นายน้อยเจ้าสำราญ – ตอนที่ 735 งานเลี้ยงหงเหมิน ( 2 )

ตอนที่ 735 งานเลี้ยงหงเหมิน ( 2 )

ตลอดทั้งยามเว่ย ซือหม่าเช่อมิได้สวมชุดราชการและมิได้จัดการงานราชการใด ๆ ทั้งสิ้น

นางอยู่ที่สวนด้านหลังที่ว่าการ และได้ร่วมสนทนากับฟู่เสี่ยวกวนมากมายหลายเรื่อง นางได้เอ่ยความในใจออกไปอย่างกล้าหาญอีกครา และฟู่เสี่ยวกวนก็มิได้แสร้งปฏิเสธแล้วเช่นกัน

“ข้าคงมิมีเวลามาอยู่กับพวกเจ้ามากนัก… เพราะยิ่งนานวันก็ยิ่งวุ่นวาย มิต้องเอ่ยถึงเวิ่นหวิน ชูหลาน และเสี่ยวโหลวที่อยู่ห่างไกลถึงจินหลิงเลย แม้แต่คนที่อยู่ใกล้ตัวเยี่ยงซินเหยียน…”

ฟู่เสี่ยวกวนหันไปมองสวี่ซินเหยียนด้วยสีหน้ารู้สึกผิด จากนั้นก็ถอนหายใจออกมา “ข้ามิมีเวลาสนทนาเป็นเพื่อนนางหรือพานางไปชมสวนดอกไม้ยามอาทิตย์อัสดงเลยด้วยซ้ำ”

สวี่ซินเหยียนเหลือบมองฟู่เสี่ยวกวน ในหนึ่งวันคนผู้นี้ยุ่งตั้งแต่เช้าจรดค่ำ เมื่อกลับถึงจวนก็ยังคิดถึงแต่เรื่องงานแม้แต่เวลาทานข้าว !

“ข้าเข้าใจดี”

ซือหม่าเช่อเกิดในครอบครัวใหญ่และเพื่อการพัฒนาของตระกูลในหนึ่งปีสี่ฤดูกาล ส่วนมากบิดาจะอยู่ที่บ้านเล็กบ้านน้อย แต่ก็มิใช่อุปสรรคต่อความรักที่มารดามีต่อท่าน

“บุรุษมีความทะเยอทะยานในทุกด้าน หากมัวแต่ขี้ขลาดหลบอยู่แต่ในบ้าน จะสามารถมีอนาคตได้ไกลสักเท่าใดกัน ? ในฐานะสตรี พวกนางจะต้องสนับสนุนบุรุษ เวลาอยู่ข้างนอกพวกเขาก็เหนื่อยมากแล้ว เมื่อกลับมาถึงบ้าน ชาร้อน 1 ถ้วย อาหารร้อน ๆ 1 โต๊ะและที่นอนอบอุ่น 1 ผืน จิตใจของเขา… จึงจะได้รับการปลอบประโลม”

นี่คือคำเอ่ยของมารดาซือหม่าเช่อที่เคยกล่าวกับนางและมิใช่เพียงแค่คราเดียว

คุณหนูใหญ่เฉกเช่นนาง สามีในอนาคตย่อมมาจากครอบครัวพ่อค้าใหญ่อย่างแน่นอน คำเอ่ยเหล่านี้ของมารดาย่อมเป็นการให้นางเตรียมความพร้อมเอาไว้ก่อน เพียงแต่มิมีผู้ใดคาดคิดมาก่อนว่าซือหม่าเช่อที่เดินทางจากหยิงชิวมาจนถึงจินหลิงได้มอบหัวใจดวงนี้ให้ผู้ยิ่งใหญ่ไปแล้ว !

สำหรับเรื่องนี้บิดาของซือหม่าเช่อมิได้แสดงท่าทีอันใด แต่ทว่าเป็นกังวลอยู่บ้างเล็กน้อย

นั่นติ้งอันป๋อเชียวนะ !

ในอนาคต ถ้าเขากลับราชวงศ์อู๋ไปแล้ว เขาย่อมได้ขึ้นครองบัลลังก์… เป็นองค์จักรพรรดิ !

ในฐานะที่ตระกูลซือหม่าเป็นพ่อค้าใหญ่ยังมิเคยคิดจะเข้าหาจักรพรรดิพระองค์ใดมาก่อนเลยสักครา !

