ระบบใช้จ่าย – ตอนที่ 29 : ฉันจะซื้อเนินเขาลูกนี้!

ระบบใช้จ่าย ระบบใช้จ่ายตอนที่ 29

 

บทที่ 29: ฉันจะซื้อเนินเขาลูกนี้!

 

หงต้าหลี่ไม่ทราบถึงความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในโรงเรียน เขากําลังยืนอยู่หน้าร้านอาหารต่าง ๆ ที่เขาได้ซื้อจากพี่ชายที่ไม่เป็นมิตรของเขา และตอนนี้เขาก็กําลังมองไปที่สุนัขที่นอนกลิ้งไปกลิ้งมาบนพื้น

 

สุนัข 100 ตัว แต่ละสายพันธุ์ มีทั้งพันธุ์ทิเบตัน พันธุ์เชาเชา พันธุ์ฮัสกี้ และ พันธุ์ซามอยด์ ที่แตกต่างกันมีขนาดใหญ่ กลาง และเล็ก ใช่แล้วหงต้าหลี่ซื้อสุนัขทั้งหมด 400 ตัว นอนกลิ้งไปกลิ้งมาบนชั้นแรกของร้านอาหาร สุนัขตัวเล็กกัดสุนัขตัวเล็กตัวอื่น ๆ และสุนัขตัวใหญ่กําลังกัดสุนัขตัวใหญ่ตัวอื่น ๆ พันธุ์ฮัสกี้และพันธุ์ซามอยด์กําลังหอนด้วยกัน และสุนัขพันธุ์ทิเบตันและพันธุ์เชาเชากําลังยืนมอง ดูเหมือนว่าพวกมันกําลังจะต่อสู้กันอยู่เลย

 

ชั้นแรกดูเหมือนจะยุ่งวุ่นวายพอสมควร

 

แต่มันไม่ได้เกี่ยวกับสุนัข 400 ตัวหรอก เพราะด้านทิศตะวันออกของชั้นแรกนั้นเต็มไปด้วยกล่องทั้งหมดเต็มฝาผนังกล่องเรียงสูงเท่าคนเลยทีเดียว กล่องทั้งหมดบรรจุอาหารสุนัขไว้ ด้านตะวันตกก็มีกล่องเต็มฝาผนังเช่นกัน กล่องทั้งหมดเรียงสูงซ้อนกันเทียบเท่ากับความสูงของคนเหมือนกัน แต่กล่องพวกนี้บรรจุนมไว้

 

นี่เป็นฉากที่อาจจะไม่ได้เห็นในอีกร้อยปีแน่ ถังมู่ชินชอบสุนัขมาก เธอชอบมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งสุนัขพันธุ์เชาเชา แต่แล้วพอเธอมองไปที่ฉากด้านข้างของเธอ เธอก็ต้องตาโตและอ้าปากค้าง อย่างไรแล้วเธอก็ยังคงต้องรักษาภาพพจน์ของเธอไว้ เธอนั้นอ้าปากค้างแค่ 2 นาที

 

สุนัขแต่ละตัวสังเกตได้ง่ายๆ เพราะสุนัขแต่ละสายพันธุ์มีนิสัยและลักษณะที่แตกต่างกัน เช่น สุนัขพันธุ์ทิเบตัน มาสทิฟฟ์เป็นเหมือนสุนัขราชา หัวของพวกมันสูงสง่า และพวกมันกัดข่มสุนัขตัวอื่นเป็นบางครั้ง เมื่อพวกมันเห่าหอน เสียงพวกมันก็เหมือนเสียงฟ้าร้องในยามพายุเข้า เพราะพันธุ์ของสุนัขพันธุ์นี้มีนิสัยดุร้ายเกินไป พวกมันจะต้องอยู่ในกรงโลหะขนาดใหญ่ ถ้าพวกมันไม่ได้อยู่ชั้นแรกหรือปล่อยพวกมันไปในที่อื่น ๆ พวกมันก็คงไล่กัดคนจนเลือดเต็มพื้นถนนแน่ ๆ

 

สุนัขพันธุ์เชาเชามีลักษณะที่ดูจะซื่อบื้อ โดยเฉพาะรูปร่างที่เล็กที่นอนอยู่บนพื้นและพวกมันก็มักจะดิ้นไปดิ้นมา คล้ายกับตุ๊กตาดิ้นได้ เมื่อเห็นพวกมันก็ทําให้ยิ้มได้ แน่นอนว่า มันเป็นเพียงสุนัขตัวเล็ก ๆ แต่มันก็น่ารัก สุนัขพันธุ์เชาเชาตัวโตจะมีนิสัยดุร้าย พวกมันเป็นพันธุ์เดียวที่กล้าที่จะประจันหน้ากับสุนัขพันธุ์ทิเบตัน มาสทิฟฟ์

 

ในสี่พันธุ์สุนัขที่เลือกมา สุนัขพันธุ์ฮัสกี้เป็นสุนัขที่ขี้เล่นมากที่สุดและเป็นสุนัขที่น่ารําคาญเป็นอันดับหนึ่ง พวกมันวิ่งไปทั่วสถานที่และกดทุกสิ่งที่พวกมันเห็น อะไรก็ตามที่ทําจากพลาสติกหรือผ้าที่สามารถนําไปใช้ได้หรือแม้แต่ขาโต๊ะโลหะก็มีร่องรอยการกัดหรือมีคาบน้ำลายของพวกมัน

 

ถ้าพูดถึงสุนัขพันธุ์ซามอยด์อาจจะเป็นสุนัขที่เงียบกว่าสุนัขพันธุ์อื่น ๆ และคิดว่าเป็นสุนัขที่สวยที่สุด ถ้าไม่สนว่าขนสีขาวของพวกมันจะร่วงไปทุกที่ เมื่อเริ่มต้นเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ อากาศเริ่มอุ่นขึ้น มันเป็นเวลาที่สุนัขพันธุ์ซามอยด์จะพลัดขนมากที่สุด เมื่อรวมสุนัขพันธุ์ซามอยด์เข้าด้วยกันจะมีลักษณะคล้ายกับฉากหิมะ 1 ฉาก คนที่ไม่เข้าใจสถานการณ์ในตอนนี้อาจจะเข้าใจผิดว่านี่เป็นฉากภาพยนตร์ในคืนหิมะตกได้แน่ ๆ  [ขนปลิวว่อน]

 

ผู้ดูแลร้านอาหารกําลังหวาดกลัว เขาได้แต่แอบอยู่ในมุมหนึ่งของร้านอาหาร ในขณะที่หงต้าหลี่รู้สึกพึงพอใจกับฉากนี้มาก เขาก็หันหน้ามาและพูดกับหลิงเสี่ยวหยี่ ว่า “ ทําได้ดีมาก เสี่ยวหยี่ นี่เป็นสิ่งที่ฉันต้องการ! ฉันจะให้ทิปเงินเธอ 5,000 หยวน! ”

 

หลิงเสี่ยวหยี่ยืนอยู่ข้าง ๆ เขา แต่งกายด้วยชุดแม่บ้านสีดํา เธอรีบโค้งคํานับและขอบคุณหงต้าหลี “ ขอบคุณค่ะ สําหรับทิปเงินของท่านนายน้อย ”

 

ในขณะนี้ ลูกกลมๆสีขาวกลิ้งอยู่ใต้ฝ่าเท้าของหงต้าหลี่ เมื่อมองลงไป เขาเห็นสุนัขพันธุ์ซามอยด์ตัวเล็ก ๆ ที่ยังไม่สามารถเดินได้ดีนัก เนื่องจากเป็นลูกสุนัขอยู่ หงต้าหลี่ก้มตัวลงแล้วลูบขนของเจ้าซามอยด์ตัวเล็กและเจ้าตัวเล็กก็เงยหน้าขึ้นมองและยิ้มให้เขา มันทําให้หงต้าหลี่พอใจมาก และเขาก็ยิ้มทันทีและพูดว่า “ โย่ เจ้าตัวน้อยตัวนี้รู้วิธีที่ทําให้ยิ้มได้จริง ๆ เลยนะ ฮ่าฮ่า ฉันจะเลี้ยงมัน! “ เขากอดซามอยด์ตัวเล็ก ๆ แล้วยืนขึ้น และมองดูซามอยด์ตัวอื่น ๆ ตัวของมันมีสีขาวเหมือนหิมะ ไม่มีขนสีแปลก ๆ ในตัวมันเลย อุ้งเท้าทั้งสี่ของมันนุ่มน่าสัมผัส มันมีฝาเท้าสีชมพูและละเอียดอ่อน รูปร่างโดยรวมของมันยอดเยี่ยมมาก หงต้าหลี่ค่อนข้างพอใจ ” ใช่ ต่อจากนี้ไปฉันจะเรียกแกว่า เสี่ยวเสี่ยว ตกลงไหม? ”

 

เมื่อได้ยินคําพูดของหงต้าหลี่ เจ้าตัวน้อยก็ยิ้มอีกครั้งแล้วหอน ” บรู้ววว …”

 

“ ฮ่าฮ่า ซินซิน เธอก็เลือกมาสักตัวสิ ” ถังมู่ซินได้เลือกสุนัขเชาเชาที่น่ารักอย่างพิถีพิถัน หงต้าหลี่หันมาพูดกับหลิ เสี่ยวหยี่ว่า ” ให้ทุกคนเลือกสุนัขคนละหนึ่งตัว โอเค ผู้ติดตามผู้ชายจะต้องเลือกสุนัขพันธุ์ทิเบตันหนึ่งตัว เธอกับผู้ติดตามผู้หญิงอีกห้าคนที่เหลือจะต้องเลือกสุนัขพันธุ์ฮัสกี้ พอเลือกสุนัขได้แล้ว ก็พาพวกมันไปเดินเล่นกันเถอะ! ”

 

หลิงเสี่ยวหยี่ไม่รู้ว่าควรจะยิ้มหรือร้องไห้ดี “ รับทราบค่ะ ท่านนายน้อย “

 

ห้านาทีต่อมา

 

ผู้ติดตามผู้ชายสามคนเดินไปด้านหน้า แต่ละคนจูงสุนัขพันธุ์ทิเบตันเดินเตร่ไปรอบ ๆ พวกมันเห่าคนที่พวกมันเห็น หงต้าหลี่อุ้มสัตว์เลี้ยงตัวใหม่ของเขา นั้นก็คือสุนัขพันธุ์ซามอยด์ที่มีชื่อว่าเสียวเสี่ยว เดินตรงกลาง ในขณะที่ด้านหน้าถังมู่ซิน เธอได้จูงสุนัขพันธุ์เชาเชาที่มีขนสีขาวและเดินเคียงข้างหงต้าหลี่ เนื่องจากเธออับอายขายขี้หน้ามามากแล้ว มันไม่สําคัญกับเธออีกแล้วแหละถ้าเธอจะอับอายขายขี้หน้าอีกครั้ง หลิงเสี่ยวหยี่และผู้หญิงคนอื่น ๆ จับคู่กับสุนัขพันธุ์ฮัสกี้และกําลังเดินอยู่ข้างหลังพวกมัน สําหรับคนขับรถ เขาได้รับสุนัขพันธุ์ลาบราดอร์และกําลังเดินอยู่ด้านหลัง

 

คนกลุ่มนี้ได้รับความสนใจจากผู้คนที่สัญจรที่ผ่านไปผ่านมาขณะที่พวกเขาเดินไปตามถนน ผู้คนต่างก็มองและซุบซิบไปต่าง ๆ นา ๆ ในขณะที่พวกเขาเดินผ่านและถนนก็เต็มไปด้วยเสียง เช่น:

 

“ อ้าาา – !!! “

 

“ แม่ดูสิ มีสุนัขเยอะแยะเลย! ”

 

โฮ่ง โฮ่ง วูฟ !!

 

“ พวกเขากําลังเดินเล่นกับสุนัขหรือกําลังคิดที่จะใช้สุนัขกัดคนหรือเปล่าเนี่ย? มานี้เร็ว อยู่ให้ห่างจากพวกมันเลยนะ! “

 

บรู๊ววว !

 

“ นี่…พวกเขากําลังถ่ายหนังอยู่เหรอ? “

 

อะบรู๊ววว !!

 

หงต้าหลี่เดินไปข้างหน้าและตัวเขาก็สวมแว่นกันแดดอยู่ในตอนนี้หงต้าหลี่มีลักษณะคล้ายกับบรรพบุรุษของเขามาก เขาเหมือนอาเสี่ยที่มีผู้ติดตามรายล้อม ถังมู่ซินรู้สึกอับอายยิ่งกว่าเดิมเข้าไปอีก เธอก้มศีรษะของเธอลง โดยมองดูสุนัขเชาเชาขนสีขาวตัวเล็ก ๆ ที่เธอตั้งชื่อว่า เสียวเสี่ยวใบ และอุ้มสุนัขไว้ในอ้อมแขนของเธอไว้แน่น

 

ในตอนนี้ผู้ติดตามทั้งเก้าดูเท่และมีสง่าราศีมาก พวกเขาทําท่าทางและชายตามองคล้ายกับลุงเบิร์ดที่ร้องเพลง “กังนัมสไตล์” พวกเขาดูเท่มากและพวกเขาเตรียมพร้อมป้องกันหงต้าหลี่เสมอ พวกเขาสามารถปล่อยสุนัขให้ไล่กัดได้ตลอดเวลา ไล่กัดกับใครก็ตามที่ไม่พอใจ

 

เมื่อมาถึงทางเข้าร้านตัดผม หงต้าหลี่ก็ดึงถังมู่ซินมาอยู่ข้าง ๆ และต่อรองราคา ผู้ติดตามทั้งเก้าบวกกับคนขับรถรวมเป็นสิบคน ยืนเฝ้าอยู่ที่ทางเข้าพร้อมสุนัขของพวกเขา ผู้คนต่างเดินผ่านไปและไม่มีคนแปลกหน้ากล้าย่างกรายเข้ามาใกล้เลย

 

เมื่อเห็นหงต้าหลี่และถังมู่ชิน ช่างตัดผมก็ออกมาต้อนรับพวกเขาทันที ” สวัสดีท่านทั้งสองครับ จะมาตัดผมใช่เปล่าครับ? ”

 

“ ใช่ มาตัดผม แต่ไม่ใช่สําหรับเราสองคนนะ “ หงต้าหลี่ยังคงแสดงสีหน้านิ่งอย่างเคร่งขรึม

 

ช่างตัดผมสับสน

 

“ นั่น ต่างหาก… “

 

หงต้าหลี่ชี้ไปที่เสี่ยวเสียวใบ สุนัขที่อยู่ในอ้อมแขนของถังมู่ซิน “ ทําทรงผมให้มัน ”

 

กรรไกรที่ช่างตัดผมกําลังถืออยู่นั้นหล่นลงไปกองกับพื้นด้วยเสียงดัง “ปั๊ก” เขาใช้เวลาสักครู่ ก่อนที่เขาจะคืนสติและก็ได้แต่พูดว่า ” โอ โอเคครับ…ตกลง…ผมขอทราบรายละเอียดหน่อยครับ ว่าท่านต้องการทรงผมแบบไหน? ”

 

หงต้าหลี่เอื้อมมือไปหยิบของในกระเป๋าและหยิบกระดาษออกมา

 

10 นาทีต่อมา เสียวเสี่ยวใบก็ถูกเปลี่ยนเป็นทรงผมหมีแพนด้า และเดินออกจากร้านตัดผม …

 

สิ่งที่ควรค่าแก่การพูดถึง คือการตัดผมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ เนื่องจากหงต้าหลี่โทรหาเจ้าของร้านตัดผมและซื้อร้านตัดผมนั้นเรียบร้อยแล้ว ….

 

การเดินทางกลับบ้านยิ่งดึงดูดความสนใจมากยิ่งขึ้นไปอีก กลุ่มคนที่จูงสุนัขเดินเล่น หญิงสาวสวยที่กําลังอุ้มอะไรบางอย่างที่ดูเหมือนจะเป็นหมีแพนด้า

 

จริง ๆ แล้วมันเป็นอะไรที่ดูเท่ มีระดับ ดูเป็นธรรมชาติและน่าเหลือเชื่อมาก เพราะโลกของคนรวยเป็นสิ่งที่คนธรรมดาไม่อาจเข้าใจได้

 

พวกเขายังคงเดินไปทางทิศตะวันตกและไปถึงสวนแห่งหนึ่งที่ยังไม่ได้รับการพัฒนา สถานที่แห่งนี้อยู่ห่างจากร้านอาหารประมาณ 700-800 เมตร ซึ่งเป็นที่ตั้งของสุนัขและเป็นพื้นที่ภูเขาที่ยังไม่ได้รับการพัฒนา ข้างถนนเป็นหญ้าแบน ๆ ไกลออกไปเป็นเนินเขาเล็ก ๆ สูงประมาณ 50-60 เมตร ต้นไม้งอกงามขึ้นมาบนเนินเขาและสิ่งที่หายากคือแม่น้ำที่ไหลผ่านเชิงเขาและไหลลงสู่ทะเลสาบเฟิงหยวน ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 200 เมตร อาจเป็นเพราะเหตุนี้ สถานที่แห่งนี้ยังไม่มีอาคารใด ๆ ทําให้สภาพแวดล้อมที่นี่ค่อนข้างดี

 

หงต้าหลี่มองไปทางซ้าย ทางขวา มองขึ้นและมองลง จากนั้นก็หักนิ้วของเขา

 

“ ฉันจะซื้อเนินเขานี้ ครั้งหน้าที่เราพาสุนัขมาเดินเล่น เราก็มาเดินเล่นที่นี่กันเถอะ! ”

ระบบใช้จ่าย

ระบบใช้จ่าย

เรื่อง ระบบใช้จ่าย โดย นำเรื่อง ระบบใช้จ่าย มาเป็นบางส่วน บทนำ เขาได้ตายไปเพราะช่วยเหลือคนจากการถูกรถชน จากนั้นก็ได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง พร้อมกับระบบแปลกๆและยังโลกใบเดิมที่ผิดไปจากเดิมอีก เรื่องย่อ ” หงต้าหลี่ เพศชายอายุ 22 ปี ไร้ครอบครัว ได้เสียชีวิตอย่างโชคร้ายโดยที่ได้ช่วยเหลือเด็กสองคนที่กำลังจะถูกรถชน หลังจากหารือหลายครั้ง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตัดสินใจให้เกียรติเขาในฐานะวีรบุรุษและนักศึกษามหาวิทยาลัยดีเด่นของจังหวัด “ – หนังสือพิมพ์รายวันประชาชน … ” ไม่!ไม่!ไม่! ไม่มีทาง หนูจะไม่หมั้นกับตระกูลหงเด็ดขาด! ” ถังมู่ซินพูด เธอซ่อนศรีษะไว้ใต้หมอนและกะดิกขาไปมาอย่างหงุดหงิด ” หงต้าหลี่เป็นพวกเศษเดนที่คนรู้จักกันทั่วเมือง เขาเป็นพวกสุรุ่ยสุร่ายและเป็นที่ขายหน้าของตระกูลหง เขาทั้งอ่อนแอและสมองทึบอีกด้วย ไม่มีทางที่หนูจะเอาคนแบบนี้มาเป็นคู่หมั้นหรอกนะ! “ ถังมู่ซิน เป็นลูกคนเดียวของ ถังรุ่ยชี ประธานบริษัทถังเวชกรรม เธอเป็นคนที่มีความสามารถทั้งการอ่านและเขียน ทั้งนี้เธอยังเป็นคนที่เที่ยงธรรมและเป็นคนที่สวยงามอีก ด้วยรูปลักษณ์ของเธอ เปรียบได้กับดอกไม้ที่สวยที่สุดราวกับว่าทุกอย่างนั้นดีไปหมดเมื่ออยู่กับเธอ ยิ่งไปกว่านั้นเธอยังเป็นสุดยอดแม่ครัว ทำให้เธอเป็นภรรยาในแบบอุดมคติเลยทีเดียวเชียว การที่ทั้งทำอาหารได้อร่อยและหน้าตาเป็นเลิศเช่นนี้ เธอจะต้องเป็นผู้หญิงในฝันของผู้ชายหลายคนในโรงเรียน วันนี้ เธอได้ยินเสียงจากพ่อว่าจะพาเธอไปหาตระกูลหงต้าหลี่ที่แสนน่าอับอาย เพื่อที่จะได้หมั้นตัวเธอกับลูกชายของตระกูลหง ซึ่งมันเป็นสิ่งที่เธอไม่สามารถยอมรับได้เลยสักนิดเดียว ” ถ้าไม่ใช่เพราะพ่อแม่ของเขาตามใจและพวกเขายังมีลูกแค่คนเดียว คนไร้ค่าอย่างเขาคงจะถูกไล่ออกจากตระกูลหงไปนานแล้ว ถ้าเป็นแบบนี้ เขาจะยังสามารถใช่เงินสุรุ่ยสุร่ายได้แบบนี้อีกงั้นเหรอ? “ เมื่อได้ยินคำพูดของลูกสาว ถังรุ่ยชีซึ่งนั่งอยู่หน้าเตียงก็ได้ยิ้มแย้ม ” ซินซิน1 ไม่ใช่ว่าพ่อมีทางเลือก การแต่งงานระหว่างหนูกับหงต้าหลี่ถูกตัดสินโดยคุณปู่เมื่อหลายปีก่อน แม้ว่าเขาจะเป็นเด็กน้อยทึ่ม ๆ คนหนึ่ง แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาใหญ่ใช่มั้ย จากสิ่งที่พ่อรู้จริง ๆ แล้ว หงต้าหลี่เป็นเด็กที่หน้าตาดีเลยนะ … “ ถังรุ่ยชี สวมเสื้อกล้ามสีเขียวที่สะอาดสะอ้านและเน็คไทที่มีปมเรียบง่ายตรงคอของเขา เขามีหนวดเคราอยู่เหนือริมฝีปาก เขาถือกล่องยาสูบไว้ในมือและผมสีดำสั้นของเขาก็ได้ถูกหวีอย่างเรียบร้อยไปทางด้านหลังของศีรษะอย่างดูดี ความแปลกเพียงอย่างเดียวก็คือ ตอนนี้ดวงตาของเขาเปล่งประกายพร้อมกับเต็มไปด้วยความรู้สึกหมดหนทางและไม่เต็มใจ พูดตามตรง เพราะเขาไม่มีทางเลือกหรอกนะ เขาจะยอมมอบลูกสาวที่มีค่าของตัวเองให้กับคนไร้ค่าอย่างหงต้าหลี่งั้นหรอ? สาเหตุที่เขาเรียกว่าคนไร้ค่างั้นเหรอ ก็เพราะหงต้าหลี่อาจเรียกได้ว่าเป็นคนประหลาดที่สุดบนโลกใบนี้ สิ่งเดียวที่เขาชอบทำก็คือ การถลุงเงินที่มีอยู่ของตนเอง คำพูดประจำตัวของเขาคือ ” ฉันจะต้องฟุ่มเฟือยสิ ถ้าฉันไม่ใช้เงิน เงินที่พ่อแม่ของฉันที่หามาก็คงสูญเปล่าใช่ไหมละ? “ คำพูดของเขาได้สร้างเสียงหัวเราะให้ทุกคนในเมืองเทียนจิง ผู้ปกครองจำนวนมากต่างก็ได้สอนลูกของพวกเขาโดยพูดว่า ” ถ้าลูกกล้าเรียนรู้เรื่องการใช้เงินจากหงต้าหลี่ ไปกินข้าววัดเลยไป! “ ดังนั้นแล้ว จึงเป็นที่เข้าใจได้เลยว่าทำไมถังมู่ซินถึงได้อารมณ์เสีย

Comment

Options

not work with dark mode
Reset