ยอดไทเฮาเขย่าวังหลัง – ตอนที่ 384 ฮ่องเต้ทรงทรยศน้องเล็ก พวกเรากบฏแล้ว!

ติดตามนางมีเนื้อกิน คำพูดนี้นับว่ากล่าวได้อย่างเหมาะสม ติดดินอย่างที่สุด  
 
 
ทั้งยังตรงที่สุดแล้ว  
 
 
เหล่าทหารต่างก็ลังเลขึ้นมาแล้ว เพราะประชาชนแคว้นเหยียนต่างก็ยอมนอบน้อมให้กับต้าโจวไปตั้งแต่แรกแล้ว….  
 
 
ทหารอย่างพวกเขาที่ยังต่อต้านอยู่นั้น ก็เป็นเพราะว่าทำตามพระบัญชาเท่านั้น  
 
 
หากฮ่องเต้มีพระบัญชาลงมา แม้ตายก็ต้องปฏิบัติตาม! นี่เป็นข้อปฏิบัติที่สืบทอดกันมาตามขนบของกองทหารแคว้นต้าเหยียนมานับร้อยปี ย่อมไม่อาจล้มเลิกโดยง่าย  
 
 
แต่ตอนนี้คำพูดของไทเฮาน้อยกลับทำให้พวกเขาหวั่นไหวแล้ว  
 
 
อย่าว่าแต่ด้วยลักษณะจากภายในของไทเฮาน้อยยังมีพลังบางอย่างที่ทำให้คนต่างต้องเกิดการยอมรับ  
 
 
ขณะที่พวกเขากำลังลังเลอยู่นั้น ก็เห็นท่านแม่ทัพผู้พิชิตตู๋กูจุนขึ้นมาบนกำแพงเมือง มือหนึ่งกุมดาบเล่มใหญ่เอาไว้ อีกมือหนึ่งหิ้วเหยียนหยุนที่ขาพิการขึ้นมา  
 
 
เหยียนหยุนใช้ไม้เท้าพยุงตัวย่อมเดินได้ไม่เร็ว ตู๋กูจุนได้แต่ต้องยอมออกแรงช่วยเหลือเขาสักครั้ง  
 
 
ก่อนหน้านี้ก็เป็นตู๋กูจุนที่ยื่นมือช่วยเหลือเขาจากน้ำมือของอันหร่วนเช่นกัน  
 
 
นี่จะต้องเป็นพรหมลิขิตที่สำคัญประการหนึ่งสินะ  
 
 
“น้องเล็ก นี่เป็นเพราะว่าเจ้าได้รับความสะเทือนใจมากเกินไปใช่หรือไม่? จึงได้คิดจะรับแคว้นต้าเหยียนเอาไว้ ตระเตรียมจะก่อกบฏสินะ?” พี่ใหญ่กระชับดาบยักษ์ในมือ มองดูน้องเล็กด้วยความปวดใจ  
 
 
ก่อนหน้านี้ถึงน้องเล็กจะไม่ยอมรับออกมา แต่เขาที่เป็นพี่ใหญ่ย่อมทราบดี ความรู้สึกที่นางมีต่อฮ่องเต้สุนัขจีเฉวียนผู้นั้น มิใช่ว่าจะไม่ได้รู้สึกอะไรด้วยเลย  
 
 
ดูสิ นางทั้งตอบจดหมาย ทั้งทำระเบิด ทำหน้ากากที่ส่งมาให้เขาด้วยตนเอง  
 
 
นี่มันก็แสดงว่ามีใจให้ไปมากกว่าครึ่งแล้ว!  
 
 
แต่อยู่ดีๆ กลับมีสาวน้อยที่เป็นแสงจันทราของเขาโผล่ออกมา เป็นใครจะทนได้กัน?  
 
 
ตู๋กูจุนมองดูใบหน้าของน้องสาวตนเองอย่างพิจารณาด้วยความระมัดระวัง ดูสิหน้าดำเป็นก้นหม้อถึงขนาดนั้น นี่มิใช่ว่าได้รับความสะเทือนใจจนกลายเป็นดำคล้ำไปหรอกหรือ?  
 
 
ตู๋กูซิงหลันถูกคำพูดของเขาทำเอาตกใจจนแทบจะกระโดดขึ้นมา  
 
 
ไม่ใช่นะ….พี่ใหญ่ท่านเข้าใจอะไรผิดไปถึงไหนแล้ว?  
 
 
นางแค่เป็นโรคชอบช่วยเหลือมนุษยชาติ ไม่เกี่ยวอะไรกับจีเฉวียนสักหน่อย!  
 