ฉากละครแสนวุ่นวายของวังหลังมีให้เห็นอยู่มากมาย หากบุตรีอภิเษกกับจักรพรรดิพระองค์หนึ่ง นางก็จะกลายเป็นหนึ่งในนางสนมของวังหลัง วังที่ซับซ้อนและกำแพงที่สูงตระหง่าน… จะสามารถมีความสุขได้จริงเยี่ยงนั้นหรือ ?

การเชื่อมสัมพันธ์กับเชื้อพระวงศ์ เบื้องหน้าย่อมดูเจิดจรัส แต่เบื้องหลังที่หลบซ่อนอยู่นั้นจะมีแผนการและกลอุบายมากมายเพียงใดกัน ?

หากทำอันใดผิดพลาดไปก็จะถูกฝังกลบทั้งตระกูล !

ดังนั้นซือหม่าฮุ่ยจึงเขียนจดหมายส่งถึงบิดาซือหม่าอี้ชิวที่ใช้เวลาใคร่ครวญถึง 5 วันเต็ม จากนั้นจึงออกเดินทางมุ่งหน้ามายังว่อเฟิงเต้า

แต่ทว่าความกังวลของซือหม่าเช่อมิใช่การขัดขวางของตระกูลหรอก แต่คือการถูกปฏิเสธจากฟู่เสี่ยวกวนต่างหาก

ในวันนี้ที่ได้สนทนากัน ฟู่เสี่ยวกวนได้ตอบรับนางแล้ว นี่ทำให้นางมีความสุขมากยิ่งนัก และแน่นอนว่าเป็นความสุขจากส่วนลึกของจิตใจ

แต่ในตอนนี้นางเป็นกังวลยิ่ง สุริยากำลังจะลาลับของนภา งานเลี้ยงหงเหมินนั่น… นางจะมิยอมให้เกิดเรื่องอันใดขึ้นกับฟู่เสี่ยวกวนเป็นอันขาด !

ดังนั้นนางจึงเรียกทหารยาม 20 นายในเมืองหนิงซานมาพบ ทั้งยังจัดการเรียกผู้คุ้มกัน 30 คนของตระกูลซือหม่ามาอีกด้วย เพื่อให้พวกเขาคอยติดตามไปด้วย

แน่นอนว่าในสายตาของฟู่เสี่ยวกวนนั้นไร้ความหมายใด แต่เมื่อเป็นความกังวลของซือหม่าเช่อ เขาย่อมมิได้เอ่ยคัดค้านออกไป

……

……

ขบวนรถม้าได้มาถึงเรือนใหญ่ตระกูลจาง ณ หงเย่จี๋ ในยามพลบค่ำ

จางผิงจวี่พาลูกหลานมายืนรอต้อนรับที่หน้าประตูใหญ่สีแดงตั้งแต่เนิ่น ๆ แล้ว

สนามรบที่แท้จริงในวันนี้มิใช่ที่เรือนใหญ่ตระกูลจางของตน งานเลี้ยงในวันนี้ เขาได้เตรียมเอาไว้อย่างเต็มที่เพราะถึงเยี่ยงไรก็ต้องให้ติ้งอันป๋อได้ทานจนอิ่ม ให้เขาดื่มสุราหนัก ๆ แล้วเดินทางกลับไปอย่างสบายใจจึงจะเป็นไปตามแผนที่วางไว้

ท่าทีของจางผิงจวี่ดูกระตือรือร้นเป็นอย่างมาก ทั้งยังดูถ่อมตนเป็นอย่างยิ่ง

“ข้าน้อยจางผิงจวี่ยินดีต้อนรับการมาเยือนของติ้งอันป๋อขอรับ ! ”

เขาโน้มกายคำนับ ลูกหลานอีกหลายสิบคนที่ยืนอยู่ด้านหลังต่างคุกเข่าลงกันถ้วนหน้า

“ท่านจางมิจำเป็นต้องมีพิธีรีตองให้มากความ ลุกขึ้นเถิด เยี่ยงไรพวกเราก็ถือว่าคุ้นเคยกันแล้ว จงทำตัวตามสบายจะดีกว่า”

กลุ่มลูกหลานต่างก็พากันลุกขึ้นจากพื้น แต่ละคนมองไปยังติ้งอันป๋อในตำนานด้วยสายตาร้อนแรง พวกเขามิทราบว่างานเลี้ยงนี้ยังมีเรื่องอื่นซ่อนอยู่ จึงคิดเพียงแค่ว่าเป็นหัวหน้าตระกูลที่บากหน้าไปเชิญติ้งอันป๋อมาได้

สำหรับตระกูลจาง นี่ถือว่าเป็นเกียรติยศอันยิ่งใหญ่ สำหรับเหล่าลูกหลานเยี่ยงพวกเขา นี่ย่อมเป็นเกียรติต่อสายตามากยิ่งนัก

ว่อเฟิงเต้าที่แสนใหญ่โตแห่งนี้ ติ้งอันป๋อเคยไปเยือนเรือนผู้ใดบ้างเล่า ?

ถ้าเรื่องนี้แพร่กระจายออกไป ตระกูลจางก็จะกลายเป็นตระกูลอันดับหนึ่งของว่อเฟิงเต้าไปโดยปริยาย !

ไอหยา ! ใต้เท้าหญิงท่านนั้นก็มาด้วยเช่นกัน เป็นการดีที่จะให้นางได้เห็นความสัมพันธ์อันใกล้ชิดของหัวหน้าตระกูลและติ้งอันป๋อด้วยตาของตนเอง เพื่อหยุดความตั้งใจของนางที่คิดจะยึดที่นาของตระกูลจางไป

จางผิงจวี่โค้งกายคำนับอีกครา “ในชนบทเล็ก ๆ เช่นนี้เกรงว่าจะดูแลได้มิเหมาะสม ข้าน้อยตื่นตระหนกมากยิ่งนัก ขอติ้งอันป๋อผู้ยิ่งใหญ่ได้โปรดอย่าถือสาเลยขอรับ เชิญติ้งอันป๋อ… ! ”

เขาผายมือออกไป ฟู่เสี่ยวกวนเองก็มิได้เกรงใจเช่นกัน เขาจึงเดินนำซือหม่าเช่อ สวี่ซินเหยียน และทหารอีกสิบกว่านายเข้าไปในเรือนใหญ่ตระกูลจาง จากนั้นก็เข้าไปยังห้องโถงหลักภายใต้การนำทางของจางผิงจวี่

ทหารและผู้อารักขาเหล่านั้นทำตามคำสั่งที่ซือหม่าเช่อมอบหมายให้ก่อนหน้านี้ โดยแบ่งออกเป็นสองกลุ่มอย่างรวดเร็ว ทหารยี่สิบนายยืนอยู่รอบด้านของห้องโถงหลักและผู้อารักขาจากตระกูลซือหม่าอีกสามสิบกว่าคนให้คอยเฝ้าอยู่ที่ประตูทางเข้าเอาไว้

การกระทำค่อนข้างใหญ่โต แต่ทว่าใบหน้าของจางผิงจวี่กลับมิได้แสดงอาการมิพอใจออกมาแม้แต่น้อย

ทำให้ฟู่เสี่ยวกวนรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา หรือว่าเขาเชิญข้ามาด้วยความจริงใจอย่างแท้จริงกัน ?

เขาเงยหน้ามองไปรอบด้านและมิทราบเช่นกันว่าหนิงซือเหยียนกับจัวตงหลายซ่อนอยู่ที่ใด

จางผิงจวี่เดินนำอีกครา เขาให้ฟู่เสี่ยวกวนนั่งในตำแหน่งประธาน ส่วนสวี่ซินเหยียนนั้นมีจุดประสงค์เพื่อคุ้มกันฟู่เสี่ยวกวน นางจึงนั่งทางด้านซ้ายของฟู่เสี่ยวกวน และซือหม่าเช่อก็นั่งถัดจากสวี่ซินเหยียนอีกที

จางผิงจวี่นั่งอยู่ทางด้านขวาของฟู่เสี่ยวกวน ถัดมาก็เป็นบุตรชายทั้งสี่และหลานคนโตจางชิงหยาง

“ติ้งอันป๋อได้จัดงานเลี้ยงไป๋โส่วขึ้นที่เมืองว่อเฟิงส่งผลให้ว่อเฟิงเต้าในวันนี้มีแต่เรื่องราวที่น่าสรรเสริญไปทั่วบ้านทั่วเมือง ข้าน้อยทราบว่าติ้งอันป๋อจะมาที่เขตหนิงซาน จึงได้เฝ้าภาวนากับดวงดาราและจันทราจนมิสามารถข่มตาหลับลงได้…”

