ยอดไทเฮาเขย่าวังหลัง – ตอนที่ 421 ทะเลลึกไร้ก้น

แมงกระพรุนยักษ์โบกสะบัดกระโปรงของมันออกไปด้านข้าง ม้วนพันร่างที่สิ้นสติไปแล้วของเยี่ยอิงขึ้นมา จากนั้นก็พุ่งตัวเข้าสู่ส่วนลึกของทะเล
 
 
มันว่ายน้ำมุ่งหน้าไปยังทะเลลึกลงไปเรื่อยๆ
 
 
พระหัตถ์ข้างหนึ่งของจีเฉวียนยังคงโอบเอวของตู๋กูซิงหลันเอาไว้ พระองค์พยายามใช้พระหัตถ์และร่างกายของตนเองปกป้องตู๋กูซิงหลันจากของเหลวสีฟ้าที่แทรกซึมเข้ามาอยู่ตลอดเวลา
 
 
พระองค์ยังพอจะเคลื่อนไหวได้ แต่ว่ากระบี่ในพระหัตถ์ยิ่งทีก็ยิ่งหนักกว่าเดิม
 
 
แต่ไหนแต่ไรร่างกายของพระองค์ก็แข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า แต่ว่าคราวนี้กลับไม่อาจรอดพ้นพิษจากแมงกระพรุนไปได้
 
 
“ซิงซิง” พระองค์ก้มพระพักตร์ลงไป ทอดพระเนตรดูสาวน้อยในอ้อมพระกร
 
 
เห็นนางใบหน้าซีดขาว ริมฝีปากกลับเป็นสีแดงอมม่วงราวผลเบอร์รี่
 
 
“เจ้าถูกพิษไปไม่น้อย ปากดำคล้ำหมดแล้ว” พระองค์ตรัสต่อไป “เราเคยได้ฟังมาว่า คนที่ถูกพิษจะต้องรีบดูดพิษออกไป มิเช่นนั้นทิ้งไว้จะยิ่งเกิดผลเลวร้าย”
 
 
ตรัสแล้ว พระองค์ก็ขยับพระศอเข้ามา ริมพระโอษฐ์ยื่นมาถึงริมฝีปากของนาง คิดจะจูบนาง
 
 
ตู๋กูซิงหลันเบือนหน้าหนีอย่างกินแรง เอ่ยด้วยสายตาเย็นชา “ชาดทาปากสีแดงมนุษย์ป้า เจ้าไม่เคยเห็นมาก่อนหรือไง?”
 
 
จีเฉวียนตรัสอย่างจริงจัง “ข้าไม่เคยเห็นป้าของเจ้า ไม่รู้ว่าป้าของเจ้าเป็นสีอะไร”
 
 
ตู๋กูซิงหลัน “…..”
 
 
จีเฉวียน “เราโดนพิษก็ไม่เป็นไร แต่ว่าไม่อาจปล่อยให้เจ้าบาดเจ็บได้”
 
 
พระองค์ตรัสแล้ว ก็พยายามจะช่วยนางดูดพิษ
 
 
ด้วยวิธีปากต่อปาก!
 
 
ตู๋กูซิงหลันอยากจะถอดรองเท้าออกมาตบกะโหลกของเขาจริงๆ!
 
 
แมงกระพรุนที่กักคนทั้งสองเอาไว้เคลื่อนไปในน้ำด้วยความรวดเร็วราวสายฟ้าฟาด ที่มันสามารถเดินทางได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้เป็นเพราะมีลักษณะเฉพาะในการเคลื่อนไหว ซึ่งทำให้คนทั้งสองยิ่งทีก็ยิ่งกอดกันแนบแน่นกว่าเดิม
 
 
ตู๋กูซิงหลันล้มลงไปอยู่บนพื้น จีเฉวียนกดทับอยู่ด้านบน พระโอษฐ์บางคู่นั้นกำลังกดลงมา
 
 
ขณะที่เห็นอยู่ว่ากำลังจะกระทบริมฝีปากของนาง ตู๋กูซิงหลันก็ล้วงมือลงไปดึงวิญญาณทมิฬออกมาจากอ้อมอก ขวางเอาไว้ตรงริมพระโอษฐ์จีเฉวียนพอดิบพอดี
 
 
ริมพระโอษฐ์ของพระองค์สัมผัสลงไปบนก้นกลมๆของมัน
 
 
ทั้งนุ่มนิ่ม และเรียบลื่น ให้ความรู้สึกที่ดีมากๆ
 
 
“ปูด~” วิญญาณทมิฬให้ความร่วมมืออย่างยิ่งด้วยการปล่อยตดออกมาครั้งหนึ่ง
 
 
ด้วยระยะที่ใกล้กันมาก จึงทำให้รู้สึกได้ว่าลมตดนั้นพุ่งเข้าใส่พระพักตร์อย่างเต็มที่
 
 
จีเฉวียนพระพักตร์เปลี่ยนสีไปในทันมี……
 
 
พิษสีฟ้าที่รายล้อมอยู่ถูกจีเฉวียนใช้ร่างกายรับเอาไว้เสียส่วนใหญ่
 
 
ตอนนี้ยังมาถูกวิญญาณทมิฬที่ตดเหม็นอย่างไร้เทียมทานเข้าอีก จีเฉวียนจึงถึงกับสิ้นสติลงไปต่อหน้าต่อตาตู๋กูซิงหลันเลยทีเดียว
 
 
วิญญาณทมิฬ “เชี่ยเอ๋ย! นี่จะบอกว่าตดของอั๊วยังร้ายแรงกว่าพิษของแมงกระพรุนอีกหรือ?”
 
 
พื้นที่ภายในตัวของแมงกระพรุนเป็นเหมือนดั่งลิฟต์ที่ปิดตาย พอวิญญาณทมิฬปล่อยตดออกมา ภายในตัวของแมงกระพรุนก็คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นที่ทำให้คนอยากจะอาเจียนออกมา
 
 
ประกอบกับกลิ่นเดิมของแมงกระพรุนเองก็ย่ำแย่พออยู่แล้ว เมื่อกลิ่นเหม็นทั้งสองผสมรวมกัน ก็กลายเป็นส่วนผสมทางเคมีที่สามารถเอาชีวิตคนได้เลย
 
 
ฮ่องเต้สุนัขยังทับอยู่ด้านบน ทั้งยังกดลงไปตรงหน้าท้องของนาง
 
 
ตู๋กูซิงหลันรู้สึกว่ากระเพาะปั่นป่วนราวกับท้องทะเลพลิกคว่ำ แทบจะสลบไสลตามไปด้วยอยู่แล้ว
 
 
บางครั้ง การจะล้มยอดฝีมือได้ก็ไม่จำเป็นจะต้องใช้กระบวนท่าที่แข็งแกร่งขนาดทำลายฟ้าทะลวงดินแต่อย่างไร
 
 
แต่ว่าเป็นแค่ ลมตดก็พอแล้ว! จริงๆนะ!
 
 
ในที่สุด….แม้แต่แมงกระพรุนตัวนี้ก็ยังทนไม่ไหว เมื่อมองผ่านกระโปรงที่กึ่งทึบกึ่งสว่างของมัน ก็จะเห็นว่าด้านในของมันมีหูรูดที่กระเพื่อมขึ้นๆลงๆอยู่แห่งหนึ่ง ราวกับกำลังจะอาเจียนออกมา
 
 
มันพยายามฝืนอดทนเอาไว้ พุ่งผ่านความมึดมิดเข้าไป จนลึกลงไปถึงโลกอีกแห่งหนึ่ง ในที่สุดมันก็อดทนไม่ไหวอีกต่อไป พอกระโปรงขยับก็ส่งเสียงอาเจียนพลางขย้อนคนทั้งหมดออกมาพร้อมกัน
 
 
พลังในการขย้อนของมันรุนแรงมาก ราวกับมือสังหารที่ขว้างลูกระเบิดออกมา
 
 
ที่ด้านหน้าเป็นขอบหินแห่งหนึ่งพอดี ศีรษะของตู๋กูซิงหลันก็กระแทกลงไปอย่างแรง
 
 
พิษที่อยู่ในร่างยังไม่ทันจะขับออกไป นางแม้อยากจะหลบก็หลบไม่พ้น พอโหม่งเข้าไปเช่นนี้เลือดก็ไหลออกมาท่วมศีรษะ
 
 
จีเฉวียนเองก็ถูกขย้อนทิ้งไปในหลืบมุมที่ดำมืดแห่งหนึ่ง
 
 
จากนั้นเจ้าแมงกระพรุนก็พาเยี่ยอิงลอยเข้าไปในตำหนักแห่งหนึ่งไม่ไกลออกไป
 
 
มันลอยไปก็ขยับปุ่มหนามภายในตัวไปด้วยตลอดเวลา คล้ายจะพยายามสำรอกเอาสิ่งเน่าเหม็นน่าสะอิดสะเอียนที่อยู่ภายในตัวเองออกมาให้หมด
 
 
………………………….
 
 

 
 
เนินหินในบริเวณใกล้ๆนั้นเต็มไปด้วยโขดหินหลากสีสัน มีบุรุษในชุดสีดำผู้หนึ่งนอนเล่นอยู่
 
 
ท่ามกลางความมืดมิดย่อมไม่อาจมองเห็นรูปโฉมของเขาได้อย่างชัดเจน
 
 
ก้อนหินที่ตู๋กูซิงหลันโหม่งเข้ามานั้น เป็นโขดหินที่อยู่ข้างกายเขาพอดี
 
 
พอนางกระแทกเข้ามาเช่นนี้ก้อนหินก็แตกออกมาทั้งก้อน
 
 
เมื่อได้กลิ่นของเลือดที่โชยขึ้นมา บุรุษผู้นั้นถึงได้ชายตาไปมอง
 
 
ทันทีที่มองออกไปก็เห็นว่าเป็นสตรีสวมชุดแดงผู้หนึ่งอยู่บนพื้น
 
 
นางสวมใส่เสื้อผ้าเนื้อบาง เรียวขาที่ยาวข้ามหนึ่งโผล่พ้นชายกระโปรงออกมา ทั้งขาวผุดผ่องและยาวตรงดุจพู่กัน นางคว่ำหน้าลงไป ร่างครึ่งบนถูกเส้นผมปกเอาไว้ องค์เอวที่บอบบางมีเส้นผมยาวสลวยเคลียอยู่ข้างๆ แต่ทั่วทั้งศีรษะมีแต่เลือดอาบ
 
 
บุรุษผู้นั้นขมวดคิ้วมอง ค่อยพลิกตัวลงไปจากก้อนหิน ลอยลงไปช้าๆข้างกายของนาง
 
 
หลังมองดูอยู่ครู่หนึ่ง ก็เตะใส่ช่วงเอวของนางครั้งหนึ่ง
 
 
เขาเตะเพียงเบาๆ ตู๋กูซิงหลันก็พลิกตัวขึ้นมา เส้นผมของนางรุ่ยร่าย คนนอนหงายอยู่บนพื้น
 
 
เมื่ออยู่ในอาณาเขตของเผ่ามังกรทมิฬ น้ำทะเลก็ถูกกีดกันเอาไว้ภายนอก
 
 
ศีรษะของนางยังมีเลือดไหลอาบ สลบไสลจนสิ้นสติไปแล้ว
 
 
บุรุษผู้นั้นจับจ้องอยู่ที่ใบหน้า และมองดูอาภรณ์สีแดงของนาง….ค่อยเงยหน้าขึ้นมองเห็นแมงกระพรุนยักษ์ที่ลอยลึกเข้าไปในตำหนักสีดำที่อยู่ลึกเข้าไป ก็เข้าใจอะไรขึ้นมา
 
 
นี่คงจะเป็นอนุคนที่สองร้อยห้าสิบของเขา
 
 
ที่เสี่ยวอิงไปรับตัวกลับมา
 
 
ดูท่าสตรีผู้นี้คงจะก่อเรื่องบางประการในระหว่างทาง ทำให้น้องสาวของเขาไม่สบอารมณ์ พอพามาถึงวังมังกรก็เลยโยนคนทิ้งเอาไว้
 
 
เขาหรี่ตามอง เห็นทรวงอกของนางยังคงเคลื่อนไหวอยู่ อืม ยังไม่ตาย มีลมหายใจอยู่
 
 
จึงยื่นมือลงไปอุ้มสตรีผู้นั้นขึ้นมา แบกเอาไว้บนบ่า พอขยับร่างเพียงวูบเดียว ก็เข้าไปในวังมังกรทมิฬด้วยความรวดเร็ว
 
