รถเมล์สาย 18 – ตอนที่ 30 โทรศัพท์ลึกลับ

รถเมล์สาย 18 บทที่ 30 โทรศัพท์ลึกลับ

 

บทที่ 30 โทรศัพท์ลึกลับ

 

“จากย่อหน้าสุดท้าย พวกนายเข้าใจว่า ปีศาจเอาวิญญาณ คนบาปที่ได้รับการชําระล้างแล้วไปเพื่อความเป็นอมตะใช่ไหม? แต่ทําไมถึงเป็นแบบนั้นล่ะ ในเมื่อคนบาปถูกเปลวไฟแห่งการชําระล้าง ล้างบาปแล้ว แล้วทําไมถึงยอมขึ้นรถเมล์มรณะนั่นอีก? นอกจากนี้ ทําไมถึงได้เน้นย้ำด้วยคําว่าปีศาจที่แท้จริง?” เย่ปินไม่เห็นด้วยกับมุมมองของจางหลานและหนิงหวา

 

จางหลานกับหนิงหวาขมวดคิ้ว ทั้งคู่ไม่สามารถตอบคําถามของเป็นได้

 

แม้ว่าโพสต์จะมีเพียงสามย่อหน้าสั้นๆ แต่มันก็ทําให้ทั้งสามคนได้รับความเจ็บปวดมาก หลังจากโต้เถียงกันหลายต่อหลายครั้ง ทั้งสามคนมีความเห็นในข้อความทั้งสามย่อหน้านี้แตกต่างกันไป สุดท้ายทั้งสามคนก็ยอมแพ้ให้กับข้อความเหล่านั้น และหันไปตั้งเป้ากับผู้โพสต์ข้อความแทน

 

“ไม่พบผู้โพสต์?” เป็นขอให้เย่เหอช่วยตรวจสอบผู้โพสต์ข้อความ แต่อัจฉริยะทางคอมพิวเตอร์อย่างเย่เหอก็ยังไม่สามารถหาตัวผู้โพสต์ข้อความนี้พบ

 

“ครับ ดูเหมือนผู้โพสต์จะโพสต์ข้อความนี้เพียงข้อความเดียว ยิ่งกว่านั้น ID ของเขาก็ยังถูกปลอมแปลงขึ้น ไม่มีข้อมูลการลงทะเบียน อีกฝ่ายน่าจะเป็นยอดฝีมือทางคอมพิวเตอร์ที่ไม่ด้อยไปกว่าผม” เย่เหอก็คาดไม่ถึงเช่นกันที่มาเจอกับยอดฝีมือทางคอมพิวเตอร์ที่ไม่ด้อยไปกว่าตนโดยบังเอิญเช่นนี้

 

“เอาล่ะ ฉันเข้าใจแล้ว นายพยายามสืบต่อไป หากมีอะไรคืบหน้าก็รีบบอกฉัน” หลังจากวางสายจากเย่เหอ เย่ปินก็หันมามองจางหลานกับหนิงหวาด้วยสีหน้าสงบ

 

“เป็นไง? พบอะไรบ้าง?” จางหลานถามอย่างกระตือรือร้น

 

เย่ปินส่ายหน้า “แม้แต่เย่เหอก็ยังไม่รู้ว่าใครเป็นคนโพสต์ข้อความนี้”

 

“เสี่ยวเหอก็หาไม่เจองั้นเหรอ?” จางหลานตกใจ เพราะในใจของเขาคิดว่า ขอเพียงเป็นเรื่องที่มีคอมพิวเตอร์มาเกี่ยวข้อง ไม่น่าจะมีเรื่องไหนที่สามารถขวางเย่เหอได้

 

“อืม” เย่ปินพยักหน้า และรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย ที่ทุกครั้ง ที่พบเบาะแสก็จะเกิดปัญหามาตัดตอนทุกครั้ง จนคดีตั้งแต่ ต้นจนถึงปัจจุบันไม่มีความคืบหน้า

 

เมื่อไม่สามารถทําอะไรได้ พวกเขาจึงทําได้เพียงเก็บเงื่อนงําที่หาได้ยากนี้ไว้

 

เช่นเดียวกับทีมเย่ปินทั้งสามคนที่กําลังอยู่ในความทุกข์ ทีมเฉินฮุยทั้งสามคนที่กลับบ้านมาก็เหมือนกัน หลังจากเห็นรูปลักษณ์ที่ทําอะไรไม่ถูกของกันและกัน ต่างก็รู้ว่าการสืบสวนของพวกเขาทั้งสองทีมล้วนไม่คืบหน้าและไม่พบอะไรเลย

