[นิยายแปล] Hell mode – ตอนที่ 117 คีล

บทที่ 117 คีล

            ได้บาทหลวงตามที่ต้องการอย่างคีลมาเป็นพวกแล้ว

            ถึงจะบอกว่าเป็นพวกแล้ว แต่เป็นช่วงทดลองการเป็นตี้จรของอเลน คีลบอกว่าไม่เคยเข้าดันเจี้ยนและไม่เคยล่ามอนสเตอร์

            ดูเหมือนจุดประสงค์ที่คีลเข้าปาร์ตี้ของอเลนคือเงิน

            จากการหาตี้จรในห้องเรียนของอเลน ที่บอกเรื่องผลงานกับความยอดเยี่ยมของพวกพ้องเพื่อความสบายใจในการผ่านดันเจี้ยน กับที่บอกว่าจำนวนคนน้อยทำให้ได้ส่วนแบ่งมาก เลยได้บาทหลวงตามที่เปิดรับ

            เพราะมีเป้าหมายเป็นเงิน เลยอธิบายเกี่ยวกับการหาเงินเพื่อไม่ให้เข้าใจผิด

            ดันเจี้ยนสามารถไปชั้นไหนก็ได้ที่เคยผ่านมาแล้ว แต่ต่อให้หัวหน้าปาร์ตี้เคยไปมาแล้วแต่ถ้าเจ้าตัวไม่เคยไปมาก่อนก็ไม่สามารถไปได้

            สุดท้ายที่สามารถไปได้คือชั้นที่เจ้าตัวเคยไปมาแล้ว ดังนั้นคีลที่ยังไม่เคยผ่านดันเจี้ยนจะต้องเริ่มตั้งแต่ชั้น 1 ของดันเจี้ยนระดับ C

            ดันเจี้ยนระดับ C นอกจากบอสชั้นล่างสุดแล้ว ทุกตัวเป็นมอนสเตอร์ระดับ E กับ D บอสชั้นล่างสุดเองก็อยู่ระดับ C

            การหาเงินหลักๆ จะเป็นรางวัลที่ได้จากการปราบบอสชั้นล่างสุด

            ใกล้ฐานของอเลน มีดันเจี้ยนระดับ C 3 แห่ง

            จากการตรวจสอบจำนวนชั้น พบว่าแต่ละแห่งมีจำนวน 4 ชั้น, 5 ชั้น และ 6 ชั้น

            ต่อจากนี้จะไปลุยดันเจี้ยนที่ 3 ซึ่งมี 4 ชั้น คิดว่าน่าจะผ่านได้ใน 2 สัปดาห์

            ถึงจะบอกไปว่าไม่เป็นไรหรือเปล่าเนื่องจากตอนนี้น่าจะยังหาเงินมากไม่ได้ซึ่งเขาก็ตอบกลับมาว่าไม่เป็นไร

            แล้วที่บอกว่าอยากจะให้มาดันเจี้ยนสัปดาห์ละ 1 วัน เขาก็บอกว่าอยากจะไปดันเจี้ยน 2 วันเพื่อสะสมเงิน

            เกี่ยวกับการเข้าร่วมปาร์ตี้เขาบอกว่าขอพักไว้ก่อน ถ้าไปดันเจี้ยนแล้วค่อยคิดอีกครั้ง

            ตอนนี้พวกอเลน ไปห้องของสิ่งก่อสร้างเพื่อเข้าดันเจี้ยน

            แล้วตรวจสอบว่าคีลเข้าเป็นพวกแล้วแต่ยังไม่ได้เข้าร่วมปาร์ตี้นักผจญภัย จะถูกส่งไปมิติดันเจี้ยนคนละแห่งหรือเปล่า

            ระบบเชื่อมต่อดันเจี้ยนบอกว่าถ้าเข้าห้องเดียวกันเพื่อไปดันเจี้ยนแล้วต่อให้ยังไม่ได้เข้าปาร์ตี้ก็จะถูกส่งไปยังมิติดันเจี้ยนเดียวกัน แต่ถ้าเป็นคนละห้องจะถือว่ามิติเวลาต่างกัน

            “คุณคีลดูเหมือนจะไปดันเจี้ยนเดียวกันได้ไม่มีปัญหา ถ้างั้นไปดันเจี้ยนกันเถอะ”

            “เข้าดันเจี้ยนจากตรงนี้เหรอ?”

            “ใช่แล้วครับ”

            อเลนพูดคุยกับคีลอย่างสุภาพ ต้องต้อนรับคนที่เข้าปาร์ตี้จรด้วยความสุภาพ นั่นคือมารยาทของหัวหน้าปาร์ตี้จร

            ตอนนี้พวกอเลน 5 คน อยู่ที่ห้องควบคุมระบบดันเจี้ยนของดันเจี้ยนระดับ C ที่กำลังจะไปผ่าน แล้วทั้ง 5 คนก็ย้ายไปที่ชั้น 1

            ใน 1 เดือนมานี้จากการผ่านดันเจี้ยนระดับ C ทำให้ทุกคนรวมไปถึงเซซิลเลเวลเพิ่มขึ้นพอสมควร ทำให้จัดการมอนสเตอร์ระดับ E ที่โผล่ออกมาได้อย่างง่ายดาย

            แต่คีลยังเป็นกังวลอยู่ เลยจัดให้คุเรนะกับโดโกร่าอยู่หน้าสุด เซซิลกับคีลอยู่แนวกลาง ปิดท้ายแถวด้วยอเลน

            และ

            “คุณคีล จะเอาตัวใหญ่ๆที่พูดก่อนหน้านี้ออกมาแล้วนะครับ”

            “ใหญ่ๆ? หา!?”

            คีลส่งเสียงออกมาอย่างดัง

            “ขอโทษด้วยที่ทำให้ตกใจ นี่คือพรสวรรค์ของฉันครับ”

            อเลนให้สัตว์อัญเชิญหิน D ออกมายืนข้างเซซิลกับคีลเพื่อคอยปกป้อง

            คีลรู้สึกตัวว่าทุกคนนอกจากอเลนไม่มีใครตกใจอะไรเลย เขาทำสีหน้าสงสัยว่าเรื่องนี้เป็นปกติอย่างนั้นหรือ

            “อ้า เข้าใจแล้ว แต่อย่างนี้มันยอดไปเลยนะเนี่ย”

            อธิบายเกี่ยวกับสัตว์อัญเชิญให้คีลฟังคร่าวๆไว้แล้ว ตอนที่อธิบายเขาแสดงสีหน้าเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งเลยเรียกสัตว์อัญเชิญออกมา ไม่คิดจะให้ดูความสามารถทุกอย่างอยู่แล้ว แต่จะให้คิดว่าไร้ความสามารถแล้วดีแต่สั่งการก็ไม่ได้ อยากจะให้เข้าร่วมปาร์ตี้นักผจญภัยอยู่

            แล้วถ้าจะให้ข้อมูลควรให้ข้อมูลด้วยตัวเองน่าจะดีกว่า

            “เอ่อ จะว่าไปคุณคีล ใช้เวทมนตร์ฟื้นฟูได้ใช่ไหมครับ?”

            ไหนๆก็แสดงสกิลของตัวเองให้ดูแล้ว ทางนี้เลยขอตรวจสอบบ้าง

            “เอ๊ะ? อ้อ ใช้ได้สิ”

            (ใช้ได้งั้นเหรอ คิดไว้ว่าถ้าใช้ไม่ได้ก็ไม่เป็นไรอยู่หรอก)

            จากการเข้าโรงเรียนทำให้รู้ว่าต่อให้มีพรสวรรค์ก็ใช่ว่าจะใช้สกิลได้

            คุเรนะกับโดโกร่ายังใช้สกิลไม่ได้ อาจจะเพราะจินตนาการยังไม่พอ

            ดูเหมือนสิ่งสำคัญที่สุดในการใช้สกิลคือจินตนาการ ถ้าจินตนาการไม่ผุดขึ้นมาสกิลจะไม่ทำงาน

            เซซิลเข้าเรียนกับอาจารย์สอนเวทมนตร์ ซึ่งอาจารย์คงใช้เวทมนตร์ให้ดู คงไม่มีวิธีไหนที่จะทำให้เข้าใจสกิลได้ดีกว่านี้อีกแล้ว

            ไม่มีอาจารย์ที่สอนโดโกร่ากับคุเรนะ มีความเป็นไปได้ที่คีลเองอาจจะยังใช้ไม่ได้ แต่ดูเหมือนจะฝึกจนเชี่ยวชาญแล้ว

            อเลนใช้วิชาอัญเชิญได้ตั้งแต่ตอน 1 ขวบ บางทีพระเจ้าอาจจะให้สิ่งที่เป็นมโนภาพเกี่ยวกับโครงสร้างของสกิลอัญเชิญใส่สมองของอเลนไว้แล้ว สำหรับอเลนการที่เห็นการ์ดลอยอยู่กลางอากาศเป็นภาพที่เคยเห็นมาก่อน

            “อ้อใช่แล้ว ไปจำเวทมนตร์มาจากที่ไหนเหรอครับ?”

            ถามเชิงลึกมากขึ้น

            “โบสถ์สอนมาน่ะ ได้รับเงินด้วย”

            จำเวทมนตร์ฟื้นฟูจากโบสถ์และใช้เวทมนตร์ฟื้นฟูกับคนเจ็บจนกว่าพลังเวทจะหมด พอจบวันจะได้ 10 เหรียญเงิน เขาบอกต่อว่าพยายามจำอย่างเต็มที่ เพราะจะได้รับการช่วยเหลือเรื่องอาหารการกินจนกว่าจะจำได้

            กว่าจะใช้ได้ก็เกือบ 2 เดือน

            (เกือบ 2 เดือนถือว่าค่อนข้างเร็วหรือเปล่านะ เพราะมีพระที่ใช้เวทมนตร์ฟื้นฟูให้ดูเป็นตัวอย่าง ทำให้เข้าใจได้เร็วหรือเปล่านะ ถึงอย่างนั้น 1 วันได้ 10 เหรียญเงินเหรอ)

            1 วัน 10 เหรียญเงิน ถ้าโรงเรียนมีวันหยุดสัปดาห์ละ 2 วันก็เท่ากับ 10 วันต่อเดือน หรือหาเงินได้ 1 เหรียญทอง ใน 1 ปีจะได้ 12 เหรียญทอง

            ถือว่าเป็นเงินจำนวนไม่น้อยอยู่

            อเลนรู้เพราะทำงานเป็นคนรับใช้ฝึกหัดที่เมืองแกรนเวลถึง 4 ปี มันแทบจะไม่มีทางเลยที่เด็กอายุ 12 ปีจะหางานที่ทำเงินได้เดือนละ 1 เหรียญทอง เงินเดือน 1 เหรียญทองมีแต่ต้องเป็นคนรับใช้ฝึกหัดของขุนนาง หรือที่ใกล้เคียงสุดคือไปฝึกงานกับร้านขายของที่จได้ค่าแรงเป็นครึ่งหนึ่ง

            ค่าแรกเข้าโรงเรียน 1 เหรียญทอง ค่าเล่าเรียนรายปีอยู่ที่ 10 เหรียญทอง นักเรียนปี 1 จำเป็นต้องใช้เงิน 11 เหรียญทอง โดยภายในค่าเล่าเรียนนี้จะมีค่าเครื่องแบบ, หนังสือเรียน, อาวุธกับเครื่องป้องกันที่ใช้ตอนฝึกปฏิบัติรวมอยู่ด้วย

            (แถมบอกกันว่านักเรียนของโรงเรียนไม่ต้องเสียภาษีรายบุคคลด้วยนี่สิ)

            ขึ้นอยู่แต่ละแคว้น ถ้าผ่านด้วยคะแนน B จะช่วยเหลือค่าเล่าเรียนครึ่งหนึ่ง มีอยู่หลายแคว้นที่จะช่วยเหลือค่าเล่าเรียนทั้งหมดหากผ่านด้วยคะแนน A หรือ S อนึ่งการช่วยเหลืออย่างอื่นนอกเหนือจากค่าเล่าเรียนถือว่าผิดกฎราชอาณาจักร

            ความตั้งใจของพันธมิตร 5 ทวีปคือ อยากให้ไปหาเงินสำหรับค่าดำรงชีพในดันเจี้ยน

            อเลนคิดว่า 1 ปีหาได้ 12 เหรียญทอง แล้วยังใช้ชีวิตอย่างยากลำบากด้วยการงดอาหารกลางวันอย่างนี้ อาจจะผ่านด้วยคะแนน C เลยไม่ได้รับเงินช่วยเหลือหรือเปล่า

            (ถ้ายากจนถึงขนาดนี้ อย่างน้อยคงไม่ใช่ขุนนาง)

            ในอุดมคติอยากได้ขุนนางที่ต้องรับหน้าที่ แต่คิดว่าได้ประชาชนหรือทาสติดที่ดินมาก็ไม่เป็นไร

            หลังจากนั้นก็ผ่านไปอีก 2 สัปดาห์ วันนี้เป็นวันหยุดและเป็นวันที่ 3 ของการลุยดันเจี้ยน

            “โน้นบอสชั้นล่างสุดเหรอ?”

            “ใช่แล้วครับ”

            ในที่สุดก็มาถึงบอสชั้นล่างสุด ตรงใจกลางวงเวทมนตร์มีออร์คระดับ C 1 ตัว กับก็อบลิน 10 ตัว

            “ถ้างั้น ครั้งนี้ฝากด้วยนะ”

            “อือ”

            “โอ้ว”

            “เข้าใจแล้ว”

            โดยพื้นฐานจะให้คุเรนะ, เซซิล และโดโกร่าปราบบอสชั้นล่างสุด ถ้าให้อเลนปราบจะไม่ได้ฝึกการร่วมมือ โดยจะให้คุเรนะกับโดโกร่าฝึกใช้สกิล ส่วนเซซิลให้ใช้พลังเวทเพื่อเก็บค่าประสบการณ์สกิล ให้ทั้ง 3 คนสู้จะได้ประโยชน์มากกว่า

            คุเรนะกับโดโกร่าวิ่งคู่กันใส่ศัตรู เซซิลใช้เวทโจมตีปราบก็อบลิน ออร์คกับก็อบลินเคลื่อนไหวจากการโจมตีระยะไกลด้วยเวทมนตร์ของเซซิล

            อเลนให้ความสำคัญกับการเรียกสัตว์อัญเชิญออกมาปกป้องเซซิลกับคีลระหว่างการต่อสู้

            โดโกร่าใช้ขวานป้องกันการใช้หอกแทงสุดตัวของออร์ค ส่วนคุเรนะก็ใช้ดาบใหญ่ฟันประสานกับการป้องกัน

            (ถ้ามอนสเตอร์ระดับ C แค่ 1 ตัวมันสบายๆสินะ กะแล้วว่าต้องรีบไปดันเจี้ยนระดับ B)

            จากการลุยดันเจี้ยนมา 1 เดือนครึ่ง ทำให้มอนสเตอร์ระดับ C แค่ 1 ตัวอ่อนเกินไปสำหรับ 3 คน คุเรนะกับโดโกร่าวิ่งกลับมาหาทั้ง 3 คน

            “หือ? ไม่เป็นไรนะ? ฮีล”

            คีลร่ายเวทมนร์ฟื้นฟูใส่แขนของโดโกร่าที่โดนหอกของออร์คไป 1 ที

            “……อ้า ขอบคุณ”

            (โอ๊ะ? เวทมนตร์ฟื้นฟูครั้งแรก)

            ในช่วง 2 สัปดาห์นี้เพิ่งเคยเห็นคีลใช้เวทมนตร์ฟื้นฟู เพราะไม่ค่อยจะมีโอกาสโดนโจมตีในดันเจี้ยนระดับ C เลย

            (กล่องสมบัติออกมาแล้ว โอ๊ะ!?)