 
“ไทเฮาพะยะค่ะ ตัวข้าขอสนับสนุนท่าน!” เหยียนหยุนที่อยู่อีกด้านหนึ่งพยักหน้าอย่างไม่คิดชีวิต “ท่านเป็นผู้ที่มีจิตใจดีเปี่ยมไปด้วยเมตตา หากว่าแคว้นเหยียนอยู่ในมือของท่านจะต้องสามารถฟื้นฟูชีวิตขึ้นมาได้อย่างแน่นอน ตัวข้าขอสนับสนุนยกท่านเป็นฮ่องเต้พระองค์ใหม่!”  
 
 
ตู๋กูซิงหลัน “???” ผีหลอกแล้ว?  
 
 
“นี่มัน….”  
 
 
นางกำลังจะเอ่ยปาก ก็เห็นเหยียนหยุนเอาตราหยกที่แหลกเป็นชิ้นแล้วชูขึ้นมา ตะโกนบอกต่อทหารแคว้นต้าเหยียนที่อยู่ใต้กำแพงเมืองว่า “เราขออาศัยฐานะรัชทายาทแห่งแคว้นต้าเหยียน ออกคำสั่งให้ทั่งหมดศิโรราบต่อไทเฮาแห่งต้าโจว นับจากวันนี้เป็นต้นไปจะจงรักต่อไทเฮา ภักดีต่อไทเฮา! ราชวงศ์เหยียนนั้นจบสิ้นไปแล้ว นับแต่นี้คือราชวงศ์ตู๋กู!”  
 
 
ผู้คนทั้งหลายต่างพากันตกตะลึงไป ตอนนี้ฮ่องเต้ชราและองค์ชายเจ็ดต่างก็สิ้นพระชนม์กันไปหมดแล้ว คนอื่นๆ ที่อยู่ในราชวงศ์เหยียนก็ไม่มีผู้ใดกล้าเสนอตัวออกมา  
 
 
เหยียนหยุนทรงเป็นองค์ชายรัชทายาท กลับเป็นฝ่ายยอมนอบน้อมต่อไทเฮาแห่งต้าโจวก่อนใคร เดิมทีพวกเขาก็หวั่นไหวใจอยู่แล้ว เพียงแต่หาเหตุผลที่เหมาะสมไม่ได้เท่านั้น  
 
 
ทันใดนั้นเองก็เห็นศีรษะดำๆ มากมายพากันวางอาวุธ คุกเข่าลงไป  
 
 
“พวกกระหม่อมขอถวายความจงรักภักดีต่อตู๋กูไทเฮา! ติดตามไทเฮาไปกินเนื้อ!”  
 
 
ตู๋กูซิงหลัน “ข้าจะ….” บ้าตาย  
 
 
เหยียนหยุนนั่นบ้าไปแล้ว นี่มิเท่ากับว่าบังคับให้นางก่อกบฏหรือ?  
 
 
นี่จะบรรยายอย่างไรดี? คล้ายกับว่าจีเฉวียนลำบากตรากตรำก่อสร้างเก้าสิบเก้าชั้น จากนั้นนางก็แค่มาทำหลังคาครอบ แต่ว่าอาคารทั้งหลังกลับกลายเป็นของนางไป?  
 
 
เจ้าฮ่องเต้สุนัขผู้นั้นไม่โกรธตายก็ประหลาดแล้ว  
 
 
วิญญาณทมิฬเองก็ทำสีหน้าประหลาดใจยกใหญ่ “อ้ายย๋าห์ เอาละโว้ย รีบๆ ก่อกบฏกันเลย ปล่อยให้ไอ้บุรุษเสเพลผู้นั้นไปอี๋อ๋อกับแม่แสงจันทราของเขาไป พวกเรากลายเป็นฮ่องเต้หญิงไม่ดีกว่าหรือไง?”  
 
 
ตู๋กูจุน “น้องเล็ก เลือกวันมงคลก็มิสู้คล้อยตามฟ้าดิน พวกเราวางแผนจะกบฏกันมามิใช่ว่าแค่วันสองวัน”  
 
 
ตู๋กูซิงหลัน “!!!”  
 
 
นี่มันอะไรกัน คนนี้ก็ยังจะมาจริงจังกว่าอีกคนอีก?  
 
 
“ภายหน้ามิว่าเจ้าต้องการบุรุษเช่นไร พวกพี่ๆ จะจับมัดมาให้เจ้าเอง ต่อให้เจ้าอยากจะมีวังหลัง พวกพี่ๆ ก็ไม่ว่าอะไร!”  
 
 
ถึงแม้ว่าตู๋กูจุนจะเป็นบุรุษแท้อกสามศอก แต่ก็รู้ดีกว่า วิธีรักษาอาการบาดเจ็บที่ดีที่สุด ก็คือเสาะหาบุรุษโฉมงามมาสักคนหรือว่าหลายๆ คน พอมีคนใหม่ก็ย่อมสามารถลืมคนเก่าได้เอง  
 
 
พี่ใหญ่จำเป็นจะต้องทำให้ถึงเพียงนั้นเลยหรือ?  
 
 
ตู๋กูซิงหลันยังไม่ทันได้ตอบคำเลย ก็เห็นนอกเมืองหลวงต้าเหยียนมีฝุ่นลอยคลุ้งทั่วท้องฟ้า  
 
 
“อ้าวหวู้วว์……..”  
 
 
เสียงสุนัขป่าเห่าหอนดังมาแต่ไกล  
 
 
นางมองลงไป เห็นที่ด้านหน้าสุดเป็นสุนัขป่าสีดำตัวหนึ่ง  
 
 
เหล่าสุนัขป่าพากันร้องคำราม เข่นฆ่าเหล่าผีดิบจนกลายเป็นเนื้อบด กลายเป็นถนนโลหิตสายหนึ่งขึ้นมา  
 
 
สุนัขป่าสีดำนับพันนับหมื่นตัว บนหลังสุนัขป่าเหล่านั้นคือกองทัพของตระกูลตู๋กู!  
 
 
พวกเขาแบกธงประจำแคว้นต้าโจวและตระกูลตู๋กูมาแต่ไกล บุกเข้ามาอย่างไร้การสกัดขัดขวาง  
 
 
ท่านผู้เฒ่าตู๋กูถิงย่อมนำอยู่ด้านหน้าสุด  
 
 
“นี่มันเป็นฝีมือของไอ้อ่อนที่ไหนกัน ข้าผู้เฒ่าทำศึกมานานปี ไม่เคยเห็นอะไรที่อนาถขนาดนี้มาก่อนเลย!” ท่านผู้เฒ่าขี่สุนัขป่ามาถึงกำแพงเมือง ก็ยังอดที่จะออกปากไม่ได้  
 
 
เดินทีต่อให้ตายเขาก็ไม่คิดจะยื่นมือช่วยเหลือจีเฉวียน  
 
 
แต่ดูสิ ตอนนี้หลานสาวตัวเองกลับไม่เสียดายชีวิตแล้ว ถึงกับวิ่งอออกมาคุ้มครองฮ่องเต้กลางดึก เขาอาจจะไม่สนใจฮ่องเต้น้อยจีเฉวียนผู้นั้นได้ แต่ว่าหลานสาวของตนเองคือแก่นชีวิต!  
 
 
ตอนนี้แคว้นต้าเหยียนวุ่นวายจนกลายเป็นขุมนรกบนดินไปแล้ว ที่เขากลัวก็คือจะเกิดอะไรขึ้นกับนางที่เป็นหญิงสาวอ่อนแอคนหนึ่ง  
 
 
ยามนี้ท่านผู้เฒ่าเงยหน้าขึ้นมา พอมองเห็นตู๋กูซิงหลันขี่หลังสุนัขป่าอยู่หัวใจที่เคว้งคว้างมาตลอดถึงได้กลับเข้าไปในอกได้  
 
 
“หลันหลัน ไม่ต้องกลัว ปู่มาช่วยเจ้าแล้ว!”  
 
 
ขณะที่ท่านผู้เฒ่าเอ่ยขึ้นมา ก็มีผีดิบนับร้อยเข้ามารายล้อมเขาเอาไว้  
 
 
หอกในมือของท่านผู้เฒ่ากวาดออกไป เพียงชั่วแวบเดียวก็ตัดศีรษะนับสิบร่วงระนาวลงมา โดยที่ตนเองมิได้รับบาดเจ็บใดๆ ทั้งสิ้น  
 
 
พี่ใหญ่ที่อยู่บนกำแพงเมืองยังคงโกรธแค้นไม่หาย เขาตะโกนลงไปที่ใต้กำแพงเมืองว่า “ท่านปู่ ฮ่องเต้ทรงทรยศน้องเล็กแล้ว พวกเรากบฏเถอะ!”  
 
 
ท่านปู่สะบัดหอกออกไปตัดอีกศีรษะลงมา ค่อยเงยหน้าขึ้น “นี่เล่นอะไรกันอยู่?”  
 
 
“พวกเรากบฏแล้ว” พี่ใหญ่กล่าวอย่างหนักแน่น “จะยกตำแหน่งฮ่องเต้ให้น้องเล็กนั่ง”  
 
 
ตู๋กูซิงหลัน “ฉิบหาย!”  
 
 
นี่เป็นครั้งแรกที่นางต้องยอมรับว่าตนเองไร้มารยาท พูดอะไรไม่ออกได้แต่ร้องฉิบหายออกมาแล้ว  
 
 
ท่านปู่ “ข้าหมายถึงประโยคแรกเมื่อครู่ เจ้าว่าใหม่อีกครั้งซิ?”  
 
 
พี่ใหญ่คิดอยู่ชั่วแวบ ก็ตอบกลับไปอย่างจริงจังว่า “ฮ่องเต้ทรงทอดทิ้งน้องเล็ก!”  
 
 
ท่านผู้เฒ่าระเบิดโทสะขึ้นมาในทันที “ข้าเคยบอกแล้วไงว่าเขามันเจ้าเล่ห์จอมเสแสร้ง! หลันหลันอย่าได้ร้องไห้ ปู่กับพวกพี่ๆ ยังอยู่ มา! เป็นฮ่องเต้หญิงสักตั้งเป็นไง!”  
 
 
ท่านผู้เฒ่าพิโรธโกรธาสุดหัวใจ ตลอดหลายวันมานี้ จากจดหมายของเจ้าใหญ่ที่ส่งหนังสือทางบ้านมา ทำให้เขาเกือบจะเชื่อว่าจีเฉวียนไอ้เด็กน้อยงี่เง่านั้นเป็นคนดีขึ้นมาแล้ว  
 
 
หลันหลันไม่ห่วงอันตรายบุกมาช่วยเหลือเขา เขากลับกล้าหักหลังหลันหลัน?  
 
 
เจ้าชาติสุนัข!  
 
 
ท่านผู้เฒ่าเคยให้สัตย์สาบานกับปฐมฮ่องเต้เอาไว้ว่าชั่วชีวิตนี้ตนจะไม่กบฏ  
 
 
แต่ตอนนี้ไม่เหมือนกันแล้ว ที่นี่คือแคว้นเหยียน เขาก็แค่แย่งแคว้นหนึ่งมาให้หลานสาวของตนเอง ไม่ได้กบฏต่อต้าโจวสักหน่อย  
 
 
“เปิดประตูเมือง!” เพียงครู่เดียว ตู๋กูจุนสั่งให้คนเปิดประตูเมืองเปิดทางให้ท่านผู้เฒ่านำกองทหารตระกูลตู๋กูเข้ามา  
 
 
เหล่าผีดิบยังคิดจะบุกเข้ามาอย่างคลุ้มคลั่ง ติ๊งต๊องก็พ่นไฟเผาผลาญออกไป ทำให้พวกผีดิบที่พุ่งเข้ามาเหล่านั้นมอดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านลงตรงหน้า  
 
 
ท่านปู่นำกำลังคนมานับหมื่น แต่ละคนขี่สุนัขป่าหนึ่งตัว ทันทีที่เข้ามาเหล่ากองทหารต้าเหยียนต่างก็ต้องตัวสั่นสะท้าน  
 
 
ตู๋กูถิง!  
 
 
นั่นคือบุคคลในตำนานที่ฆ่าคนโดยไม่กระพริบตา ที่ผู้คนต่างก็เรียกกันเป็นพยายมมีชีวิต แม่ทัพโลหิตแห่งต้าโจว!  
 
 
ที่แท้ ที่ไทเฮาน้อยทรงรับสั่งว่าทัพหนุนของต้าโจวกำลังมาถึงแล้ว ก็ไม่ได้โกหกพวกเขา!  
 
 
ยังดีนะ……ที่พวกเขายอมอ่อนน้อมไปแล้ว  
 
 
 
 
 
……………………………….  
 
 
ไรท์ : พระเอกตัวจริงมาแล้ว รุ่นใหญ่ ใจป๋า กล้าได้กล้าเสีย! เก่งกว่าปู่ไม่มีอีกแล้ว ว่าง่ายๆ ไม่ได้กบฏแค่ชิงแคว้นอื่นมาให้หลานนั่งเล่น!  
 
 
ตอนต่อไป “แม่จะเป็นฮ่องเต้หญิงเอง”  

ยอดไทเฮาเขย่าวังหลัง

ยอดไทเฮาเขย่าวังหลัง

Comment

Options

not work with dark mode
Reset