ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา – ตอนที่ 475 ตลาดนัดประจำปี

การมารวมตัวกับเพื่อนนักเรียน สุดท้ายฉินสือโอวก็อวดรวยได้สำเร็จ เพราะเขาได้ถูกมอมเหล้าจนอ้วกแล้ว…
ความจริงที่เขาขับรถมาเอง ก็เพื่ออยากจะเลี่ยงการถูกมอมเหล้า แต่สุดท้ายกลายเป็นว่าทุกคนต่างก็เปี่ยมไปด้วยความยกย่องชื่นชมต่อเศรษฐีบ้านนอกคนนี้ และต่างก็อยากมาดื่มกับเขาแก้วสองแก้ว เมื่อได้ดื่มสองแก้วๆ ติดๆ กัน ฉินสือโอวจึงเริ่มอ้วกออกมา
ยังดีที่ฉินเผิงไม่เป็นอะไร เขามองฉินสือโอวที่อุ้มขวดเหล้าใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความสุข แล้วก็หามือถือของฉินสือโอวมากะว่าจะโทรหาวินนี่ เมื่อหยิบมือถือออกมาดู กลายเป็นว่าเข้ารหัสไว้ “พี่ชาย รหัสคืออะไร…”
 “บัตรใบไหนล่ะ?” ฉินสือโอวถามด้วยเสียงเมามาย
ฉินเผิง “…”
เมื่อขอรหัสปลดล็อกมือถือได้มาอย่างยากลำบากแล้ว แต่พอเปิดดูก็เริ่มปวดหัวอีก นี่นายคิดอะไรถึงใช้เวอร์ชันภาษาอังกฤษล่ะเนี่ย? ชื่อคนยังจะใช้ภาษาอังกฤษอีก? ฉันเรียนไม่จบมัธยมปลายด้วยซ้ำ นายให้ฉันอ่านภาษาอังกฤษเหรอ?
จนปัญญา ฉินเผิงจึงต้องโทรหาพ่อของฉินสือโอวแทน เมื่อวินนี่ได้รับที่อยู่แล้วก็พาเบิร์ดรีบตามมาหา
พอได้เห็นใบหน้าสะสวย บุคลิกดีงามของวินนี่แล้ว พวกเพื่อนนักเรียนที่ไม่ค่อยได้ติดต่อกับฉินสือโอวจึงมั่นใจได้เรื่องหนึ่ง ก็คือเหมือนว่าไอ้หมอนี่คงจะกลายเป็นเศรษฐีบ้านนอกไปแล้ว
และพอได้เห็นเบิร์ดที่ท่าทางน่าเกรงขาม ร่างกายกำยำออกมา และออกท่าทางเหมือนบอดี้การ์ด ตอนนี้พวกเขาเชื่อหมดใจแล้ว เจ้าฉินสือโอวกลายเป็นเศรษฐีบ้านนอกไปแล้วจริงๆ!
เบิร์ดแบกฉินสือโอวไว้ วินนี่คอยดูแลตลอดทาง ส่วนฉินสือโอวก็อ้วกตลอดทางกลับบ้าน
มื้อนี้ทำให้ฉินสือโอวเข็ดหลาบ ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันใกล้จะปีใหม่ เขาเข้มงวดในการดื่มเหล้าของเขามาก ดื่มเพียงแก้วสองแก้วพอเป็นพิธีเท่านั้น อีกอย่างงานสังสรรค์หลังจากนั้นส่วนใหญ่ก็มีแต่เพียงเพื่อนเท่านั้น เขาจึงพาวินนี่ไปด้วย เมื่อไรที่เขาดื่มไม่ไหวแล้ว วินนี่ก็จะรีบออกตัวดื่มแทนเขา
วันเวลาผ่านไปเรื่อยๆ ถึงแม้วันปีใหม่จะใกล้เข้ามาแล้ว แต่คนในหมู่บ้านกลับไม่ได้เฝ้ารอวันนี้เหมือนกับเมื่อก่อน แต่กลับถามถึงความคืบหน้าของโรงงานผลไม้กระป๋องทุกวันแทน
สำหรับหมู่ตระกูลฉินแล้ว โรงงานผลไม้กระป๋องถือเป็นเรื่องใหญ่มาก การฉลองปีใหม่สามารถทำได้ทุกปี แต่เรื่องนี้ถือเป็นธุรกิจแรกในหมู่บ้านของพวกเขา
