว่าบาดแผลใหญ่อยู่นะ ดูซิว่าเป็นอะไรมากหรือเปล่า?”

คุณยายพึมพำจากด้านข้าง

จากนั้นคุณแม่จึงร้องเอะอะขึ้นมาว่า

“พ่อ มาดูสิ! แผลนี้มีรูปร่างประหลาดจัง! มันดูเหมือนไฝแดงเล็ก ๆ ”

คุณย่าและหยางชิงรีบเดินเข้ามาดูด้วยความอยากรู้อยากเห็นทันที

แน่นอนว่าบนหน้าผากที่อ่อนโยนของเด็กน้อยมีรอยแผลเป็นที่ไม่น่าดู ซึ่งมันมีลักษณะคล้ายกับจุดสีแดงขนาดเล็ก

“เป็นไปไม่ได้, ในเวลานั้นซือเหมยได้รับบาดเจ็บอย่างชัดเจนจากน้ำเต้าหยกของพระพุทธรูปที่ตกลงมาบนตัวเธอและเลือดก็ออกไม่น้อยเลย”

คุณยายกล่าวในขณะที่รู้สึกว่ามันผิดปกติมาก

หวงซิ่วลี่เอื้อมมือไปแตะรอยแดงนั้น โดยรู้สึกว่ามันเรียบเนียนและละเอียดอ่อนราวกับว่าเป็นปานที่เด็กน้อยผู้นี้มีมาแต่กำเนิด

เมื่อเห็นปฏิกิริยาที่แปลกประหลาดของพวกเขา หยางซือเหมยจึงรู้สึกแปลกใจมากจึงรีบวิ่งเข้าไปในห้องและหยิบกระจกกบานใหญ่ของมารดาออกมาส่องดู

อันที่จริงแล้วสิ่งที่เห็นคือจุดสีแดงสดขนาดเล็กตรงกลางหน้าผาก ราวกับว่ามันถูกวาดอย่างตั้งใจเป็นพิเศษ สิ่งนี้ทำให้ใบหน้าเล็ก ๆ ของเธอดูน่ารักและมีชีวิตชีวามากขึ้น

ซือเหมยสัมผัสมันด้วยมือ แต่กลับไม่รู้สึกเจ็บเลยแม้แต่น้อย

มันเกิดอะไรขึ้น?

เมื่อมองออกไปด้านนอกห้องจึงเห็นว่าหยางชิงผู้ซึ่งเป็นบิดากำลังวิพากษ์วิจารณ์กับคุณยายและมารดาของเธอ โดยบอกพวกเขากล่าวว่า อย่าเชื่อเรื่องโชคลางใด ๆ และจุดสีแดงสดนี้อาจจะจางหายไปเมื่อบาดแผลของเธอหายแล้ว

แล้วมันจะจางหายไปจริงหรือเปล่า?

หยางซือเหมยเดินออกไปบริเวณหน้าบ้านและนั่งลงบนม้านั่งตัวเล็กพลางเปิดหนังสือเล่มสีเหลืองที่มีชื่อว่า ตำราแห่งการเปลี่ยนแปลงเล่มนั้น

เนื้อหาในหนังสือหน้านั้นมีความซับซ้อนมากพอสมควร เด็กน้อยกวาดสายตาอ่านทีละบรรทัดด้วยความตั้งใจ ผลปรากฏว่าเธอสามารถอ่านออกทุกคำ เมื่อเห็นว่าตนเองสามารถจดจำและท่องคำศัพท์ยาก ๆ เหล่านั้นได้อย่างราบรื่น ทันใดนั้นหยางซือเหมยก็รู้สึกตกใจ เป็นอย่างมาก

ถึงแม้ว่าเธอจะมีชีวิตอยู่มายี่สิบแปดปีในชาติที่แล้ว แต่เธอไม่เคยเรียนหนังสือเลย ซึ่งมีเพียงการเรียนรู้โดยครูพักลักจำ

ดังนั้นความสามารถทางด้านภาษาของเธอน่าจะอยู่เพียงแค่ระดับประถมศึกษาปีที่สามเท่านั้น แต่ตอนนี้เมื่อเธอมองไปที่ตัวหนังสือเหล่านั้นกลับสามารถอ่านออกได้โดยไม่ติดขัดแม้แต่น้อย

และเธอยังค้นพบอีกว่า สิ่งที่เธอได้อ่านไปเมื่อสักครู่นี้ถูกเก็บเอาไว้ในความทรงจำของเธอทันที

ความจำของเธอดีขึ้นเมื่อไหร่?

ทั้งหมดนี้เป็นผลจากการเกิดใหม่ใช่หรือเปล่า?

เธอลองอ่านหน้าอื่นบ้างแล้วปิดหนังสือ และผลลัพธ์คือ เธอสามารถท่องเนื้อหาเหล่านั้นได้อย่างสมบูรณ์

ตอนนี้เธอมีความจำของเธอมีประสิทธิภาพเช่นเดียวกับการใช้กล้องถ่ายภาพเลยทีเดียว!

นี่เธอ…ดูเหมือนจะเปลี่ยนไปเป็นเด็กอัจฉริยะซะแล้ว

“เฮ้! อาจารย์หยาง…”

เสียงเรียกของผู้หญิงที่แหลมเล็กดังขึ้น จากนั้นร่างของหญิงวัยกลางคนตัวอวบอ้วนเล็กน้อยที่มีเครื่องประดับตกแต่งทรงผมมากมายอยู่บนศรีษะก็ปรากฏขึ้น

โดยที่เธอผู้นี้สวมเสื้อลายดอกไม้สีแดงสดและกางเกงขายาวสีน้ำเงิน มาลากไปตามเนินไขมันเล็ก ๆ ของเด็กอายุห้าขวบกับเธอ

เมื่อเห็นทั้งสองเดินเข้ามาใกล้ หยางซือเหมยก็หดตัวเล็กน้อย

ผู้หญิงคนนั้นคือภรรยาของผู้ใหญ่บ้านที่มีชื่อว่า เหลียงหลูฮัว และเด็กผู้ชายคนนี้เป็นลูกชายของเธอชื่อ หยางซวง

ท้าทายลิขิตสวรรค์

ท้าทายลิขิตสวรรค์

ในชาติที่แล้วครอบครัวของเธอต้องพังพินาศและจบลงด้วยการกลายเป็นคนเร่ร่อนจรจัด ซึ่งสิ่งนี้หล่อหลอมให้เธอเป็นคนเจ้าเล่ห์เพื่อความอยู่รอด เพราะเธอไม่มีการศึกษาและไม่มีความสามารถทางด้านใดเลย สุดท้ายเธอต้องถูกทำร้ายจนตายแต่เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้งหนึ่งจึงพบว่าตนเองได้ย้อนกลับไปในตอนที่มีอายุเพียงแค่ห้าขวบ ขณะที่มีสิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้นกับเธอ นั่นคือหญิงสาวมีดวงตาศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถมองเห็นอดีตของผู้อื่น และยังสามารถช่วยแก้ไขภัยพิบัติให้คนผู้นั้นได้ ไม่เพียงแค่นั้น! เธอยังมีทักษะพิเศษในการมอบโชคลาภให้แก่ผู้คน อีกทั้งยังล่วงรู้แม้กระทั่งวันตายของคนอื่น ในชีวิตนี้เธอจะท้าทายสวรรค์เพื่อเปลี่ยนชะตากรรมและเอาความสุขกลับคืนมา ในชีวิตที่แล้วเธอไม่มีอะไรเลย ไม่มีการศึกษาหรือทักษะ จึงทำให้คนอื่นดูหมิ่นและถูกมองด้วยสายตาแห่งความเหยียดหยาม ในชีวิตนี้เธอพยายามที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการหยั่งรู้ฟ้าดินที่แท้จริง เพื่อต้องการยืนอยู่ในจุดสูงสุดของโลก ซึ่งมันจะกลายเป็นตำนานที่โลกต้องจดจำไปชั่วกัลปาวสาน… ผู้ที่เป็นหนี้เธอทุกคนจะต้องชดใช้ให้สาสม!

Comment

Options

not work with dark mode
Reset