รวยชั่วข้ามคืน?! – ตอนที่ 139 ด้านมืดของอาคารหลิงอู่

บทที่ 139 ด้านมืดของอาคารหลิงอู่
“เอ่อ นี่คือบัตรประชาชนของฉัน สองพันสองร้อยใช้มั้ย ฉันขอดูก่อนมีเงินสดเท่าไหร่”เมื่อหญิงสาวพูดก็เริ่มหยิบบัตรประชาชน และเงินสดออกจากกระเป๋า
“อ่อ ตอนนี้ยังไม่จำเป็น”ติงจุนเดินไปหาหญิงสาวอีกครั้ง และยิ้มอย่างอ่อนโยน: “เดี๋ยวฉันพาเธอไปดูบ้านก่อน เพื่อดูว่าเธอชอบหรือไม่ชอบ ถ้าเธอชอบ ก็จ่ายเงินไป ถ้าเธอไม่ชอบ พวกเราค่อยมาเลือกบ้านของคนอื่นกันดีกว่า อย่าเพิ่งรีบเซ็นสัญญา หลังจากเซ็นสัญญาแล้วจะไม่มีทางเปลี่ยนแปลงได้”
“อืม ขอบคุณผู้จัดการติงค่ะ”หญิงสาวเซ่อเล็กน้อย แล้วเธอก็ยิ้มหวานอีกครั้ง รู้สึกว่าคุณลุงคนนี้อบอุ่นมาก
“พวกเราไปกันเถอะ”ผู้จัดการติงยิ้มให้หญิงสาว
“ค่ะ”ด้วยเหตุนี้ หญิงสาวเดินออกจากห้องสำนักงานเคียงข้างกับผู้จัดการติง
มองไปที่ด้านหลังของผู้จัดการติงที่จากไป ฉินหลั่งฟุ้งซ่านเล็กน้อย เขามีความรู้สึกว่าผู้จัดการติงคนนี้เป็นคนที่อันตรายปากหวานก้มเปรี้ยว
ตัวเองอาจจะคิดมากเกินหรือเปล่า? ท้ายที่สุดการเผชิญหน้ากับสาวน้อยน่ารักเช่นนี้ ตราบใดที่ยังเป็นผู้ชาย ก็อดไม่ได้ที่มีความต้องการจะปกป้องใช่ไหม?
ฉินหลั่งเลือกบ้านใหม่หนึ่งหลังอีกครั้ง หญิงสาวผมสั้นยังคงไม่พาฉินหลั่งไปดูบ้าน ก็เก็บเงินและเซ็นสัญญาทันที ฉินหลั่งถามเธอ ว่าทำไมเมื่อกี้ผู้จัดการติงถึงสามารถพาเด็กผู้หญิงไปดูบ้าน แต่ตัวเองถึงไม่มีสิทธิ์แบบนั้น หญิงสาวผมสั้นท่าทางอยากตอบไม่อยากตอบ แต่เพียงแค่พูดคำพูดที่เหนือกว่า: “คนเขาเป็นเด็กผู้หญิง แค่เช่าบ้านเพื่อดูก็พอ นายเป็นผู้ชาย แค่เช่าบ้านเอง ก็อย่าเรื่องมากเลย”
ทำงานด้านการบริการจะสามารถพูดคำพูดแบบนี้ออก ก็คงไม่มีใครแล้ว
ฉินหลั่งขี้เกียจที่จะคุยกับหญิงสาวผมสั้น จึงหยิบกุญแจและขึ้นไปชั้นบน
เมื่อเห็นฉินหลั่งจากไป หญิงสาวผมสั้นก็หยิกเอวของชายคนนั้น พร้อมกับใบหน้าร้ายๆ
“โอ๊ย ทำอะไรของเธอเนี่ย?”ชายคนนั้นโดนหยิกจนเจ็บ
“เหอะ ฉันทำอะไร ผู้หญิงเมื่อกี้เกือบทำให้เบ้าตาของนายหลุดออกมาแล้ว!”หญิงสาวผมสั้นตะคอกอย่างเย็นชา และหันหน้าหนี
“โอ๊ย ฉันยอมรับความผิดของฉัน แต่ในใจของฉัน เธอสวยที่สุด ที่รัก อย่าโกรธเลยนะ”ชายคนนั้นดึงมือหญิงสาวผมสั้นออกเบาๆ ด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ไสหัวออกไป คำพูดลวงโลกแบบนี้กลับไปพูดกับภรรยานายเถอะ!”หญิงสาวผมสั้นทิ้งท้ายด้วยหนึ่งประโยค
“โธ่เอ๊ย ที่รัก ฉันก็ยอมรับความผิดแล้วเธอยังต้องการให้ฉันทำยังไงอีก? อีกอย่าง เธอไม่เห็นเหรอว่าเด็กผู้หญิงคนนั้นถูกผู้จัดการติงพาตัวไปแล้ว ต่อให้ฉันจะคิดยังไงกับหล่อน ฉันจะไปกล้าท้าทายผู้จัดการติงได้ยังไง?”ชายคนนั้นพูดจบ หญิงสาวผมสั้นก็อดคิดไม่ได้
เธอทำงานในอาคารหลิงอู่มาเป็นเวลาสามปีแล้ว สำหรับเธอจะรู้จักติงจุนเป็นอย่างดี อย่ามองติงจุนคิ้วหนาตาโต และท่าทางเหมือนสุภาพบุรุษที่แสนดี อันที่จริงแล้วคนคนนี้ลามกหื่นกรามมากกว่า ก่อนหน้านี้มักตั้งเป้าไปที่พนักงานหญิงที่เพิ่งได้รับการว่าจ้างมาใหม่ของบริษัท แต่เขายังค่อนข้างขี้เหนียว เนื่องจากการล่อพนักงานหญิงยังคงมีค่าใช้จ่ายสูง ดังนั้นหนึ่งปีกว่ามานี้ เขาจึงเปลี่ยนความสนใจไปที่ลูกค้าผู้หญิงที่มาเช่าในอาคารหลิงอู่ เนื่องจากเขาเป็นผู้จัดการดูแลการเช่าบ้าน โดยใช้ความสะดวกในฐานะ และผู้เช่าผู้หญิงจึงได้รับประโยชน์จากเขา แล้วเชื่อใจเขาได้ง่ายมาก
หลังจากสร้างความไว้วางใจแล้ว ติงจุนก็มองหาโอกาสที่เหมาะสม ที่จะมีความสัมพันธ์กับผู้เช่า บ่อยครั้งที่ผู้เช่าผู้หญิงยังคงเต็มใจ หลังจากที่พวกหล่อนจากไป มันก็จบลง ติงจุนเริ่มมองหาเป้าหมายต่อไป สำหรับติงจุน นี่คือการแลกเปลี่ยนธุรกรรมที่ไม่มีทุน
สำหรับพนักงานที่ทำงานเป็นเวลานานในบริษัท นี่เป็นความลับที่เปิดเผย ที่สำคัญจนถึงตอนนี้ ติงจุนก็ไม่เคยมีปัญหาแม้แต่ครั้งเดียว
เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ หญิงสาวผมสั้นก็หันหน้า ไปมองชายคนนั้น
“ที่รัก เธอสวยที่สุด มาให้ฉันกอดหน่อย”ชายคนนั้นดึงหญิงสาวผมสั้นเข้ามาในอ้อมแขน
“นายว่าเมื่อไหร่ผู้จัดการติงจะถูกข้างบนตรวจเจอ?”หญิงสาวผมสั้นถามชายคนนั้นเบา ๆ
“เรื่องนี้ใครจะไปรู้ เธอก็รู้ไม่ใช่เหรอ อาคารของพวกเราเพิ่งเปลี่ยนเจ้านายคนใหม่ ผู้จัดการติงทำแบบนี้มาห้าหกปีแล้ว เจ้านายคนก่อนหน้านั้นยังตรวจสอบไม่เจอเลย และไม่มีใครแจ้งตำรวจ นี่ก็เพิ่งจะเปลี่ยนเจ้านายคนใหม่ สำหรับเขาแล้ว ก็เหมือนการเปลี่ยนไปใช้สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยกว่า หรืออาจจะถึงผู้จัดการติงเกษียณอายุ ก็ยังจะไม่มีการเปิดเผยเรื่องนี้”ชายคนนั้นครุ่นคิดสักพัก: “เมื่อกี้เด็กผู้หญิงคนนั้นมองไปแล้วก็น่าจะสิบแปดปี ก็ถูก‘อินคิวบัส’อย่างผู้จัดการติงจับจอง คิดแล้วก็น่าเสียดาย….”
“นายยังคิดถึงหล่อนอยู่อีก!”
“ไม่ ฉันก็แค่พูดไปอย่างนั้นเอง”ชายคนนั้นอธิบายทันทีพลางยิ้มเบาๆ: “ในสายตาของฉัน ฟ่านปิงปิงอะไร ดิลราบา ดิลมูรัตก็ยังสู้ที่รักของฉันไม่ได้”
“ก็พูดเป็นแต่เรื่องไร้สาระ ฉันถามนายหน่อย รูปร่างของฉันดี หรือว่ารูปร่างของภรรยานายดี?”
“แน่นอนว่าเธอ มาเถอะ ที่รัก ให้ฉันดูหน่อยว่ารูปร่างของเธอดีแค่ไหน…..”
……
ฉินหลั่งมาที่บ้านเช่าของตัวเอง และเสียบกุญแจเข้าไป ในขณะนี้ ประตูห้องข้างๆเขาเปิดออก และผู้หญิงอายุยี่สิบกว่าปีก็โผล่ออกครึ่งเดียว และมองไปที่ฉินหลั่ง
เธอมีรูปลักษณ์ที่บอบบาง ผมหางม้าของเธอเป็นสีดำและมันวาว และดวงตาเต็มไปด้วยรัศมี ที่ทำให้ผู้คนรู้สึกถึงความฉลาดและมีความสามารถ
ถ้าครั้งก่อนฉินหลั่งไปเยี่ยมส่งเส่นเอ๋อที่โรงพยาบาล ถ้าสามารถอยู่ในห้องพักฟื้นต่อไปได้อีกสักพัก ในขณะนี้เขาก็สามารถรู้จัก กับสาวสวยที่อยู่ตรงหน้าก็คือ น้าของส่งเส่นเอ๋อ—-ซุนเย่ว
“นายเป็นผู้เช่ารายใหม่เหรอ ฉันอยู่ในห้องได้ยินเสียงอะไรบางอย่างที่ข้างๆห้อง ก็เลยออกมาดู”ซุนเย่วเดินไปตรงหน้าฉินหลั่ง กล่าวด้วยรอยยิ้ม: “สวัสดีค่ะ ฉันชื่อซุนเย่ว”
“สวัสดีครับ ผมชื่อฉินหลั่ง”ฉินหลั่งกล่าวทักทายอย่างรวดเร็ว
“ดูท่าทางของนายแล้ว นายเป็นนักศึกษาเพิ่งเรียนจบมาใหม่หรือเปล่า? หางานทำแถวๆนี้หรือเปล่า ตอนที่ฉันเรียนจบใหม่ๆ ก็กังวลเรื่องงานตลอด แต่ว่านายก็อย่าไปกังวลมาก รถขึ้นไปถึงดอยก็ต้องมีทางไป นายหางานทำได้เร็วๆนี้อย่างแน่นอน”ซุนเย่วพูดอย่างคุ้นเคย: “ยังไงก็ตาม นายเช่าห้องครั้งแรก ฉันอยากจะเล่าประสบการณ์ของฉันให้นายฟัง อย่าใช้ผ้าปูที่นอนในห้อง และผ้าเช็ดตัว…..”ซุนเย่วเล่าเกี่ยวกับประสบการณ์เช่าห้องให้กับฉินหลั่งฟัง
“โทษฉันที่ พูดมากไปหน่อย นายเข้าห้องไปเถอะ ต้องการให้ฉันช่วยนายทำความสะอาดหรือเปล่า?”ซุนเย่วถามอย่างยินดี
“ไม่ต้อง ผมจัดการทำความสะอาดด้วยตัวเองก็พอ”ฉินหลั่งกล่าวด้วยรอยยิ้ม หลังจากนั้น ซุนเย่วก็บอกกับฉินหลั่งถ้าต้องการความช่วยเหลือก็เรียกได้ และตัวเองก็กลับเข้าไปในห้อง
ฉินหลั่งยิ้ม แม้ว่าวันนี้การเช่าบ้านของเขาจะเป็นแค่ข้ออ้าง แต่ว่าได้เจอกับเพื่อนบ้านสาวสวยที่กระตือรือร้นมีชีวิตชีวาและใจดี ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีสิ่งหนึ่ง
ฉินหลั่งเข้าไปในบ้านของตัวเอง และมองไปรอบๆอย่างผ่านๆ ค่อนข้างพอใจสภาพแวดล้อมของห้อง และรู้สึกว่าราคาสองพันห้าร้อยหยวนนั้น ค่อนข้างจะสมเหตุสมผล
ฉินหลั่งทำความสะอาดอย่างผ่านๆ และสุดท้ายก็นอนลงบนเตียง
เมื่อนึกถึงขั้นตอนการเช่าบ้านก่อนหน้านี้ ฉินหลั่งพบว่า ในการบริหารพนักงานของอาคารหลิงอู่ มีปัญหามากมาย ดูเหมือนว่าหลังจากนี้ตัวเองจะต้องคัดกรองพนักงานในอาคารหลิงอู่ใหม่ หลังจากการคัดกรอง พนักงานทั้งหมดที่ไม่ตรงตามข้อกำหนด จะต้องถูกลบออก ด้วยวิธีนี้ อาคารหลิงอู่ก็จะสามารถทำงานได้ดีขึ้น
ในบ้านเช่าอื่นในเวลานี้
“วันนี้ขอบคุณคุณมากนะคะ ผู้จัดการติง ถ้าไม่มีคุณ ฉันก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไง!”หญิงสาวพูดกับผู้จัดการติงด้วยความจริงใจ ผู้จัดการติงพาเธอไปดูห้องอีกครั้ง แล้วช่วยเธอจัดการ ขั้นตอนการเช่า และยังช่วยเธอทำความสะอาดภายในและภายนอกห้องอีกด้วย ผู้หญิงคนใดในโลกนี้ ก็ต้องมีความรู้สึกกับผู้จัดการติง
“ขอบคุณอะไรกันเล่า อย่าเรียกฉันว่าผู้จัดการติงเลย เรียกว่าพี่ติงเถอะ! อีกหน่อยในห้องมีปัญหาอะไร ก็โทรศัพท์หาฉันได้ ส่งข้อความวีแชต”ผู้จัดการติงกล่าวด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน
“ค่ะ ฉันรู้แล้ว”หญิงสาวตกลงอย่างอ่อนหวาน
“โอเค เธอเพิ่งมาถึงจีนหลิง น่าจะเหนื่อย พี่ติงไม่รบกวนเธอแล้ว เธออยู่พักผ่อนที่บ้านดีๆ….”ผู้จัดการติงเดินออกไปที่ประตูตามที่กล่าว
“ลาก่อนค่ะพี่ติง!”หญิงสาวยืนอยู่ที่ประตู และโบกมือให้ผู้จัดการติง ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในบ้าน
เมื่อเห็นหญิงสาวกลับเข้าไป ผู้จัดการติงเปิดโทรศัพท์ และมองไปที่วีแชตของหญิงสาวที่เพิ่งเพิ่มเข้ามาในโทรศัพท์ ก็มีรอยยิ้มที่เจ้าชู้ปรากฏบนใบหน้า ไม่เหมือนกับตอนที่อยู่ในห้องของหญิงสาวเลย
“อีกหนึ่งเดือนก็ได้เธอมา ที่รักของฉัน ฉันจะรอคอยวันที่เธอล้างเนื้อล้างตัวรอฉันอยู่บนที่นอน”ผู้จัดการติงพึมพำ สาวน้อยที่ไม่มีประสบการณ์ทางสังคมแบบนี้ หลอกลวงได้ง่ายที่สุด ตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็นหญิงสาว ผู้จัดการติงก็คิดขั้นตอน ในการเกลี้ยกล่อมเธอไปที่เตียงแล้ว
ผู้จัดการติงปิดโทรศัพท์ ตอนนี้เรื่องของหญิงสาวไม่รีบร้อน ตอนนี้ต้องดูเหยื่ออื่นที่เขาจับตามองมาหลายเดือนแล้ว เขาคิดว่าวันนี้ถึงเวลาที่ต้อง “ปิดเน็ต”
ผู้จัดการติงกลับไปที่สำนักงาน ก่อนจะเอาถุงยางอนามัยและซิลเดนาฟิลมาที่ประตู“เหยื่อ” และเคาะประตู
“ผู้จัดการติง เชิญคุณเข้ามาก่อน”เป็นซุนเย่วที่เปิดประตู เธอเปิดประตูด้วยความรู้สึกกังวล และอายเล็กน้อยที่เห็นผู้จัดการติง เพราะเธอค้างค่าเช่ามาเป็นเวลาสี่เดือน แต่ผู้จัดการติงยังยอม ปล่อยให้เธออาศัยอยู่ที่นี่ต่อไป และรีบจ่ายค่าเช่าบ้านให้เร็วที่สุดก็พอแล้ว
ผู้จัดการติงเข้าไปในบ้านของซุนเย่ว
“ฉันจะรินน้ำให้คุณ”ซุนเย่วปล่อยให้ผู้จัดการติงนั่งบนโซฟา
“คุณซุน หางานทำได้หรือยัง?”ผู้จัดการติงมองไปที่ซุนเย่วแล้วถาม เมื่อเห็นรูปร่างที่สมส่วนของซุนเย่ว ผู้จัดการติงรู้สึกขนหัวลุก เมื่อคิดว่าเขาสามารถนอนกลิ้งบนเตียงขนาดใหญ่ไปมากับสาวสวยเช่นนี้ได้ในห้องนี้ ขนาดของอวัยวะของผู้จัดการติงกำลังค่อยๆเปลี่ยนแปลง
คำพูดของผู้จัดการติงทำให้จิตใจของตึงเครียด และเธอไม่รู้จะพูดเรื่องนี้กับเขาอย่างไรดี
“ยังไม่ได้ แต่ช่วงนี้ฉันพยายามหาอย่างเต็มที่ เชื่อว่าจะหาได้เร็วๆนี้ โปรดให้เวลาฉันอีกสักสองสามวัน”ซุนเย่วกล่าวอย่างหน้าด้าน
“ผมเองก็อยากจะให้เวลากับคุณนะคุณซุน แต่ว่าคุณซุนคุณก็เห็น ผมก็อนุญาตให้คุณอาศัยอยู่ที่นี่มาเกือบสี่เดือน ผมเองก็เป็นแค่ผู้จัดการเล็กๆ ก็ได้รับกดดันสูงมาก…..”ผู้จัดการกล่าวอย่างกังวล คำพูดของเขาทำให้ซุนเย่วรู้สึกอึดอัดมากยิ่งขึ้น
“ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ถ้าว่ามันไม่ได้จริงๆ อย่างนั้นฉันจะย้ายออกไปเดี๋ยวนี้”ซุนเย่วไม่ต้องการสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น
“ย้าย แล้วค่าเช่าสี่เดือนนี้ล่ะ? ไม่กี่วันที่ผ่านมาอาคารเพิ่งเปลี่ยนเจ้านาย อย่างที่บอกไปเจ้านายที่คนใหม่เข้ารับตำแหน่งนั้นไฟแรง หากตรวจสอบพบว่าฉันปล่อยให้คุณอยู่ฟรีๆสี่เดือน ไม่เพียงให้ฉันจ่ายชดใช้ค่าเช่าหนึ่งหมื่นหยวน และอนาคตของผมที่อยู่ในบริษัท พังพินาศ คุณกำลังฆ่าผม”ผู้จัดการติงกล่าวด้วยใบหน้าเศร้า
“ห๊ะ?”ซุนเย่วคิดไม่ถึงเลยว่า ตัวเองอาศัยอยู่ที่นี่สี่เดือน จะได้รับผลกระทบร้ายแรงเช่นนี้ แต่ตอนนี้เธอไม่สามารถจ่ายค่าเช่าหมื่นหยวนได้ ซุนเย่วบ่นพึมพำอย่างกังวล: “ขอโทษค่ะ ฉันคิดไม่ถึงว่ามันจะมีผลกระทบร้ายแรงกับคุณเช่นนี้ มันเป็นความผิดของฉันเอง ควรจะทำยังไงดี….”
เมื่อเห็นความสำนึกผิดและโทษตัวเองของซุนเย่ว ผู้จัดการติงรู้สึกว่าใกล้จะถึงเวลานั้นแล้ว
“ไม่ใช่ว่าตอนนี้ไม่มีวิธีชดใช้”ในขณะที่พูด ผู้จัดการติงลุกขึ้นยืน เขาเดินไปที่ประตู แล้วคล้องโซ่ล็อกประตู และเดินไปที่หน้าต่าง ดึงผ้าม่านและพูดว่า: “คุณซุน คุณมีวิธีชดเชยการสูญเสียของผม….”
“คุณปิดผ้าม่านทำไม”รู้สึกแปลกๆเล็กน้อย: “อีกอย่าง คุณบอกว่าฉันมีวิธีที่จะชดเชยความผิดของฉัน มันคืออะไร?”

รวยชั่วข้ามคืน?!

รวยชั่วข้ามคืน?!

ในระยะเวลา7ปีนี้ ฉินหลั่งถูกคนอื่นเยาะเย้ยและดูถูกเหยียดหยาม แต่ฉินหลั่งก็อดทนใช้ชีวิตอยู่อย่างเงียบๆมาโดยตลอดถ้าหากไม่ใช่ได้รับข้อความนั้น ฉินหลั่งคงจะลืมว่าตัวเองเป็นคนรวย7ปีมันเป็นระยะเวลาทดสอบที่ตระกูลให้กับฉินหลั่ง ตอนนี้ฉินหลั่งผ่านการทดสอบแล้ว ก็มีสิทธิ์ไปใช้ทรัพย์สินของตระกูลได้แล้วฉินหลั่งจะเลือกที่จะอ่อนน้อมถ่อมตนต่อไปหรือจะเริ่มเปิดโหมดอวดรวยกันแน่!

Comment

Options

not work with dark mode
Reset