คณะกรรมการหมู่บ้านเคยพูดไว้แล้ว โรงงานผลไม้กระป๋องนั้น นอกจากผู้จัดการโรงงานและนักบัญชีที่จ้างมาจากข้างนอกแล้ว พนักงานที่เหลือจะจ้างเฉพาะคนในหมู่บ้านเท่านั้น โรงงานผลไม้กระป๋องที่มีไลน์ผลิตสองสาย ห้องเก็บความเย็นที่จุได้หนึ่งร้อยตัน และงานจิปาถะอื่นๆ รวมๆ กันแล้วต้องใช้คนงานอย่างน้อยยี่สิบสามสิบคน นี่ถือได้ว่าเป็นการแก้ปัญหาเรื่องงานใช้แรงงานของหมู่บ้านได้ส่วนหนึ่ง
ยิ่งไปกว่านั้น ผลประกอบการของโรงงานผลไม้กระป๋องนี้จะถูกแบ่งให้กับทุกคนในหมู่บ้าน อีกหน่อยจะมีการแบ่งเงินให้กับแต่ละคนด้วย นี่คือเรื่องที่สำคัญที่สุด
คณะกรรมการหมู่บ้านได้เลือกพื้นที่ที่จะสร้างแล้ว เป็นพื้นที่ผืนใหญ่ทั้งหมดที่ติดถนนหลักด้านหลังของหมู่บ้านใกล้เคียง คนในหมู่บ้านที่เป็นเจ้าของที่ใจดีมาก เขาบอกว่าเอาไปใช้ก็พอ เงินชดเชยอะไรนั่นไม่สำคัญ ขอเพียงแค่โรงงานผลไม้กระป๋องสร้างเสร็จแล้ว รายรับที่หาได้จากที่ผืนนั้นจะเทียบได้อย่างไร?
วันจ่ายวันที่ 29 เป็นตลาดนัดปีใหม่ของเมือง วันนี้ถือเป็นวันที่ครึกครื้นที่สุดในรอบปี แน่นอนว่าฉินสือโอวต้องพาวินนี่และเด็กๆ ไปชมงานด้วย
ก่อนจะออกจากบ้าน แม่ของฉินสือโอวจัดเสื้อให้พวกเด็กๆ แล้วก็พูดกำชับเน้นย้ำกับฉินสือโอวว่า “ต้องดูแลเด็กๆ ให้ดีๆ นะ ตอนนี้มีคนเลวเยอะ งานตลาดนัดปีใหม่ของปีที่แล้วคนของหมู่บ้านตระกูลสื่อก็ทำเด็กหายไป จนถึงตอนนี้ก็ยังหาไม่เจอเลย!”
ฉินสือโอวบอกแม่ว่าวางใจเถอะ เด็กๆ ของเราล้วนแต่เป็นคนต่างชาติ สะดุดตาเกินไป ต้องเป็นคนโง่แค่ไหนกันถึงจะกล้ามาฉุดเด็กแบบนี้?
แม่ของฉินสือโอวรู้สึกว่าคำพูดของฉินสือโอวฟังดูมีเหตุผล จึงวางใจลงไปบ้าง
แต่เพื่อปลอดภัยไว้ก่อน แม่ของฉินสือโอวให้พวกเด็กๆ จูงสุนัขไปด้วย เมื่อมีทั้งคนทั้งสุนัขจะทำให้ดูเหมือนเป็นตัวถ่วงได้ ยิ่งดูเป็นตัวถ่วงและสะดุดตามากเท่าไร พวกแก๊งลักพาตัวก็จะยิ่งไม่กล้าแตะ
พวกเขาออกเดินทางอย่างมีความสุข ฉินสือโอวอธิบายให้วินนี่ เบิร์ดและพวกเด็กๆ ฟังว่า “อีกเดี๋ยวทุกคนต้องเดินไปด้วยกันนะ เบิร์ดอุ้มหู่จือ ฉันจะอุ้มเป้าจือไว้ มีคนเยอะมาก ต้องเดินไปด้วยกัน ห้ามเดินหายไปเข้าใจไหม?”
 “คนเยอะมากเลยเหรอ?”
 “อยู่ที่แคนาดาพวกเธอคงไม่มีทางนึกภาพออกแน่ว่าที่นี่มีคนเยอะแค่ไหน นี่คืองานเทศกาลที่ใหญ่ที่สุดของปีของเมืองเลย คนจากในเมืองแทบจะทั้งหมดต่างก็พากันมาร่วมงานในเขตอำเภอนี้ ถึงขั้นว่ามีคนจากอำเภอข้างๆ ก็มาร่วมงานด้วยนะ”
 “ก่านจี๋ (ตลาดนัด)? หมายความว่าอะไรน่ะเหรอ?”