 
บนใบหน้าเปรอะไปด้วยเลือด ทำให้เห็นรูปโฉมได้ไม่ชัดเจน ส่งไปอาบน้ำล้างตัวก่อนแล้วกัน หากว่าพอดูได้ ค่อยรับนางเป็นอนุ
 
 
หากว่าน่าเกลียด ก็โยนลงไปในหุบเหวไร้ก้น เป็นซากอาหารให้เหล่าวิญญาณ
 
 
ศีรษะของตู๋กูซิงหลันถูกกระแทกจนแตก นางสลบไสลไปแล้ว แม้แต่วิญญาณทมิฬก็ได้แต่แอบอยู่อย่างเงียบๆ
 
 
…………………
 
 

 
 
ภายในวังมังกรทมิฬ ตำหนักของไท่จื่อ
 
 
เหล่านางกำนัลในตำหนักกำลังทำงานอย่างวุ่นวาย….วันนี้เป็นวันมงคลที่ไท่จื่อจะทรงรับอนุคนที่สองร้อยห้าสิบเข้ามา
 
 
อนุคนใหม่เมื่อมาถึง ย่อมต้องอาบน้ำล้างตัว จากนั้นจึงค่อยส่งไปถวายตัวต่อไท่จื่อได้
 
 
ไม่มีผู้ใดเห็นองค์ไท่จื่อตั้งแต่เช้าแล้ว ได้ยินว่าอนุคนที่สองร้อยห้าสิบผู้นี้ คือองค์หญิงจากทะเลตะวันตกที่ไท่จื่อทรงคัดเลือกด้วยพระองค์เองรูปโฉมงงดงามดุจบุปผาสะคราญดุจจันทรา ทั้งยังเกิดมาเป็นมังกรทอง
 
 
ในเมื่อเป็นมังกรทอง ย่อมสมควรคลอดทารกศักดิ์สิทธ์ให้กับไท่จื่อได้กระมัง
 
 
เหล่านางกำนัลต่างก็คิดกันไป หวังว่าอนุที่มาใหม่ผู้นี้จะไม่อ่อนด้อยเหมือนกับอนุคนก่อนๆ…..
 
 
สระน้ำภายในตำหนัก ถูกเติมน้ำร้อนเอาไว้จนเต็มแล้ว บนผิวน้ำโรยเอาไว้ด้วยกลีบดอกไม้สีแดงชั้นหนึ่ง เป็นดอกกุหลาบ
 
 
นี่เป็นพืชพันธุ์ของพวกมนุษย์ สิ่งของเหล่านี้ไม่อาจปลูกในอาณาเขตของเผ่ามังกรทมิฬ จึงได้แต่ต้องนำมาจากเผ่ามนุษย์ ตากแห้งเอาไว้ค่อยนำมาใช้
 
 
ไท่จื่อทรงโปรดปรานกลิ่นของดอกกุหลาบ ดังนั้นอนุที่มาใหม่ทุกคนต่างก็ต้องอาบน้ำกุหลาบก่อนจึงจะได้ไปถวายตัว
 
 
ไม่รู้ว่าองค์หญิงมังกรจากทะเลตะวันตกผู้นี้มีรูปโฉมเช่นไร….
 
 
ขณะที่เหล่านางกำนัลกำลังครุ่นคิดกันอยู่นั้น ก็เห็นบุรุษในชุดสีดำปรากฏกายขึ้นมา แบกสตรีชุดแดงเอาไว้บนไหล่ผ่านเข้าไปสู่ด้านในของตำหนัก
 
 
เขาเดินไปจนถึงริมสระด้วยสีหน้าที่ไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆ จากนั้นก็ขยับมือโยนคนลงไปในสระน้ำ
 
 
พลางเอ่ยออกมาอย่างเย็นชาว่า “อาบให้สะอาด ค่อยส่งไปที่เตียง”
 
 
เหล่านางกำนัลตะลึงไปเล็กน้อย ก็พากันคุกเข่ายวบลงไป สายตาจับอยู่แต่บนพื้น ไม่กล้าเหลือบมองอะไรทั้งสิ้น
 
 
…………………………………
 
 

 
 
ตอนต่อไป “ขอเพียงแค่เจ้าสามารถคลอดทารกศักดิ์สิทธิ์”

ยอดไทเฮาเขย่าวังหลัง

ยอดไทเฮาเขย่าวังหลัง

Comment

Options

not work with dark mode
Reset