            “วันนี้โชคดีนะเนี่ย”

            “โอ้ว! นี่เหรอกล่องสมบัติ!! หือ? โชคดี?”

            ในช่วง 2 สัปดาห์นี้ คีลไม่ค่อยได้เข้าร่วมวงสนทนา ทำให้ตามทุกคนไม่ทัน

            คีลที่เป็นเช่นนั้นส่งเสียงดังออกมา

            กล่องสมบัติที่โผล่มาข้างหน้าบอสชั้นล่างสุดที่ปราบได้ ครั้งนี้ไม่ใช่กล่องไม้แต่เป็นกล่องเงิน

            (อะไรกันเนี่ย เหมือนจะได้ของแรร์เลย)

            บอสชั้นล่างสุดจะดรอปกล่องสมบัติ 3 ชนิด คือ กล่องไม้, กล่องเงิน และกล่องทอง นี่คือสิ่งที่ได้ยินจากระบบเชื่อมต่อดันเจี้ยน

            ก่อนหน้านี้เล็กน้อยเคยดรอปกล่องเงินมาแล้ว ทำให้รู้ว่ารางวัลปราบบอสชั้นล่างสุดจะเป็นแบบสุ่ม ถึงจะไม่ได้บอกโอกาสในการออก แต่น่าจะเป็นกล่องไม้ 90% ,กล่องเงินเกือบ 10% ส่วนกล่องทองไม่ถึง 1 %

            ใน 10 ครั้งจะดรอปกล่องเงินสักครั้ง ทำให้คาดเดาโอกาสไว้ประมาณนี้ ส่วนกล่องทองยังไม่เคยเห็น

            พอเปิดกล่องสมบัติ

            “นี่มันโล่มิธริลนี่ ถ้ามิธริลใหญ่ขนาดนี้ราคาน่าจะมากกว่า 10 เหรียญทองนะเนี่ย”

            สิ่งที่ออกมาคืออุปกรณ์ป้องกันมิธริล

            “10 เหรียญทองเหรอ! โอ้วววว!!! บะ แบ่งเท่ากันใช่ไหม?”

            “แน่นอนครับ”

            เพราะอย่างนั้นเลยออกจากดันเจี้ยน เนื่องจากร้านขายอุปกรณ์ป้องกันยังเปิดอยู่เลยเอาไปขายได้มา 15 เหรียญทอง เลยมอบ 3 เหรียญทองกับหินเวทที่แบ่งเท่ากันแล้วให้คีล

            เรื่องหินเวททั้งหมดเป็นของอเลนไม่ได้บอกเอาไว้ตอนประกาศหาบาทหลวง เลยแบ่ง 1 ใน 5 ให้กับคีล

            “ขะ ขอบคุณนะ”

            พอบอกอย่างนั้นคีลก็วิ่งหายไปทางสถานีรถไฟเวทมนตร์ในเมืองที่เริ่มมืด

[นิยายแปล] Hell mode

[นิยายแปล] Hell mode

Artist: ,
อ่านนิยาย Hell modeยามาดะ เคนอิจิ พนักงานกินเงินเดือน อายุ 35 ปี ผู้ชื่นชอบเกมที่ต้องฟาร์มหนักๆ ตอนนี้กำลังสิ้นหวังกับยุคที่เกมเล่นผ่านง่ายๆกำลังเป็นที่แพร่หลาย ระหว่างนั้นเองที่เขาโดนเว็บไซต์หนึ่งที่เขียนว่า "สำหรับผู้ชื่นชอบการฟาร์มอย่างคุณ" ทำให้ไปเกิดใหม่ในต่างระดับเฮลโหมด ป.ล. 1 แปลจากเว็บโนเวล ถ้าไม่เหมือนฉบับรุปเล่มต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย ป.ล. 2 การอัพขึ้นอยู่กับเวลาว่างจากการทำงาน อย่าคาดหวังมาก(แต่จะพยายามอัพเรื่อยๆถ้าแปลเสร็จ

Options

not work with dark mode
Reset