ฟู่เสี่ยวกวนแสยะยิ้ม “ไอหยา…ท่านจางทราบมาจากที่ใดเยี่ยงนั้นหรือว่าข้าจะมาที่หนิงซาน ? ”

จางผิงจวี่ชะงักงัน แล้วรีบเอ่ยออกมาว่า “ถึงเยี่ยงไรข้าน้อยก็อยู่ที่ว่อเฟิงเต้ามานานหลายปี ย่อมมีคนที่คุ้นเคยในเมืองว่อเฟิงเช่นกัน”

“กล่าวเยี่ยงนี้แสดงว่าท่านจางมีความตั้งใจไว้แล้วสินะ”

“อ่า ข้าน้อยคิดว่าหากติ้งอันป๋อมาที่หนิงซานจริง ๆ ข้าน้อยก็จะมีโอกาสแสดงมิตรภาพในฐานะเจ้าบ้าน เป็นการแสดงถึงความชื่นชมที่ข้าน้อยมีต่อติ้งอันป๋อ… ท่านเดินทางมาอย่างเหน็ดเหนื่อย พวกเราเริ่มกันเลยดีหรือไม่ขอรับ ? ”

“ข้าก็หิวมากแล้วจริง ๆ นั่นแหละ”

จางผิงจวี่ออกคำสั่งกับพ่อบ้านที่อยู่ด้านหลัง เขาจึงเดินออกไป จากนั้นมินานฟู่เสี่ยวกวนก็ได้เห็นสาวใช้ถือถาดเดินเข้ามาเป็นแถวยาวเหยียด

ในไม่ช้าบนโต๊ะก็เต็มไปด้วยอาหารอันโอชะ ส่วนสุราที่ดื่มก็คาดมิถึงว่าจะเป็นซีชานเทียนฉุน

“ท่านจางช่างมีน้ำใจมากยิ่งนัก ! ”

“ตราบใดที่ติ้งอันป๋อมิรังเกียจฝีมือหยาบ ๆ ของชาวบ้านในหมู่บ้านนี้ ข้าน้อยก็รู้สึกเป็นเกียรติอย่างถึงที่สุดแล้วขอรับ”

สวี่ซินเหยียนลุกขึ้นยืน นางหยิบเข็มเงินออกมาท่ามกลางสายตาตกตะลึงของจางผิงจวี่และคนอื่น ๆ นางใช้เข็มเงินเล่มนั้นตรวจสอบทีละอย่างแม้แต่สุราก็มิปล่อยผ่าน

ในแววตาของจางผิงจวี่มีประกายของความตื่นตระหนกพาดผ่านอย่างรวดเร็ว คุณชายจี้เอ่ยถูก… หากวางยาพิษไว้ในสุราขวดนี้ เรือก็จะล่มในทันที

คุณชายจี้ช่างฉลาดมากยิ่งนัก !

การหยั่งรู้รอบด้านถือเป็นแผนการอันแยบยล เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นบนสะพาน คาดว่าคุณชายจี้ก็ได้วางแผนเอาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้วเช่นกัน

นายน้อยเจ้าสำราญ

นายน้อยเจ้าสำราญ

Status: Ongoing
อ่านนิยายเรื่อง นายน้อยเจ้าสำราญโชคดีที่ได้ทะลุมิติมา ทั้งยังได้เกิดในตระกูลเศรษฐีที่ดิน ชีวิตนี้ไม่ได้ขาดแคลนอาหารและเสื้อผ้าแต่ก็ไม่อยากจะเอาแต่กินจนตายไปทั้งอย่างนั้น ดังนั้นฟู่เซี่ยวกวนจึงได้กระทำเรื่องบางอย่างตามอำเภอใจ โดยไม่ได้คาดคิดเลยว่าจะเกิดผล กระทบที่ใหญ่หลวงตามมาเยี่ยงนี้ ฮ่องเต้ต้องการให้เขาเป็นขุนนางชั้นหนึ่ง องค์หญิงต้องการแต่งตั้งให้เขาเป็นราชบุตรเขย บุตรีแห่งจวนเสนาบดีสำนักตรวจการต้องการแต่งกับเขา คนป่าต้องการหัวของเขา รัฐอี๋ต้องการชีวิตของเขา ส่วนรัฐฝานต้องการเงินของเขา… แต่เขา.. ฟู่เซี่ยวกวนนั้นต้องการเป็นเศรษฐีที่ดินผู้ยิ่งใหญ่ต่างหากเล่า !

Comment

Options

not work with dark mode
Reset