พันธกานต์ปราณอัคคี – ตอนที่ 619 ถ้อยคำสวยหรูยากฝากฝัง

“นางหนูน้อย เจ้าดวงดีมากจริงๆ!” เจ้าปีศาจลั่วเฟิงพิจารณามั่วชิงเฉินอย่างละเอียด แววตาเต็มไปด้วยแววถามซักไซ้

“คงไม่เท่าผู้อาวุโส!” มั่วชิงเฉินนึกถึงความปลอดภัยของหลัวอวี้เฉิง ก็ขี้เกียจจะพูดพล่ามไร้สาระ ใช้ขาขวาที่ถูกอีกฝ่ายคว้าเอาไว้เป็นจุดหมุน ร่างกายหมุนวน ขาซ้ายกวาดไปทางข้างแก้มของเจ้าปีศาจลั่วเฟิง

เจ้าปีศาจลั่วเฟิงที่ผลักขาขวาของมั่วชิงเฉินออกก็กินแรงแล้ว ในใจพลันตกตะลึงว่าเหตุใดขาขวาของนางหนูผู้นี้ถึงแข็งแกร่งเพียงนี้ เห็นขาซ้ายของนางกวาดมา ก็คิดว่าขาซ้ายและขาขวามีพละกำลังเช่นเดียวกัน จึงรีบร้อนเบี่ยงตัวไปด้านข้าง

การเบี่ยงตัวครั้งนี้ของเขา กำลังแขนที่คว้าขาขวาของมั่วชิงเฉินเอาไว้จึงลดลงไปหลายส่วน

มั่วชิงเฉินอมยิ้ม ถือโอกาสออกแรงถีบที่ขาซ้าย ศีรษะตั้งตรง สองมือตบไปบนพื้น ขาขวาดิ้นรนออกจากเจ้าปีศาจลั่วเฟิง และถือโอกาสนี้หมุนตัวขึ้นไปกลางอากาศตามความเคยชิน ถีบส่วนท้องของเจ้าปีศาจจนเกิดเสียงดังปัง

ครานั้นเจ้าปีศาจพลันถูกถีบจนล้มลงกับพื้น

มั่วชิงเฉินไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย กระโจนเข้าไปทันที

“นางหนูสารเลว กล้าหลอกข้า!” ถึงอย่างไรเจ้าปีศาจลั่วเฟิงมีพลังยุทธ์เทียบเท่ากับปีศาจบำเพ็ญเพียรระดับถอดดวงจิต ชั่วพริบตาที่หลบหลีกเมื่อครู่ก็รู้ว่ากระแสลมที่พัดเข้ามาพร้อมกับขาซ้ายของมั่วชิงเฉินแข็งแกร่งสู้ขาขวาไม่ได้ กำลังของมันก็เทียบเท่ากับผู้บำเพ็ญเพียรระดับก่อกำเนิดธรรมดาๆ เท่านั้น

แต่แค่มั่วชิงเฉินลงมืออย่างรวดเร็ว เขาที่สูญเสียพลังปีศาจไปปฏิกิริยาตอบสนองจึงช้าลงมา ผลคือถูกกระบวนท่าซัดเข้ามา แต่ยามนี้กลับไม่มีทางปล่อยให้อีกฝ่ายเข้าใกล้ได้แล้ว ยามนั้นจึงยื่นมือทั้งสองข้างออกไป กอดขาขวาของมั่วชิงเฉินเอาไว้แน่น

“เจ้าโง่ ปล่อยข้า!” มั่วชิงเฉินตะโกนออกมาด้วยความโมโห

เจ้าปีศาจเองก็โกรธเกรี้ยวแล้ว “นางหนูสมควรตาย เจ้ากล้าด่าข้าว่าโง่หรือ”

ชั่วขณะนั้นไม่มีบุคลิกอันน่านับถือเช่นเจ้าปีศาจเลยสักนิด นิ้วหุบลงกลายเป็นมีด สับไปทางขาขวาของมั่วชิงเฉินอย่างแรง

เสียง พลั่ก ดังขึ้น

ความเจ็บปวดส่งมา มั่วชิงเฉินกัดฟันเงียบๆ ใบหน้ากลับไม่เผยสีหน้าใดๆ ออกมา

ชั่วพริบตานั้นเจ้าปีศาจที่โจมตีลงบนขาก็เกิดความรู้สึกตกตะลึงระคนสงสัยอย่างคาดไม่ถึง

และชั่วพริบตาที่กำลังตกตะลึงระคนสงสัยนั้น ก็ให้โอกาสมั่วชิงเฉินอีกครา

นางฝืนความเจ็บปวดย่อกายต่ำลง แขนตบไปที่ใบหน้าของเจ้าปีศาจลั่วเฟิงเสียงดัง

เสียง เพี๊ยะ ดังกระจ่างชัด ทำให้หลัวอวี้เฉิงที่เดิมอยู่ในภวังค์การหลับใหลได้สติขึ้นมา มองมาทางนี้อย่างกินแรง ชั่วขณะนั้นพลันมีสีหน้าแปลกประหลาดเป็นอย่างยิ่ง

เจ้าปีศาจลั่วเฟิงล้วนไม่เคยถูกตบหน้ามาก่อนในชีวิต โลหิตทะลักออกมา โกรธจนสูญเสียสติสัมปชัญญะ ก้มหน้าลงกัดไปที่ขาขวาของมั่วชิงเฉินไม่ปล่อย

ความเจ็บปวดจากการถูกแส้เทพเฆี่ยนมั่วชิงเฉินยังรับไหว ขาขวาถูกกัดจะนับเป็นอะไร สีหน้าของนางไม่เปลี่ยนแปลง สองแขนบอบบางบีบไปที่คอของเจ้าปีศาจ

“ปล่อยข้า!” เพราะเจ้าปีศาจลั่วเฟิงกัดขาขวาของมั่วชิงเฉินอยู่ วาจาจึงเอ่ยออกมาไม่ชัดเจน เสียงที่มั่วชิงเฉินได้ยินกลับเป็นเสียงอู้อี้

มั่วชิงเฉินได้ยินเสียงเจ้าปีศาจร้องอู้อี้ ก็คิดว่าอีกฝ่ายร้องตะโกนด้วยความเจ็บปวด ชั่วขณะนั้นพลันรู้สึกดีใจ

ต่อให้เจ้าเป็นปีศาจบำเพ็ญเพียรแล้วอย่างไร การบีบคอก็เจ็บปวดยากจะรับไหวเช่นกัน!

เมื่อขบคิดเช่นนี้ ก็ออกแรงที่มือมากกว่าเดิม

เจ้าปีศาจถูกบีบจนตาเหลือก จึงปล่อยปากออกอย่างไม่เต็มใจ คำรามว่า “หากเจ้าไม่ปล่อยข้า ข้าจะต้องสับเจ้าเป็นหมื่นชิ้น ไม่มีทางปรานีแน่!”

แต่เสียงที่เข้ามาในหูของมั่วชิงเฉินยังคงอื้ออึง

เมื่อเห็นเจ้าปีศาจตาเหลือก มั่วชิงเฉินที่กำลังอดทนกับความเจ็บปวดอย่างสุดแสน ก็บอกกับตนเองในใจอย่างโมโหโทโสไม่หยุด มั่วชิงเฉิน เพิ่มแรงอีก ไม่นานก็บีบคอเจ้าปีศาจจนตายได้แล้ว

เจ้าปีศาจเห็นมั่วชิงเฉินไม่ไหวติง และยังมีท่าทีกำเริบเสิบสาน ถูกบีบจนหายใจไม่ออก ลำคอรู้สึกเจ็บปวด สุดท้ายแล้วก็ถอยก้าวหนึ่ง “ข้าปล่อยปาก เจ้าก็ต้องปล่อยมือ!”

ในช่วงเวลาสำคัญ มั่วชิงเฉินก็ตกอยู่ในสภาวะคุ้มคลั่ง ไหนเลยจะฟังว่าเจ้าปีศาจพูดอะไร ฉับพลันนั้นพลันรู้สึกว่าขาขวาไม่ได้เจ็บปวดขนาดนั้น พลันเพิ่มแรงในมือมากขึ้น ออกแรงบีบอย่างแรง ได้ยินเสียงคอของเจ้าปีศาจดังกึกๆ

“ไร้ยางอาย…คุยกันแล้วว่าให้ปล่อย…” เสียงแหบพร่าของเจ้าปีศาจส่งมา แล้วกัดไปที่เอวของมั่วชิงเฉินพอดีราวกับแก้แค้น

มั่วชิงเฉินทนไม่ไหวร้องอุทานเสียงต่ำๆ ออกมา

เมื่อได้ยินเสียงเจ็บปวดของมั่วชิงเฉิน เจ้าปีศาจก็ได้สติขึ้นมา หากไม่ได้อยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ ก็คงทนไม่ไหวต้องตบหน้าตนเองสักฉาด

เขาโง่เอง พะว้าพะวงขาขวาของนางหนูสารเลวนี้จนต้องใช้สองมือจับเอาไว้ แล้วเหตุใดยังต้องใช้ปากกัดอีก นอกจากขาข้างนี้ กัดตรงไหนก็ทำให้นางเจ็บทั้งนั้น!

เดิมทีส่วนเอวก็บอบบาง ถูกเจ้าปีศาจกัดลงไป โลหิตอุ่นๆ พลันไหลทะลักออกมา

โลหิตสดๆ ของผู้บำเพ็ญเพียรเป็นสิ่งล่อใจของที่นี่อย่างคาดไม่ถึง ทั้งสองคนต่อสู้กันอย่างดุเดือด เดิมเจ้าปีศาจลั่วเฟิงคิดไม่ถึงว่า โลหิตสดในยามนี้จะกระตุ้นต่อมรับรส ชั่วขณะนั้นพลันกลายเป็นหมาป่าหิวโซ ออกแรงดูด

ความเจ็บปวดจากการที่โลหิตสดๆ ไหลทะลักออกมา ทำให้เกิดความวิงเวียน

มั่วชิงเฉินกัดปลายลิ้นอย่างแรงเพื่อให้ตนเองรักษาสติสัมปชัญญะเอาไว้ได้ มือก็แรงมากกว่าเดิม

เรื่องมาถึงเวลานี้ก็ต้องดูว่าโลหิตของนางจะถูกเจ้าปีศาจดื่มจนหมด หรือว่านางจะบีบคอเจ้าปีศาจจนตายก่อนกันแน่!

ทั้งสองคนล้วนไม่ได้สนใจทางนี้ หลัวอวี้เฉิงออกแรงตบพื้น ค่อยๆ เคลื่อนย้ายตัวมาทางนี้ ความเร็วเชื่องช้าจนถ้าหากไม่สังเกตก็คงไม่รู้สึก

ทุกครั้งที่เคลื่อนไหว บาดแผลก็จะมีโลหิตทะลักออกมา ด้านหลังมีรอยเลือดลากเป็นทางยาว

เวลาค่อยๆ ไหลไปอย่างเชื่องช้า สำหรับทั้งสามคนแล้วดูเหมือนว่าจะเชื่องช้าลงหมื่นเท่า

ทุกวินาทีมั่วชิงเฉินล้วนรู้สึกว่าเจ็บปวดจนถึงขีดสุด ในใจพลันมีเสียงปรากฏขึ้นในหัว ยืนหยัดเอาไว้ บางทีอาจจะชนะในครู่ต่อมา

อย่างน้อย…อย่างน้อยก็ต้องสู้จนตัวตายไปด้วยกัน การค้าที่ขาดทุนนางไม่มีทางทำแน่!

จนถึงตอนสุดท้าย ในหัวก็หนักอึ้งจนทนไม่ไหว ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ จึงเอ่ยออกมาว่า “สะ…สหายหลัว…ท่านจะต้อง…มีชีวิตต่อไป บอกเทียน…หยวนแทนข้า ข้าไม่ได้ตั้งใจ…ผิดสัญญา…หาก…หากว่า…”

หากว่าอะไรสุดท้ายก็ไม่ได้เอ่ยออกมา ข้อต่อกระดูกทั้งสองมือกลายเป็นสีขาวค่อยๆ คลายออก แล้วหมดสติไป

เมื่อคอเป็นอิสระ เจ้าปีศาจที่ดื่มโลหิตสดๆ เข้าไปพลันมีชีวิตชีวาขึ้น เลียริมฝีปากอย่างละโมบ กัดเอวบางนุ่มนิ้มของมั่วชิงเฉินอย่างแรง ฉีกเนื้อออกมาก้อนหนึ่ง แล้วกลืนลงไป

รสชาติอันล้ำเลิศทำให้เขาสบายอารมณ์จนหรี่ตาทั้งข้างลง แล้วกัดลงไปอีกครั้งอย่างรีบร้อน

เดิมเจ้าปีศาจก็เป็นอสูรที่ดุร้าย ด้วยแรงกระตุ้นจากเลือดเนื้อสดๆ ที่มีไอวิญญาณแฝงอยู่ ทำให้ดวงตาทั้งสองข้างของเขาแดงฉาน สูญเสียความกังวลใจในการกระทำเยี่ยงสัตว์อสูรหลังจากแปลงกายแล้วไปจนสิ้น ทนไม่ไหวแทบจะอยากกลืนคนตรงหน้าลงท้องไป

เสียงตะโกนด้วยความเย็นชาพลันดังมา “ตู้รั่ว เจ้าเบิกตาดูให้ดี เจ้ากำลังทำอะไร นางคืออาจารย์ของเจ้านะ!”

เจ้าปีศาจตัวแข็งทื่อ เบิกตามองคนที่อยู่ข้างกาย ในดวงตามีแววเหม่อลอยชั่วขณะ

เสียงนั้นดังมาจากหลัวอวี้เฉิง เขามาอยู่ตรงหน้าแล้ว เห็นเจ้าปีศาจลั่วเฟิงเบิกตาด้วยความสงสัย ชั่ววินาทีนั้นแขนที่กำดินเอาไว้ตั้งนานแล้วก็สาดไปที่ดวงตาของเขา

ชั่วขณะนั้นเจ้าปีศาจลั่วเฟิงพลันดวงตาพร่ามัว

หลัวอวี้เฉิงถือโอกาสนี้คว้ามั่วชิงเฉินมา อุ้มนางไม่ไหว จึงโอบนางแล้วกลิ้งไปอีกด้าน

แม้ว่าเจ้าปีศาจลั่วเฟิงจะไม่ได้ใช้พลังปีศาจ สัมผัสทั้งห้าของปีศาจบำเพ็ญเพียรกลับเหนือกว่ามนุษย์บำเพ็ญเพียร แทบจะในเวลาเดียวกันที่ทั้งสองกลิ้งตัวไปก็สัมผัสได้ทันที

ใช้การได้ยินแยกแยะทิศทาง ไม่รอให้ดวงตากลับมาเป็นปกติก็ไล่ตามไปทางนั้น

หลัวอวี้เฉิงทิ้งหนามแหลมจำนวนนับไม่ถ้วนเอาไว้ที่บริเวณเท้าของเจ้าปีศาจลั่วเฟิง

แม้ว่าผิวของเจ้าปีศาจจะหนาจนแทงไม่ทะลุ แต่ก็ยังเจ็บปวดจนร้องคำราม ร่างกายหยุดชะงัก

หลัวอวี้เฉิงเห็นทุกอย่างในสายตา มุมปากกระตุกรอยยิ้มอออกมา กอดมั่วชิงเฉินพลางกลิ้งต่อ

ตรงนั้น คาดไม่ถึงว่าจะเป็นหน้าผา!

เจ้าปีศาจลั่วเฟิงฟื้นฟูสายตากลับมาเป็นปกติ มองหลัวอวี้เฉิงกอดมั่วชิงเฉินกลิ้งไปทางหน้าผาอย่างไม่มีท่าทีจะหยุด ก็ตกตะลึงค้าง

เจ้าเด็กนั่นคิดจะกอดนางหนูนั่นจนจบชีวิตไปด้วยกันหรือ

เจ้าปีศาจลั่วเฟิงยังคงเป็นราชาของเผ่าปีศาจ อยู่เหนือผู้คนมาหลายปี หากบอกว่าเขาในยามนี้เกลียดสองคนไหนมาที่สุด ก็ต้องเป็นหลัวอวี้เฉิงและมั่วชิงเฉิน

มั่วชิงเฉินนั้นไม่ต้องพูดถึง เพราะเรื่องของตู้รั่วจึงพยายามอย่างสุดชีวิต ทำร้ายเขาพร้อมกับพวกอสูรวิญญาณจนได้รับบาดเจ็บมาแล้วสองครั้ง

ส่วนหลัวอวี้เฉิงนั้นยิ่งเกลียดเข้าไปใหญ่ ทั้งๆ ที่รู้ว่าเจ้าปีศาจกำลังหลอมวิญญาณอยู่ และยังโดนโจมตีจนสาหัส นั่นคือช่วงเวลาที่อ่อนแอที่สุด คาดไม่ถึงว่าจะไล่ตามไปจนสุดหล้าฟ้าเขียวอย่างเอาเป็นเอาตาย

แม้ว่ากายจะได้รับบาดเจ็บหนักกลายเป็นราวกับคนตายมาหลายสิบปี แต่เจ้าปีศาจก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันเท่าใดนัก

แม้ว่าเขาจะระดับสูงกว่าอีกฝ่ายขั้นหนึ่ง แต่ในสภาวะที่พิเศษเช่นนี้ หากต่อสู้อย่างดุเดือดอีกครั้ง จิตวิญญาณจะไม่มั่นคง เดิมทีก็ทำให้จิตวิญญาณของตู้รั่วมั่นคงไปได้เก้าส่วนแล้ว คาดไม่ถึงว่าจะเกิดสภาวะเช่นนี้ขึ้น

หลังจากบ่มเพาะมาหลายสิบปี พละกำลังก็ฟื้นฟูกลับมา แต่กลับเหลืออันตรายที่ซ่อนเร้นอยู่เอาไว้

ดวงวิญญาณของตู้รั่วไม่ได้สลายหายไป แต่ถูกหลอมไปครึ่งหนึ่ง ปกติแล้วดูเหมือนไม่มีอะไร แต่บางเวลาก็จะแวบขึ้นมาในความรู้สึกของเขา ทำให้เขารู้สึกโมโหแต่กลับจนปัญญา

ทุกอย่างนี้ ล้วนเป็นเพราะเจ้าเด็กบ้านั่น!

เจ้าปีศาจลั่วเฟิงนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาก็กัดฟันอย่างโหดเหี้ยม แล้วเอ่ยอย่างเย็นชา “อยากตายเช่นนี้ ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก ข้าต้องกลืนพวกเจ้าสองคนลงท้องถึงจะคลายความแค้นได้!”

ขณะเอ่ยก็กระโจนตามไป

ชั่วพริบตาที่หลัวอวี้เฉิงกอดมั่วชิงเฉินตกหน้าผาไปนั้น พลันหัวเราะใส่เจ้าปีศาจลั่วเฟิง

ศัตรูแข็งแกร่งข้าอ่อนแอ พละกำลังแตกต่างกันมาก เขาคิดตามสามัญสำนึกตั้งแต่แรกว่าจะต้องตาย รวมทั้งสถานที่ตายและวาสนาในการเกิดใหม่

มองทั้งสองคนตกลงไป ในหัวของเจ้าปีศาจลั่วฟังก็ขาวโพลน พลันเลือกเถาวัลย์ที่ขึ้นตรงหน้าผามาและตวัดไปทางพวกเขาทั้งสองคน

เถาวัลย์รัดเอวของหลัวอวี้เฉิงเอาไว้

ขาของหลัวอวี้เฉิงเกี่ยวไปที่ก้อนหินที่นูนขึ้นมาจากหน้าผา ไม่ขยับเขยื้อน

“รีบ…รีบขึ้นมา…” เจ้าปีศาจลั่วเฟิงมีแววตาเลอะเลือน ตะโกนออกไปอย่างร้อนรน

หลัวอวี้เฉิงหน้าซีดเผือด หอบหายใจ สีหน้าราบเรียบ ราวกับว่าไม่สนใจอะไรทั้งนั้น เลิกคิ้วแล้วเอ่ยว่า “ตู้รั่วหรือ”