 

“หมู่บ้านเฮยสุ่ยเหมือนเป็นคําต้องห้าม เราตรวจสอบหมู่บ้านโดยรอบที่อยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านเฮยสุ่ย เพียงแค่คนในหมู่บ้านเหล่านั้นได้ยินคําว่า หมู่บ้านเฮยสุ่ย เท่านั้น การแสดงออกของพวกเขาก็เปลี่ยนไปทันที เราจึงไม่สามารถตรวจพบเบาะแสที่เป็นประโยชน์ใดๆได้เลย” เหล่าสวีส่ายหน้าและแบมือออกอย่างช่วยอะไรไม่ได้

 

“สําหรับหมู่บ้านเฮยสุ่ย ทุกคนต่างบอกว่ามันเป็นหมู่บ้านต้องสาป หากพูดถึงจะถูกพระเจ้าลงโทษ” จ้าวเจิ้งยิ้มขมขื่น หมู่บ้านเฮยสู่ยแพร่กระจายเรื่องชั่วร้ายออกมาเรื่อยๆ ราวกับเป็นดาวหายนะ ที่ห้ามยุ่งเกี่ยวด้วย หากไปแตะต้องความวิบัติจะมาเยือน!

 

“แล้วพวกนายล่ะ คืบหน้าอะไรบ้างไหม?” เฉินฮุยถามพวกเป็น

 

เย่ปินแจ้งเฉินฮุยถึงการค้นพบของทีมของเขา แต่สุดท้ายเป็นก็ถอนหายใจออกมาครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยสีหน้าที่ค่อนข้างทําอะไรไม่ถูก

 

“ผลสุดท้ายก็ไม่คืบหน้าเหมือนกัน” เหล่าสวีถอนหายใจยาว รู้สึกหดหู่ใจอย่างมาก เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคดีที่ซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับเรื่องเหนือธรรมชาติ จึงเป็นการยากที่จะยกระดับจิตวิญญาณของการต่อสู้

 

“แล้วเฉียนฉิงล่ะ? เขาอยู่ไหนทําไมไม่เห็นเขาเลย?” แล้วเฉินฮุยก็ตระหนักว่าลู่เฉียนฉิงไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วย ด้วยความสงสัยเขาจึงถามเย่ปิน

 

“เฉียนฉิงออกไปทําธุระข้างนอก จะกลับมาในภายหลัง”

 

“อ้อ” เฉินฮุยพยักหน้าและไม่ถามอะไรอีก

 

“เอาล่ะ วันนี้ทุกคนคงเหนื่อยกันแล้ว ฉันสั่งอาหารมาแล้วกินกันก่อน แล้วไปพักผ่อน พรุ่งนี้ค่อยทํางานกันใหม่” เมื่อเห็นความเหนื่อยล้าของทุกคน เย่ปินจึงได้สั่งอาหารมาให้ทุกคนกินที่บ้าน

 

หลังจากกินอาหารเสร็จ ทุกคนก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนที่ห้อง ส่วนเย่ปิน เขากลับมานั่งที่โต๊ะคอมพิวเตอร์ ตรวจสอบเบาะแสที่ค้นพบต่อไป

 

กลางดึก ในขณะที่ทุกคนนอนหลับหมดแล้ว มีเพียงเย่ปินเท่านั้นที่ยังนั่งอยู่ที่โต๊ะคอมพิวเตอร์ ในตอนที่เย่ปินรู้สึกเหนื่อยและกําลังจะไปพักผ่อน โทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้น หน้าจอแสดงชื่อ “เลขหมายที่ไม่รู้จัก” ปรากฏขึ้น

 

“โทรก่อกวน?” เย่ปินทําอะไรไม่ถูกเล็กน้อย ในเวลาปกติโทรศัพท์ของเขาจะมีคนโทรมาก่อกวนมากมาย แต่เขาคิดไม่ถึงว่า ในเวลาหลังที่ 2 เช่นนี้จะยังมีคนโทรมาก่อกวนอีก ตอนแรกเย่ปินวางแผนจะตัดสายทิ้ง แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ทําให้เย่ปินกดรับสายไปโดยไม่รู้ตัว

 

“ฮัลโหล?” เย่ปินรับสายด้วยน้ำเสียงเหนื่อยๆ

 

“ซ่า…ซ่า…” ปลายสายมีเพียงเสียงซ่า ไม่มีการตอบรับ

 

เมื่อเห็นดังนั้น เย่ปินก็จะวางสาย แต่ในขณะที่เขากําลังจะกดวางนั้นเอง เสียงที่น่าขนลุกก็ดังมาจากปลายสาย

 

“ฮัลโหล…” มันเป็นเสียงผู้ชายที่แผ่วเบาอ่อนแรง ราวกับส่งมาจากส่วนลึกของขุมนรก ชวนให้คนที่ได้ยินรู้สึกใจสั่น

 

เย่ปินตัวสั่น ความรู้สึกเหนื่อยล้าหายเป็นปลิดทิ้งทันที “สวัสดี? คุณเป็นใคร?” เย่ปินถาม

 

“หลี่…หลี่หนาน” เสียงน่าขนลุกดังขึ้นอีกครั้ง

 

พอได้ยินคําว่าหลี่หนาน สีหน้าของเย่ปินก็ดิ่งลงทันทีและตัวสั่นเทาอย่างไม่รู้ตัว “หลี่? หลี่หนาน?” สักพักเย่ปินก็นึกถึงสิ่งที่ลู่เฉียนนิ่งเคยพูดก่อนหน้านี้ได้ว่า วิญญาณเร่ร่อนได้บอกกับเขาว่า ผู้เสียชีวิตในเขตหยิงเจ๋อมีชื่อว่า “หลี่หนาน”

 

“ช่วย…ช่วยผมด้วย… ตู๊ด ตู๊ด…” สามคําสุดท้ายเหมือนเสียงกรีดร้องก่อนตาย จากนั้นสายก็ขาดไป

 

เย่ปินถือโทรศัพท์ทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ เหงื่อเย็นไหลหยดจากหน้าผาก ในหูยังคงแว่วเสียงกรีดร้องของคนที่กําลังจะตายก่อนที่สายโทรศัพท์จะตัดลง

 

“ปินจื่อ เป็นอะไรหรือเปล่า” เฉินฮุยที่ได้ยินเสียงเรียกของโทรศัพท์ ได้ตื่นขึ้นและเดินออกมาจากห้อง แต่พอได้เห็นเย่ปินนั่งตกใจอยู่บนเก้าอี้ เขาก็ถามขึ้นด้วยความสงสัย

 

เย่ปินไม่ได้ยินคําพูดของเฉินฮุ่ยเลยมีเพียงเสียงกรีดร้องอย่างสิ้นหวังที่ยังดังก้องในหู

 

“ปินจื่อ!” เฉินฮุ่ยเห็นดังนั้นก็ร้องเรียกเย่ปินด้วยความเป็นห่วง แต่เย่ปินก็ยังไม่ตอบสนอง เขาจึงก้าวเข้าไปตบไหล่เรียกสติของเย่ปินเบาๆ

 

พอเฉินฮุยตบลงไปเท่านั้น เย่ปินก็ร้องตะโกนดังลั่น “อ๊าก!” เหงื่อเย็นยังคงไหลหยดลงมา เส้นขนทั้งร่างลุกเกรียว

 

เฉินฮุยตกตะลึงกับเสียงร้องของเย่ปิน เขาตะลึงงันไปอย่างสมบูรณ์ ผ่านไปนานกว่าจะได้สติ

 

“เป็นอะไรกัน?”

 

“เกิดอะไรขึ้น?” ภายใต้เสียงร้องของเย่ปิน ทุกคนที่กําลังหลับต่างตกใจตื่น ไฟในห้องทั้งหมดสว่างขึ้นทันที

 

หลังจากที่ทุกคนออกมาเห็น เย่ปินที่กําลังนั่งตกใจอยู่บนเก้าอี้กับเฉินฮุยที่ยืนตะลึง สีหน้าของพวกเขาก็เต็มไปด้วยความสงสัย

 

“ปินจื่อ เฉินฮุย พวกนายเป็นอะไรหรือเปล่า?” จางหลานเดินไปหาทั้งคู่และถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง

 

เฉินฮุยที่กลับมารู้สึกตัวแล้ว เขาถอนหายใจยาวและมองไปที่เย่ปิน “ปินจื่อ เกิดอะไรขึ้น?”

 

เมื่อเห็นทุกคนตื่น เย่ปินก็หายจากอาการตกใจกลัว จากนั้นเขาก็บอกกับทุกคนถึงโทรศัพท์ลึกลับที่โทรมา

 

“หลี่หนาน?”

 

“หลี่หนานงั้นเหรอ?” เมื่อได้ยินคําบรรยายของเย่ปิน ทุกคนก็ยิ่งตอบสนองไม่ทัน ผ่านไปนานจางหลานเป็นคนแรกที่ตอบสนอง

 

“ผู้เสียชีวิตคนนั้น!”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset