ปกรณัมของเหล่านักเรียน ม.ปลาย ผู้ปฏิวัติโลก – ตอนที่ 2: ชีวิตประจำวันที่ควรจะเป็น

 

“ แล้วจะไปไหนดีหล่ะทีนี้? ” เคนเนธถามขึ้นในขณะที่เดินลงบันได พร้อมกับชิน เกวนและเพื่อนชายคนนึง เพื่อนหญิงอีก 2 คนตามหลังมาเป็นกลุ่ม

“ ที่เขาปล่อยให้กลับเร็วก็เพราะอยากให้กลับบ้านเร็วๆไม่ใช่เหรอ? ” ชินแนะนำแบบนั้น แต่ทุกคนดูเหมือนจะไม่ได้คิดแบบเดียวกัน

“ คิดมากตลอดเลยนะชินเนี่ย! ” เกวนพูดพลางยิ้มแห้งๆให้ แต่ทุกคนก็เข้าใจว่าชินแค่เป็นห่วง ชินเลยทำได้แค่ถอนหายใจ

 

แต่เอาเถอะ ถ้าจะไปก็เป็นเวลากลางวันนี่แหล่ะปลอดภัยที่สุดแล้ว

ชินคิดแบบนั้นก่อนจะเดินตามทุกคนไป ทุกคนเลยเข้าใจตรงกันว่าชินสมยอมแล้ว

 

“ งั้นไปเกมเซนเตอร์ที่ช็อปปิ้งมอลกันดีไหม? ”

“ ห่างไปแค่สถานีเดียวเองใช่ไหมนั่นอ่ะ? ”

“ ไปสิๆ! ”

เพื่อนชายที่ดูท่าทางร่าเริงแนะนำขึ้นมา สาวๆอีกสองคนก็แสดงท่าทีสนใจกันใหญ่

          งั้นตกลงตามนั้น! เคนเนธว่าก่อนจะเดินนำออกจากตัวอาคารไป นั่นเป็นตอนที่มีเด็กสาวคนนึงเดินออกมาจากตัวอาคารพร้อมกับพวกชิน แต่อยู่ห่างไปพอสมควร นั่นดึงดูดความสนใจทุกคนรวมถึงคนที่เดินอยู่ก่อนแล้วด้วย

 

“ เห้ยๆ นั่นมันโอลิเวียไม่ใช่เหรอ? ” เคนเนธพูดขึ้นราวกับเห็นของหายาก แต่ตามความหมายแล้วเด็กสาวในชุดนักเรียนที่เดินออกมาก็คือของหายากจริงๆนั่นแหล่ะ

          เธอเป็นเด็กนักเรียนสาวผู้มีเรือนผมสีเงินยาวสลวย ดวงตาสีเขียวใบไม้ราวกับผืนป่ากรีนวู๊ด ส่วนสูง 170 ซม. ใบหน้าสละสลวยราวกับออกมาจากภาพวาดของเทพธิดา หากเกวนเรียกว่าเป็นคนสวย เธอคนนี้ก็อยู่อีกระดับนึง แถมด้วยอาวุธของผู้หญิงอย่างหน้าอกหน้าใจที่เธอคนนี้มีก็ห่างชั้นกับทุกคนอย่างสิ้นเชิง หากรวมกับท่าทางการเดินอย่างมั่นคง แน่วแน่และสง่างามของเธอไปด้วยอีก นั่นยิ่งทำให้ทุกคนรู้สึกราวกับอยู่บนโลกคนละใบกับเธอ

          ทั้งใบหน้าที่เรียบเฉยราวกับไร้อารมณ์ของเธอ ว่ากันว่าต่อให้ถูกสารภาพรักก็ไม่เปลี่ยนสีหน้าเลยซักนิดนั่นคือเสน่อีกอย่างของเธอ จนได้ฉายาว่า “ราชินีน้ำแข็ง” เลยทีเดียว ทว่าจุดสังเกตที่ขาดไปไม่ได้เลยก็คือใบหูที่ยาวเป็นพิเศษของเธอ

          ใช่… เธอคือหนึ่งเผ่าพันธุ์ที่มีพลังพิเศษเหนือมนุษย์… เอลฟ์ ซึ่งหากนับเฉพาะในโรงเรียนนี้มีคนที่เป็นเอลฟ์เพียงแค่ 5 คนเท่านั้น ส่วนเผ่ามนุษย์สัตว์เองก็มีราวๆ 20 คนเห็นจะได้ เพราะการใช้ชีวิตร่วมกันหลากเผ่าพันธุ์ไม่ใช่เรื่องแปลกของยุคนี้

          อนึ่ง เธอคนนี้… โอลิเวียเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาห้อง 5-A ซึ่งถัดไปจากห้องของชินนี้เอง

 

“ ถึงจะเห็นมาหลายรอบแล้วก็เถอะ แต่ก็สวยสุดยอดไปเลยนะเนี่ย ”

          เคนเนธพูดขึ้นด้วยสีหน้าเคลิบเคลิ้ม ไม่สิ… พูดให้ถูกคือนอกจากชินแล้ว ทุกคนต้องมนต์สะกดของเธอหมดเลยต่างหาก ไม่แม้แต่ผู้หญิงด้วยกันบางคนด้วย

 

“ นั่นสิ… เอามาตรฐานของมนุษย์มาเปรียบด้วยไม่ได้เลย ”

          แม้แต่เกวนยังยอมแพ้แต่โดยดีและได้แต่ถอนหายใจ กับความงดงามที่เกินขีดจำกัดของเผ่าพันธุ์ ว่ากันว่าแม้แต่เอลฟ์ที่หน้าตาระดับล่างสุดยังงดงามกว่ามนุษย์ที่สวยที่สุดด้วยซ้ำ เกวนจึงได้แต่คิดว่ามันเป็นเรื่องช่วยไม่ได้ เพราะโอลิเวียคนนี้เธอสวยที่สุดในบรรดาเอลฟ์ที่เคยเห็นเลยด้วยซ้ำ

          แต่ในที่นี้กลับมีเพียงคนเดียวที่รู้สึกไม่เหมือนคนอื่น นั่นคือชิน

 

เอาเถอะ… ความงดงามมันสำคัญก็จริงในการเลือกคนรัก

ถึงจะบอกว่าคบกันเพราะนิสัยก็เถอะนะ แต่ยังไงหน้าตามันก็สำคัญพอๆกันอยู่ดีหล่ะนะ คนเราก็แบบนั้นแหล่ะ พวกเคนเนธและคนส่วนใหญ่คงคิดแบบนั้นกัน

 

แต่ถึงอย่างงั้นตัวเราในตอนนี้หน่ะ… ไม่มีเวลามาสนใจเรื่องพรรค์นี้หรอก

          ชินคิดด้วยความรู้สึกหลายๆอย่าง ทั้งอิจฉาที่คนรอบตัวรู้สึกตื่นเต้นแบบนั้นได้ ทั้งเจ็บปวดที่ไม่อาจมีความรู้สึกรักได้อย่างแท้จริง ทั้งยังรู้สึกผิดขึ้นโดยไม่รู้ตัวอีก

 

“ ไปกันเถอะ ”

          ชินส่งเสียงเรียกทุกคน ราวกับปลุกให้ตื่นจากภวังค์… รวมถึงตัวของเขาเองด้วย

          ก่อนที่จะเดินออกนอกรั้วโรงเรียนไป… โดยที่ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าโอลิเวียคนนั้นชำเลืองมองเขาจากด้านหลัง

 

❖❖❖❖❖

 

          หลังจากนั้นทั้งกลุ่มก็เดินไปขึ้นรถไฟฟ้าเหมือนกับตอนที่มาโรงเรียน ภายในตัวรถค่อนข้างโล่ง เพราะไม่ใช่เวลาเดินทางของคนส่วนใหญ่ แต่หากสังเกตดูก็พบว่ามีนักเรียนโรงเรียนอื่นกลับในเวลานี้ด้วยเหมือนกัน

 

ลำบากกันไปหมดเลยแฮะ

          ชินที่สบตากับเด็กนักเรียนหญิงสวมแว่นคนนึงที่น่าจะยังอยู่มัธยมต้นคิดแบบนั้น

          ทันทีที่รถไฟฟ้าถึงที่หมายและเทียบท่าสถานี เคนเนธและเพื่อนชายก็กระโดดโหยงราวกับเด็กๆ วิ่งนำหลุ่มขึ้นห้างไป สาวๆรวมถึงชินได้แต่ยิ้มแห้งๆและวิ่งตามไปด้วย

         

          สถานที่แรกที่ไปกันคือเกมเซนเตอร์โซนอาเคดเกม ซึ่งเป็นเกมตู้ที่ยังคงหลงเหลือให้เห็นในสมัยนี้ แม้นี่จะเป็นยุคของ AR หรือ VR แล้วก็ตามที แต่ความสนุกที่ยังคงเติมเต็มด้วยสัมผัสของมือจริงนั้นก็ยังมีอยู่