แววตาของเจ้าปีศาจค่อยๆ กลับมากระจ่างชัด

ดวงตาใสกระจ่างสงบนิ่ง เป็นแววตาของตู้รั่ว

“เป็นข้า…อวี้เฉิงเจินจวิน พวกท่านรีบขึ้นมา…”

หลัวอวี้เฉิงมองแววตาของเจ้าปีศาจด้วยความฉงน แล้วหัวเราะน้อยๆ ออกมา “ขอโทษด้วย ข้าไม่เชื่อ…”

สิ้นเสียงก็สลัดเถาวัลย์ที่เอวออก กอดมั่วชิงเฉินตกลงไป

หน้าผาสูงหมื่นจั้ง ยามที่ตกลงจากหน้าผา ข้างหูพลันมีเสียงลมหวีดร้อง เสียงเจ็บปวดของเจ้าปีศาจดังตามมา “อาจารย์…”

หลัวอวี้เฉิงหลับตาทั้งสองข้างลง

เขาเชื่อตู้รั่ว แต่กลับไม่เชื่อเจ้าปีศาจ ผู้ใดจะรู้ว่าตู้รั่วจะสามารถครอบครองสติสัมปชัญญะเจ้าปีศาจได้นานเท่าไหร่ เป็นเวลาหนึ่งกาน้ำชาหรือว่าครึ่งก้านธูป

หรือกระทั่งแค่ไม่กี่ชั่วลมหายใจ

เมื่อตกอยู่ในมือของเจ้าปีศาจ พวกเขาจะต้องถูกกลืนลงไปในท้องแน่!

ในฐานะเจินจวินระดับก่อกำเนิด แม้ว่าจะตาย ก็ไม่อาจไร้เกียรติได้

“สหายมั่ว หากพวกเรายังมีชีวิตต่อไปได้ เจ้ามีอะไรจะพูดก็ไปพูดกับลั่วหยางเจินจวินเองเถิด หากดับสูญที่นี่ ก็อย่าโทษข้า…”

หลัวอวี้เฉิงเอ่ยพึมพำด้วยเสียงแผ่วเบา กอดคนในอ้อมอกแน่

พันธกานต์ปราณอัคคี

พันธกานต์ปราณอัคคี

พันธกานต์ปราณอัคคี
Status: Ongoing
สาวชนบทชีวิตอาภัพคนหนึ่งเท่านั้น เมื่อมีจอมยุทธ์ผู้หนึ่งมารับตัวนางกลับไปยังตระกูลผู้บำเพ็ญเพียรของบิดา ตั้งแต่นั้นชีวิตของนางจึงพลิกผันไปโดยพลัน ถึงกระนั้นพรสวรรค์ของนางกลับมิได้ล้ำเลิศเฉกเช่นบิดา ยังดีที่มี ‘สุราทิพย์’ คอยช่วยเหลือ และนำพานางไปสู่เส้นทางที่คนธรรมดาได้แต่วาดฝันถึง ในเส้นทางสายนี้ยังมีเรื่องราวอีกไม่น้อยที่นางนั้นคาดไม่ถึง ทั้งออกผจญภัยปราบปีศาจสยบอสูร ปลูกสมุนไพรหลอมโอสถ โดนข่มเหงกีดกันเพราะความอ่อนด้อยจนไม่ต่างกับเป็นคนรับใช้ผู้หนึ่ง และไม่ทันได้เตรียมใจว่าจะพานพบกับรสรักที่ล้ำลึกเสียจนมิอาจถอน แรงดึงดูดที่ไม่อาจต้านทานผูกนางกับเขาอย่างไร้หนทางแยกจากกันได้… หนทางแห่งการบำเพ็ญเพียร ช่างเปลี่ยนไปมาจนมิอาจคาดเดาได้ เขาจะเป็นคนรับใช้ที่โดดเด่นในโลก (อดีต) แห่งนี้ให้ดู!

Comment

Options

not work with dark mode
Reset