 “ก็คือการรีบมารวมตัวกัน (ก่านหมายถึงเร่งรีบ จี๋หมายถึงรวมตัว) เชื่อฉันสิ อีกเดี๋ยวพอพวกเธอไปถึงตลาดแล้วต้องรู้สึกตะลึงแน่นอน”
แม้ว่าฉินสือโอวได้พูดให้วินนี่ เบิร์ดและพวกเด็กๆ เตรียมใจไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่ว่าเมื่อรถขับไปถึงทางเข้าหลักของเมืองแล้ว ทุกคนก็ยังตะลึงจนอึ้งอยู่ดี!
ยังไม่ทันถึงถนนของตลาดนัด แต่สิ่งที่พวกเขาเห็นก็คือรถ ทั้งบนถนน พื้นที่ว่างหน้าบ้านของพวกชาวบ้าน แม้แต่ผืนดินที่เพิ่งมีต้นกล้าข้าวขึ้นมา ล้วนอัดแน่นไปด้วยรถ
รถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ตลอดทางที่ผ่านมาพวกเขาเห็นรถจำนวนนับไม่ถ้วนมากมาย กอร์ดอนที่ว่างไม่มีอะไรทำยังอยากจะนับจำนวนรถพวกนี้ สุดท้ายนับไปได้ไม่กี่นาทีเท่านั้นก็ไม่นับแล้ว คนที่คำนวณเลขที่คูณด้วยเก้าขึ้นไปยังทำไม่ได้อย่างเขาในสถานการณ์อย่างนี้ยิ่งไม่ไหวแน่นอน
เมื่อมาถึงทางเข้าตลาดฝั่งตะวันออกตะวันตก คนกลุ่มนี้ยิ่งตะลึงเข้าไปอีก พวกเขาเห็นอะไรน่ะเหรอ? ก็ฝูงคนยั้วเยี้ย! เดินไหล่ชนกันที่แท้จริง ปาดเหงื่ออย่างกับปาดน้ำฝน และคนมัวฟ้ามัวดินที่แท้จริง!
ถนนหลักของเมืองชนบทนั้นค่อนข้างกว้าง ถนนของหมู่บ้านฉินสือโอวกว้างประมาณเจ็ดแปดเมตร แต่ว่าแม้แต่ถนนที่กว้างขนาดนี้ยังอัดแน่นไปด้วยผู้คน อัดแน่นอย่างจริงจัง คนคนหนึ่งหากอยากจะเดินไปข้างหน้า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่าเขาจะอยากเดินไหม แต่อยู่ที่กระแสคนจะพาเขาเดินไปหรือเปล่า!
เมื่อมองไปที่หัวของคนที่อัดแน่นกันอยู่นั้น กล้ามเนื้อบนหน้าของเบิร์ดกระตุกไปทีหนึ่ง แล้วพึมพำออกมาว่า “นอกจากตอนไปรักษาความปลอดภัยที่ชายแดนอิรักแล้ว ผมยังไม่เคยเห็นคนเยอะขนาดนี้มาก่อนเลย! นี่มันดูเวอร์ยิ่งกว่าพวกลี้ภัยเสียอีก!”
เด็กทั้งสี่คนยิ่งตะลึง พวกเขาอาศัยอยู่แต่ที่นิวฟันด์แลนด์ ไม่มีทางนึกภาพกลุ่มคนที่เยอะขนาดนี้ได้แน่นอน ทั้งประเทศแคนาดามีพื้นที่เพียงแค่หนึ่งพันตารางกิโลเมตรจะมีคนสักเท่าไรกันเชียว? สามสิบล้านคน! จำนวนคนแค่นั้นไม่มีค่าอะไรเลย!
วินนี่พูดอย่างถอดใจว่า “ถึงว่าคุณถึงบอกว่าจะอุ้มหู่จือกับเป้าจือเดินตลาด พระเจ้า ถ้าเดินจูงพวกมันล่ะก็ เจ้าสองตัวนั้นคงถูกเหยียบจนกลายเป็นเนื้อบดแน่!”
ฉินสือโอวเปิดกระเป๋าสะพาย เป้าจือก็รีบวิ่งเข้าไป หลังสะพายมันขึ้นแล้ว ขาสองข้างของมันพาดออกไปข้างนอกกระเป๋า และหดตัวอยู่ในกระเป๋าอย่างสงบเสงี่ยม ไม่ส่งเสียงอะไร แม้แต่หมายังตกใจ…..
คนเยอะ ร้านเยอะ แผงลอยเยอะ ฉินสือโอวดึงวินนี่เดินนำทางอยู่ข้างหน้า เบิร์ดเดินปิดท้าย เด็กสี่คนเดินอยู่ตรงกลาง ทุกคนเดินเบียดเข้าไปในฝูงชนอย่างยากลำบาก ก่อนจะเริ่มเดิน ฉินสือโอวซื้ออมยิ้มให้พวกเด็กๆ ก่อน บอกว่าเอาไว้เติมพลัง
มิเชลกัดทีนึงแล้วกินเข้าไป พูดว่า “มีรสเปรี้ยว มีรสหวาน ไม่เลวเลย”
เทียบกับอมยิ้มแล้ว พาวลิสชอบอ้อยมากกว่า ที่นิวฟันด์แลนด์มีอ้อยค่อนข้างน้อย ถึงมีก็ราคาแพงมาก
ฉินสือโอวบอกว่าที่นี่อ้อยถูก เธอไปถามสิ เชอร์ลี่ย์เดินเบียดอย่างลำบากเดินไปที่แผงขายอ้อยเพื่อถามราคาให้กับพาวลิส คุณลุงขายอ้อยคงจะเพิ่งเคยเห็นเด็กต่างชาติเป็นครั้งแรก จึงถามตาปริบๆ ว่า “สาวน้อย เธอเป็นคนอเมริกันเหรอ?”
คนรอบข้างก็ยืนมองพวกวินนี่อย่างประหลาดใจ ความสวยและบุคลิกที่สง่าของวินนี่ ร่างกายกำยำของเบิร์ด และเด็กๆ สี่คนที่หน้าตาแปลกประหลาดล้วนเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่เคยเจอมาก่อน ฉินสือโอวคิดว่าพวกเขาน่าจะเป็นชาวต่างชาติกลุ่มแรกในเมืองบ้านเกิดเขาเป็นแน่
ดีที่ตอนนี้ทั้งโทรทัศน์และอินเทอร์เน็ตแพร่หลาย คนส่วนมากจึงพอคุ้นเคยคนต่างชาติบ้างบางคนที่ไปทำงานที่เมืองใหญ่ก็มีเคยเห็นชาวต่างชาติมาบ้าง ดังนั้นจึงไม่มีคนมารุมล้อม เพียงแต่เมื่อเจอแล้วก็มองอย่างประหลาดใจเท่านั้น แน่นอนพวกที่หยิบโทรศัพท์มาถ่ายรูปก็มีเยอะเช่นกัน
คุณลุงพูดติดสำเนียงมาก เชอร์ลี่ย์ฟังไม่เข้าใจ ฉินสือโอวจึงช่วยแปลให้ เชอร์ลี่ย์ยักไหล่ทำท่าว่าเข้าใจแล้ว และพูดว่า “ไม่ใช่ค่ะ พวกเรามาจากแคนาดา อยู่ทางเหนือของอเมริกาค่ะ อ้อยราคาเท่าไรคะ?”
………………………….

ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา

ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา

ชีวิตบัดซบของ ‘ฉินสือโอว’ เริ่มต้นด้วยการถูกใส่ร้ายว่ายักยอกเงินและถูกให้ออกจากบริษัท หนำซ้ำยังต้องชดใช้จนไม่มีแม้แต่เงินจ่ายค่าเช่าห้อง แต่ไม่รู้ว่าโชคดีหรืออะไร เขาพบว่าคุณปู่รองได้ทิ้งพินัยกรรมมูลค่าหลายร้อยล้านไว้ให้ นั่นคือฟาร์มปลาที่แคนาดา แต่ที่นั่นกลับโกโรโกโสทรุดโทรม ปลาสักตัวก็แทบไม่มี นอกจากนั้นยังต้องเสียภาษีการยืนยันพินัยกรรมจำนวนมากอีก จากที่ตอนแรกเขากะจะขายฟาร์มแล้วหอบเงินกลับประเทศจีน กลับต้องฟื้นฟูกิจการฟาร์มปลาเพื่อหาเงินไปจ่ายค่าภาษี ไม่งั้นจะต้องยอมเสียฟาร์มให้ทางการไป ทว่าระหว่างที่สำรวจทะเลสาบในเกาะ เขาถูกปลาทำร้ายจนเลือดที่คางหยดลงไปบนจี้รูปหัวใจสีน้ำเงินที่มีชื่อว่า ‘หัวใจโพไซดอน’ ทำให้ตัวจี้หลอมเข้าไปในตัวเขา จากนั้นมา… จิตสำนึกของเขาก็สามารถสำรวจและควบคุมท้องน้ำรวมถึงทำการเยียวยาและรักษาสิ่งมีชีวิตในทะเลได้ และนี่ คือหนทางกอบกู้ฟาร์มมรดกของเขา!

Options

not work with dark mode
Reset