          พวกของชินไม่ได้มาเป็นครั้งแรก ทั้งกลุ่มเข้าไปนั่งเล่นเกมต่อสู้ Tekkan เหมือนเคย โดยที่มีสาวๆกลุ่มของเกวนมุงดู และผลลัพธ์ก็เหมือนเคย คือชินชนะรวด 10 ตาติด เคนเนธแสดงอาการเจ็บใจเหมือนทุกทีก่อนจะขอเปลี่ยนเกมที่เล่นไปเรื่อยๆ จะทั้ง Rhythm , FPS หรือเกมชู๊ตบาสก็เล่นกันไปหมดทุกเกม

          แต่ถึงอย่างงั้น ชินก็ยังชนะรวดอยู่ดี เคนเนธและเพื่อนชายอีกคนได้แต่แสดงอาการเจ็บใจเหมือนเคย ส่วนสาวๆยกเว้นเกวนที่เห็นชินเล่นเกมเก่งซะขนาดนั้นก็ทำเอาเปลี่ยนมุมมองไปเลย เพราะคิดว่าชินเป็นหนอนหนังสือ ส่วนเกวนนั้นได้แต่ยิ้มแห้งๆเพราะชินกับภาพนี้ไปซะแล้ว

          เล่นเช่นนั้นจนกระทั่งถึงเวลาบ่ายโมง ทั้งกลุ่มไปทานอาหารกลางวันพร้อมกันจนอิ่มก่อนที่จะเริ่มเดินเล่นตามห้างต่อตามประสาวัยรุ่นสมัยนี้ ทั้งร้านของเล่น ร้านเสื้อผ้า ไปจนถึงร้านขายของจิปาถะ แม้จะเป็นเพียงการเดินเล่นนั้น แต่มันก็ช่วยผ่อนคลายได้

          การผจญภัยเล็กๆเป็นเช่นนั้นจนกระทั่งเพื่อนสาวคนนึงเริ่มเหนื่อย ทั้งกลุ่มเลยจบการเดินทางลงและไปพักที่คาเฟ่เล็กๆราว 1 ชั่วโมง

          และกว่าจะรู้ตัว… ท้องฟ้านอกอาคารก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มเสียแล้ว

 

❖❖❖❖❖

 

“ ฮ่า! สนุกเป็นบ้า! ” เคนเนธพ่นล้มหายใจด้วยความสะใจ ก่อนจะจิบน้ำในขวดไปด้วยเดินนำไปด้วย

“ ก็นั่นสินะ ”

          และท่าทางแบบนั้นก็ทำให้ชินยิ้มออกมาด้วยความผ่อนคลายเช่นกัน ชินรู้สึกขอบคุณพวกเขาในใจที่พาออกมาเที่ยวเล่น

 

“ ไม่ต้องมานั่นสินะเลยเฟ้ย! ” เคนเนธว่าพลางเข้ามากอดคอชิน… เอาคำขอบคุณคืนมาเลยนะ ชินคิด

“ นั่นสิ ไม่เห็นรู้เลยว่าชินจะเล่นเกมเก่งขนาดนั้น! ”

“ เรียนก็เก่ง สอบก็ได้ท็อปสายชั้นตลอด… นี่นายเป็นมนุษย์แน่ปะเนี่ย ” เพื่อนสาวสองคนพูดไปในทางชื่นชม หากเป็นผู้ชายปกติคงเขินจนตัวลอยไปแล้ว

“ ก็มนุษย์หน่ะสิ ” แต่ชินก็ยังตอบกลับด้วยรอยยิ้มอ่อนๆเช่นเคย

 

“ นายเนี่ยไม่โลภเลยนะ… หน้าตาก็หล่อ การเรียนก็โหดสลัดแท้ๆ แต่ยังไม่มีแฟนกับเขาซะงั้น ”

“ นายเองก็ยังไม่มีเหมือนกันนี่พ่อรูปหล่อ ”

“ หนวกหูเฟ้ย! ”

เคนเนธแขวะเล่น แต่ชินก็ยิ้มอ่อนสวนกลับในทันที เป็นที่ขบขันของทุกคนอีกครั้ง

 

“ แต่ว่านั่นไง ถ้าเป็นนายอาจจะเล็งโอลิเวียได้อยู่นะ! ”

“ ไม่เห็นหน้าอกบะละฮึ่มนั่นรึไง? แถมยังสวยโคตรๆอีกด้วย นั่นคงเป็นความใฝ่ฝันของผู้ชายทุกคนเลยมั่งนั่น! ”

หนนี้เป็นเพื่อนชายอีกคนที่ยังไม่หลุดประเด็นเรื่องหญิง เคนเนธเองก็กลับมาร่วมด้วย แต่สำหรับนักเรียนชายกลัดมัน ประเด็นหลักที่ให้คุยมันก็มีอยู่แค่นี้

          ทางชินที่ได้ยินแบบนั้นเผยสีหน้าเย็นชาออกมานิดหน่อย แต่ไม่ถึงขนาดที่มีคนสังเกต

 

“ พวกผู้ชายก็เป็นซะแบบนี้แหล่ะน้า ”

“ นั่นสิ เพราะแบบนี้ชินเขาเลยป็อปมากกว่านายหน่ะเคนเนธ ”

“ อะไรกัน! ”

เพื่อนสาวสองคนช่วยถมไฟหนักขึ้น ทำให้ชินยิ้มแห้งๆออกมาอีก

          เนอะเกวน… หนึ่งในเพื่อนสาวกระซิบข้างหูเกวนแบบนั้น แล้วเธอก็หน้าแดงจนต้องหลบหน้าทุกคนไปอีก แต่แน่นอนว่าตอนนี้ทุกคนสนใจชินอยู่เลยไม่มีใครสังเกต

          ทั้งกลุ่มคุยเล่นแบบนั้นจนกระทั่งถึงทางเข้าหน้าห้างสรรพสินค้า เป็นเวลา 17.30 น. พอดี

 

“ งั้นก็ ไว้เจอกันนะ ”

          ชินพูดพร้อมกับโบกมือลากลุ่มของพวกเคนเนธด้วยรอยยิ้ม เพราะชินเป็นคนเดียวที่อพาทเมนต์ตั้งอยู่ทิศตรงข้าม

 

“ โอ้ว! ไว้เจอกันนะ ” เคนเนธตอบกลับด้วยรอยยิ้มร่าเริง พร้อมโบกมือให้เหมือนเคย

“ อะ อื้ม… เจอกันพรุ่งนี้นะชิน ”

          ส่วนเกวนตอบกลับมาด้วยสีหน้าประหม่าหน่อยๆ ก่อนที่กลุ่มของเคนเนธจะเดินหันหลังจากไปในทิศทางตรงข้าม

 

เที่ยวเล่นซะจนหนำใจเลยแฮะ…

          ชินคิดในขณะที่มองแผ่นหลังที่กำลังคุยกันอย่างสนุกสนานของพวกเคนเนธ พลางเหลือบมองไปที่ถนนฝั่งตรงข้าม สังเกตผู้คนที่เดินตามท้องถนน ก่อนจะเริ่มออกเดินบ้าง

 

ได้ไปเรียนตอนเช้า มีเพื่อนสนิทชายและเพื่อนสนิทสาวที่รู้ใจ

มีอาจารย์สุดแสบและเพื่อนร่วมชั้นที่ดีมีน้ำใจ

หลังเลิกเรียนก็หาเรื่องสนุกๆทำจนเหนื่อย กลับไปบ้านและคอยเฝ้านึกอย่างสนุกสนานว่าพรุ่งนี้จะมีเรื่องดีๆแบบไหนรออยู่…

 

————แต่เรื่องแบบนั้นสำหรับฉัน มันเป็นแค่ “ฝันลมๆแล้งๆ” เท่านั้น

          สายตาของชินเปลี่ยนไปเป็นคมกริบขึ้น รอยยิ้มที่มีเมื่อครู่หายไปสิ้นยามเมื่อเขาเดินคนเดียว เท้าเริ่มย่ำด้วยความเร็วที่มากขึ้น

          ไปยังจุดที่ถนนโล่ง อาศัยจังหวะที่ไม่มีใครสังเกตแล้วก็เลี้ยวหักศอกเข้าไปในมุมตึกที่แสงส่องไม่ถึง ความเร็วของเขาลดลงราวกับโล่งใจที่ไร้ผู้คนแล้ว

 

ใน “โลกแห่งแสงสว่าง” นี้ ไม่ใช่ตัวตนจริงๆของฉัน

แม้แต่ความรู้สึกหรือสีหน้าจริงๆยังไม่ใช่… แล้วจะให้เรียกมันว่าเป็น “ความจริง” ได้ยังไง

          ชินคิดพลางถอด “โฮโลวอช” ที่ข้อมือซ้ายตัวเองซึ่งเป็นแบบยอดนิยมออกและปิดเครื่องลง ก่อนที่จะหยิบโฮโลวอชอีกแบบนึงซึ่งมีลักษณะคล้ายปลากระเบนสีดำลายแดงหุบครีบอยู่ ชินนำมันมาสวมข้อมือซ้ายแทนอันเก่า

          ชินเคาะที่ตัวกระเบน มันก็กางครีบออกทันที ก่อนจะทำการติดต่อคนๆนึงด้วยการสื่อสารระยะไกล

          ไม่นานนักก็ต่อสัญญาณได้ ภาพที่แสดงเป็นภาพที่มีตัวอักษร “Voice Only” แสดงยามเมื่อปิดการพูดคุยแบบวิดีโอคอล

 

“ นี่ฉันเอง ” ชินพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาต่างจากตอนปกติเมื่อครู่ลิบลับ

          ไม่สิ… ความจริงแล้วนี่ต่างหากคือเสียงยามปกติของเขา

 

“ ค่ะมาสเตอร์ ” เสียงราวกับกระดิ่งของเด็กสาวดังขึ้นตอบรับคำเรียกของชินทันที ราวกับเธอรอชินอยู่ตลอดยังไงอย่างงั้น

“ วันนี้ไม่ต้องกลับบ้าน… ไปที่เซฟเฮาส์หมายเลข 3 หลังอาทิตย์ตกดิน ”

“ จะรีบไปเดี๋ยวนี้เลยค่ะ ”

          เด็กสาวตอบรับคำสั่งของชินในทันทีอีกครั้ง ชินยิ้มอ่อนออกมาทั้งด้วยความรู้สึกผิดและดีใจ ไม่เหมือนกับตอนปกติที่ปั้นยิ้มเอา… หากเป็นกับเด็กสาวคนนี้ชินจะแสดงรอยยิ้มออกมาจากใจ

 

อีกตั้ง 30 นาทีแท้ๆ เคร่งครัดซะจริงนะ…

แต่มันก็เป็นเพราะเราด้วยแหล่ะ ว่ากันไม่ได้หรอก

          ชินคิดแบบนั้นก่อนจะหายใจเข้าปอดเพื่อตั้งสติอีกครั้ง ในตอนที่กำลังเก็บโฮโลวอชแบบปกติเข้ากระเป๋า เขาเหลือบไปเห็นสมุดแบบฝึกหัดภาษาไทยที่ให้เคนเนธยืมไปเมื่อเช้า ภาพความสุขที่ได้รับมาตลอดทั้งวันก็แทรกเข้ามา แต่ชินก็ส่ายหน้าไปมาอย่างแรงเพื่อลบภาพนั้นออก

 

ไม่ได้… ตัวเราในตอนนี้ยังมีความสุขไม่ได้

          ชินเตือนตัวเองเช่นนั้น เรียกภาพความทรงจำอันเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดเพื่อกลบภาพความสุขแทนเพื่อย้ำเตือนถึงเป้าหมายของตัวเอง

พริบตานั้น ดวงตาสีดำของเขาก็เปลี่ยนเป็นสีแดงสดของเลือดราวกับมันตอบสนองความรู้สึกแสนรุนแรงที่คุกรุ่นในอกของชิน เขาเปลี่ยนสายตาเป็นคมกริบอีกครั้งก่อนจะเริ่มออกวิ่งไปยังจุดหมาย

 

ในเมื่อภาพอดีตยังคงหลอกหลอนอยู่แบบนี้

การจะก้าวต่อไปได้ ก็มีแต่ต้องทำแบบนี้เท่านั้นแหล่ะ

 

มีแต่ต้อง… สะสางเรื่องในอดีตให้มันจบไปซะ!

 

❖❖❖❖❖

Facebook Page : https://www.facebook.com/HatthAnant

ปกรณัมของเหล่านักเรียน ม.ปลาย ผู้ปฏิวัติโลก

ปกรณัมของเหล่านักเรียน ม.ปลาย ผู้ปฏิวัติโลก

Status: Ongoing
อ่านเรื่อง ปกรณัมของเหล่านักเรียน ม.ปลาย ผู้ปฏิวัติโลกชินกลายเป็นผู้ถือครองตราราชันย์และเข้าร่วมสงครามชิงบัลลังก์ปกครองโลก กระทั่งรู้ว่าคนที่ฆ่าพ่อแม่ของเขาคือหนึ่งในราชันย์ เขาจะเลือกการล้างแค้นหรือเส้นทางของราชันย์กันนะ

Comment

Options

not work with dark mode
Reset