ราชาเหนือราชัน – ตอนที่ 39 : ยาวิญญาณระดับต่ำ ราชันเห็ดโลหิต!

ด้วยการปรากฏตัวของลิงคิงคองยักษ์ อันตรายที่คืบคลานเซี่ยงเส้าหยุนผ่านพ้นไปแบบมิทันได้ตั้งตัว เด็กหนุ่มยังไม่ออกจากบริเวณนี้ เขาสังเกตสถานการณ์จากระยะไกล และเห็นว่าทั้งลิงคิงคองยักษ์และเหล่านักล่าสิงโตคลั่งยังคงปะทะกัน ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งบริเวณ

พลังทำลายล้างรุนแรงจากการปะทะกัน เป็นความผิดของคนเหล่านั้น โชคดีสำหรับเซี่ยงเส้าหยุน เขาเคยเห็นแหล่งพลังมากมายตั้งแต่อดีต แรงสั่นสะเทือนแค่นี้มิอาจทำอะไรต่อเขาได้

“ช่างเป็นเวลาเหมาะเจาะที่จะค้นหาน้ำพุดวงดาวปฐพี!” สีหน้าของเซี่ยงเส้าหยุนแปรเปลี่ยนเป็นความสุข เขาจึงตรงไปที่ยอดเขาอย่างรวดเร็ว เขานั้นไม่คิดจะพุ่งเข้ากลางสนามรบอย่างแน่นอน เขาเปลี่ยนทิศทางโดยหาเส้นทางอื่นไปหาน้ำพุ

หลังจากนั้นไม่นาน เซี่ยงเส้าหยุนมุ่งไปอีกด้านของภูเขา เขาพบกับน้ำตกขนาดใหญ่ไหลลงต่อหน้า

“หากเราต้องการรับเอาน้ำพุดวงดาวปฐพีไป คงต้องผ่านน้ำตกนี่ไปสินะ? ไม่มีทางอื่นเลยงั้นหรือ?” เซี่ยงเส้าหยุนบ่นอุบกับตนเอง

น้ำตกนี้ค่อนข้างกว้าง ยิ่งไปกว่านั้น ความเชี่ยวกรากของน้ำตกที่ไหลลง ไม่ใช่สิ่งที่ร่างกายของเขาจะสามารถยืนหยัดได้ เช่นเดียวกับที่เซี่ยงเส้าหยุนกำลังสิ้นหวัง เสียงดังขึ้นทำให้เขาต้องหันกลับไปมอง

“เมี้ยว!”

เสี่ยวไป่กำลังร้องเรียก ขณะที่เซี่ยงเส้าหยุนยังงุนงงนั้น เสี่ยวไป่ก็กระโดดเข้าสู่อ้อมกอดของเขา

“เสี่ยวไป่ เจ้าปลอดภัย! ฮะฮ่า เยี่ยมยอดมาก!” เซี่ยงเส้าหยุนหัวเราะอย่างเป็นสุข กอดเสี่ยวไป่อย่างแรง หลังจากตามหากันอยู่นาน เซี่ยงเส้าหยุนได้แต่ครุ่นคิดว่าจะมีสิ่งใดเกิดกับเสี่ยวไป่หรือไม่ เขาเป็นห่วงมันมาก หลังจากพบว่ามันแข็งแรงดี เด็กหนุ่มจึงสบายใจขึ้นมาก

สำหรับเซี่ยงเส้าหยุนแล้ว เสี่ยวไป่นั้นมีค่ากว่าน้ำพุดวงดาวปฐพีเป็นพันแห่ง เสี่ยวไป่กระโจนออกจากอ้อมกอดของเซี่ยงเส้าหยุนลงไปที่ตัก มันชี้ไปเส้นทางหนึ่งด้วยอุ้งเท้า ราวกับจะบอกเส้นทางแก่เซี่ยงเส้าหยุน

เซี่ยงเส้าหยุนชะงักไปชั่วครู่ หลังจากไตร่ตรองสถานการณ์ เขารู้สึกไม่มีอะไรจะเสียแล้วและมุ่งหน้าไปเส้นทางที่เสี่ยวไป่ชี้ บริเวณนี้เต็มไปด้วยหญ้าสูง ทำให้เป็นเรื่องยากสำหรับคนทั่วไปที่จะค้นหาว่าตนจะมุ่งไปในทิศทางใด

เซี่ยงเส้าหยุนยังคงตื่นตัว ถือดาบหมาป่าสีทองในมือหากมีสิ่งใดปรากฏขึ้น หลังจากผ่านไปไม่นาน พวกเขาทั้งสองเดินผ่านหญ้าสูง เมื่อตรวจสอบรอบโดยรอบ เซี่ยงเส้าหยุนได้พบกับถ้ำที่แม้คนตัวผอมแห้งก็เข้าไปได้โดยยาก

ถ้ำซึ่งอยู่ใกล้กับขอบน้ำตก หากไม่มีเสี่ยวไป่คอยนำทาง เซี่ยงเส้าหยุดก็ไม่มีทางจะพบเส้นทางนี้เป็นแน่ หากมีผู้พบรอยเท้าของเซี่ยงเส้าหยุน คนพวกนั้นจะพบว่าเป็นสิ่งยากที่จะข้ามผ่าน ภายในถ้ำนั้นมืดมิดจนแทบมองไม่เห็น

“ที่แห่งนี้จะมีสมบัติอันน่าทึ่งจริงหรือ?” เซี่ยงเส้าหยุนยิ้มกว้างด้วยความตื่นเต้น

เซี่ยงเส้าหยุนไม่ได้เร่งรีบนัก เขาตรวจสอบสภาพแวดล้อมโดยรอบอย่างระมัดระวัง หลังจากมั่นใจว่าไม่มีสัตว์อสูรแล้ว เขาจึงอุ้มเสี่ยวไป่เข้าไปในถ้ำ พื้นถ้ำทั้งเปียกและลื่น ดอกไม้มากมายเบ่งบานขึ้น แสดงให้เห็นว่าภายในถ้ำนั้นมีสารอาหารอุดมสมบูรณ์

ภายในถ้ำมืดสนิท ทำให้การคลำหาเส้นทางเป็นไปได้อย่างยากลำบาก เขาเปิดใช้พรสวรรค์จินตภาพโดยไม่ได้คิดสิ่งใดมากนัก ทำให้เส้นทางข้างหน้าชัดขึ้นในทันที

“เราก็คิดอยู่ว่า เหตุใดจึงเกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์แห่งการจิตภาพและการมองเห็น บางทีเราคงต้องฝึกฝนดวงตาเพื่อสามารถมองเห็นทุกสิ่งเสียแล้ว!” เซี่ยงเส้าหยุนคิดกับตนเองอย่างร่าเริง

เซี่ยงเส้าหยุนมิได้คิดมากจนเกินไป และยังคงเข้าไปในถ้ำอย่างต่อเนื่อง ด้านในเขาพบกับหญ้าป่าเติบโตอย่างมากมาย และยังมีหญ้าบางชนิดที่ยังไม่ถูกใช้งาน ส่งกลิ่นราวกับยาอ่อนเป็นสัญญาณว่ายาเก่ากำลังก่อตัวขึ้น นอกจกนี้เขายังสัมผัสได้ว่าจิตปราณภายในถ้ำมีชีวิตชีวามาก ราวกับเป็นสวรรค์บนดิน

“ที่นี่อาจจะเป็น …. ตำแหน่งของน้ำพุดวงดาวปฐพีก็เป็นได้?!” เซี่ยงเส้าหยุนอดไม่ได้ที่จะอุทาน เมื่อพบเห็นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เขารู้มาสักพักแล้วว่าน้ำตกดวงดาวปฐพีอยู่ไม่ไกลจากบริเวณนี้ แม้จะระบุตำแหน่งไม่ได้ แต่ก็มิได้หมายความว่าน้ำพุจะไม่อยู่ที่นี่ ถ้ำอาจเป็นอีกหนทางที่จะนำพาไปสู่น้ำพุ

เซี่ยงเส้าหยุนเริ่มเร่งฝีเท้า เขาสังเกตเห็นเสี่ยวไป่จากมุมหนึ่งกำลังขุดบางสิ่ง

“เสี่ยวไป่ ในภายภาคหน้า ก่อนที่เจ้าจะกินยาเก่า จะต้องนำมาให้ข้าดูก่อน เข้าใจมั้ย? นี่มันราชันเห็ดโลหิตอายุสองร้อยปี! สามารถเติมพลังให้แก่คนผู้หนึ่ง และรักษาบาดแผลได้อย่างดีเยี่ยม” เซี่ยงเส้าหยุนยิ้มอย่างช่วยไม่ได้หลังจากมองดูเสี่ยวไป่กลืนยาเก่าลงไป

ก่อนหน้านี้ เขาไม่ทันได้เห็นยาเก่า กระนั้นสถานการณ์ในครั้งนี้ต่างจากครั้งก่อน ยาเก่านั้นมีความสำคัญต่อเขาอย่างยิ่ง

มันฟังคำของเซี่ยงเส้าหยุน เสี่ยวไป่วิ่งไปข้างหน้า ขุดยาเก่าจากพื้นดิน ก่อนจะนำมาให้เซี่ยงเส้าหยุน

“นี่มันยาเก่าอีกชนิดนี่!” เซี่ยงเส้าหยุนมองดูอย่างสุขใจ เมื่อมองดูเห็ดโลหิต มันมีอายุไล่เลี่ยกับอันก่อนหน้า เขาเก็บรักษามันอย่างปลอดภัย เซี่ยงเส้าหยุนเริ่มออกเดินทางอีกครั้ง เขาพบกับเห็ดโลหิตมากมายเติบโตพร้อมกัน และพบกับราชันเห็ดโลหิตอายุกว่าสามร้อยปี!

“ยาวิญญาณระดับต่ำ ราชันเห็ดโลหิต! น้ำพุดวงดาวปฐพีคงอยู่ใกล้เคียงที่นี้แน่! มิเช่นนั้น เหตุใดเห็ดโลหิตจึงเติบโตมากมายที่นี่กัน?” เซี่ยงเส้าหยุนเริ่มตื่นเต้นมากขึ้น เขายัดเห็ดโลหิตลงคอทันที เติมพลังที่สูญเสียไปในวันนี้ ก่อนที่จะทำสิ่งอื่น

เซี่ยงเส้าหยุนออกจากบริเวณนี้ โดยที่ไม่ถอนเห็ดดอกอื่นไปด้วย คงไม่สายเกินไปที่จะเก็บพวกมันระหว่างทางกลับ ตอนนี้สิ่งสำคัญกว่าคือต้องตามหาน้ำพุดวงดาวปฐพี

เห็ดโลหิตนั้นโด่งดังในฐานะยาเก่าสำหรับเติมพลัง หลังจากที่เซี่ยงเส้าหยุนได้กินเห็ด เขารู้สึกถึงเลือดภายในที่ไหลเวียนแรงขึ้นเมื่อเทียบกับเมื่อก่อน และฟื้นฟูกลับสู่สถานะปกติอย่างเชื่องช้า ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย ขณะมุ่งหน้าเข้าไปในถ้ำลึก เขาได้ยินเสียงร้องของเสี่ยวไป่ที่ด้านข้าง เมื่อหันไปหาเสี่ยวไป่ เขาพบกับกระดูกที่ยาวมากติดกับพื้น

“นะ นี่มันกระดูงู?! ไม่สิ เหตุใดงูถึงมีรอยเท้า? หรือว่านี่จะเปนงูที่กลายร่างเป็นงูน้ำหลากกัน?” เซี่ยงเส้าหยุนพึมพำกับตนเอง ในขณะที่ตรวจสอบสิ่งต่าง ๆอย่างละเอียด

เซี่ยงเส้าหยุนเข้าใจในทันทีว่าเหตุใด เห็ดโลหิตจำนวนมากจึงเติบโตในถ้ำ งูน้ำหลากอาจจะตายที่นี่เมื่อนานมาแล้ว เลือดของมันจึงซึมลงสู่พื้นดิน เกิดเป็นเห็ดโลหิตเติบโตขึ้น

เมื่อตรวจสอบกระดูกอย่างถี่ถ้วน เซี่ยงเส้าหยุนพบว่างูน้ำหลากตัวนี้ยาวเกือบสิบเมตร และอย่างน้อยมันก็อาจเป็นถึงปีศาจชั้นสูง โชคดีสำหรับเขาที่เจ้างูตัวนี้ตายไปแล้ว มิเช่นนั้นคงเป็นเขาที่จะต้องตายเสียเอง

เมื่อเซี่ยงเส้าหยุนมาถึงจุดสิ้นสุดของโครงกระดูกสัตว์ร้าย เขาพบลูกปัดขนาดประมาณนิ้วเท้าฝังอยู่ที่ส่วนบนของโครงกระดูก

“แก่นปีศาจนี่!” เซี่ยงเส้าหยุนร้องออกคำเบา

ชั่วขณะที่เขากำลังจะเก็บมัน เสี่ยวไป่กระโจนราวกับลูกศร แล้วกลืนแก่นปีศาจในคำเดียว

“เวรเอ้ย! เจ้าเด็กบ้า! เจ้าไม่เกรงกลัวพลังที่ดุร้ายภายในเลยรึ?!” เซี่ยงเส้าหยุนสบถออกมา

แก่นปีศาจสามารถเกิดได้จากสัตว์อสูรระดับราชันเท่านั้น หากสัตว์ธรรมดากลืนแก่นเข้าไป ภายในจะถูกทำลายโดยพลังที่อยู่ภายในแก่น และทำให้ร่างกายระเบิด

มีเพียงปีศาจชั้นสูง จึงจะสามารถกลืนแก่นปีศาจได้ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและสร้างแก่นขึ้นภายในตัว

เซี่ยงเส้าหยุนรีบเดินไปข้างหน้า และเตรียมยกเสี่ยวไป่ขึ้น เพื่อให้มันคายแก่นออก

“โฮก!”

เสียงคำรามดุร้ายของเสี่ยวไป่ดังขึ้น ขณะที่ร่างกายของมันเติบใหญ่ขึ้นทันที

I’m not the Overlord! ราชาเหนือราชัน

I’m not the Overlord! ราชาเหนือราชัน

我不是大魔王
Score 7.8
Status: Ongoing Released: 2019 Native Language: Chinese
อ่านนิยายเรื่อง I’m not the Overlord! ราชาเหนือราชัน เรื่องย่อ นครขอบนภา เมืองอู่ ตำหนักยุทธ์ ตำหนักยุทธ์คือสถานที่ในเมืองอู่ ที่ได้คัดเลือกผู้ฝึกยุทธ์จากต่างเมืองมาเป็นลูกศิษย์ ทุกฤดูใบไม้ผลิ จะมีการคัดเลือกลูกศิษย์หน้าใหม่ เพราะเหตุนั้น บุตรหลานและผู้เยาว์จากหลากหลายหมู่บ้านใกล้เคียง ต่างก็หลั่งไหลกันมาเพื่อเข้ารับการทดสอบเข้าตำหนักยุทธ์ พวกเขาต่างมาแสวงหาซึ่งกำลัง ในปีนี้ การคัดเลือกเป็นลูกศิษย์ของตำหนักยุทธ์ ได้สิ้นสุดลงไปแล้ว วันนี้ได้มีเด็กหนุ่มผู้หนึ่งที่แต่งตัวราวกับบัณฑิตได้ยืนอยู่ตรงหน้าประตูหลักของตำหนักยุทธ์ อ้อนวอนขออนุญาตเพื่อให้ได้เข้าไป เด็กหนุ่มผู้นี้น่าจะมีอายุราวสิบห้าถึงสิบหกปีและมีคุณสมบัติที่ผ่านการขัดเกลามาอย่างดี เป็นเด็กหนุ่มที่มีใบหน้าที่หล่อเหลาเจิดจ้า ข้อบกพร่องคือร่างกายมีรูปร่างที่ผอมและเสื้อผ้าของเขาก็ขาดรุ่งริ่งราวกับผ่านพ้นอะไรมามากมาย ไม่ต่างกับบัณฑิตผู้ยากไร้ “เจ้าหนุ่ม ข้ากล่าวไปหลายครั้งแล้วไม่ใช่หรือ เหตุใดเจ้ายังดื้อรั้นอยู่อีก? ช่วงเวลาที่ตำหนักยุทธ์ได้คัดเลือกเหล่าลูกศิษย์ได้เสร็จสิ้นไปแล้ว ถ้าหากเจ้าอยากจะเข้าร่วมตำหนัก เจ้าจงรอฤดูใบไม้ผลิครั้งหน้าและจงกลับมาอีกครั้งหนึ่ง” ทหารยามที่ยืนเฝ้าสังเกตการณ์ข้างหน้าตำหนักได้กล่าวต่อสักคำหนึ่งกับเด็กหนุ่มราวกับใกล้จะหมดความอดทน ทหารยามอีกคนหนึ่งเผยท่าทีดุร้ายจับจ้องประหนึ่งคมมีดไปยังเด็กหนุ่มพร้อมตะคอกใส่ “เจ้ามาที่นี่ก็สามวันแล้ว หากเจ้ายังไม่ไปให้พ้นจากตรงนี้ อย่าหาว่าพวกข้าไม่เตือนนะ” ทหารยามทั้งสองเชี่ยวชาญในการรับมือกับบุคคลที่ไร้ยางอายที่จะคิดเข้าไปให้ได้ เด็กหนุ่มเผยรอยยิ้มเจิดจ้าและหัวเราะ พูดว่า “พี่ชายทั้งสองอย่าทำเช่นนี้เลยข้า เซี่ยงเส้าหยุนเป็นอัจฉริยะที่พบเห็นได้ในรอบร้อยปี! ตราบใดที่พวกท่านอนุญาตให้ข้าเข้าไปข้างใน ข้าก็จะได้เป็นลูกศิษย์ของตำหนักยุทธ์อย่างแน่นอน ไม่เพียงเท่านั้นนะ ข้ายังจะเป็นลูกศิษย์ที่เลิศล้ำที่สุดในประวัติศาสตร์ของตำหนักยุทธ์! และเมื่อนั้นข้าจะไม่ลืมบุญคุณของท่านทั้งสองเลย” “ไร้สาระ! เรียกตัวเองว่าอัจฉริยะในรอบร้อยปีงั้นรึ? มองดูรูปร่างผอมบางของเจ้าก่อนไหม? ข้าเดิมพันว่าเจ้ารับหมัดของข้าไม่ได้ด้วยซ้ำ!” ทหารยามเผยสายตาดุร้ายขณะที่เขาตวาดเด็กหนุ่มพร้อมปล่อยหมัดออกไป ขณะที่หมัดกำลังเข้าใกล้ เด็กหนุ่มที่เรียกตัวเองว่าเซี่ยงเส้าหยุนตะโกนขึ้น “หยุดนะ” ดูเหมือนว่าเสียงร้องของเซี่ยงเส้าหยุนจะได้ผล มีพลังอำนาจบางอย่าง ราวกับว่าเขาคือบุคคลที่คนนับหมื่นจะต้องตกอยู่ภายใต้ตัวเขา ทหารยามผู้ที่มีสีหน้าดุดันเหม่อมองชั่วขณะหนึ่ง ดูเหมือนจะมีบางสิ่งที่แปลกประหลาดจากตัวเด็กหนุ่ม แรงกดดันมหาศาลที่อธิบายไม่ได้ที่ฉายผ่านดวงตาที่มองมา ถึงแม้ว่าทหารยามยังคงเย้ยหยันอย่างเย็นชา “กลัวแล้วงั้นรึ? งั้นก็ไสหัวไปซะไม่อย่างนั้นวันนี้จะต้องได้เห็นดีกันแน่” “นี่มันช่างน่าขัน นายน้อยผู้นี้ได้พบเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ใยจึงต้องหวาดกลัวด้วยเล่า?” เซี่ยงเส้าหยุนคิดกับตัวเอง แต่ทว่าท่าทียังคงชวนสงสารเวทนา เขาเผยรอยยิ้มอีกครั้งและพูดว่า “ดูสิ่งนี้สิ!” ในมือของเขาปรากฎชิ้นส่วนหินที่ส่องแสง หินก้อนนั้นดูบริสุทธิ์และไร้มลทิน ผู้ใดพบเห็นย่อมต้องตกตะลึง ทหารยามหวาดระแวงที่จะจ้องมองหินก้อนนั้น เมื่อมองให้ดี สีหน้าของเขาดูเปลี่ยนไปราวกับว่ามีบางสิ่งกำลังจะเกิดขึ้น เซี่ยงเส้าหยุน หัวเราะ “ฮี่ฮี่ อยากได้ใช่มั้ยล่ะ? ถ้าเกิดว่าให้คุณชายคนนี้ได้เข้าสู่ตำหนัก เจ้าเศษหินนี่…” เพี๊ยะ! ก่อนที่เซี่ยงเส้าหยุนจะพูดจบ ทหารยามได้ฟาดฝ่ามือใส่เขา หินส่องแสงโดนตบหลุดไปจากมือของเซี่ยงเส้าหยุน “เจ้ากล้าดียังไงถึงได้ใช้หินขยะนี่มาติดสินบนข้า! ข้าคิดว่าถ้าเจ้าไม่ได้เห็นโลงศพ เจ้าก็จะไม่มีวันหลั่งน้ำตาสินะ” ทหารยามยกหมัดขวาเข้าใส่เซี่ยงเส้าหยุนและกำลังจะต่อยไปยังใบหน้าของเด็กหนุ่ม “เวรเอ้ย ข้าจะเจอคนมีตาแต่หามีแววไม่อีกเท่าไหร่กัน” เซี่ยงเส้าหยุนก่นด่าตัวเขาเอง เขาหลับตาลงโดยที่ไม่ต้องทะเลาะเพราะรู้ว่าตัวเขาเองไม่มีทักษะที่จะต้านรับมันได้ ขณะที่กำปั้นกำลังจะเข้าไปทักทายใบหน้าของเด็กหนุ่ม ก็มีเสียงทุ้มลึกและดุดัน ดังขึ้น “หยุดเดี๋ยวนี้!”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset